ตอนที่ 107 ปีศาจกระหายกาม
ตอนที่ 107 ปีศาจกระหายกาม
มุมมองของทาฮากริม
ฉันทาฮากริม ช่วงชีวิตของฉันแสนเรียบง่าย
ถึงท่านพ่อจะมีฐานะเป็นลอร์ด แต่ก็แค่ดูแลเมืองที่อยู่ชนบทที่ค่อนข้างแล้งแค้น
ตัวฉันมุ่งมั่นในการฝึกดาบ เพื่อสักวันจะได้เป็นอัศวินวังหลวง
หรือไม่ก็จะไปเป็นนักผจญภัย เพื่อหาเงินมาพัฒนาเมืองต่อจากท่านพ่อ
แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นไปดังหวัง ตอนที่ฉันอายุครบ 15 ปี
เกิดภัยแล้งอย่างหนัก ทำให้พืชผลและสัตว์ล้มตายกันจนเกือบหมด ประชาชนอยู่ในความอดอยาก
รายได้จากเหมืองเองก็ลดลงทุกปี ปีนี้เองยังไม่พอจะจ่ายภาษีเลย
แต่พวกเราก็ได้รับการช่วยเหลือจาก
โบสถ์ใหญ่ ให้เงินมาจ่ายภาษีและซื้ออาหารแจกจ่ายให้ประชาชน
จนเอาชีวิตรอดไปได้อีกปี
จากนั้นก็ไม่นาน ก็มีจดหมายเชิญส่งตามมา
ถึงในจดหมายจะใช้คำพูดสวยหรู ว่าจะมอบตำแหน่งพิเศษให้ในโบสถ์ใหญ่
หรือไม่ก็ให้ทุนเข้าศึกษาในศาสนจักร แต่เอาเข้าจริงๆ พวกเราต่างรู้กัน
มันคือจดหมายเกณฑ์คนเข้ารีดของทางโบสถ์ใหญ่
เป็นวิธีหาสมาชิกใหม่ด้วยวิธีรวบหัวรอบหาง
ซึ่งในบ้านฉัน
นอกจากท่านพ่อที่ต้องอยู่ดูแลเมืองและท่านแม่ที่ไม่มีความสามารถอะไร
ก็เหลือเพียงแค่ฉันที่เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว
ฉันเลยต้องไปตามคำเชิญอย่างไม่มีทางเลี่ยง
เพราะตราบใดที่ยังยอมทำตามที่ทางโบสถ์ใหญ่ต้องการ พวกเราก็จะได้เงินมา
ช่วยจ่ายภาษีให้
อย่างนอกก็เป็นหลักประกันว่าเมืองของพวกเราจะไม่ล่มสลายไป
ฉันก็เป็นเหมือนเด็กสาวคนอื่นๆ ที่มีความฝัน
การได้แต่งงานกับเจ้าชายรูปงาม คือหนึ่งในความปรารถนาสูงสุดของเด็กสาว
ฉันเองก็ด้วย
ทว่าฝันนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นแล้ว ตอนแรกฉันยังไม่เชื่อ
คิดว่าเป็นการใส่ร้ายเพื่อทำร้ายความน่าเชื่อถือของโบสถ์ใหญ่
แต่พอเข้าไปอยู่ข้างในฉันก็ได้เจอกับตัวเอง แทบทุกวันที่เหล่านักบวชอาวุโส
เชิญชวนฉันเข้าไปรับใช้ภายในห้องตามลำพัง
โชคดีของฉันที่มีท่านพ่อซึ่งพอมีบารมีอยู่บ้าง
เลยทำให้อ้างชื่อเอาตัวรอดมาได้ แต่นั้นคงใช้ไม่ได้ตลอดไป
ทางรอดอีกทางเพื่อไม่ให้กลายเป็นโสเภณีของโบสถ์ใหญ่ ก็คือการเข้ากองอัศวิน
ถึงแม้จะต้องฝึกหนัก
และทำหน้าที่อันตราย
แต่ก็ยังดีกว่าการต้องไปหลับนอนกับเจ้าพวกหมูโสโครกเหล่านั้น
ตัวฉันจับดาบทุกวันเพื่อให้ตัวเองเก่งขึ้น
การจะไต่เต้าขึ้นไปเป็นเรื่องยาก แต่ถ้ามีฝีมือโดดเด่นจริงๆ
ก็จะไม่ต้องใช้ร่างกายเพื่อไต่ขึ้นไป ฉะนั้นตำแหน่งในหน่วยพาลาดิน ก็ใช่ว่าจะมีเฉพาะคนเก่ง
แต่มีทั้งผู้ชายและผู้หญิงที่ยอมสละศักดิ์ศรีตัวเองเพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งแต่ไม่ใช่กับฉัน
ผ่านไปสามปี ในที่สุดฉันก็ได้ขึ้นมาอยู่ในระดับอัศวินขั้นกลาง
มีลูกน้องใต้สังกัดกว่ายี่สิบคน และยังเลือกสายผู้บังคับบัญชาได้ ฉันเลยไม่รอช้า
รีบขอยื่นเรื่องเข้าสังกัดของท่านอาร์ดบิชอปเรเดียทันที
เพราะเธอเป็นเพียงไม่กี่คนในตำแหน่งสูงเช่นนี้ที่เป็นผู้หญิง
อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้เสี่ยงที่ต้องโดนหิ้วขึ้นเตียง
ถึงท่านอาร์คบิชอปเรเดีย จะไม่มีข่าวเสียหายเรื่องอย่างว่า
แต่ใช่ว่าเธอจะไม่มีข่าวด้านไม่ดีเลย ในโบสถ์ใหญ่ทุกคนต่างเรียกเธอว่า นักล่าแม่มด
เพราะเธอชื่นชอบการทรมาน ยิ่งถ้าจับพวกต้องสงสัยว่าเป็นสาวกของเผ่าปีศาจได้
เธอจะตรงไปทรมานด้วยตัวเองทันที ซึ่งนักโทษส่วนใหญ่ไม่เคยมีใครรอดชีวิตออกมาเลย
ส่วนลูกน้องในหน่วย ฉันเลือกมาเฉพาะคนที่ไว้ใจได้
ส่วนใหญ่เลยมีแต่ผู้หญิง เลยมักถูกล้อว่าเป็นหน่วยกุหลาบที่ไว้ประดับกองอัศวินเท่านั้น
แต่ฉันว่ามันดีกว่าเจ้าพวกผู้ชายสมองกลวง
ที่เอาแต่แหกปากยกอ้างพระเจ้าในทุกๆ เรื่องและดึกคํ่าก็เอาแต่เมาเอะอะโวยวาย
อีกเหตุผลที่ฉันเข้าสังกัดของท่านเรเดีย
เพราะท่านเรเดียจะออกไปเก็บเลเวลทุกสามเดือน การเก็บเลเวลเป็นหนทางที่จะทำให้ตัวเองเก่งขึ้นมาได้ในช่วงเวลาสั้นๆ
ฉันจึงไม่พลาดโอกาสเช่นนี้ไป
ครั้งนี้พวกเราก็มาที่เมืองของนักผจญภัยกรอซ่า
เพราะที่นี้สามารถหานักผจญภัย มารับเควสช่วยเก็บเลเวลได้ง่าย
และยังสามารถจับจ่ายซื้อของได้ทุกชนิด มีร้านไอเท็มเวทมนต์ในเมืองด้วย
ถ้าไม่นับเมืองหลวงของเลนคานแล้ว ที่นี้ถือว่ามีความเจริญและสะดวกสบายที่สุดแล้ว
เพียงแต่ที่กรอซ่าก็ขึ้นชื่อเรื่องความโหดของดันเจี้ยนเหมือนกัน
ไม่ใช่จำนวนที่เยอะ แต่ความยากอยู่ในระดับสูงทีเดียว โดยเฉพาะดันเจี้ยนลูปัน
ที่เป็นดันเจี้ยนประเภทมหาสุสาน ถึงจะเหมาะกับนักบวชและ
อัศวินศักดิ์สิทธิ์อย่างพวกฉัน
แต่ทว่ามันก็ยังมีความยากในตัวอยู่มาก ชนิดที่ถ้าไม่ได้นักผจญภัยเจ้าถิ่นช่วย
ลำพังพวกฉันคงไม่อาจอยู่รอดในดันเจี้ยนได้แน่
ฉันเองเคยมาที่กรอซ่าอยู่หลายหนแล้ว
เพราะมันอยู่ใกล้กับโบสถ์ใหญ่สาขาที่ฉันสังกัดอยู่ ในวันหยุดฉันกับลูกน้อง
เลยจะพากันมาทำเควสเพื่อหารายได้พิเศษกัน
แต่คราวนี้ฉันมากับท่านเรเดีย เลยไม่มีอะไรให้ทำมาก
แค่ค่อยดูแลความเรียบร้อยภายในค่ายพักเท่านั้น นานๆ ครั้ง
ถึงจะมีคำสั่งให้ออกไปล่าร่วมกับนักผจญภัย
ซึ่งในช่วงนี้เองที่ฉันได้ยินเรื่องเล่าแปลกๆ จากพวกนักผจญภัย
เป็นเหมือนเรื่องเล่าประจำเมืองมากกว่า
ทั้งสถานที่น่ากลัวที่เรียกว่า นรกทะลวงตูดแห่งความโกรธ
ซึ่งเป็นพื้นที่แปลกๆ ในดันเจี้ยนที่สามารถเข้าไปเที่ยวชมใกล้ๆ ได้
แต่ไม่ใช่สถานที่ที่น่าชมเท่าไร โดยเฉพาะพวกผู้ชาย ต่างเลี่ยงที่จะผ่านไปแถวนั้น
นอกจากนี้ยังมีเทศกาลประหารดุ้น ที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้
เห็นว่าเป็นเทศกาลของพวกรักร่วมเพศ
ที่พากันออกมาตัดดุ้นตัวเองทิ้งเพื่อยืนยันจุดยืนของตัวเอง…แค่ไม่นาน
กรอซ่ากลายเป็นเมืองที่น่ากลัวแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไรกัน
ไม่ใช่แค่เรื่องเล่า แต่ยังมีข่าวลือแปลกๆ อีกเยอะ เช่น คฤหาสน์อสูรกินคนที่อยู่นอกเมือง
เห็นว่าเคยมีนักผจญภัยกับโจรจำนวนมากหายตัวไปที่นั้น และเมื่อไม่กี่วันก่อนจู่ๆ
