ตอนที่ 84 ปะทะ 3 Riad

 ตอนที่ 84 ปะทะ 3 Riad
ผมตรวจดูสถานะทันที ไม่มีใครติดผลลบอะไร และเรดาห์ยังนิ่งอยู่ แปลว่าเป็นสกิล Howl ประเภทเพิ่มพลังให้กับพวกเดียวกัน
“Glory!”
ผมไม่รอช้า ใช้ Glory ออกไปทันที ขณะที่พวกผมพุ่งเช้าชนกับพวกมัน ที่มีศพออร์ควิ่งนำมา
ยูรินกับเอสเตอร์รีบจัดการกับพวกศพ ถึงจะได้รับบัพ Glory ไป แต่ยังจัดการกับพวกศพยากอยู่ดี บัพของเจ้าหมาสามหัวนั้น น่าจะเป็นการเพิ่มความเร็ว แต่ตอนสู้ๆ กันอยู่นั้น ก็มีเสียงหอนขึ้นมาอีกครั้ง
พลังของพวกศพเพิ่มขึ้นมาอีก! ไอ้เจ้าหมาสามหัวนั้นใช้บัพได้หลายแบบเหรอ แย่ล่ะสิ
“เดเม่ รีบจัดการเจ้าหมาสามหัวก่อน”
ถ้าเป็นปกติผมคงเลือกที่จะถอยไปแล้ว แต่นี้ผมอยู่กับพวกฟราน ซึ่งผมมีความมั่นใจในตัวพวกเธอมากที่สุด
ผมใช้ดาบศิลาเย็นผ่าร่างของศพตัวที่สองไป ขณะที่ยูรินกับเอสเตอร์จัดการไปได้แล้วคนละตัว สองตัวที่หลุดไปทางพวกโบสถ์เป็นตัวเลเวลน้อย แถมมียูรินคุมเชิงอยู่ใกล้ๆ ผมเลยไม่ห่วง จึงรีบเข้าไปช่วยเอสเตอร์ที่กำลังโดนรุมอยู่
แต่มีตัวหนึ่งล้มตึงลงและสลายไป ตายไปแล้ว? อ้อ เนตรพิชิตเหรอ แต่ลดศพไปได้ตัวหนึ่งก็ดีแล้ว ส่วนผมไม่มีปัญหาในการต่อสู้เท่าไร ถึงจะเร็วขึ้นก็ยังพอจับจังหวะได้ ส่วนพลังที่เพิ่มขึ้นมาก็เปล่าประโยชน์ เพราะอย่างไงก็โดนผมฟันทีเดียวตายอยู่แล้ว
ที่ลำบากน่าจะเป็นยูรินกับเอสเตอร์มากกว่า ผมเลยต้องเอาจริงมากกว่าเดิม เสียงต่อสู้ยังดังมาจากทางพวกฟรราน ถึงจะไม่ได้หันไปดู ก็รู้ว่าเป็นศึกที่
ลำบากน่าดู เพราะปกติเสียงที่มาจากทางฟราน จะเป็นเสียงง้าวฟันตัดกระดูก แต่ตอนนี้เป็นเสียงเหล็กปะทะกัน
ผมจัดการศพตัวที่ห้าไปแล้ว ช้ากว่าที่คิด เพราะพอพวกมันรู้ว่าโดนผมฟันทีเดียว ก็จะกลายเป็นศพรอบสอง ก็เลยเอาแต่หลบกันอย่างเดียว แต่จะเล่นไล่จับกับผมนะ คิดผิดซะแล้ว ผมใช้ Wall จังหวะที่พวกมันโดดถอยหลังไป พอหลังชนกำแพงดินก็ไม่มีทางหนี และตกเป็นเหยื่อของดาบศิลาเย็น
พอหันไปทางฟราน ก็เห็นพวก Raid ยังอยู่กันครบ ฟรานรับมือกับศพออร์คอยู่ เจ้านี้เก่งเอาเรื่องเลย ใช้ดาบฟาดฟันกับง้าวของฟรานได้อย่างสูสี ไม่สิเป็นฝ่ายกดดันฟรานอยู่ด้วยซํ้า!
