ตอนที่ 50 แผนการในอนาคต

ตอนที่ 50 แผนการในอนาคต
ดาเซสที่พกดาบไว้ตลอดเวลา ถึงกับชักดาบออกและชี้มาทางผม
“นี้แกเป็นใคร! แล้วเอานายท่านของฉันไปไว้ไหน!”
“เดี๋ยวดาเซสเก็บอาวุธก่อน ท่านโรมะไม่ได้หายไปไหนหรอก ที่นั่งอยู่นั้นแหละคือท่านโรมะ”
มิรินรู้ว่าผมใส่หน้ากากเพื่อปกปิดสกิลอยู่ แต่สีหน้าเธอเองก็ตกใจไม่น้อยที่เห็นใบหน้าที่แท้จริงของผม
“…สัมผัสของนายท่าน ไม่ผิดแน่ค่ะ นายท่านจริงๆ ด้วย”
ฟรานยืนยันอีกคน นี้แค่มองก็แยกออกได้เลยเหรอ?
“เอ่อ ขอโทษนะทุกคนที่ปิดปังมาโดยตลอด คือว่าไงดีล่ะ…นี้คือหน้าจริงๆ ของผมน่ะ ปกติผมจะใส่หน้ากากปลอมตัวไว้ตลอดเพื่อไม่ให้มีเรื่องยุ่งยากน่ะ”
“อย่าใช้ตรวจสอบกับท่านโรมะนะ”
มิรินหันไปเตือนมอเรียที่จ้องผมแบบตาค้าง
“มะ ไม่ทำอยู่แล้ว”
“เอ่อ ยูริน ช่วยดูให้หน่อยสิ ทำไมหน้ากากมันใส่กลับเข้าไปไม่ได้แล้ว”
ผมส่งหน้ากากให้กับยูริน เธอรับไปแบบเหมือนพึ่งได้สติ หลังจากพลิกดูสองสามรอบเธอก็ส่งคืน
“เป็นไอเท็มที่จำกัดชั่วโมงการใช้งาน ต้องทิ้งไว้สักระยะถึงจะกลับมาใช้ได้ใหม่”
“ท่านโรมะไม่ได้ถอดมันเลยตั้งแต่ได้มาสินะคะ”
มิรินถามโดยระวังไม่ให้เรื่องผมเป็นจอมมารหลุดออกมา
“อืม ไม่เคยถอดเลย”
“เอ่อ โกรธกันหรือเปล่าเนี่ย”
ผมเห็นบรรยากาศมันดูเงียบผิดปกติเลยถามแบบหวั่นใจ
“มะ มะ ไม่ค่ะ!”
ทุกคนแทบจะประสานเสียงกันตอบพร้อมกับทำหน้าแดงกันไปหมด
“แล้วทำไมถึงหลบตาผมกันหมดเลยล่ะ”
“จะไม่ให้หลบตาได้อย่างไงล่ะคะ ก็ตัวจริงท่านโรมะหล่อซะขนาดนี้แถมยังเข้ากับชุดที่ใส่อีก ฉันเองยังนึกว่าเจ้าชายจากประเทศไหนปลอมตัวมาซะอีก”
มิรินเองถึงจะมองสบตาผม แต่เธอก็หน้าแดงไปเหมือนกัน
“เหรอ? ผมคิดว่าตัวเองหน้าตาออกจะธรรมดานะ หรือว่าจะเป็นแบบผลตีกลับ ก็พวกเธอเห็นแต่หน้าปลวกๆ ของผมจนชินแล้ว พอหน้าตาดีขึ้นนิดหน่อยก็เลยดูเหมือนจะหล่อขึ้นเกินจริงประมาณนั้นละมั่ง”
“นะ หนูว่าไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ”
ฟรานนั่งบิดไม่มาขณะบอก
“ทนไม่ไหวแล้ว ขึ้นห้องกันเลยเถอะ”
ยูรินลุกขึ้นมาดึงแขนผม
“นี้อย่าแซงหน้ากันสิ!”