ไรโมดอลในดันเจี้ยนหอคอยลาลาพัส ก็พากันหายตัวไปหมด
และถ้าวันไหนโชคดี คุณจะได้เห็นเหล่านางฟ้ามาเดินเล่นในเมือง
กับถ้าไปที่ตลาดคุณจะได้เจอคุณเมด ซึ่งปกติจะเห็นแค่ในวังมาเดินจ่ายตลาด
แต่เหนือยิ่งกว่าข่าวลือทั้งปวง
ก็คือข่าวที่เกี่ยวกับนักผจญภัยที่ชื่อโรมะ
วีรกรรมที่เขาสร้างขึ้นมาแต่ละเรื่องนั้น เลวร้ายจนน่าสงสัย
ว่าทำไมถึงไม่ถูกทหารยามในเมืองลากไปขังสักที
โรมะ เป็นชายผู้เหมือนสัตว์ร้ายกระหายกาม
เขาใช้อาหารมาล่อพนักงานสาวในกิลนักผจญภัย เพื่อมีอะไรด้วย จนไม่เหลือสักคน
และยังไปซื้อทาสเด็กตัวเล็กๆ มาบำเรอความใคร่ตัวเอง
ซํ้ายังใช้เวทมนต์ควบคุมจิตใจ ทำให้เหล่าทาสเชื่อฟังตัวเองราวกับสุนัขเชื่องๆ
ความวิปริตนี้เข้าขั้นอาชญากรเลยทีเดียว
แต่เหล่านักผจญภัยต่างนับถือเขามาก
เพราะเป็นคนที่สยบปาร์ตี้ที่เป็นตำนานของเมือง อย่างปาร์ตี้หญิงเถื่อนของโกร่าได้
ขนาดที่ว่าถ้าโกร่าเป็นสัตว์กินเนื้อที่ลากผู้ชายไปกินไม่เลือกหน้า
โรมะก็คือสัตว์ร้ายที่ดักกินสัตว์กินเนื้ออีกต่อหนึ่ง จนทำให้เขามีฉายาพิลึกพิลั่น
เช่น ชายผู้มีอาวุธในตำนาน หรือไม่ก็ เทพดุ้นพิชิตสาว
แถมตอนที่มาถึงเมืองกรอซ่า
ท่านเรเดียยังได้ไปเจอกับสัตว์ร้ายที่ว่า จนหวิดจะมีเรื่องกันแล้ว
จากที่ฟังพวกอัศวินเล่าให้ฟัง ชายที่ชื่อโรมะเป็นคนหยาบคายและเหย่อหยิ่ง
ไม่เห็นหัวท่านเรเดียอยู่ในสายตาเลย แถมยังลวนลามด้วยสายตาอยู่ตลอดเวลา
เป็นคนเลวที่สุดที่เคยเจอมาเลย
ต้องระวังเขาเอาไว้ให้ดี
นั้นคือสิ่งที่ฉันยํ้าเตือนกับพวกลูกน้องและตัวเอง
หลังจากลงมาในดันเจี้ยนแล้ว ข่าวลือของเขาก็ยังไม่หมดไป
เพราะเขาพึ่งได้ปะทะกับหน่วยท่านเฮกราสซึ่งดูแลพื้นที่ชั้น 11 อยู่
ตามที่ท่านเฮกราสเล่าให้ฟังนั้น พวกฉันแทบทนฟังไม่ได้
เขาเป็นยิ่งกว่าข่าวลือซะอีก
เขาฆ่านักบวชอย่างโหดร้ายและไร้ความเมตตา เขาเจ้าเล่ห์และชั่วร้าย
ไม่เลือกวิธีการไร้ศักดิ์ศรี และยังจับตัวผู้หญิงไว้ยํ่ายีอีก
เป็นสิ่งมีชีวิตที่เลวร้ายยิ่งกว่าสุนัขจรจัด
ฉันล่ะอยากจะฆ่าเขาด้วยมือตัวเองจริงๆ
ทว่าท่านเรเดียกลับคิดจะดึงเขามาใช้งาน
มากกว่าการตั้งตัวเป็นศัตรูกัน เพราะลำพังปาร์ตี้ที่มีกันเพียงแค่
สิบกว่าคน สามารถเอาชนะกองทัพที่มีกันสามร้อยคนได้
มันเป็นยิ่งกว่าคำว่าปาฏิหาริย์แล้ว!
ท่านเรเดียเองก็ได้ยินข่าวลือของเขามาเหมือนกัน
เลยรู้ว่าเขาโปรดปรานผู้หญิงยิ่งกว่าอะไร
เลยได้ออกคำสั่งในสิ่งที่ทำร้ายจิตใจพวกฉัน
ราวกับเป็นคำสั่งประหารชีวิตกันไม่มีผิด
“พวกเธอไปหลับนอนกับเจ้าสุนัขนั้นซะ จงอุทิศตัวเพื่อพระเจ้า
และโบสถ์ใหญ่ของเราจะตอบแทนอย่างสมนํ้าสมเนื้อแน่นอน”
พวกฉันคัดค้านแล้ว แต่ก็โดนขู่กลับทันที
ว่าถ้าไม่ยอมก็ถือว่าทรยศต่อโบสถ์ใหญ่ ไม่ใช่แค่จะโดนตัดความช่วยเหลือ
แต่กลับไปเมื่อไรจะมีการสอบสวนกันอีก
ซึ่งพวกฉันรู้ว่ามันคือการทรมานที่ไม่อาจจะมีชีวิตรอดออกมาได้
ทุกคนเลยต้องยอมตกลงทั้งนํ้าตา
ทั้งหมดเป็นความผิดของมัน! ความผิดของโรมะ ฉันเกลียดแก
เจ้าสัตว์ร้ายโรมะฉันเกลียดแก!
