ตอนที่ 111 คํ่าคืนแห่งการนองเลือด
ตอนที่ 111 คํ่าคืนแห่งการนองเลือด
หลังจากพวกผมกลับมาสำรวจที่ชั้น 11 กันอีกรอบ ก็เจอทางลับจริงๆ
ด้วยสกิลมองทะลุของผม ทำให้เห็นทางที่ซ่อนเอาไว้
มันเป็นสุสานขนาดเล็กที่ดูกลืนไปกับรอบๆ เพียงแต่ไม่มีคำจารึกอะไรเขียนเอาไว้
ไม่แปลกที่คนอื่นจะมองข้ามมันไปหมด
พอเลื่อนเอาแผ่นหินออก ก็เป็นทางลงไปชั้นต่อไปจริงๆ
แต่ทางเดินค่อนข้างเล็กสักหน่อย ทุกคนดูตื่นเต้นกันมาก
เพราะจะได้เป็นคนกลุ่มแรกที่จะลงไปสำรวจชั้นใหม่ ที่ไม่เคยมีใครลงไปมาก่อน
ผมเองก็ยอมรับว่าตื่นเต้นอยู่นิดๆ
เมื่อลงมาถึง ผมกับทุกคนก็ต้องอ้าปากค้าง อารมณ์ประมาณอยากเรียกเอาอานูบิสออกมาด่าจริงๆ
ว่าคิดอย่างไงถึงสร้างดันเจี้ยนแบบนี้
ชั้น 12 ที่แท้จริง เป็นเขาวงกตเต็มรูปแบบ
ตรงทางเข้าเป็นพื้นที่โล่งยาวไปเกือบห้าร้อยเมตร แต่กว้างเป็นกิโล
แต่ถัดไปคือกำแพงสีขาวที่สูงจรดเพดาน มีช่องทางเข้าเป็นช่องเล็กๆ กว้างแค่เมตรครึ่ง
มองดูจากตรงนี้ยังรู้เลย ข้างในต้องเป็นเขาวงตกแน่ๆ
“เขาวงกต”
“อืม เขาวงกตแน่ๆ”
ขนาดพวกสาวๆ ยังเห็นด้วยเลย
“เอาไงดีค่ะท่านโรมะ”
มอเรียหันมาถามผม เพราะเธอเองก็คงคิดแบบเดียวกัน
ทางวงกตแบบนี้ไม่เหมาะกับปาร์ตี้ผมเลย เพราะมันแคบมาก
เวลาเจอมอนสเตอร์จะต้องสู้แบบตัว
ต่อตัวเท่านั้น ซึ่งปาร์ตี้ผมเน้นทำงานกันแบบจับคู่กันสู้เป็นหลัก
แถมยังเป็นเขาวงกตแบบกำแพงสูงติดเพดาน ทำให้เวลาเข้าไปจะไม่รู้ทิศทางเลย
ถึงจะมีเรดาร์ช่วย แต่ก็ยังยากอยู่ดีที่จะคลํ้าทางไปแบบไม่รู้ทิศ
ถือเป็นงานช้างเลย ถ้าคิดจะสำรวจชั้นนี้
“ไม่ไหว คงต้องกลับกันแล้ว ถ้าจะผ่านชั้นนี้คงต้องใช้เวลานานมาก
แถมจุดตั้งค่าย…”
พอผมกำลังจะบอกเรื่องจุดตั้งค่าย
ที่ข้างในเขาวงกตคงไม่มีพื้นที่ให้แน่ ผมก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
ขณะที่มองไปดูรอบๆ อีกครั้ง
“นี้มันใช้ได้เลยนี่น่า”
ถึงจะพูดกับตัวเองเบาๆ แต่พวกสาวๆ ได้ยินเลยรีบถามอย่างสนใจ
ว่าผมเจออะไรเข้า
“มอเรีย คิดว่าถ้าจะลงมาชั้นนี้ ต้องใช้เวลากี่วันเหรอ”
“ถ้าเป็นปาร์ตี้มากประสบการณ์ ก็น่าจะวันครึ่งค่ะ”
“สรุปคือแค่ไปกลับก็สามวันแล้วสินะ”
“ใช่ค่ะ”
“ไม่คิดว่ามันเสียเวลามากเกินไปเหรอ”
“ช่วยไม่ได้หรอกค่ะ ก็ดันเจี้ยนมันกว้างซะขนาดนี้”
“ใช่ กว้างมากเลยล่ะ”
“นี้โรมะคิดอะไรอยู่ก็บอกออกมาได้แล้ว”
อาเดไลท์ทักขึ้นมาแทนทุกคนที่อยากรู้เต็มแก่แล้ว
“ผมว่า…ที่นี้เหมาะจะสร้างโรงแรมนะ”
“โรงแรมในดันเจี้ยนเหรอค่ะ!”
“อืม ก็ดูสิ แถวนี้ไม่มีมอนสเตอร์เลย
บางทีอาจเป็นพื้นที่เดียวของชั้นนี้ที่ปลอดมอนสเตอร์เลยนะ แถมยังเป็นที่โล่งกว้าง
ที่สำคัญไม่ต้องเสียเงินค่าที่ด้วย”
“…จริงด้วย”
มอเรียคิดถึงกฎในระบุไว้ เลยพยักหน้าตาม
ถึงจะมีใครมาสร้างโรงแรมในดันเจี้ยน ก็ไม่มีใครว่าอะไรได้อยู่แล้ว
“แล้วดูอย่างปาร์ตี้ของโบสถ์ใหญ่สิ ที่มีปัญหาเรื่องเสบียง
ถ้าเราสร้างโรงแรมที่นี้ ก็จะช่วยแก้ปัญหานั้นไปได้”
“เห็นด้วยค่ะ
เพราะเขาวงกตแบบนี้คงต้องใช้เวลานานมากกว่าจะผ่านไปได้ การมีจุดเติมเสบียงแบบนี้
จะช่วยได้มากเลย แต่ว่าจะทำอย่างไงกับการขนส่งเหรอคะ? ถึงพวกเราจะขนของกันได้ในปริมาณมาก
แต่ยังต้องใช้เวลาเดินทางอยู่ดี”
มอเรียที่เป็นพนักงานกิลนักผจญภัยมาก่อน
เลยเข้าใจเรื่องพวกนี้ได้ดีกว่าคนอื่นๆ แถมยังมองเห็นจุดอ่อนด้วย
“เรื่องนั้นผมคิดไว้นานแล้ว ถ้ายิ่งถ้าลงลึกไปในดันเจี้ยน
ยิ่งจะต้องใช้เวลาเดินทางมาก เลยให้เพื่อนคนหนึ่งสร้างอุปกรณ์เวทสำหรับเรื่องนี้ไว้แล้ว”
เพื่อนที่ว่าก็คือหน่วยวิจัยของเผ่าปีศาจนั้นแหละ
ผมแนะนำเรื่องอุปกรณ์เวทที่ใช้วาปร์ได้แบบเดียวกับกระดาษวาปร์ของมุเอมะ
แต่ไม่จำกัดการใช้งาน
แค่เติมพลังมาน่าเข้าไปมันก็ใช้ได้แล้ว
ซึ่งตอนนี้ก็น่าจะทำกันเสร็จแล้ว
พอผมพูดจบ ตรงหน้าก็มีแท่นเหยียบทรงกลมที่มีเสาหินสี่เสาล้อมรอบ
ตรงลงมาตรงหน้าสองชุด
“…”
นี้ผมโดนมุเอมะจับตาดูอยู่ตลอดจริงๆ ด้วยสินะ
แค่พูดถึงก็ส่งมาให้ทันทีเลย แต่นี้มันจะเกินไปหน่อยนะ
“พ เพื่อนของนายท่านสุดยอดเลยค่ะ!