แทบทุกคนลุกพรวดขึ้นพร้อมกัน และมาดึงแขนแย่งตัวผมกันใหญ่
“พอเลยทุกคน ถึงไม่แย่งกันผมก็รอจะเอาพวกเธออยู่แล้ว แต่ตอนนี้ไปอาบนํ้ากันก่อน”
“ค่ะ!”
ทุกคนดูจะรีบๆ ผมเลยกวักมือเรียกยูรินไว้
“เอานี้เข้าไปด้วย”
ผมหยิบถาดใส่ขวดเหล้าเล็กๆ พร้อมกับแก้วหลายใบให้
“เอาไปลอยในอ่างแช่ แล้วค่อยๆ จิบกันไป แค่จิบนะอย่างซดโฮกเด็ดขาด มันจะช่วยให้เลือดลมไหลดีขึ้น”
ยูรินรับไปด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
“ฟราน เดเม่ฝากสอนอาเดไลท์ซังกับดอเรียแช่นํ้ากับใช้ชักโครกด้วยนะ”
“รับทรายค่ะนายท่าน!”
ฟรานกับเดเม่รับคำผม แล้วก็ดันหลังอาเดไลท์กับดอเรียตามหลังทุกคนเข้าไปในห้องอาบนํ้า
“ท่านโรมะคะ แบบนี้จะดีเหรอ อาเดไลท์เป็นคนสวยมากเลยนะ ท่านจะไม่แตะต้องเธอจริงๆ เหรอคะ”
มิรินรอจนเหลือกันแค่สองคนแล้วหันมาถามผม
“ก็ไม่แตะน่ะสิ ไม่สิ แตะไม่ได้มากกว่า”
“ทำไมเหรอคะ?”
“ก็ถ้าอาเดไลท์ไม่บริสุทธิ์แล้วมันจะมีปัญหาในอนาคตได้น่ะ”
“???”
เครื่องหมายคำถามขึ้นเต็มหน้ามิริน
“…ในอนาคตอาเดไลท์จะขึ้นเป็นราชินีของประเทศนี้”
“หา!! เอ๋? แต่อาเดไลท์เป็นแค่ลูกนอกสมรสนะคะ เธอไม่มีสิทธิ์ในราชบัลลังก์”
“ใช่ ตามปกตินะน่ะ แต่ถ้ากรณีไม่เหลือผู้สืบทอดล่ะ”
“หรือว่าท่านโรมะจะ!”
“ไม่ใช่ๆ ฉันไม่ได้บ้าอำนาจขนาดจะชักใยอาเดไลท์เบื้องหลัง จนต้องสังหารหมู่พวกราชวงศ์ทั้งหมดหรอก แต่ว่า”
ผมครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง และคิดว่าให้มิรินรู้ไปเลยดีกว่า อยากเห็นการตอบสนองของเธอด้วย
“มิรินรู้ใช่ไหมว่าผมมีแนวทางปรองดองระหว่างเผ่าปีศาจกับมนุษย์”
“ค่ะ ทราบเรื่องนั้นแล้วค่ะ”
“แต่ว่าพระราชากับราชินีของประเทศนี้น่ะ ไม่คิดแบบนั้น ผมแค่ไปเดินร้านทาสดู ก็รู้แนวคิดของคนในประเทศนี้ได้แล้ว พวกเขาคิดกับคนต่างเผ่าเป็นแค่สิ่งของเท่านั้น เป็นแค่ศัตรูที่ต้องฉกชิงผลประโยชน์มา กับคนแบบนี้ผมไม่คิดว่าการเจรจาด้วยคำพูดจะได้ผลหรอกนะ”
“เพราะงั้นเลยต้องกำจัดทิ้งสินะคะ”
“ก็ต้องให้ถึงที่สุดก่อน ผมน่ะไม่แคร์ที่จะต้องก่อสงครามขึ้นมา แต่ถ้าทำได้ผมจะเลือกหนทางที่สูญเสียกันน้อยที่สุด ถ้าจะต้องเกิดสงครามสู้ผมเด็ดหัวพวกผู้นำประเทศทิ้งไปเลยดีกว่า อย่างน้อยประชาชนก็ไม่ต้องเดือดร้อน แล้วถึงจะมีคนขึ้นมาแทน แต่ถ้ายังมีแนวคิดแบบเดิมอีก ผมก็จะเด็ดหัวมันทิ้งไปเรื่อยๆ จนกว่าจะวนมาถึงอาเดไลท์