พวกฉันถูกนักบวชอาวุโสบังคับให้ถอดชุด จนเหลือแต่เสื้อใน
เพื่อเอาใจเจ้าสัตว์นั้น ตัวฉันทั้งอับอายและโกรธ
ไม่ใช่แค่ต้องมาเสียครั้งแรกกับสัตว์ร้าย
แต่ยังเพราะถูกขายราวกับเป็นโสเภณีราคาถูกด้วยคนที่ตัวเองไว้ใจอีก
ฉันไม่รู้ว่าเกลียดท่านเรเดียหรือเจ้าสัตว์ร้ายนั้นมากกว่ากัน
เมื่อถึงเวลา พวกฉันถูกเรียกตัวเข้าไป
สิ่งที่นั่งอยู่ตรงนั้น…อัปลักษณ์! เขาเป็นชายอัปลักษณ์ที่สุดที่ชั้นเคยเจอ
ใบหน้าเขาเหมือนโจรราคะ ที่สื่อความต้องการทางเพศออกมาทางใบหน้าได้
แต่เขาก็เป็นชายอัปลักษณ์ที่มีแววตาอบอุ่น
เขามองพวกเราทุกคน แต่กลับไม่ได้มีความพึ่งพอใจในดวงตาคู่นั้น
ฉันกลับรู้สึกว่าเขากำลังโกรธอยู่ แต่เขาก็เก็บงำอารมณ์ตัวเองได้เก่งมาก
สีหน้าเขาไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย ซํ้ายังหันกลับไปหาเรื่องท่านเรเดียได้อีก
เขากล้าพูดจาลวนลามท่านอาร์คบิชอป นี้เขาไม่เคยกลัวอะไรเลยหรือไงกัน
แต่ที่ทำให้ฉันประหลาดใจที่สุด คือเขาปฏิเสธข้อเสนอของท่านเรเดีย
ซํ้ายังหันมาปลอบพวกเราอีก เขาช่างใส่ใจแม้แต่ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
อย่างความรู้สึกของพวกเรา
ทว่านั้นทำให้ท่านเรเดียโมโห จนต้องหันกลับไปใช้วิธีรุนแรง
และเรียกให้คนเข้ามาจับตัวเขาไว้ เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก จนพวกฉันทำอะไรไม่ถูก
แต่ในสายตาของฉัน ไม่เห็นสัตว์ร้ายตอบโต้อะไรเลย เขายอมให้จับ
ตัวอย่างง่ายดาย ไม่หยิบดาบที่สะพายไว้ตรงเอวขึ้นมาต่อต้านด้วยซํ้า
ที่สำคัญจนถึงตอนนี้ ฉันยังไม่เห็นเขาแสดงแววตาที่หวาดกลัวออกมาเลย
กลับเป็นฉันที่รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเป็นสัตว์ที่ติดกับซะเอง
เขาถูกริบเอาของทั้งหมดไว้ ไม่เหลือแม้แต่เสื้อผ้าสักชิ้น
หลังจากสำรวจข้าวของแล้ว พวกอัศวินพากันหัวเราะออกมา
เพราะดาบที่เขาพกไว้เป็นดาบหินถูกๆ ที่ดูไร้ระดับ
ของในกระเป๋านักผจญภัยเองก็ไม่มีอะไรเลย นอกจากยาแปลกๆ ที่มีสีขาวขุ่นสองขวด
ท่านเรเดียเลยสั่งให้เอาข้าวของไร้ราคาพวกนั้น ไปโยนทิ้งตรงทางเข้า
ทำให้พวกลูกน้องของสัตว์ร้ายเห็น
เพื่อที่พอโกรธแล้วทางนั้นจะบุกเข้ามาติดกับแบบเสียสติ
แต่แล้วก็เกิดเรื่องขึ้น ขณะที่ท่านเรเดียเข้าไปทรมานสัตว์ร้าย
พวกฉันต่างคิดว่าเขาคงไม่รอดแล้ว แต่ไม่นาน
นัก ท่านเรเดียก็วิ่งกลับออกมา
ด้วยใบหน้าโกรธจัดแบบที่พวกฉันไม่เคยเห็นมาก่อน
ท่านเรเดียรีบเรียกพวกฉันให้เข้าไปช่วยชำระล้างร่างกายให้
และพวกเราก็รู้ว่าทำไมถึงได้โกรธขนาดนั้น
เพราะชุดท่านเรเดียเปียกชุ่มด้วยไปปัสสาวะ เจ้าสัตว์ร้ายนั้นฉี่ใส่ท่านอาร์ดบิชอป!
มันช่างกล้า…บ้าอะไรแบบนี้
“ห้ามเอาไปบอกใครเด็ดขาดนะ!”
ท่านเรเดียตะคอกสั่งพวกเรา
ที่ก้มหน้ารับพร้อมกับกลั้นหัวเราะไปด้วย
“ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่ไอ้โรมะ!”