สามารถส่งของที่ต้องการมาให้ได้ทันทีเลย”
เดเม่ตามนํ้าได้ดีมาก! อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับผม
เธอจะมองให้โอเวอร์เอาไว้ก่อนสินะ
เรื่องวิธีใช้งาน ผมเป็นคนออกแบบเอง เลยต้องรู้อยู่แล้ว
แต่ต้องทดสอบการใช้งานก่อน
แท่นวาปร์นี้ถึงจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แบบเข้าไปยืนได้พร้อมกับสิบคน
แต่เคลื่อนย้ายสะดวก เพราะผมให้ติดล้อยางเอาไว้ด้วย
พอจะใช้งานก็ปล่อยขาตั้งออกมายึดให้ติดกับพื้น ถ้าอัดพลังมาน่าเต็มๆ ก็น่าจะใช้ได้
5 รอบ แต่แค่นักเวทคนเดียวก็เติมมาน่าให้เต็มได้แล้ว จึงไม่ใช่ปัญหา
ทุกคนต่างยกมือขึ้นอาสาทดลองใช้งาน
เพราะรู้สึกตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็นกันเอามากๆ อย่างไงก็กะใช้ทดสองสองรอบอยู่แล้ว
เลยให้แบ่งๆ กันไป
ผมเลื่อนให้แท่นวาปร์ทั้งสองอยู่ห่างกันประมาณร้อยเมตร
และเริ่มการทดสอบการใช้งานทันที
ร่างของทุกคนถูกย้ายจากแท่นหนึ่งไปยังอีกแท่นหนึ่งในพริบตาเดียว
แต่กลับไม่มีใครดีใจเลย กลับทำหน้าเศร้าๆ กันแทน
“ผิดหวังอ่ะ ไม่เห็นมีอะไรเลย”
ดาเซสบ่นขึ้นมาเป็นคนแรก
นี้หล่อนอยากให้มันมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นหรือไง!
“เร็วมาก ไม่ทันรู้สึกอะไรเลย”
ยูรินเองก็บ่นตาม พวกนี้ชอบเรื่องตื่นเต้นสินะ
ไว้กลับบ้านไปจะจัดให้หนักเลย
หลังจากทดสอบทั้งสองเครื่องแล้ว ก็ไม่พบปัญหาแต่อย่างใด
ผมเลยเก็บเครื่องหนึ่งเข้ากระเป๋า ส่วนที่หมายที่จะเอาไปติดตั้ง
ผมเลือกที่กิลนักผจญภัย เพราะเครื่องนี้ผมจะเปิดให้ทุกคนใช้งานได้ จะได้ร่นเวลา
เดินทางได้ แต่ผมไม่คิดจะสร้างออกมาเยอะหรอก
เดี๋ยวอานูบิสจะหาว่าผมโกง แล้วการเคลียร์ดันเจี้ยนเร็วเกินไปก็ไม่ดีด้วย
แต่ก่อนอื่นต้องเอาไปติดไว้ที่คฤหาสน์ก่อน เพราะถ้าจะสร้างโรงแรม
จะต้องใช้พวกไรโมดอลช่วย ส่วนอีกเครื่องผมทิ้งไว้ที่นี้
โดยใช้ผ้าพันคอสารพันนึกพันเอาไว้ แล้วแปลงสภาพให้คนทั่วไปเห็นเป็นเพียงก้อนหิน
ส่วนเรื่องการค้นพบชั้นนี้ ผมให้ปิดเป็นความลับก่อน เพราะเกิดมีคนผ่านไปผ่านมา
มันจะก่อสร้างไม่สะดวก
พวกผมรีบกลับออกมาทันที
และก็ได้เจอพวกโกร่ากับกรอเรียรออยู่ที่ชั้นสิบ
ผมแปลกใจที่กรอเรียไปกลับไปพวกโบสถ์ใหญ่
แต่เธอบอกว่าส่งใบรายงานตัวไปกับเอนันโด้แล้ว ตอนนี้เลยไม่ต้องกลับไปที่โบสถ์ใหญ่
เห็นว่าต้องมีการรายงานตัวทุกๆ เดือน
ไม่งั้นจะโดนตัดเงินเดือนและโดนคาดโทษด้วย
ระหว่างทางกลับ
กรอเรียปรึกษากับผมเรื่องจะเปิดสาขาโบสถ์ใหญ่ที่เมืองกรอซ่า
แต่พวกโกร่าที่ได้ยินก็พากันหัวเราะ และบอกว่าไม่มีทางหรอก
เพราะที่กรอซ่าล้วนแต่เป็นพวกนอกรีต ขนาดขุนนางยังไม่สนใจเลย
ขืนเปิดขึ้นมาก็เป็นโบสถ์ร้างอยู่ดี
“…ไม่หรอก ยังมีวิธี”
พอผมทักกรอเรียก็หันมามองผมด้วยตาเป็นประกายทันที
นี้ทำไมต้องจ้องผมแบบเดียวกับพวกฟรานด้วยนะ
“แต่เรื่องนี้เธอจะต้องยอมเจอกันครึ่งทางนะ”
“เจอกันครึ่งทาง?”
