ตอนที่ 39 ปาร์ตี้รอบดึก

ตอนที่ 39 ปาร์ตี้รอบดึก
หลังจากที่ผมเก็บกวาดและเข้าไปแช่นํ้าเป็นคนสุดท้าย ผมก็คิดว่าคืนนี้จะทำอะไรต่อดี เพราะผมไม่จำเป็นต้องนอน ร่างกายไม่เคยรู้สึกเหนื่อยล้า กลับยิ่งแข็งแรงขึ้นทุกวัน รวมถึงดุ้นผมด้วย ที่เหมือนจะต้องการเพิ่มขึ้นทุกวัน เลยคิดว่าอาจจะต้องไปเยี่ยมที่ซ่องอีกถ้ามีเวลาก็ไปลงดันเจี้ยนต่อ เพราะตอนนี้เลเวลฟรานทิ้งผมไปแล้ว ผมไม่อยากเป็นตัวถ่วงของปาร์ตี้อ่ะนะ
ส่วนสองแม่ลูก ก็ได้เลือกห้องที่อยู่ชั้นหนึ่งติดกับห้องของดาเซส โดยที่สองแม่ลูกอยู่ห้องเดียวกัน ผมคิดว่าจะไม่แตะต้องพวกเธออีก เพราะพวกเธอไม่ใช่ทาส ที่ผมจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ หนี้ของเมยอา โมอาก็จ่ายมาให้ผมจนเต็มคราบแล้ว เพราะงั้นหนี้ถือว่าหายกัน จากนี้ไปพวกเธอคือลูกจ้างผมก็เท่านั้น
แต่พอผมออกจากห้องอาบนํ้ามา ก็เจอยูรินยืนรออยู่ด้วยส่วมแค่สปอร์ตบราสีขาวกับกางเกงในลายทางขาวแดง ใบหน้าเธอค่อนข้างแดง และแสดงสีหน้าที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนออกมา
ยูรินกำลังยิ้มอยู่
ผมยังไม่ทันได้พูดอะไร ยูรินก็อุ้มผมขึ้นมาในท่าอุ้มเจ้าหญิง ตัวเล็กๆ ของเธอแบกผมขึ้นบันไดมาโดยไม่มีแม้แต่อาการหอบ ร่างกายของดวาฟแข็งแรงดีเป็นบ้า เธอมาถึงห้องผม และจับผมวางลงบนเตียง
ยูรินขึ้นค่อมผมโดยไม่พูดอะไรสักคำจนถึงตอนนี้ เธอเพียงแค่ยิ้มและจับเอาดุ้นผมมุดเข้าไปในตัวเธอทันที ยูรินกรีดร้องลั่นบ้าน และขย่มผมอย่างบ้าคลั่งตั้งแต่เริ่ม อาการเหมือนตอนโดนผลกระทบของ Dawn of love เลย
แต่วันนี้ยิ่งกว่าอีก เพราะขนาดเสร็จแล้วเธอยังไม่เลิกขย่ม ผมถูกร่างเล็กๆ เหมือนเด็กประถมนั้นยึดดุ้นไว้ขย่มโดย
ไม่ปล่อยออกมาเลยนานกว่าหนึ่งชั่วโมง ยูรินเสร็จจนถึงโควต้าของตัวเองแล้วก็กรีดร้องเสียงดังเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะทิ้งตัวลงมานอนบนตัวผม ส่วนผมเสร็จใส่เธอไปสองรอบ แถมตอนนี้ขนาดเธอสลบไปแล้ว เอวของเธอยังขยับอยู่เลย ผมจึงต้องค่อยๆ พลิกตัว และดึงดุ้นออกมา
เล่นเอาตกใจไปเหมือนกัน เพราะเสียงตอนดึงออกมามันดังบ็อบ ด้านในเธอเลื่อนติดออกมา ก่อนจะไหลกลับเข้าไปและฝาปิดสนิทเป็นรูป I เช่นเคย ขนาดผมมีอะไรกับยูรินบ่อยมาก แถมไม่ได้เปิดออฟชั่นรักษาภายในให้ด้วย หอยเธอยังคงคุณภาพเหมือนครั้งแรกไม่มีผิด