ท่านเรเดียตะโกนขู่อาฆาตออกมา
พวกฉันไม่เคยเห็นท่านเรเดียเป็นแบบนี้มาก่อน ปกติเธอเป็นเหมือนสมมุติเทพ
ที่ไม่มีใครแตะต้องได้ แต่ตอนนี้เธอกำลังแสดงอารมณ์โกรธแค้นแบบมนุษย์ออกมา
มีคำสั่งจากท่านเรเดียให้อดอาหารเจ้าสัตว์ร้าย
แต่พวกฉันรู้สึกติดค้างเขาอยู่ อย่างน้อยสุดฉันคิดว่าควรจะแสดงความมีเมตตาที่สาวกของโบสถ์ใหญ่ควรพึ่งมีบ้าง
แต่พวกสาวๆ ที่แอบไปดูเขามา พากันกลัวที่จะเข้าใกล้
เพราะทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันเลย ว่าของเขาใหญ่มาก
ลูกน้องของฉันที่เป็นอัศวินเหมือนกัน
เคยเห็นท่อนเนื้อเจ้าโลกของออร์คมาแล้ว เธอยังบอกว่าถ้าเทียบกับของสัตว์ร้าย
ท่อนเนื้อเจ้าโลกของออร์คเหมือนของเด็กไปเลย
ซํ้าเขายังสามารถทำให้มันแข็งตัวได้ตามใจนึกอีกด้วย
ฉันแอบได้ยินท่านแม่บ่นเรื่องนี้เหมือนกัน
ว่าเวลาต้องการของท่านพ่อกลับไม่ค่อยทำงานเลย ดูเหมือนพวก
ผู้ชายทุกคนเองก็มีปัญหานี้เหมือนกัน แต่สมแล้วที่ได้ชื่อว่าสัตว์ร้าย
เป็นพวกที่มีแต่เรื่องลามกอยู่เต็มหัวสินะ
และเพราะไม่มีใครกล้าเอาอาหารไปให้ ฉันเลยต้องแอบเอาไปให้เอง
ถึงจะกลัวแต่ฉันก็เตรียมใจไว้แล้ว ยังดีที่คุมขังอยู่ติดกับที่พักของท่านเรเดีย
ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เพียงแค่ฉันตะโกนก็จะมีคนเข้ามาช่วยทันที
พอเข้าไปฉันพยายามเลี่ยงไม่มองตรงนั้นของเขา แต่ขนาดเห็นทางหางตา
ยังรู้สึกเลยว่ามันใหญ่จริงๆ แถมยังดูสุขภาพดีด้วย
ไม่ได้ดูสกปรกหรือน่าขยะแขยงอย่างที่คิดไว้
น่าแปลก ทำไมเขาดูสงบได้ในสถานการณ์แบบนี้
เขาไม่โวยวายหรือแสดงความกลัวออกมาเลย กลับดูเหมือนเบื่อๆ อยู่มากกว่า
ระหว่างที่ฉันป้อนอาหารให้ เขาก็ไม่มีท่าทีคุกคามอะไร
กลับแสดงรอยยิ้มและผงกหัวขอบคุณเป็นระยะ พอป้อนเสร็จแล้วฉันก็จะรีบกลับออกมา
แต่เขาก็ถามชื่อฉันขึ้นมา ฟังจากนํ้าเสียงเขาดูเป็นคนสุภาพดี ฉันเลยลองคุยด้วย
แต่เขานิสัยไม่ดีเลย
จู่ๆ ก็มาว่าฉันเป็นขุนนางตกอับ…ถึงจะจริงก็เถอะ
จากการได้พูดคุยกัน ฉันแน่ใจได้อย่างหนึ่งเลย
เขาเป็นคนสุภาพมากที่สุดเท่าที่ฉันที่เคยรู้จักมา ถึงจะชอบกวนโมโห
แต่เขาก็ถามแบบตรงไปตรงมาแบบคนที่ไม่รู้ความ ก็ไม่ได้รู้สึกไม่ดีเวลาพูดกับเขา
แถมตอนที่คุยเพลินๆ เขาก็เตือนฉันเรื่องยามที่กำลังจะเข้ามา
จนทำให้ฉันหลบออกมาได้ทัน นี้ฉันถูกเขาระวังให้แทนเหรอเนี่ย น่าอายจริงๆ
แต่เพราะอย่างนี้ฉันเลยอยากจะช่วยเขาต่อไปอีก
พอกลับออกมา ทุกคนก็รุมมาถามฉันใหญ่เรื่องของเขา
“ก็ดูเป็นคนสุภาพดี ไม่มีท่าทางเป็นอันตรายเลย”
“เขาไม่ได้เอาไม้กระบองของเขาชี้ใส่เธอเหรอ?”
“บ้า! เขาไม่ได้ทำแบบนั้น”
พอนึกถึงกระบอกยักษ์ฉันก็หน้าแดงขึ้นมาทันที
เพราะระหว่างที่คุยกับเขาฉันต้องห้ามใจไม่ได้มองตรงๆ ทั้งต้องคอยจับมือตัวเองไว้
ไม่ให้เผลอไปสัมผัสเข้า
แต่พอตกดึกก็เกิดเรื่องขึ้นมา ปาร์ตี้ล่าของนักผจญภัยได้หายตัวไป
ท่านเรเดียเดือดขึ้นมาทันที เพราะการเก็บเลเวลล่าช้ากว่ากำหนดมากแล้ว ซึ่งในทุกๆ
วันที่ผ่านไป จะต้องใช้เงินจำนวนมาก ทั้งค่าเสบียงและค่าจ้างพวกนักผจญภัย
และปีนี้ท่านเรเดียยังไม่มีผลงานอะไร
เธอจึงคิดจะใช้การเพิ่มเลเวล เพื่อเป็นผลงานรักษาหน้าตัวเองเอาไว้
หลังจากส่งหน่วยลาดตระเวนออกไป แทนที่จะพาพวกนักผจญภัยกลับมา
แต่พวกนั้นก็กลับหายตัวไปอีก เหล่านักบวชอาวุโส เริ่มเห็นท่าไม่ดี
เลยให้ส่งหน่วยใหญ่ออกไปดู พอเจอคนเจ็บที่ถูกทิ้งไว้
เลยรู้ว่าเป็นกับดักเพื่อดักเล่นงานพวกเรา
ถึงจะกลับมารายงานเรื่องศัตรูได้
แต่กำลังคนก็บาดเจ็บล้มตายไปไม่ใช่น้อย ตั้งแต่ลงดันเจี้ยนมา
ไม่เคยเลยที่จะมีการสูญเสียมากมายเช่นนี้ ศัตรูเป็นใครกัน?