ส่วนเดเม่พยายามโจมตีใส่ศพหมาสามหัว แต่ดันมีเจ้าศพมิโนทอร์ขืนขวางอยู่ มันใช้ค้อนแบบ
เดียวกับจามิร่าเป็นอาวุธ ขนาดเดเม่ใช้สกิล กระสุนรวมศูนย์ มันยังใช้ค้อนหวดใส่กลับ วงสวิงอย่างกะนักเบสบอลมืออาชีพเลย แถมเสียงปะทะแต่ละครั้งดังจนแก้วหูลั่น
“เดเม่ใช้ธนูดาวตก”
ที่ผมให้เปลี่ยนเพราะถึงสกิลกระสุนรวมศูนย์จะรุนแรง แต่แกนของมันเป็นแค่หัวลูกศรที่เบา เลยโดนปัดกระเด็นได้ง่ายๆ แบบนั้นแต่ถ้าเป็นลูกศรเหล็กขนาดใหญ่ที่มีนํ้าหนักมากล่ะก็ แรงปะทะจะยิ่งรุนแรงขึ้น
เดเม่หยิบธนูดาวตกออกมา และยิงลูกศรออกไปทันที แต่เจ้ามิโนทอร์ยังใช้ค้อนของมันหวดทิ้งได้อยู่อีก แต่ทว่าแขนของมันเริ่มปริแตก นี้ถ้าไม่ใช่เพราะมันเป็นศพแขนคู่นั้นคงใช้การไม่ได้แล้ว ตอนนี้ขึ้นอยู่กับเวลา
แล้วว่า มันจะปัดธนูของเดเม่ได้กี่ครั้ง ก่อนที่แขนมันจะฉีกขาดไป
ผมหันไปช่วยฟรานรับมือกับออร์คแทน ส่วนยูรินกับเอสเตอร์ ผมให้คุมเชิงห่างๆ เพราะพลังโจมตีของเจ้าพวกนี้สูงมาก ดีไม่ดีอาจสังหารพวกเธอได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
แถมผมประเมินพวกมันพลาดไป พอเดเม่ไม่สามารถเก็บเจ้าหมาสามหัวได้ มันก็เริ่มหอนอีกครั้ง แต่เสียงหอนต่างจากสองครั้งแรก หรือว่าแต่ละหัวของมันจะใช้ Howl ได้ไม่ซํ้าแบบกัน แต่คราวนี้อะไรอีกล่ะ
ยังไม่ทันไรเสียงเรดาร์เตือนก็ดังขึ้นมา ผมเห็นจุดสีแดงกำลังเคลื่อนเข้ามาจากทุกทาง Howl แบบเรียกพวก!!
“เดเม่ช่าง Raid มัน พวกศพกำลังรุมเข้ามา รีบจัดการให้หมดก่อน”
จากนั้นผมก็หันไปบอกฟรานต่อ
“ฟรานสลับคู่กัน เธอไปจัดการเจ้ามิโนทอร์ซะ ส่วนออร์คผมจะรับมือเอง”
“…ค่ะ”
ถึงฟรานจะรับคำสั่ง แต่ผมสังเกตเห็นว่าเธอไม่เห็นด้วย เพราะออร์คตัวนี้เก่งมาก ขนาดเธอยังรับมือลำบาก เลยกลัวว่าผมจะเป็นอันตรายได้ แต่ตอนนี้ผมต้องวางหมากอย่างเหมาะสม ถึงแม้หมากบางตัวอย่างผม จะต้องอยู่ในจุดที่อันตรายก็ตามที
แต่ถ้าผมรับมือออร์คอยู่ ไม่ต้องถึงกับชนะหรอก แค่ดึงมันเอาไว้ เดเม่ก็จะจัดการพวกศพได้ไม่ยาก
ด้านฟรานก็น่าจะเอาชนะมิโนทอร์ที่บาดเจ็บที่แขนได้ ส่วนหมาสามหัวปล่อยไพ่ออกมาหมดมือแล้ว แถมการที่มันอยู่แถวหลังตลอด แปลว่าไม่ใช่ประเภทที่สู้ประชิดตัวเก่ง
ใช่แล้ว นี้คือการส่งหมากที่อ่อนที่สุดอย่างผม ไปเจอตัวเก่งที่สุดของศัตรู และส่งตัวเก่งสุดของผมสองคน ไปเจอกับหมากที่อ่อนกว่าของอีกฝ่าย เพื่อเก็บชัยชนะที่แน่นอนกลับมา แบบนี้ก็เท่ากับว่า ชนะสองและแพ้หนึ่งหรืออาจเสมอหนึ่ง ก็แล้วแต่ผมล่ะนะ
พอเข้าไปเผชิญหน้ากับเจ้าศพออร์ค ผมรู้ได้ถึงแรงกดดันทันที แต่ว่าไม่เท่าไรหรอก ขนาดนี้เทียบกับพวกอ่อนๆ ในปราสาทจอมมารไม่ได้เลย บางทีเพราะผมอาจจะอยู่ในที่ไม่ควรอยู่ อย่างปราสาทจอมมารมาตั้งแต่
ต้น ถ้าเพียงแค่แรงกดดันเพียงอย่างเดียวล่ะก็ ทำอะไรผมไม่ได้หรอก
ก็คิดดูสิ เลเวลหนึ่งเพียงหนึ่งเดียว ที่ใช้ชีวิตอยู่ในปราสาทจอมมาร ท่ามกลางการต่อสู้ของพวกเลเวลร้อยอัพ ยังมีอะไรต้องกลัวอีกเหรอ?