ระหว่างที่ผมใช้คลีนนิ่งให้อยู่ ประตูห้องก็เปิดออกเบาๆ คนที่เข้ามาก็…ครบเลย ฟราน ดาเซส มิรินมอเรีย
ไม่ต้องพูดให้มากความ ผมให้พวกเธอขึ้นมาบนเตียงพร้อมกัน พร้อมเปิดศึกทั้งสี่ฝ่ายพร้อมๆ กันและแต่ละคนเริ่มมีรสนิยมแปลกๆ ออกมาให้เห็น
มิรินชอบนอนอยู่ด้านล่างแล้วให้ฟรานทับอยู่ด้านบนขณะที่ผมกระแทกใส่ฟราน เธอบอกว่าชอบสีหน้าฟรานตอนโดนผมเอามากๆ เพราะงั้นเวลาเอาฟรานเสร็จผมจะเอาเธอต่อทันที
ส่วนของดาเซส กลายเป็นเสพติดเซ็กส์ทางประตูหลังไปแล้ว เธอร้องขอผมอย่างบ้าคลั่งให้เสียบเข้าไปทางตูดเธอ ดาเซสรู้ไหม ผมเองน่ะคิดถึงรูข้างหน้าเธอมากๆ เลย
ส่วนมอเรียติดนํ้าเชื้อผม เธอชอบให้ผมเสร็จในปากของเธอ เธอกินนํ้าเชื่อแบบหิวโหย ขนาดเวลาผมเสร็จใส่ข้างในคนอื่น เธอยังก้มลงไปดูดออกมาจากรูเลยไม่เว้นแม้แต่รูตูดของดาเซส หวังว่านํ้าเชื้อจะไม่ทำให้อ้วนนะ
ฟรานจะบอกว่าเหมือนเดิมก็คงได้ ชอบให้ผมทำรุนแรงจนได้เลือด ซึ่งตอนนี้ทั้งผมและทุกคนเริ่มชินแล้วกับรสนิยมอันรุนแรงของฟราน และวันนี้เธอเสร็จพร้อมกับดูดเลือดผมอีกเหมือนเดิม
หลังจากผมจัดการกับห้าสาวจนสลบหมดสภาพกันไปแล้ว ประตูห้องก็เปิดออกอีกครั้ง คนที่โผล่ออกมาครึ่งหน้าก็คือโมอา
ผมเข้าไปคุยกับเธอ บอกสิ่งที่คิดออกไป ว่าเธอไม่ต้องใช้หนี้แล้ว แต่เธอบอกว่าเธอมาด้วยความตั้งใจของตัวเอง เธอนอนไม่หลับเพราะคิดถึงแต่เรื่องที่ผมทำกับเธอเมื่อตอนเย็น และเธอขอร้องให้ผมทำกับเธออีกครั้ง ผมไม่ขัดอยู่แล้ว เลยอุ้มเธอขึ้นมา แต่บนเตียงเต็มแล้ว ผมเลยเสียบหอยเธอคาไว้แล้วพาเดินรอบบ้าน
ตอนเดินลงบันไดมาเธอเสียวหนักจนแตกไปก่อนรอบหนึ่ง จากนั้นผมพาเธอออกมานอกบ้าน ยืนกระเด้าเธอตรงนํ้าพุ ซึ่งคนขี้อายแบบโมอาตื่นเต้นมากกับที่ผมทำกลางแจ้ง จนเธอควบคุมร่างกายตัวเองไม่อยู่ ผลักผมลงไปนอนบนพื้นหญ้าและขย่มผมอีกแล้ว อืม รายนี้พอถึงจุดแล้วชอบขย่มสินะ
หลังจากทำให้โมอาหมดแรงจนสลบไป ผมก็อุ้มเธอไปส่งห้อง แต่พอเข้าไปเมยอาก็จ้องมาที่ผมทันที ผมได้แต่หัวเราะแบบเขินๆ ขณะวางตัวโมอาลงบนเตียงและกลับออกไปอย่างรวดเร็ว เธอคงไม่ชอบขี้หน้าผมมากๆ ใครจะไปชอบคนที่มีอะไรกับแม่ตัวเองได้ลงล่ะ