เก่งกว่ามอนสเตอร์ในชั้นนี้อีกเหรอ?
แต่ข่าวร้ายยังไม่หมด เพราะกองอัศวินที่ส่งออกไป
ได้กลับมาแล้วก่อนรุ่งสาง ในสภาพที่โดนเล่นงานอย่าง
ยับเยิน พวกฉันไม่เคยเห็นสภาพที่เลวร้ายแบบนี้มาก่อน
ลูกน้องฉันบางคนทนเห็นไม่ไหวจนถึงกับเป็นลมไป
พอเช้าแล้ว พวกเราก็เจอศพคนที่หายไปมากขึ้น
แต่ศพกระจัดกระจายไปทั่ว นี้ศัตรูมีจำนวนเท่าไรกันแน่ถึงทำเรื่องแบบนี้ได้
ซํ้าบนศพยังมีข้อความขู่ถูกกรีดทิ้งไว้ ว่าถ้าพวกเราไม่ปล่อยตัวสัตว์ร้าย
พวกเราจะต้องตายกันหมด หลายคนแทบควบคุมสติตัวเองไม่อยู่ ฉันไม่โทษหรอก
เพราะฉันเองก็กลัวจนสั่นไปหมดแล้ว
ตลอดทั้งวันพวกฉันเจอแต่ฝันร้าย ทั้งดาวตกทั้งๆ ที่อยู่ในดันเจี้ยน
และการประท้วงของนักผจญภัย แม้แต่ฉันยังดูออก
ว่านี้มันอยู่นอกเหนือการควบคุมของท่านเรเดียไปแล้ว ถึงจะหยุดปัญหาไว้ได้
แต่ก็แค่ชั่วคราว ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาอีก ทุกคนก็จะพากันสติแตกหมด
ท่านเอนันโด้ที่เป็นหัวหน้าหน่วยคุ้มกันท่านเรเดีย
ยังเห็นด้วยเรื่องที่ควรจะปล่อยตัวสัตว์ร้ายไป
ถึงจะเสียหน้าแต่ก็ยังดีกว่าเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป
ฉันรู้แล้วว่าทำไมเขาถึงได้ไม่แสดงความกลัวออกมา
เพราะเขายังมีคนที่ไว้ใจได้อยู่ข้างนอก
และมั่นใจว่าทุกคนจะต้องมาช่วยเขาอย่างแน่นอน บอกตามตรงฉันรู้สึกอิจฉา
ฉันอยากจะมีคนที่ฉันเชื่อมั่นได้ขนาดนั้นบ้างจริงๆ
แต่ท่านเรเดียก็ยังดื้อ ถึงไม่ได้คิดจะทรมาน
ทว่าก็ยังไม่ยอมปล่อยตัวไป แต่ฉันเข้าใจที่ท่านเรเดียคิด
ยิ่งปาร์ตี้ของโรมะมีความสามารถึงขนาดนี้ ถ้าได้ตัวมาล่ะก็
ไม่ใช่แค่การเก็บเลเวลแล้ว แต่นี้ยังหมายถึงได้มือดีมาใช้งานในภารกิจอื่นอีกด้วย
เรื่องการสร้างชื่อเสริมฐานะให้ราวกับเป็นเรื่องง่ายๆ ขึ้นมาทันที ไม่สิ
ถ้ามีความสามารถระดับนี้ จะยึดเมืองทั้งเมืองยังได้เลย!
“อย่างไงก็ปล่อยให้หลุดมื้อไปไม่ได้”
ท่านเรเดียพึมพำออกมากับตัวเอง
ฉันไม่เคยเห็นท่านเรเดียเครียดจนถึงขั้นกัดเล็บแบบนี้
แต่ก็แปลว่าพวกเรากำลังจนแต้มแล้วจริงๆ งั้นเหรอ?
บ้าน่า! กองทัพของท่านเรเดียแค่ยกพลผ่านไปเมืองไหน
จะมีแต่ต้องรีบเปิดประตูรับ เพราะเกรงกลัวพลังและความยิ่งใหญ่
มาตอนนี้กำลังจะแพ้ให้กับปาร์ตี้ขนาดกลางที่มีกันสิบกว่าคนเนี่ยนะ!