“ใช่ คือแทนที่จะเปิดเป็นโบสถ์ ก็ให้เปิดเป็นโรงเรียนสอนหนังสือซะ”
“แต่แบบนั้น”
“ฟังก่อนๆ ไม่ได้จะให้เธอสอนแต่หนังสือหรอก
แต่สามารถแทรกเอาวิชาที่เป็นคำสอนของโบสถ์ใหญ่ลงไปได้ด้วย
เหมือนโรงเรียนสอนศาสนาไง”
“แบบนี้เอง”
กรอเรียพยักหน้าแบบสนใจ
“เท่าที่ผมรู้ โรงเรียนสอนหนังสือทั่วไป จะมีค่าเรียนที่แพงมาก
แต่ถ้าเปิดสอนฟรีๆ อย่างไงก็ต้องมีคนเรียนอยู่แล้ว
เพราะอย่างไงเธอก็ไม่ได้หวังกับรายได้ตรงส่วนนี้อยู่แล้วจริงไหม”
“ค่ะ รายได้จากโบสถ์ใหญ่มาจากการให้พรเสริมพลังแก่นักผจญภัย
และการบริจาคเป็นหลัก”
“นั้นแหละ ถ้ามีนักเรียนเยอะ
ก็ต้องมีบางคนที่หันหน้าเข้าเป็นสมาชิกแบบเต็มตัวบ้างล่ะ ถึงตอนนั้นก็จะได้เงินบริจาคมาเอง”
“ถ้าเช่นนั้นฉันต้องรีบทำเรื่องเสนอกับทางโบสถ์ใหญ่แล้ว!!!”
พอได้ฟังแผนของผม กรอเรียก็ตาเป็นประกายขึ้นมาทันที แต่โทษทีนะ
ผมไม่ได้แนะนำฟรีๆ หรอก แต่แลเห็นผลประโยชน์ร่วมกันอยู่
“ถ้าเสนอเรื่องก็ต้องรอเวลานานใช่ไหม แถมไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่า
เอางี้ไหม ผมจะออกเงินค่าก่อสร้างให้”
“เอ๋!”
“ลืมแล้วเหรอ รอบนี้พวกเราได้เงินมาเยอะเลยนะครับ
แถมยังมีการ์ดศพที่ยังไม่ได้ใช้อีกหลายใบเลย”
“เดี๋ยวก่อนโรมะ ไม่ใช่แค่เรื่องเล่นๆ หรอกนะ
แต่ในเมืองยังมีพวกที่ลัทธิเทพ ที่บูชาพวกเทพซึ่งเป็นฝ่ายตรงกนข้ามของโบสถ์ใหญ่อยู่
ขืนไปสร้างโบสถ์ในเมือง มีหวังโดนพวกนั้นเล่นงานแน่”
โกร่าทักขึ้นมาก่อน เลยทำให้กรอเรียทำหน้าสลดไปอีกครั้ง
“ถ้าสร้างนอกเมืองก็ไม่มีปัญหาสินะ”
“อ่ะ เอ่อ ก็น่าจะเป็นแบบนั้น”
“งั้นก็มาใช้พื้นที่รอบคฤหาสน์ผมได้เลย
ถึงจะอยู่นอกเมืองแต่ไม่ต้องเสียค่าที่ แถมมีพื้นที่ให้ใช้สอยเพียบเลย”
ผมไปตรวจดูมาแล้ว พื้นที่ตอนที่ซื้อบ้านมา
มันรวมที่ดินตั้งแต่หน้าเมืองไปจนถึงนํ้าตกเลย แต่ขนาดถนนยังไม่มีให้
ราคามันเลยตกลง
ส่วนเรื่องผลประโยชน์ที่ว่านั้น
ถ้าผมช่วยในการสร้างสาขาของโบสถ์ใหญ่ ผมก็จะได้พวกกรอเรียเป็นกันชนจากโบสถ์ใหญ่ให้
เพราะเรื่องคราวนี้ผมไม่คิดว่าแค่ปล่อยตัวเรเดียไป แล้วจะไม่มีใครเอาเรื่องหรอก
แต่แทนที่จะสู้ตามลำพัง
ผมดึงให้พวกกรอเรียมาช่วยเป็นแรงเสียดทานให้อีกทางด้วยดีกว่า
กลุ่มของกรอเรียเลยตัดสินใจตามผมกลับไปที่คฤหาสน์ด้วย
เพราะถ้าเป็นไปได้ ทั้งผมและกรอเรียเองก็อยากให้มันเสร็จเร็วที่สุด
ผมโล่งอกที่ตอนกลับมา ไม่มีการดักเล่นงาน
แปลว่าพวกเรเดียยอมถอยแล้ว
พอออกมา พวกโกร่าก็ขอแยกตัวไปที่กิลก่อน เพราะต้องไปรายงานผล
และงานนี้มันเละเทะมาก เลยต้องไปเคลียร์กันอีกที
ผมเลยไปรับรถม้าที่ฝากไว้ และพากันกลับคฤหาสน์ทันที
พอมาถึงก็ต้องตกใจเล็กน้อย เพราะเห็นกำแพงสูงขึ้นจากเดิมหนึ่งเมตร
และยังมีทางเดินด้านบนด้วย นี้พวกไรโมดอลขยันสร้างจนกลายเป็นป้อมปราการไปแล้ว
รู้ตัวกันไหมเนี่ย
แต่พอเข้าไปก็พบกับพวกแฟรี่ที่ตัวสูงประมาณ 20 เซน
กำลังใช้เวทมนต์ยกหินขึ้นไปก่อกำแพง ผมรีบโดดลงจากรถม้าตรงเข้าไปถามไรโมดอลตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ
ทันที เลยได้ความว่า
พวกแฟรี่ได้ข่าวว่ามีมอนสเตอร์อาศัยอยู่ในคฤหาสน์นี้อย่างสงบสุข
เลยพากันอพยพมาอยู่ด้วย ไม่ใช่แค่แฟรี่ ยังมีพวกมอนสเตอร์รักสงบอีกหลายเผ่า
เริ่มย้ายมาสร้างรังกันในป่าที่ติดกับคฤหาสน์แล้ว
ผมกลัวโมอากับเมยอาจะตื่นตกใจกับเรื่องนี้
เลยรีบรุดกลับไปที่คฤหาสน์ทันที แต่ที่ไหนได้
ภาพที่เห็นคือพวกเธอกำลังเล่นอยู่กับฝูงกระต่าย แต่ไม่ใช่กระต่ายธรรมดานะ
มันคือมอนสเตอร์ที่เรียกว่า ไจแอนต์แรบบิท หรือก็คือกระต่ายที่ตัวใหญ่หนึ่งเมตร
และมีขน
หนาจนดาบฟันไม่เข้า แถมฟันแหลมขนาดกัดชุดเกราะเหล็กเข้าด้วย
แต่พอมาอยู่กับสองแม่ลูกแล้ว พวกนี้หมดความน่ากลัวไปเลย
พวกมันนอนหงายท้องให้พวกเธอขึ้นไปนอนกอดเฉย พวกฟรานเห็นว่าสนุกดี