ผมอาบนํ้าอีกรอบเพราะตัวเต็มไปด้วยเหงื่อ เอ่อ ไม่ใช่เหงื่อผมหรอก เหงื่อของทุกๆ คนน่ะ เป็นเรื่องน่าแปลกอีกอย่าง ถ้าผมวิ่งร้อยเมตร เหงื่อก็จะออก แต่ถ้าผมตะบันใส่พวกผู้หญิงติดต่อกันสองชั่วโมงกลับไม่มีเหงื่อสักหยด แต่ดีแล้วล่ะ ผมอาบนํ้าเพื่อให้รู้สึกสบายตัวมากกว่าความสะอาด เพราะทำความสะอาดใช้คลีนนิ่งเอาดีกว่า
ผมขึ้นไปเอาอาวุธและกระเป๋านักเดินทางที่เคลียร์ของออกเกือบหมดแล้ว ส่วนใหญ่พวกแร่ก็เอาไปกองไว้ที่ Workshop ของยูริน เพราะไม่มีการเสื่อมสภาพเลยเอาไว้ข้างนอกกระเป๋าได้ ที่เหลือในกระเป๋าผมเลยมีแค่ยาฟื้น
พลังกับกางเกงในของเทพเมดิซเท่านั้น ซึ่งไว้ตอนเช้าผมกะจะทำกรอบใส่ที่เป็นอุปกรณ์เวท ซึ่งต้องรอมิรินตื่นก่อน
ผมย่องออกมาจากบ้านเงียบๆ ตามเคย เพื่อไม่ให้คนอื่นตื่น
จากนั้นก็แวะไปที่กิลก่อน เพื่อสอบถามข้อมูลและดูเควสเพิ่ม
เรื่องเควสจะต้องคอยมาดูบ่อยๆ เพราะมันจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แถมพวกเควสจำกัดครั้งที่ทำเนี่ย มาเร็วไปเร็วมาก อย่างเควสหาแร่ที่พวกผมทำกันเมื่อตอนบ่าย พอกลับขึ้นมาก็เหลือไม่ถึงครึ่งแล้ว
พวกพนักงานกิลจะมีสองผลัด คือกลางวันกับกลางคืน ซึ่งกลุ่มกลางคืนผมไม่คุ้นหน้าเลย แถมส่วนใหญ่เป็นผู้ชายด้วย ผมเลยเดินเข้าไปหาตาลุงหน้าโหดแบบไม่เต็มใจนัก
ข้อมูลที่สอบถามคือดันเจี้ยนอื่นนอกจากลูปัน เพราะที่ลูปันถึงใช้เก็บเลเวลดี แต่มอนสเตอร์มันเยอะไปสู้คนเดียวไม่ไหว แถมรายได้ก็ต้องพึ่งแต่ดวงให้ได้แร่ทองมา เลยอยากจะลองไปสำรวจดูอื่นดูบ้าง ตาลุงหน้าโหดเลยแนะนำผมไปดันเจี้ยนหอคอยลาลาพัส ซึ่งตั้งอยู่กลางเมืองเลย
มันเป็นหอคอยสูงเสียดฟ้าที่อยู่มาตั้งแต่ก่อนมีเมืองกรอซ่าขึ้นมาซะอีก หรือต้องบอกว่าผู้คนตั้งเมืองนี้ขึ้นมาโดยมีดันเจี้ยนลาลาพัสเป็นศูนย์กลางก็ได้ เหตุผลที่ถูกเรียกว่าเป็นเมืองแห่งดันเจี้ยนเพราะสิ่งนี้กับดันเจี้ยนที่มีอยู่มากมายนั้นเอง
เพียงแต่มันไม่เหมาะกับผมอีกเหมือนกัน เพราะมอนสเตอร์ขั้นตํ่าสุดของลาลาพัสคือ lv 15 มากกว่าผมถึง 5 เลเวล ถ้าเป็นพวกฟรานน่ะ ผมว่าหวานหมูเลย แต่ผมน่ะแค่ระดับธรรมดาเท่านั้น เมื่อบ่ายขนาดสู้กับไมสเตอร์ลีดตัวต่อตัวที่เลเวลพอๆ กัน ผมยังแทบแย่เลย