โรมะ เขาไม่ใช่แค่เป็นสัตว์ร้ายแล้ว แต่นี้มันสัตว์ประหลาดชัดๆ
วันนี้ฉันไม่ต้องแอบเอาอาหารมาให้เขาแล้ว
เพราะมีคำสั่งจากท่านเอนันโด้ ให้อาหารเขาตามปกติ
แต่เรื่องเสื้อผ้าที่ถูกทิ้งไปแล้ว ตอนนี้กำลังจัดการหาของใหม่มาให้เขาใส่อยู่
ตอนนี้ฉันต้องให้ความเคารพเขาเพิ่มขึ้น
เพราะเขาเป็นคนที่น่ากลัวกว่าที่คิด อย่างน้อยก็ไม่ใช่คนที่ควรเป็นศัตรูด้วยเลย
เขาสังเกตเห็นว่าฉันอึดอัด เลยชวนคุยเรื่องบ้านเกิดของฉันแทน
อีกแล้ว เขาใส่ใจกับเรื่องของฉันอีกแล้ว
ตอนนี้ฉันไม่รู้จะเอาสายตาไปไว้ตรงไหนดี จะมองหน้าเขาตรงๆ หัวใจมันก็เต้นแรงจนเจ็บ
จะมองลงไปกระบองยักษ์ของเขามันก็ทำให้จิตใจเตลิด
ตอนนี้ฉันรู้แล้ว ว่าทำไมถึงได้มีผู้หญิงมากมาย
ยอมหลับนอนกับชายอัปลักษณ์เช่นเขา ก็เขาทั้งสุภาพอ่อนโยน
ใส่ใจแม้แต่กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่หลับตาลงเขาก็กลายเป็นเจ้าชายในใจของฉันไปแล้ว
ขอเพียงแค่
พูดมาฉันพร้อมจะอ้าขาให้เขาทันที
และฉันเชื่อว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธเขาได้หรอก
ฉันเล่าเรื่องบ้านเกิดให้เขาฟัง พอได้พูดถึงเรื่องที่ชวนคิดถึง
ฉันรู้สึกสนุกขึ้นมา เขาเองก็ตั้งใจฟังมากด้วย ไม่ใช่แค่ฟังผ่านๆ
แต่เขาเก็บในทุกรายละเอียดไว้เลย แถมพอเล่าจบเขากลับหัวเราะออกมา
และบอกว่าฉันกำลังนั่งทับบ่อทองอยู่…นี้เขาตั้งใจฟังฉันแน่หรือเปล่าเนี่ย
ทำไมถึงเข้าใจกันไปคนละทางได้แบบนี้
แต่พอได้ฟังเขาอธิบาย
ฉันก็ด่าทอตัวเองในใจถึงความโง่เงาไร้เดียงสาของตัวเอง
สิ่งที่เขาบอกราวกับหีบทองคำในหอคอยนักปราชญ์*
*หีบทองคำในหอคอยนักปราชญ์เป็นคำผังเผยของชาวยุโรปครับ
ว่ากันว่าในหีบสมบัติของนักปราชญ์ ไม่ได้
ใส่ทองเก็บเอาไว้
แต่ใส่ความรู้หรือก็คือตำราที่มีค่ายิ่งกว่าทองเอาไว้แทน
เพราะงั้นใครที่ได้ไปจะประสบความสำเร็จในชีวิตไปชั่วลูกชั่วหลาน
จนไม่สามารถตีเป็นมูลค่าทางทรัพย์สินได้
เขาได้ชี้ทางสว่างให้กับดวงตาที่มืดบอดมาโดยตลอดของฉัน
เขามักจะใช้คำพูดที่ฉันไม่ค่อยเข้าใจความหมาย แต่เพราะเขาเป็นคนใส่ใจ
เลยพยายามปรับเปลี่ยนวิธีอธิบายให้ฉันเข้าใจได้
ถึงฟังเขาพูดดูแล้วมันเป็นเหมือนเรื่องง่ายๆ
แต่ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ซับซ้อนแค่ไหน
พอพูดถึงดันเจี้ยน เขาก็คิดถึงการใช้กิลนักผจญภัยขึ้นมาทันที
แถมยังคิดไปไกลกว่านั้นถึงสิ่งที่จะตามมา และจะเปลี่ยนเมืองของฉันไปอย่างไง
แค่คำพูดก็รู้แล้วว่าเขาเป็นคนที่ฉลาดแค่ไหน อย่าว่าแต่เรื่องที่เขามีกำลังรบ
ขนาดไหนอยู่ในมือเลย
แค่สติปัญญาของเขาก็น่ากลัวจนไม่ว่าจะสร้างหรือทำลายเมืองเมืองหนึ่ง
มันดูง่ายราวกับพลิกฝ่ามือเลย แบบนี้มัน…อย่างกับเป็นจอมมารเลย
แต่เขายังคงทำให้ฉันตกใจต่อไปอีก
เขาแนะนำให้ฉันรีบบอกเรื่องนี้กับท่านพ่อ ซํ้ายังเสนอเงินช่วยเหลือให้อีกด้วย
นี้ไม่ใช่แค่เก่งและฉลาด แต่ยังรวยอีก! คนแบบนี้มาเป็นนักผจญภัยได้อย่างไงกันเนี่ย
ทำไมถึงไม่ไปอยู่ในวังล่ะ!