เลยโดดลงไปเล่นด้วย ผมเลยต้องปล่อยเลยตามเลย
อนุญาตให้พวกมอนสเตอร์เข้ามาอยู่ในพื้นที่คฤหาสน์ได้
แต่ถ้าตัวไหนก้าวร้าวและทำร้ายคนขึ้นมา ผมก็ถือเป็นมอนสเตอร์ที่ล่าได้ทันที
ส่วนเรื่องความปลอดภัยคริสติน่ารับปากว่าจะดูแลเอง ไม่ให้พวกสาวๆ
ต้องถูกมอนสเตอร์ทำร้ายอย่างแน่นอน เพราะพวกที่มาอยู่นี้
เธอเองก็เป็นคนคัดเองกับมือ
ผมให้กรอเรียไปพักกันก่อน เพราะถึงออกมาจากดันเจี้ยนคงยังเหนื่อยๆ
กันอยู่ ส่วนผมเองก็เก็บกดมาหลายวัน ถึงเวลาต้องปลดปล่อยแล้ว
แต่งานนี้ไม่ใช่ผมลากสาวๆ ขึ้นเตียงแฮะ แต่เป็นฝ่ายโดนลากไปเอง
เพราะแค่ปิดประตูลง ฟรานก็กระโดดเกาะผมทันที ยูรินเองก็ถอดเสื้อเตรียมรอไว้เลย
ไม่ใช่แค่ผมที่เก็บกด แต่พวกสาวๆ เองก็อดทนมาตลอด
พอกลับมาถึงบ้านก็เลยระเบิดออกมาทันที งานนี้ทุกคนเข้าร่วมวงด้วย ยกเว้นซาคุยะ
โรสลิน จามิร่า กับเมยอาที่แยกตัวไปเหมือนเอร่า
งานนี้ผมจัดหนักแบบสิบชั่วโมงติด
เล่นเอาทั้งห้องเต็มไปด้วยกลิ่นแปลกๆ ทุกคนนอนสลบกันเต็มพื้น เพราะได้ปลดปล่อยออกมาจนหมด
ผมได้เรียนรู้อีก
อย่างหนึ่ง ว่าไม่ควรให้พวกสาวๆ อดอยากเรื่องเซ็กส์
ไม่งั้นพวกเธอจะกลายเป็นม้าป่าขึ้นมาทันที
แต่งานนี้ผมเก็บโมอาเอาไว้ท้ายสุด เพราะมีอะไรให้เธอแปลกใจ
ผมอุ้มเธอขึ้นในขณะที่ยังเสียบอยู่ร่องของเธอ ซึ่งไม่แปลกอะไรเพราะเคยทำกันมาแล้ว
แต่คราวนี้ผมไม่ได้พาเธอไปข้างนอก แต่พามาที่ห้องของเธอกับเมยอา
ถึงจะดึกแล้ว แต่เมยอาดูเหมือนจะยังไม่นอน
แต่นั่งทำบัญชีรายได้ที่ผมพึ่งโยนให้เธอไปตอนที่กลับมาถึง
ทั้งคู่พากันตกใจ แต่ไม่มีใครโวยวายอะไร
เมยอาเองก็มองมาที่ผมแบบมีความหมาย เธอคงอยากทำแบบคราวก่อน แต่คราวนี้พิเศษหน่อย
เพราะผมเอาดุ้นเทียมติดมาด้วย
แน่นอนว่าผมต้องขออนุญาตจากทั้งสองคนก่อน
ซึ่งทั้งสองแม่ลูกก็พยักให้แบบเขินๆ พอผมสอนวิธีใช้ให้กับเมยอาแล้ว เธอก็ไม่รอช้า
ตรงเข้าไปหาโมอาทันที แต่เธอรีบร้อนมากจนผมต้องค่อยๆ สอนเธอไปด้วย
โมอาเองก็คอยนำให้ ทำเหมือนเด็กหนุ่มโดนขึ้นครูเลยแฮะ
เมยอาเสียบเข้าไปได้ไม่นานก็นํ้าแตก คงตื่นเต้นมากเกินไป
แต่ดุ้นปลอม ถ้ายังมีอารมณ์อยู่มันก็ยังคงแข็งตัวได้
เมยอาเลยต่อยกสองซึ่งเธอทำได้ดีขึ้น
โมอาเองก็เสียวมากจนร้องดังขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งคู่ทั้งจูบและผลัดกับดูดหน้าอกไปด้วย เมยอาจำที่ผมทำเอาใช้พอสมควร แต่ยังเก่ๆ
กังๆ อยู่ ส่วนผมแค่นั่งดูก็ตื่นเต้นแล้ว แบบนี้ไม่ใช่จะหาดูได้ง่ายๆ ซะด้วย
ทว่าจู่ๆ เมยอาก็คว้าดุ้นผมเข้าไปดูด แถมดูดแบบหื่นสุดๆ
ขนาดครั้งแรกเธอยังดูดได้ราวกับผู้มีประสบการณ์เลย
โมอาไม่ยอมน้อยหน้าแย่งเอาดุ้นผมไปดูดบ้าง ทั้งคู่เลยผลัดกันดูดดุ้นผมอย่างอร่อย
ขณะที่ยังกระแทกเอวใส่กันอย่างไม่ยั้ง เสียงนํ้าดังแฉะๆ และกระเด็นไปทั่ว
แล้วเมยอาก็เสร็จอีกครั้ง รอบนี้โมอาก็เสร็จแล้ว
ก่อนลงมาผมก็จัดโมอาไปแล้วสองยก ประตูหน้ายกหนึ่งประตูหลังอีกยก
รอบสามนี้คงถึงขีดสุดแล้ว เธอเลยหมดแรงขยับตัว แต่เมยอานี้สิ เหมือนจะยังไม่ยอมจบ
เธอดึงเอาดุ้นปลอมออก และจับดุ้นผมเข้าไปในถํ้าเธอเอง
เธอทำเร็วมากแถมผมไม่คิดว่าเธอจะยอมทำกับผมด้วย เลยไม่ทันระวัง
ดุ้นของผมเลยแทรกเข้าไปในหอยที่ยังไม่เคยใช้งานมาก่อน
เสียงฉีกขาดของเยื่อพรหมจรรย์ของเธอดังจนผมได้ยิน แต่เลือดไหลออกมาไม่มาก
เมยอาตัวสั่นด้วยความเจ็บปวด และหยุดเคลื่อนไหวไป แน่ล่ะ จู่ๆ
ก็เสียบเข้าไปผมยังไม่ได้ปรับขนาดดุ้นให้เหมาะกับเธอด้วย แบบนี้คงเจ็บสุดๆ ไปเลย
ผมจับเมยอานอนลง และค่อยๆ เล้าโลม
ด้วยการจูบและเล่นกับหน้าอกของเธอ จนหอยเธอเริ่มคลายตัวลง ผมจึงปรับขนาดดุ้น และค่อยๆ
ขยับอย่างช้าๆ เมยอาซี๊ดปากตามตลอดทุกครั้งที่ผมดึงดุ้นออกมา
และร้องครางอย่างดังตอนที่ขยับดันเข้าไป เสียงร้องของเธอนี้ยิ่งกว่าโมอาซะอีก