แต่แรงกดดันก็อยู่ส่วนแรงกดดัน แต่ฝีมือของเจ้าออร์คนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ด้วย
ดาบของมันเร็วมาก เร็วขนาดผมออกดาบรับดาบสองของมันไม่ทัน จนต้องใช้โล่ช่วยปัดป้องไปด้วย ถ้าไม่เข้าใจให้นึกถึงภาพคนที่ถือดาบสองเล่มได้เลย เจ้าออร์คเร็วขนาดใช้ดาบเล่มเดียวฟันเหมือนมีดาบสองเล่มได้ประมาณนั้น
แต่ว่าพอไหว ถึงความเร็วและพลังจะสู้ไม่ได้ แต่ผมตอบสนองได้ไวกว่า อย่างน้อยผมก็มองตามความเร็วของดาบมันได้ทันอยู่
ผมต้องเพ่งสมาธิทั้งหมดไปที่คู่ต่อสู้ เลยไม่ได้รับรู้การต่อสู้ของคนอื่นเลย แต่ผมมั่นใจว่าทุกคนต้องเอาอยู่ เจ้าศพออร์คเห็นผมตั้งรับการโจมตีมันได้หมด ก็แสยะยิ้มออกมา มันหยุดมือลงและถอยออกไปควงดาบเล่น
ถึงศพจะพูดไม่ได้ แต่เหมือนผมจะสื่อสารกับมันรู้เรื่องเลยแฮะ สีหน้ามันเหมือนกำลังพูดว่า ‘ไม่เบานี้หว่า’
ออร์คนั้นเป็นมอนสเตอร์ที่มีพลังและความเร็วต่างจากรูปลักษณ์ที่เห็นมาก ถึงมันจะอ้วนและตัวใหญ่ แต่มันเร็วและคล่องมาก อาวุธที่ใช้ก็ใหญ่ตาม
ขนาดตัวไปด้วย แค่แรงปะทะของอาวุธก็เหนือกว่าอีกฝ่ายแล้ว แต่เจ้าตัวนี้ ผมรู้สึกได้ว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น มันเหมือนกับ…ใช่ จิตวิญญาณของนักรบสินะ แบบเดียวกับแรงกดดันที่มันปล่อยออกมา
ออร์คเริ่มขยับอีกครั้ง คราวนี้มันพุ่งเข้ามาโจมตี โดยใช้นํ้าหนักตัวให้เป็นประโยชน์ มันดันจนผมตัวลอย แรงปะทะเกือบทำให้ดาบหลุดมือ แต่เพราะผมผ่อนแรงปะทะลงเลยไม่เสียหลัก ออร์คดูประหลาดใจ แต่มันยิ่งแสยะยิ้มออกมา
ผมเห็นมันฟันดาบออกมาอีกครั้ง เลยจะใช้ดาบปัดออกไป แต่จู่ๆ ดาบของออร์คก็เลื่อนหายไปจากสายตาผม กว่าจะรู้ตัวผมก็ถูกฟันเข้ากลางอกแล้ว
ตัวผมถูกอัดกระเด็นลอยไปหลายเมตร Hp ผมลดฮวบถึงหลักพัน เป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดที่
เคยโดนมาเลย ถ้าไม่ใช่เกราะมังกรขั้นต้นผมคงตายไปแล้ว เลือดผมไหลซึมออกมาจากเกราะ และยังได้ยินเสียงฟรานกับเดเม่ตะโกนด้วย พวกเธอเหมือนจะโกรธมาก ที่ออร์คมันทำให้ผมบาดเจ็บ
“อย่าทิ้งหน้าที่ตัวเอง!”