ส่วนพวกมอนสเตอร์นอกเมือง ก็ไม่แนะนำให้ไปล่า เพราะตกกลางคืน พวกมอนสเตอร์ที่เป็นนักล่าจะออกมา พวกนี้จะเก่งมากและล่ากันเป็นฝูง ผมเลยตัดใจและคงต้องไปที่ลูปันชั้นหนึ่งตามเคย ถึงว่าทำไมนักผจญภัยที่หาปาร์ตี้ไม่ได้จะอัพเลเวลได้ช้ามาก เพราะพื้นที่ที่เก็บเลเวลได้มันน้อยนี่เอง…ปาร์ตี้เหรอ เอ่อแฮะ
ผมวิ่งไปที่ดูบอร์ดอีกที ตรงเควสไม่เกิน Rank 5 มีแปะหาสมาชิกปาร์ตี้อยู่ด้วย ผมมองหาที่ตัวเองสามารถเข้าได้ แต่ส่วนใหญ่รับแต่นักบวชไม่ก็นักเวท ไม่แปลกเพราะสองอาชีพนี้มีน้อยนี่น่าว่าแต่อย่างผมเนี่ยจะนับเป็นฮีลเลอร์ได้ไหมนะ แต่ให้ไปฮีลแยมขาวใส่ตัวผู้นี้ ผมก็ไม่ไหวเหมือนกัน
แต่แล้วผมก็เจออันที่มีคุณสมบัติตรงกับผม
-รับผู้เล่นที่มีกระเป๋านักเดินทางขนาดกลางขึ้นไป
Lv เพศและอายุไม่จำกัด สามารถอยู่ในดันเจี้ยนลูปันได้นานเกิน 3 ชั่วโมง
ไว้ใจได้ ส่วนแบ่งหารตามจำนวนสมาชิกเท่าๆ กันหลังขายไอเท็ม
ติดต่อออกัส รออยู่หน้ากิล
โอ้ว นี้แหละๆ ถึงจะเป็นงานลูกหาบก็เถอะ ผมเลยออกไปหน้ากิลและเรียกหาคนที่ชื่อออกัสทันที
แล้วก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งยกมือขึ้นมา ที่โต๊ะติดถนน
ผมเดินเข้าไปหาและบอกมาขอสมัครตามที่ใบประกาศรับสมาชิก บนโต๊ะของออกัสมีนั่งกันอยู่ห้าคน
ออกัสดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าปาร์ตี้ เป็นชายตัวใหญ่หัวโล้น ผมคุ้นๆ หน้าพี่แกอยู่ อ้อ ใช่ ตาลุงที่ร้านขายอาวุธนี่หว่า เขาเองก็คงจำผมได้เพราะวันนี้ก็พึ่งแวะไป
“อ่ะ นายที่ชอบควงเด็กสาวน่ารักๆ ไปที่ร้านฉันนี่หว่า”
“อ้าวลุง เป็นนักผจญภัยด้วยเหรอ”
“กลางวันเปิดร้านนั่งหลับกลางคืนลงดันน่ะ”
“เปิดร้านแล้วก็ตั้งใจดูแลลูกค้าด้วยสิเฟ้ย!”
ค่อยยังชั่ว เจอคนรู้จักแบบนี้อย่างน้อยก็ไว้ใจได้
“ว่าแต่ไม่พาเด็กๆ พวกนั้นมาด้วยเหรอ”
“กลางคืนพวกนั้นนอนเร็วน่ะ”
ระหว่างที่ผมคุยกับตาลุงอย่างคนรู้จักกัน สาวเอลฟ์ที่นั่งหน้าบึ้งอยู่ก็ลุกขึ้นมา เธอเป็นคนสวยมากสมเป็นเอลฟ์ ผิวขาวบริสุทธิ์ รูปร่างผอมบางและสูง ใบหน้าสวยงดงามและมีหูแหลมแทรกเลือนผมสีทองออกมาเธอชื่อเนปฟ่า
“เดี๋ยวก่อน ออกัส จะให้เจ้านี้ไปกับพวกเราด้วยจริงๆ เหรอ ดูท่าทางไม่น่าไว้ใจเลย หน้าตาก็…”
“ทั้งหื่นทั้งปลวก”
ผมต่อให้เอง
“เอ่อ ก็ เอาเป็นว่าฉันไม่ไว้ใจนาย!”