มันเร้าอารมณ์มาก
เธอเริ่มติดใจและขอให้ผมทำแรงขึ้น แต่พอผมเร่งสปีด
เธอก็ชิงเสร็จไปซะแล้ว ขาของเธอพันรอบเอวผมราวกับงู หอยของเธอก็ทั้งตอดทั้งดูด
จุดเด่นของเธอ
คือช่วงเวลาที่เสร็จของเธอจะนานกว่าคนอื่น
ระหว่างนี้ดุ้นผมเลยเหมือนถูกนวดไม่หยุด
ระหว่างพักเครื่อง ผมก็เล่นหน้าอกของเธอต่อ ผมค่อนข้างชอบนะ
เพราะถึงจะเล็กและมีลักษณะเหลวเป็นถุงนํ้าเหมือนของโมอา แต่มันดูเซ็กส์ซี่ดี ยิ่งเวลาดูดมันให้ความรู้สึกที่ดีในปากเอามากๆ
แต่พอจะต่ออีกยก ผมก็หันไปเห็นโมอาที่หยิบดุ้นปลอมมาใส่
และหันมาหยิบตาให้ผม ผมเลยจับอุ้มตัวเมยอาขึ้น
และโมอาเข้าจากประตูหลังแบบประกบแซนวิส
ถึงโมอาจะขอโทษผมที่ชิงเอาความบริสุทธิ์รูตูดของลูกสาวเธอไปเอง
แต่เธอกลับทำท่าชอบมาก และขยับเอวไม่หยุด แต่ผมสงสารเมยอาแฮะ
เป็นครั้งแรกก็โดนแซนวิสซะแล้ว แถมดูท่าจะเกินกว่าที่จะรับไหว
เลยตาค้างลิ้นห้อยไปแล้ว กว่าผมกับโมอาจะเสร็จ เมยอาก็สลบไปซะก่อน
หลังจากเสร็จกิจสองแม่ลูกก็กอดกันกลม ผมเห็นแล้วก็อมยิ้ม
และทำการคลีนนิ่งพวกเธอก่อนจะห่มผ้าให้ ก่อนจะกลับออกมาแบบเงียบๆ
แต่ตอนเดินขึ้นมาบนชั้นสอง ผมก็ถูกฉุดเข้าไปในห้อง
จากแรงที่ดึงแขนผมเข้าไป ผมว่าน่าจะเป็นจามิร่า เพราะเท้าผมลอยขึ้นมาเลย
ผมถูกโยนลงบนเตียงอย่างแรง
แขนก็ถูกยกขึ้นไขว้กันและกดไว้อย่างแรงจนกระดุกกระดิกไม่ได้
ผมตกใจมากจนทำอะไรไม่ถูก ที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือเมลอนลูกโตสองใบ
จามิร่าอยู่ในสภาพไม่ใส่อะไรสักชิ้น และกำลังจับดุ้นผมจ่อเข้าถํ้าของเธออยู่
นี้ผมกำลังโดนข่มขืนอยู่เหรอ! ไม่สิ กรณีอย่างผมไม่นับว่าเป็นการข่มขืนหรอก
ก็ผมน่ะสมยอมกับทุกคนที่อยากมีอะไรกับผมอยู่แล้ว
แต่ผมเห็นจามิร่าแล้วรู้สึกว่าเธอมีรูปร่างที่ดีมาก
เทียบได้กับนางแบบเลย เพราะมีทั้งส่วนสูงและกล้ามเนื้อที่เข้ารูป
ไม่ได้เป็นสาวกล้ามแบบโกร่า
จามิร่ากดสะโพกลงมาทีเดียวก็กลืนดุ้นผมเข้าไปทั้งอัน
ข้างในเธออุ่นกำลังดี แถมลื่นหน่อยๆ เหมือนมีโลชั่นทาไว้
ซึ่งจุดนี้เป็นเอกลักษณ์ของเผ่ายักษ์
ที่เพศหญิงจะหลั่งสารหล่อลื่นแบบพิเศษออกมาเหมือนโลชั่นมากเป็นพิเศษ
เพื่อไม่ให้เกิดความเจ็บปวดระหว่างมีเพศสัมพันธ์
เพราะงั้นถึงจะมีเลือดไหลออกมา แต่จามิร่าก็ควบผมด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม
ขณะเดี๋ยวกันนั้นเองโรส
ลินก็เคลื่อนตัวออกมาจากเงามืดตรงมุมห้อง และนั่งคุกเข่าลงข้างๆ
เตียง
“ขอโทษด้วยนะคะท่านโรมะ แต่พวกเราตัดสินใจกันไว้แล้ว
ว่าถ้ากลับมาแล้วจะมอบความบริสุทธิ์ให้กับท่าน และด้วยธรรมเนียมของเผ่าเรา ฝ่ายหญิงจะต้องทำการกดฝ่ายชายด้วยวิธีนี้ค่ะ”
ผมเข้าใจสิ่งที่โรสลินบอก ว่ามันไม่ใช่แค่การยอมให้ครั้งแรกเฉยๆ
เพราะเผ่ายักษ์ถ้ามีอะไรกับใครแล้ว
จะต้องยอมมอบทุกอย่างของตัวเองให้อีกฝ่ายไปชั่วชีวิต
นั้นหมายถึงเธอยอมมอบชีวิตให้กับผมเลย
แต่ระหว่างที่ผมกำลังอึ้งอยู่ จามิร่าก็เคลื่อนติดขึ้นมา
และกระแทกเอวใส่ผมอย่างแรง แบบที่สะเทือนไปทั้งบ้านเหมือนมีใครมาตอกเสาเข็มอยู่
ถ้าเป็นคน
ธรรมดามาโดนกระแทกแบบนี้ใส่ มีหวังเอวหลังพังหมด เผลอๆ
ดุ้นจะหักคาถํ้าเอาได้
แล้วผมคงประมาทเผ่ายักษ์ไปจริงๆ
เพราะการที่โดนกระแทกแรงแบบไม่หยุดเลย ทำให้ผมควบคุมตัวเองแทบไม่อยู่
เกือบเผลอเสร็จก่อนไปแล้ว ต้องใช้พลังมารราคะควบคุมตัวเองเอาไว้
และรอเสร็จพร้อมกับจามิร่า แต่พอถึงตอนที่จามิร่านํ้าแตก
เธอกลังคำรามออกมาเสียงดังจนผมตกใจจนลืมเสร็จไปด้วย
นี้ไม่ใช่แค่กระแทกแรงแต่เสียงยังดังอีก
เมื่อเธอเห็นว่าผมยังไม่เสร็จ
ก็เลยกระแทกเอวต่ออีกจนผมปล่อยใส่ข้างในเธอไป ถึงจะยอมหยุด น่ากลัวจริงๆ เผ่ายักษ์
พอจามิร่าลุกออกไป โรสลินก็เข้ามาเสียบต่อทันที
“นี้เธอก็ด้วยเหรอ!”