ผมตะโกนเตือนสติทุกคนไป ถึงจะยังไม่รู้ว่าผลรอบข้างจะเป็นอย่างไงก็เถอะ เพราะผมละสายตาไปจากออร์คไม่ได้ เจ้านี้ร้ายกาจจริงๆ มันใช้สกิลตอนที่ฟันออกมา ทำให้ความเร็วของดาบเปลี่ยนกระทันหัน ผมว่าน่าจะเป็นสกิล Slash แบบเดียวกับที่ดาเซสใช้แน่ๆ ตัวสกิลอาจจะไม่ได้ร้ายกาจอะไร แต่จังหวะที่มันใช้เนี่ยสิ
มันรู้ว่าผมใช้วิธีมองตามดาบ และค่อยรับมือตอบโต้ มันเลยรอผมขยับก่อน แล้วค่อยใช้สกิลเพื่อเปลี่ยนความเร็ว จนทำให้ผมรับมือไม่ทัน
ผมลังเลว่าควรจะหยิบยาออกมาดื่มดีไหม เพราะเจ้าออร์คจ้องผมอยู่ จังหวะที่ยกกระดกมันอาจพุ่งเข้ามาโจมตีก็ได้ แต่เหมือนมันรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่ เลยปล่อยท่าตั้งดาบลงเป็นยืนธรรมดา และกวักมือเหมือนเชิญให้ผมฟื้นพลังได้ตามใจชอบ นี้มันหยามผมอยู่เหรอ!
แต่รับไว้ก็ได้ฟ่ะ
ผมหยิบยาฟื้นพลังออกมาดื่ม แต่มันไม่รอให้ยาแสดงผลหรอก พอเห็นผมดื่มเสร็จมันก็เริ่มสู้ต่อทันทีเลย
แต่ด้วยผลของยาฟื้นพลัง บวก Hp regen กับ Drain ทำให้ผมฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว จนไม่ทำให้เสียเปรียบมากนักจากอาการบาดเจ็บ
ทว่าถึงจะรักษาหายแล้ว แต่เทคนิกการใช้สกิลของมัน ผมยังไม่มีวิธีรับมือเลย จะใช้ Wall ก็คงไม่ทัน หลบ! ในเมื่อรับมือไม่ได้ ก็ต้องหลบเอา
ผมเปลี่ยนมาเว้นระยะ แต่ใช้การหลบหลีกแทน ใช้ดาบกับโล่เฉพาะตอนที่กระชั้นชิดจริงๆ ถึงเหมือนผมเป็นฝ่ายถอยหนีท่าเดียว แต่มันก็ทำให้ออร์คใช้เทคนิกที่ถนัดออกมาไม่ได้
ได้ผลแฮะ เว้นระยะแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็ปลอดภัยแล้ว
แต่ผมอ่อนหัดไปจริงๆ ที่คิดอะไรแบบนั้น เพราะพอผมเว้นระยะออกมา ออร์คมันก็ตั้งท่าดาบและพุ่งหายไปจากสายตา ผมโดนโจมตีอีกแล้ว! ออร์คมันพึ่งพุ่งผ่านตัวผมไป พร้อมกับลงดาบใส่ผมเต็มๆ มันคือสกิล Flash Slash!