“เอาน่าๆ เจ้านี้เป็นลูกค้าที่แวะไปที่ร้านฉันบ่อยๆ ถึงท่าทางจะดูไม่น่าไว้ใจ แต่เด็กๆ ที่เจ้านี้พามาโคตรน่ารักเลยนะ”
“เฮ้ยลุง! ไม่เกี่ยวกันเลย แถมยิ่งพูดยิ่งทำให้ผมดูน่าสงสัยไปใหญ่เลยนะ!”
ผมหันไปตบมุกลุงแกทันที
“ฮุบ! คิกๆๆ ฉันว่าไม่เป็นไรหรอก ดูเป็นคนสนุกสนานดีออก”
พี่สาวอีกคนพูดขึ้น เธอดูอายุราว 30 ใส่เกราะหนักทั้งตัว เธอมีเส้นผมสีนํ้านมตัดสั้นโดยที่ปลายผมงอเข้าหาตัวหมดเลย ถึงจะมีอายุแต่ดูร่าเริงดีทำให้ท่าทางเลยดูอ่อนกว่าอายุจริง ผมได้ยินพวกออกัสเรียกเธอว่า เมดาริน
“อืม เสียเวลามากแล้ว อย่าปฏิเสธเขาเลย”
โอ้ มีหนุ่มหล่อด้วยแฮะ ผมทองตาฟ้าใบหน้าคมรูปร่างกำยำ แต่จากที่สะพายธนูน่าจะเป็นพวกแถวหลัง แถมยังยิ้มเป็นประกายด้วย ไม่ถูกโรคกะพวกหนุ่มหล่อเลยแฮะ แบบอิจฉาอ่ะ เจ้านี้ชื่อว่า กาอิน
“…”
ส่วนคนสุดท้ายบนโต๊ะไม่ยอมพูดอะไรเลย เพียงแค่เหล่มาทางผมเท่านั้น แบบมองตั้งแต่หัวจรดเท้าเลย คนนี้เป็นสาวน้อยน่ารัก ใส่ชุดคลุมสีขาวยาวถึงหัวเข่าน่าจะเป็นนักบวช เธอมีผมสีทองและไว้เป็นทรงทวินเทล ตัวเล็กน่าจะพอๆ กับฟรานเลยแฮะ เธอคนนี้ออกัสและนำว่าชื่อ ชีเอ้
“ก็ได้ๆ แต่นายน่ะ ห้ามเข้าใกล้ฉันเด็ดขาดเลยนะ!”