“ค่ะ บอกแล้วไงค่ะ ว่าพวกเราตัดสินใจแล้ว”
พวกเราในที่นี้หมายถึงเธอด้วยสินะ ระหว่างที่คิดอะไรอยู่นั้น
โรสลินก็ดันดุ้มผมเข้าไปในถํ้าเธอแล้ว
โรสลินต่างจากจามิร่ามาก เธอเป็นเหมือนเด็กสาวทั่วไป
ตัวเล็กและบอบบาง ข้างในเธอเลยแน่นกระซับยิ่งกว่าของจามิร่า
แถมเหยื่อพรหมจรรย์เธอเป็นแบบหนา เวลาฉีกขาดทำให้มีเลือดออกเยอะและจะเจ็บมาก
แต่โรสลินกัดฟันทน และเริ่มขยับเอว
ใช่ ทั้งๆ ที่เธอควรจะเป็นเด็กสาวอ่อนแอ แต่ว่า…พอได้ควบเท่านั้น
เธอก็กลายร่างเป็นยักษ์ในทันที ไม่ใช่ในฐานะรูปกาย แต่ความดิบเถื่อนของเธอ
เหนือกว่าของจามิร่าซะอีก เธอกระแทกใส่ผมจนขาเตียงหัก
แต่ก็ยังไม่ยอมหยุด เธอกระแทกต่อจนผมต้องยอมจำนนและฉีดนํ้าใส่มดลูกเธอจนเต็ม
แต่มันยังไม่จบ สองพี่น้องยักษ์ยังผลัดเวียนกันมาข่มขืนผมต่อ
แถมไม่ยอมให้ผมพลิกตัวทำอะไรได้เลย พวกเธอเอาแต่จับแขนผมกดไว้
และกระแทกใส่ฝ่ายเดียว ผมฉีดนํ้าเชื้อใส่จนเต็มท้องพวกเธอถึงจะยอมหยุดกันได้
แต่ทั้งสองยังดูแข็งแรงดีอยู่เลย ตอนนี้ผมต้องเพิ่มลงไปในข้อมูลของเผ่ายักษ์แล้ว
ว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่เซ็กส์จัดขนาดไหน
ผมต้องเดินขาสั่นกลับออกมาจากห้องพวกเธอ
นี้ขนาดได้พลังมารราคะช่วยนะ มนุษย์กับยักษ์ธรรมดานี้คงมีอะไรกันไม่ได้จริงๆ
นั้นแหละ สเปกของร่างกายมันต่างกันเกินไป
ไอ้ที่เก็บกดไว้ตลอดทั้งอาทิตย์โดนสองพี่น้องดูดไปหมดแล้ว
เบาตัวเลยงานนี้
แต่ตอนเดินขึ้นไปบนชั้น 3 ผมสังหรณ์ใจแปลกๆ แฮะ
หรืออาจจะเหนื่อยเกินไปเลยรู้สึกไปเองล่ะมั่ง
แต่พอขึ้นมาถึงก็เจอซาคุยะยืนกอดอกดักรออยู่
“ย ยังไม่นอนเหรอ”
“ใครจะนอนหลับย่ะ! เล่นขย่มกันจนสั่นไปทั้งบ้านเนี่ย
แถมร้องกันซะดังเลย”
“ขอโทษที ต่อไปจะระวังไว้”
“แค่ขอโทษไม่พอหรอก”
อ่ะ เดจาวู ผมโดนดึงแขนแล้วลากเข้าห้องอีกแล้ว
“ได้ยินแบบนั้นไป ใครจะสงบใจให้หลับได้
นายต้องช่วยฉันเดี๋ยวนี้เลย”
ซาคุยะบอกพร้อมกับจับผมถอดเสื้อออก จริงๆ
ควรบอกว่ากระชากออกเลยมากกว่า ส่วนเธอใส่ชุดนอนเป็นชุดกระโปรงยาวๆ
แถมบางจนเห็นชุดชั้นใน เธอเองก็คงศึกษาเรื่องความชอบผมมาพอสมควรเลย
วันนี้เลยจัดชุดออกศึกมาเต็มที่
แต่เธอคือสาวจิ้นที่ไม่ประสีประสา เธอเลยอายจนหูแดงที่ต้องมาเป็นฝ่ายรุกแบบนี้
ผมจึงต้องเป็นฝ่ายนำเอง เลยอุ้มเธอไปที่เตียง และมุดหัวเข้าในชุดนอนเธอ
และเริ่มละเลงลิ้น เลียหอยเธออย่างอ่อนโยน ผมรู้ว่าเธอชอบให้เลียมาก
มือเธอขยุ่มหัวผมแรงมาก ทั้งจิกทั้งดึง ขาเองก็ยกขึ้นมาหนีบไว้ที่ท้ายทอย
เจอผมเลียไปสามนาทีเธอก็แตกแล้ว
ผมปล่อยให้เธอพักหายใจพักหนึ่ง
เพราะเธอเป็นคนที่สัมผัสไวและไม่อึดเท่าไร แต่ก็มองออกว่ายังมีอารมณ์ค้างอยู่
ผมเลยเตรียมเลียต่อให้อีกยก แต่เธอกลับดึงผมขึ้นมา และประกบปากจูบกัน
ลิ้นของเธอล้วงมาลึกแบบคนไม่รู้ทาง
ชัดเจนว่าเธอต้องการสนองตอบความต้องการตัวเอง แต่ไม่รู้วิธีทำเลยแม้แต่น้อย
ผมเลยต้องค่อยๆ สอนเธอจูบแลกลิ้น ซึ่งเธอตัวอ่อนและว่าง่ายขึ้นมาทันที
มือผมค่อยๆ เลื่อนไปเล่นกับหน้าอกเธอ
และผมรู้แล้วว่าทำไมครั้งก่อนเธอไม่ให้ผมแตะหน้าอกเธอ เพราะว่า…เธอใส่ฟองนํ้าอยู่
หน้าอกที่ดูเล็กของเธออยู่แล้ว พอถอดบราออกก็ไม่เหลืออะไรเลย
น่าอกเธอน่าจะเป็นไซส์ AA แต่ปลายหัวนมแหลมยื่นออกมาเป็น
รูป > สีชมพูอ่อน เหมือนของเด็กเลย
จะว่าไปหอยของเธอก็ไม่มีขนและปิดสนิทเหมือนเด็กเหมือนกัน
“ขอโทษนะ หน้าอกฉันเล็กไปหน่อย”
“แบบนี้ไม่เรียกว่าหน่อยแล้วมั่ง”
ผัวะ!!!