ทว่าโชคผมยังเหลือกว่า เพราะเกราะมังกรขั้นต้นมีสกิล Reverse ที่มีโอกาสย้อนสกิลของอีกฝ่ายกลับไปได้ คนที่บาดเจ็บไปเต็มๆ เลยเป็นเจ้าศพออร์คแทน มันได้แผลเหมือนถูกฟันจนตัวแทบขาด มันหันมามองผมด้วยสีหน้าเจ็บใจ ผมเองก็ด้วย ผมรอดมาได้เพราะดวง ไม่ใช่เพราะฝีมือตัวเอง
อาการบาดเจ็บของออร์ครุนแรงมาก จนมันเองยกดาบไม่ไหวแล้ว ตอนนี้เพียงแค่ผมวิ่งเข้าไปซํ้า ด้วยพลังโจมตีของดาบศิลาเย็น เพียงแค่ดาบเดียวผมก็ฆ่ามันได้แล้ว แต่ในใจผมรู้สึกต่อต้านออกมา ใช่ ผมอยากชนะ แต่ไม่ใช่แบบนี้ เจ้าศพออร์คมันตั้งใจสู้อย่างตรงไปตรงมาแท้ๆ แถมยังมีมาหยามผมด้วย ใจมันเลยยอมรับให้จบแบบนี้ไม่ได้
ผมลดดาบลง ผลของการต่อสู้ครั้งนี้ต้องเลื่อนออกไปก่อน ศพออร์คดูเหมือนจะเข้าใจ ว่าผมต้องการจะปล่อยไป เลยหันหลังกลับและเดินจากไปเงียบๆ
และพอผมหันไปดูทางอื่น ก็พบว่าเหลือแค่ Raid หมาสามหัวเท่านั้น ส่วนศพกับRaid มิโนทอร์ถูกเก็บไปหมดแล้ว
ส่วนหมาสามหัวโดนธนูของเดเม่ระเบิดหัวไปแล้วสอง และตอนนี้กำลังโดนฟรานไล่สับอยู่ น่าสงสารมันจริงๆ คงโดนเป็นเป้าระบายอารมณ์ของพวกฟรานอยู่ล่ะมั่ง แถมไม่มีใครได้รับบาดเจ็บอะไรด้วย ผมเลยไม่ต้องเข้าไปช่วยอะไร และเริ่มเดินเก็บไอเท็มดรอป รอบนี้ตกของดีเยอะพอสมควร
นอกจากเหรียญเงินแล้ว ยังได้คริสตัลมาก้อนหนึ่งจากพวกศพ ส่วนของ Raid มิโนทอร์ ได้เหรียญทองเล็กมาห้าเหรียญค้อนมิโนทอร์ เขามิโนทอร์ เนื้อชี่โครงวัว
แล้วก็จาก Raid หมาสามหัวที่พึ่งโดนฟรานฆ่าไปพอดี ได้เหรียญทองเล็กสามเหรียญ มุกดำ คริสตัลวิญญาณ และลูกแก้วอันเชิญ เซอร์เบอรัสโคลน ข้อดีของลูกแก้วอันเชิญคือ เมื่อใช้ไปแล้ว มอนสเตอร์ที่เรียกออกมา จะอยู่ตลอดไปจนกว่ามันจะตาย และจะเชื่อฟังคำสั่งของผู้อันเชิญอย่างเคร่งครัด
ผมใช้สกิลประเมินราคาดู ที่มีราคาสูงมากเป็น เขามิโนทอร์ กับ มุกดำ สองอย่างนี้ราคาชิ้นล่ะ 270,000 – 280,000 รีลเลยทีเดียว แต่แพงสุด
เป็นค้อนมิโนทอร์ ราคาเกือบล้านแต่ผมไม่คิดจะขายอยู่แล้ว
ส่วนเนื้อซี่โครงก็แพงเอาเรื่องราคาหลายหมื่นอยู่ งานนี้ค่อยคุ้มหน่อย
ทุกคนรีบเข้ามาหาผม และตรวจดูอาการบาดเจ็บ แต่ Hp ผมเต็มแล้วเลยหมดห่วงได้ ด้านคนที่เลเวลอัพก็มีแค่ยูรินกับเอสเตอร์ ยูรินเลเวล 20 เอสเตอร์เลเวล 11 ส่วนพวกโบสถ์ใหญ่ยังไม่มีใครอัพ ผมก็ด้วย
ส่วนสกิลผมกับฟรานได้สกิลใหม่มา
ฟรานได้สกิล Dodge Lv 1 (Passive skill)
ส่วนผมได้สกิล Spirit Lv 1 (Passive skill)
Dodge เป็นสกิลที่เพิ่มความเร็วในการตอบสนอง และการเคลื่อนไหวหลบหลีกของร่างกาย ส่วน Spirit ของผมเพิ่ม…จิตใจเข้มแข็งขึ้น! เพื่อ!? ไม่เอาได้ไหม ขอ Dodge แบบฟรานยังดีซะกว่า!
หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกผมล่าพวกศพจนเกือบถึงเที่ยงคืน ก่อนจะพากันกลับค่ายพัก
พวกนักโบสถ์ใหญ่เลเวลอัพกันล่ะ ตอนนี้ ทุกคนเลเวลอยู่ที่ 23 ซึ่งเร็วกว่าที่คิดกันไว้มาก วันเดียวได้ถึงสามเลเวลแบบนี้ พวกโบสถ์ใหญ่ไม่เคยเจอมาก่อนเลย แต่ผมว่าไม่แปลกหรอก นอกจากสกิลเทรนเนอร์แล้ว พวกผมยังฆ่ามอนสเตอร์เร็วด้วย ทำให้มีปริมาณที่ฆ่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยหลายเท่า
เอสเตอร์ก็เลเวลอัพเป็น 13 ยูริน 21 ฟรานกับเดเม่ 22 ส่วนผม…ยังไม่อัพ นี้สินะค่าเฉลี่ยตามปกติ สองสามวันเลเวลขึ้นที
ส่วนโชคยังไม่เข้าข้างเท่าไร นอกจากคริสตัลวิญญาณหนึ่งก้อนแล้ว ก็ไม่ได้อะไรอีก แต่เหรียญเงินที่ดรอป ก็จะดูถูกไม่ได้นะ รอบๆ หนึ่งฆ่าไปเป็นร้อยๆ ตัว ได้เงินมาหลายหมื่นรีลเหมือนกัน
ด้านความยาก ถ้าไม่นับพวก Raid แล้ว ก็คือว่าค่อนข้างง่าย เอ่อ คำว่าง่ายเนี่ย หมายถึงฟรานกับเดเม่ไม่ได้แผลเลยล่ะนะ ผมกะว่าเดี๋ยวพอเก็บเลเวลทุกคนให้เกิน 20 แล้ว ก็จะย้ายไปชั้น 9 เลยดีกว่า แต่ไว้ค่อยไปถามความเห็นมอเรียดูก่อน
“เหนื่อยกันไหม?”
ผมถามพวกฟรานที่เดินแบบระวังซ้ายระวังขวา รู้สึกตั้งแต่ผมโดนศพออร์คอัดมา พวกเธอจะเพิ่มความระวังขึ้นกว่าเดิมซะอีก
“ไม่ค่ะนายท่าน สู้ต่อได้สบายมากค่ะ”
ฟรานตอบเสียงใส เดเม่กับยูรินเองก็เช่นกัน แต่เอสเตอร์ดูเหนื่อยๆ ถึงปากจะบอกว่ายังไหวก็เถอะ
“ขอบใจนะทุกคน แต่วันนี้พอแค่นี้แหละ เอสเตอร์ทนหน่อยนะ เดี๋ยวถึงค่ายก็จะได้นอนแล้วล่ะ”
“ไม่ๆ ข้ายังไหว เดี๋ยวข้าจะอยู่ยามและตรวจสภาพอุปกรณ์ให้”
“อย่าฝืนตัวเองสิ เธอยังมีพวกเราอยู่นะ ไม่ต้องทำด้วยตัวเองไปซะหมดทุกอย่างหรอก”
ผมลูบหัวเอสเตอร์ เพราะผมเข้าใจว่าเธอตั้งใจมาก และทุ่มเททำตัวให้เป็นประโยชน์มากที่สุด จนดูออกเลยว่าเธอกำลังฝืนร่างกายตัวเองอยู่
“เอสเตอร์รีบนอนเถอะ พรุ่งนี้มาช่วยข้าทำอ่าง”
ยูริน Nice follow! ว่าแต่จะทำอ่างกันเหรอ? อ้อ คงอยากจะแช่นํ้ากันสินะ
พอผมกลับมาถึงค่าย ก็เจอดาเซสกับเนปฟ่ากำลังอยู่ยามกันที่ประตูหน้า ส่วนประตูหลังเป็นจามิร่ากับโรสลิน ส่วนมอเรียกับเอร่ากำลังเตรียมซุปกับนมอุ่นๆ ให้ทุกคนอยู่
ดูเหมือนจะทำการแบ่งเวรยามกันตามทีมเลย เพราะทีมของดอเรียจะต้องออกไปเก็บเลเวลตอนเช้า จึงเข้านอนก่อน
“จริงสิ เอานี้เอร่าของฝาก”