“จะอยู่ห่างเท่าที่ห่างได้เลยล่ะครับ”
ผมเองก็ไม่ชอบผู้หญิงนิสัยแบบเนปฟ่าเลย ถ้าให้เลือกผมชอบแบบเมดารินมากกว่า
หลังจากตกลงกันได้และแนะนำตัวกันแล้ว ลุงออกัสก็นำทีมมุ่งหน้าไปที่ดันเจี้ยนลูปันทันที
โดยที่เป้าหมายอยู่ที่ชั้น 3 ของดันเจี้ยนลูปัน มอนสเตอร์เลเวล 15-20 ซึ่งกลุ่มของลุงออกัสเลเวลน้อยกว่าที่ผมคิดไว้อีกแฮะ โดยเรียงจากลุงออกัสไปก็
ออกัส lv 15 เนปฟ่า lv 10 เมดาริน lv 12 กาอิน lv 14 ชีเอ้ lv 10
แถมที่น่าตกใจคือพวกนี้เป็นนักผจญภัยกันมาได้เกือบเดือนแล้ว ยกเว้นลุงออกัสกับเมดาริน ที่เป็นมาหลายปีแล้ว แต่ไม่ค่อยได้ล่าเพราะเอาเวลาไปทำแต่งานหลักกันเทียบกับแล้วกลุ่มผมลงดันเจี้ยนไม่กี่ครั้งใช้เวลาไม่ถึงสัปดาห์ก็เลเวลพอๆ กันแล้ว แปลว่านี้กลุ่มผมเลเวลไปไวใช่ไหมเนี่ย เอ่อ ก็ไม่แปลกนะ มีฟรานที่จามทีเดียวจบอยู่ด้วยเลยฆ่ามอนสเตอร์ได้ไวนี่น่า
พวกที่จะไปล่ากันคือมอนสเตอร์ที่ชื่อ Wererat ตามชื่อนั้นแหละ เป็นมอนสเตอร์ครึ่งคนครึ่งหนู มันดรอปมีดสั้นเหล็กที่เป็นอาวุธ แต่ที่พวกลุงมองหาอยู่คือ อัญมณีเลือด ซึ่งเป็น Rare drop ของ Wererat แต่ถึงเป็น rare แต่โอกาสตกก็บ่อยมาก ชั่วโมงถ้าโชคดีก็จะได้ถึง 20 เม็ด ราคาของมันอยู่ที่เม็ดล่ะ 500 รีล
…นี้ปลาในดันเจี้ยนหลังบ้านตูยังแพงกว่าอีกเหรอฟ่ะ!
แต่ถ้าเทียบกับราคาของดรอปที่สองชั้นแรกแล้ว นี้ก็ถือว่าราคาดีนะ แถมตกบ่อยด้วย
ทว่าตอนที่ผมเข้าปาร์ตี้ของลุงออกัสไปนั้น ทุกคนก็รีบหันควับมามองผมทันที
“นี้นายมีสกิล Leadership ด้วยเหรอ แถมท่าทางเลเวลสูงด้วย!”
“ใช่ครับ? ทำไมเหรอ”
ผมไม่เข้าใจเลยว่าลุงออกัสจะตกใจทำไม
“จะ จะยังทำไมอีก นี้แกเป็นแม่ทัพของประเทศไหนกันแน่! ทำไมถึงมีสกิลนี้ได้!?”
พอเนปฟ่าโวยออกมา ผมเลยเข้าใจทันทีเลย สกิลที่ผมได้มาจากมุเอมะ เป็นสกิลระดับแม่ทัพที่จะไม่มีทางได้มาด้วยวิธีธรรมดาหรือจากอาชีพ สรุปเป็นสกิลโคตรแรร์ระดับอาณาจักรเลย ที่พวกเขารู้ได้ทันทีเพราะว่าพอผมเข้าปาร์ตี้ไป พลังของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นมาทันที แถมนี้ขนาดผมไม่ใช่หัวหน้าปาร์ตี้นะ สกิลมันเลยส่งผลลดลงครึ่งหนึ่ง
“เอ่อ ได้มาโดยบังเอิญน่ะครับ”
ผมไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไงดีเหมือนกัน จะบอกไปอึบกับดาร์คเอลฟจนได้มา ก็คง…ไม่ได้หรอกเนอะ
“นายนี้มันน่าสงสัยจริงๆ ด้วย”
เนปฟ่าจ้องผมแบบผู้ร้ายอีกแล้ว
“ถ้าไม่อยากบอก ก็จะไม่ซักหรอกนะ แต่แบบนี้ฉันให้นายเป็นหัวหน้าปาร์ตี้ล่ะกัน ผลของ Leadership จะได้แสดงผลเต็มที่ พวกเราเองก็จะได้สู้สบายขึ้นด้วย”
ออกัสเสนออกมา
“ไม่มีปัญหาครับ”
พวกผมจับปาร์ตี้กันใหม่โดยไม่มีใครค้าน ถึงเนปฟ่าจะชอบโวยผมก็เถอะ แต่เธอก็ยอมทำตามที่ว่าแต่โดยดี


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 4 พลังของมารราคะ

ตอน 150

ตอนที่ 149 เหตุบังเอิญ