ผมโดนหมัดขวาของซาคุยะเข้าเต็มหน้า แค่ยอกเล่นเอง
“ล้อเล่นน่า จะเล็กจะใหญ่ก็ไม่สำคัญหรอก
แล้วรู้ไหมหน้าอกเล็กมีข้อดีอย่างนะ”
“ยังจะพูดอีก ไม่ต้องมาหลอกฉันเลย!”
“ไม่ได้หลอกสักหน่อย”
ว่าแล้วผมก็ใช้นิ้วบีบไปเบาๆ ที่หัวนม
ตัวของเธอสั่นสะท้านขึ้นมาราวกับโดนไฟดูด ผมดึงและบี้ไปด้วย ซึ่งทำให้เบามือที่สุด
“คนหน้าอกเล็กน่ะ ตรงหัวนมจะไวต่อความรู้สึกมาก”
ซาคุยะโดนผมเล่นงานที่หัวนมจนพูดอะไรไม่ออก
ได้แต่นอนแอ่นอกตามการเคลื่อนไหวของมือผม แต่จะเล่นมากเกินไปก็ไม่ได้
เพราะเธอความรู้สึกไวมาก แค่บีบหัวนมเล่นก็ทำเธอเสร็จได้แล้ว
เธอเองก็ต้องการผมแล้ว พอผมหยุดมือ ซาคุยะจึงถางขาให้ทันที
“นี้เป็นครั้งแรกของฉัน ช่วยอ่อนโยนด้วยนะ”
“แน่นอน ฉันอ่อนโยนกับเธอให้มากๆ เลย”
แล้วผมก็ได้เปิดซิงซาคุยะ แต่ถึงผมจะพยายามทำให้เธอเจ็บน้อยที่สุด
ก็ยังเป็นเรื่องยากอยู่ดี เพราะถํ้าของเธอฟิตมาก
แถมเธอค่อนข้างเกร็งขนาดผมพยายามเล้าโลมไปด้วย ยังช่วยได้ไม่เท่าไร
ยิ่งตอนเหยื่อพรหมจรรย์เธอขาด แล้วมีเลือดไหลออกมา มันทำให้เธอกลัวจนตัวแข็งไปเลย
กว่าผมจะใส่เข้าไปได้สุด เลยต้องใช้เวลานานเกือบยี่สิบนาที
ทว่าหลังจากสอดใส่เข้าไป ทั้งผมและเธอต่างต้องตกใจ
พวกเรารู้ได้โดยไม่ต้องพูดกันสักคำ ว่าสารเคมีพวกเรามันตรงกัน
ร่างกายของพวกเราประสานกันได้เป็นอย่างดี
หอยของซาคุยะมีครบทั้งสามประการ คือปากช่องคลอดที่บีบรัดแน่น
ช่วงกลางที่เป็นปุ่มนวดที่ให้
ความรู้สึกกระซับสัมผัส
และส่วนลึกที่มีการดูดตอดเหมือนปุ่มของปลาหมึก
ผมชอบสัมผัสของเธอมาก จนค่อยๆ ซอยเอวช้าๆ เพื่อซึมซับได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ซาคุยะเองก็ชอบที่ผมทำช้าๆ แต่เน้นหนักแน่นทุกจังหวะ
ผมเลยทำเธอเสร็จไปในเวลาไม่ถึงห้านาที แต่ผมเองก็เสียวจนทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน
ตอนที่เธอเสร็จและภายในบีบรัดผมเลยฉีดนํ้าเชื้ออัดเข้าไปด้วย
ซาคุยะหอบหายใจแรงมาก ดูเหมือนจะหมดเรี่ยวแรงทั้งหมดไป
แต่พอผมกำลังจะลุกขึ้น เธอก็ใช้มือที่อ่อนแรงดึงแขนผมเอาไว้
“รอให้ฉันหลับก่อนได้ไหม”
“ได้สิ”
แล้วผมก็นอนลงและให้เธอนอนหนุนแขน
ซึ่งซาคุยะก็กอดผมด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุข จนผมเห็นแล้วยังต้องยิ้มไปด้วย
ถึงปกติดูเป็นคนจริงจังและชอบโวยใส่ผม แต่ก็มีด้านที่อ่อนหวานที่น่าหลงใหลอยู่ด้วย
ผมนอนคุยกับซาคุยะจนเธอหลับไป แต่ผมยังปล่อยให้เธอนอนหนุนแขนต่อ
เพราะขืนขยับเธออาจจะตื่นได้ ผมเลยคิดจะนอนพักสายตาสักหน่อย
คือไม่ได้หลับลึกแต่นอนหลับตาเฉยๆ แล้วคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
เวลาผมมีสมาธิกับความคิด จะทำให้ชอบลืมเวลา
เลยไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว
มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่รู้สึกเหมือนมีใครมาสไลด์ดุ้นให้
มันรู้สึกดีผมเลยปล่อยให้ทำต่อไปโดยไม่ได้ลืมตา และพอ
ดุ้นผมแข็งขึ้นมา มือนั้นก็หยุดสไลด์ แต่จับมันเข้าถํ้าแทน…เอ๋
แบบนี้จะเรียกว่าลักหลับได้หรือเปล่านะ
ผมเปิดตาขึ้นข้างหนึ่ง เพื่อดูว่าใครเป็นคนลักหลับผม
แต่ภายในห้องมืดสนิท แต่เห็นจากรูปร่างแล้วผมก็รู้ทันทีว่าเป็นฟราน
แต่…ไม่ใช่ฟรานนี่น่า! สัมผัสข้างในถํ้าไม่เหมือนกัน!
ผมรีบดีดตัวขึ้นมาและให้ตะเกียงเริ่มทำงาน พอมีแสงจนเห็นหน้าชัดๆ
ก็ยังเห็นว่าเป็นฟราน แต่ผมรู้ว่าไม่ใช่ เพราะเธอคือเรโมริก้า!