ผมส่งลูกแก้วอันเชิญเซอร์เบอรัสโคลนให้กับเอร่า ทุกคนคงเคยเห็นลูกแก้วอันเชิญมาแล้ว เลยทำหน้าตกใจออกมา เพราะมันหายากและราคาแพงเอาเรื่อง ขนาดในร้านประมูลยังไม่ค่อยมีออกมาให้เห็นเลย แถมนี้เป็น Raid อีก
“ให้ฉันจะดีเหรอ”
“อืม เธอเหมาะที่สุดแล้ว”
“โรมะ”
“ก็เธออ่อนสุดแถมช่วยสู้ก็ไม่ได้”
เอร่าทรุดลงไปนั่งกับพื้น แต่จริงๆ ถึงเอร่าจะไม่ค่อยมีส่วนร่วมในการต่อสู้ แต่สกิลของเธอมีประโยชน์อย่างมาก ที่ตั้งค่ายกันได้อย่างปลอดภัยนี้ ก็
เป็นเพราะฝีมือเธอ แต่ผมไม่ชมหรอก เอร่าเป็นประเภทถ้าชมแล้วจะได้ใจน่ะ
ผมให้เอร่าใช้ลูกแก้วทันที แล้วพอเซอร์เบอรัสโคลนโผล่ออกมา ก็ให้เธอสั่งมันเฝ้ายามแทนช่วงที่ทุกคนไปนอน
จากนั้นผมก็เอาค้อนมิโนทอร์ให้กับจามิร่าไปด้วย เพราะถามจากเอสเตอร์แล้ว เธอว่ามันดีกว่าที่จามิร่าใช้อยู่ ถึงนํ้าหนักจะเพิ่มขึ้น แต่โรสลินแปลให้ฟังว่า จามิร่าบอกว่าเหมาะมือมาก ชอบสุดๆ และฝากขอบคุณผมด้วย
พอนั่งคุยกันสักพักผมก็ให้ทุกคนแยกย้ายกันไปนอน ส่วนที่เต็นท์ของผม ก็ถูกสาวๆ แบ่งรอบกันเรียบร้อยแล้ว ว่าคืนแรกใครจะมานอนเต็นท์เดียวกับผม แต่นอกจากฟรานที่อยู่ทีมรอบกลางคืนแล้ว ที่เหลือก็
หลับหมด คงเพราะวันนี้ได้ออกแรงกันอย่างเต็มที่ พอตกกลางคืนก็เลยหลับเป็นตายกันเลย
ผมเองก็ให้ฟรานไปนอนด้วย ถึงเธอบอกว่ายังไหว แต่ผมไม่อยากให้เธอสะสมความเหนื่อยล้ามากเกินไป เพราะนี้คือการล่าแบบต่อเนื่อง วันแรกๆ อาจจะไหว แต่ถ้ามีความล้าสะสมไว้ พอวันท้ายๆ ก็จะลำบาก ถึงจะไม่เต็มใจก็เถอะ แต่ช่วงนี้คงต้องงดการมีอะไรกันไปจนกว่าจะเสร็จเควส
ฟรานก็เข้าใจเหตุผลของผม แต่ก็ขอมานอนเตียงเดียวกับผมด้วย เลยต้องนอนเป็นเพื่อนเธอจนกว่าจะหลับไป ผมลองพยายามจะหลับดูแล้วนะ คือก็หลับได้หรอก แต่ว่าร่างกายมันตื่นตัวเกินไป แบบคนที่นอนอิ่มแล้วถึงจะงีบหลับต่อ ก็หลับได้แค่ช่วงสั้นๆ
ผมลุกออกจากที่นอนให้เงียบที่สุด และแน่ใจว่าทุกคนหลับสนิทดีแล้ว ก็ออกมาข้างนอก เจ้าเซอร์เบอรัสของเอร่า หันมามองผมทีหนึ่ง ก่อนจะทำเป็นไม่สนใจไป ท่าทางมันน่าหมั่นไส้เหมือนเอร่าไม่มีผิด นี้มอนสเตอร์อันเชิญจะได้นิสัยของเจ้าของมาด้วยหรือไงนะ
แต่ตอนนี้ได้เวลาฝึกฝีมือรอบดึกของผมแล้วล่ะ


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 4 พลังของมารราคะ

ตอน 150

ตอนที่ 149 เหตุบังเอิญ