ไข่ทองคำ เขาเป็นไข่ทองคำชัดๆ ฉันต้องพาเขาออกไป เดี๋ยวนี้เลย
เขามีค่ามากเกินกว่าจะไปตกอยู่ในมือของใคร โดยเฉพาะโบสถ์ใหญ่
แต่พอฉันเสนอความช่วยเหลือว่าจะพาหนี เขากลับปฏิเสธทันที
แถมเหตุผลยังเป็นเพราะเป็นห่วงฉันอีก...ความตื้นตันแทบ
ทำให้ฉันพุ่งเข้าไปจูบ ฉันพบว่ามันเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆ ที่จะควบคุมตัวเองเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
“ไม่เกินสามวัน”
เขาบอกเส้นตายออกมา แถมยังมั่นใจมาก
แต่ก็ไม่ลืมเตือนฉันอย่างห่วงใยอีก เขาบอกให้พวกฉันเก็บตัว
และฉันว่าจะทำตามที่เขาบอก เพราะเขาไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องโกหกเลย
แต่เพราะเหมือนเขาลิขิตทุกอย่างได้ตามใจนึก ทำให้ฉันหลุดปากออกไป
ว่าเขาเป็นเหมือนจอมมาร เขาเศร้าไปเลย นี้คำพูดฉันคงทำร้ายจิตใจเขาสินะ
ฉันไม่น่าเลย แต่ถ้าเรื่องทุกอย่างไปได้ด้วยดี
ฉันเองก็คิดจะตอบแทนเรื่องทั้งหมดด้วยร่างกายของฉันอยู่แล้ว
แต่ก่อนจะกลับออกไปเตือนพวกเพื่อนๆ และลูกน้องให้รู้
ฉันก็นึกได้ว่ายังติดค้างคำตอบเรื่องหนึ่งอยู่
“ทำไม่รับข้อเสนอน่ะเหรอ ก็แน่อยู่แล้วล่ะ
การได้มาด้วยการบังคับฝืนใจน่ะ มันไม่คงทนถาวรหรอก
ที่สำคัญผมไม่อยากทำให้ผู้หญิงที่น่ารักๆ แบบพวกเธอต้องเจ็บชํ้านํ้าใจด้วย อ่ะ
แต่ก็อีกนั้นแหละ ถึงจะไม่ใช่ด้วยเรื่องนี้ ผมก็คงไม่ตกลงอยู่ดีแหละ ก็ผมไม่ชอบถูกเอาเปรียบ”
…ทุกคนเข้าใจผิดกันหมด โรมะเขาไม่ใช่คนอันตรายหรือเลวร้ายอะไรเลย
เขาแค่เป็นสุภาพบุรุษรู้รักในความยุติธรรมเท่านั้น
……………..
หลังทาฮากริมกลับออกไปแล้ว ผมก็ประมวลข้อมูลที่ได้มา
นอกจากเรื่องบ้านเกิดของเธอที่คิดจบไปแล้ว ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่การเก็บเลเวลธรรมดาแล้วสิ
การเพิ่มเลเวลก็ถือเป็นผลงาน ที่จะรักษาอำนาจทางฐานะตัวเองไว้ได้
เพราะงั้นเรเดียถึงได้จริงจังกับเรื่องนี้
มาก และที่ปิดตายชั้นล่างไว้ จนยอมทำผิดกฎของกิลนักผจญภัย
เนื่องจากมีความลับที่ให้ใครรู้ไม่ได้ จากที่ฟังทาฮากริมบอกมาแบบหมดเปลือก
ดูท่าจะเป็นการทำฟาร์มแบบที่เรียกว่าการเทรน*
*เทรน หรือภาษาบ้านเราก็คือ ลากมอนอ่ะล่ะ
คือลากมาทั้งแมพจนยาวเป็นขบวนรถไฟ แล้วปล่อยสกิลหมู่ละเลงเลือดล้างบางในทีเดียว
วิธีนี้จะทำให้ประหยัดเวลาในการสู้ไปได้เยอะ
แต่จะสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นมากด้วย
เนื่องจากมาหลายครั้งแล้ว
ทางเรเดียเลยมีแผนที่เส้นทางการเทรนที่ปลอดภัย และได้จำนวนมอนสเตอร์ที่เยอะที่สุด
การที่มีคนนอกเข้ามา จะเป็นการรบกวนการเทรนอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ยังมีสกิลพิเศษที่ใช้สำหรับการสังหารหมู่ในครั้งเดียวของเรเดีย
ที่จะให้ใครรู้ไม่ได้
ถือเป็นความลับระดับสูงของทางโบสถ์ใหญ่เลย
จึงเป็นเหตุให้ต้องกันคนนอกออกไปให้หมด
ผมพอเข้าใจเหตุผลของทางนี้แล้ว
แต่เรื่องวิธีการผมถือว่าทางเรเดียทำเกินไปหน่อย อย่างน้อยที่สุด
เธอควรอธิบายออกมา ไม่ใช่เอะอะก็ขู่ไล่กัน หรือจริงๆ
ที่ผิดอาจจะเป็นลูกน้องของเธอก็ได้ ที่ทำกันตามใจมากเกินไป จะอย่างไงก็ช่างเถอะ
เพราะตอนนี้มาถึงจุดที่เลี้ยวกลับไม่ได้แล้ว
ยิ่งได้คุยกับทาฮากริมทำให้ผมอยากทำธุรกิจขึ้นมาอย่างจริงจัง
เพราะตอนนี้ผมมีเงินทุนและความมั่นคงในชีวิตแล้ว
ก็ถึงเวลาจะขยับขยายไปทำอย่างอื่นซักที ทั้งนี้ก็เพื่อหาตลาดลองรับสินค้าของเผ่าปีศาจล่วงหน้าไว้ด้วยล่ะ
คิดดูสิ ถ้าปล่อยสินค้าออกมา แต่คนไม่มีกำลังในการซื้อ
ผมก็ขายของไม่ออกกันพอดี เพราะงั้นสิ่งแรกที่ต้องทำ
ก็คือการพัฒนาตลาดอุปโภคให้มีกำลังในการซื้อซะก่อน
และผมก็ใช้เวลาที่รอให้ทางเรเดียหมดตาเดิน
คิดถึงเรื่องการค้าขายในอนาคตอย่างสนุกสนาน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น