“ดะ เดี๋ยวก่อน! ทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ”
“ท่านโรมะให้ฉันเห็นแบบนี้มาทั้งวัน ใครจะไปทนไหวกัน
หรือว่าฉันแก่เกินไปสำหรับท่านคะ”
“ไม่ใช่เรื่องอายุหรอก แต่คุณเป็นแม่ของฟรานนะ”
“ถ้าเรื่องนั้นไม่ต้องห่วงค่ะ
ฟรานบอกฉันว่าถ้าอยากงาบท่านโรมะเมื่อไรก็ตามสบายเลย”
“ทีหลังก็ถามความเห็นผมด้วยสิ!”
“คุๆๆ ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะก็ถ้าฉันเต็มใจ ฟรานเองก็ไม่มีปัญหา
ท่านโรมะก็ไม่ปฏิเสธอยู่แล้วนี่คะ”
“อย่ามาดัดหลังกันแบบนี้สิ”
ผมได้แต่ถอนหายใจ แต่ก็ยอมรับว่าเถียงไม่ออก
และปล่อยให้เรโมริก้าทำตามใจชอบไป เพราะผมที่มีซาคุยะนอนหนุนแขนอยู่ขยับไม่ได้
และพอมีแสงไฟทำให้ผมเห็นอะไรๆ ชัดขึ้น
เรื่องรูปร่างสองแม่ลูกเหมือนกันอย่างกับแกะ แต่หน้าอกเรโมริก้าใหญ่กว่านิดหน่อย
แต่ห่างกันไม่ถึงนิ้วหรอก
สำหรับแวมไพร์แล้ว จะผ่านผู้ชายมากี่คนหรือมีลูกแล้ว
ก็ไม่สำคัญหรอก พลังในการฟื้นตัวจะทำให้ร่างกายกลับมาอยู่ในสภาพเดิมเสมอ
ไม่เว้นแต่เยื่อพรหมจรรย์ ตอนนี้เรโมริก้าเลยทำสีหน้าเจ็บปวดและมีเลือดไหลออกมามาก
ผสมกับเลือดของซาคุยะก่อนหน้านี้ ทำให้ผ้าปูที่นอนถูกย้อมเป็นสีแดงไปเรียบร้อยแล้ว
แต่แวมไพร์มีความอดทนต่อความเจ็บปวดได้มากเป็นพิเศษ
เพียงแปบเดียวเรโมริก้าก็หายเจ็บ และเริ่มขยับได้คล่องขึ้น
ท่าทางของเธอดูสมเป็นผู้มีประสบการณ์จริงๆ แต่ว่า…
“นี้มันยอดไปเลยนะ สามีเก่าของฉันเทียบไม่ติดเลย อุย!”
“แถมอึดมากเลยนะ ถ้าเป็นสามีเก่าฉันล่ะก็ ป่านี้เสร็จไปแล้วแท้ๆ”
“ของท่านโรมะทั้งใหญ่ทั้งยาวกว่าสามีเก่า
ฉันรักดุ้นของท่านโรมะจริงๆ ค่ะ”
“แหม ผมก็ดีใจนะ แต่ถ้าจะให้ดีช่วยเลิกพูดถึงสามีเก่าได้ไหมครับ”
“อุ๊ ขอโทษค่ะ เผลอไปหน่อย”
ผมเข้าใจนะว่าเธอคงรักสามีเก่ามาก แต่สามีเธอตายไปตอนทำสงครามกับเผ่าปีศาจ
ซึ่งยังผ่านมาไม่นาน
หลังจากปล่อยให้เรโมริก้าปลดปล่อยความใคร่ด้วยการขึ้นโยกผมจนเสร็จแล้ว
ผมก็ให้เธอดูดเลือดแบบเดียวกับฟราน ซึ่งตอนแรกเธอไม่กล้า เพราะผมเป็นถึงจอมมาร
การดูดเลือดก็นับเป็นการทำร้ายเหมือนกัน แต่ผมเข้าใจธรรมชาติของแวมไพร์ดี
ถ้าไม่ได้ดูดเลือดตอนเสร็จกิจ มันก็เหมือนอารมณ์ค้างนั้นแหละ
เลยต้องบังคับให้เธอดูดเลือดผม
ทว่าผมคำนวณผิดไปหน่อย ถ้าเป็นฟรานล่ะก็
พอดูดเลือดผมเสร็จก็จะหลับไปเลย แต่เรโมริก้าพอได้ดูดเลือดผม
เธอกลับยิ่งคึกและขย่มไปดูดไปจนเสร็จอีกรอบถึงจะยอมหยุด แถมยังเกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน
ร่างของเรโมริก้ากำลังเติบโตขึ้นในชั่วไม่วินาที
จากรูปร่างเด็กสิบขวบได้โตขึ้นจนเป็นสาววัยรุ่นแล้ว
หน้าอกเองก็ขยายใหญ่ขึ้นมาจนเป็นคัพ B แล้ว
“เอ๋!? คืนร่างแล้ว แค่ดูดเลือดครั้งเดียวเองนะ”
“เอ่อ คุณเรโมริก้านี้มัน??”
“ร่างจริงของฉันค่ะ
ปกติฉันจะประหยัดพลังงานชีวิตเพื่อไม่ให้เกิดความกระหายเลือดไว้ในร่างเด็ก
แต่ถ้าได้รับเลือดจนพลังเพิ่มขึ้น ร่างกายก็จะปรับสภาพตามพลังที่ได้มา
จนกลับสู่ร่างจริง แต่น่าแปลกมากเลยนะคะ ปกติแล้วต่อให้ดูดเลือดคนเป็นร้อยๆ
ก็ยังไม่สามารถคืนร่างได้เลย”
ผมไม่แปลกใจหรอก เพราะแม้แต่ในเลือดผม
บางทีอาจได้รับผลกระทบจากสกิลมารราคะด้วย ทำ
ให้มันเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตเหมือนกับในนํ้าเชื้อของผม
แต่เรื่องนั้นจะเป็นอย่างไงก็ช่าง
แต่เหมือนเรโมริก้าที่คืนร่างแล้ว เกิดอารมณ์อยากทำต่อขึ้นมา
เธอเลยจัดผมอีกยกแบบไม่ถามสักคำ ผมต้องให้เธอทำไปกว่าชั่วโมง
กว่าเธอจะเต็มอิ่มแล้วกลับไปนอนในเงาของผมตามเดิม...นี้คิดจะสิงเงาผมตลอดไปเลยหรือไงนะ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น