ระหว่างนี้ผมเลยจะคอยปลูกฝังแนวความคิด แบบการอยู่ร่วมกันกับทุกเผ่าพันธุ์ให้กับเธอ แต่ดูท่าจะไม่ต้องวุ่นวายมากแล้ว จากที่ดูอาเดไลท์เองไม่ได้ถูกขังไว้ในกรอบความคิดของพวกหัวเก่า แต่ค่อนข้างเปิดรับมากทีเดียว ประชาชนประเทศนี้จะคิดอย่างไงกันไม่สำคัญเลย ขอแค่ผู้นำประเทศกำหนดแนวทางความคิดขึ้นมา ต่อให้ฝืนธรรมชาติแค่ไหน สุดท้ายประชาชนก็จะเดินตามทางนั้นจนปรับตัวเองได้ในที่สุด
อย่างตอนเนี่ยสมมุติมีการประกาศเลิกทาสขึ้นมา จะเกิดอะไรขึ้น ทุกคนก็ต้องทำตามเพราะมันคือกฎหมาย อย่างมากก็ลักลอบขายกัน แต่มันต้องลดจำนวนลงมากแน่ๆ ที่สำคัญ คนจะเริ่มมีความคิดที่ว่าการมีทาสเป็นสิ่งที่ผิด”
“แบบนี้เอง ท่านโรมะช่างมองการไกลจริงๆ แถมเป็นวิธีที่แทบไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อกันเลย ฉันประทับใจจริงๆ ค่ะ…แต่ว่าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามันเกี่ยวอะไรกับการที่ท่านจะไม่แตะต้องอาเดไลท์?”
“ก็อีกหน่อยเธอเป็นราชินี ก็ต้องแต่งงานมีลูกเพื่อไว้สืบทอดบัลลังก์ แล้วเกิดสามีเธอรู้ว่าราชินีของตัวเองไม่บริสุทธิ์จะไม่เป็นเรื่องเหรอ ถึงจะรักษาหน้ากันไว้ได้ แต่ว่าก็ต้องมีข่าวลือทำให้อาเดไลท์ต้องเสื่อมเสียเกียรติแน่”
“แล้วท่านโรมะไม่จับเธอเป็นภรรยาแล้วขึ้นเป็นราชาซะเองล่ะคะ?”
“ไม่เอา ฉันไม่สนใจเรื่องพวกนั้น ประเทศนี้จะเป็นอย่างไง หรือโลกนี้จะกลายเป็นอย่างไง ฉันไม่สนใจนักหรอก ที่ฉันทำตอนนี้ก็เพื่อมุเอมะที่ต้องดูแลปกป้องเผ่าปีศาจ ตัวฉันขอแค่ได้นอนกอดพวกเธอทุกวันก็พอใจแล้ว ขืนเป็นราชาก็ไม่มีเวลามากอดพวกเธอน่ะสิ แบบนั้นไม่เอาด้วยหรอก”
“ท่านโรมะ”
มิรินมองผมด้วยดวงตาหวานซึ้ง ก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้น
“ได้โปรดให้ฉันติดตามท่านโรมะด้วยเถอะค่ะ ฉันจะไม่พูดว่าไม่ว่าท่านโรมะจะทำเรื่องดีหรือเรื่องร้ายก็ตาม แต่ฉันเชื่อว่าสิ่งที่ท่านโรมะทำลงไปคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด ฉันจะเป็นลูกน้องที่แสนซื่อสัตย์และภักดีต่อท่านโรมะเพียงคนเดียวเท่านั้นค่ะ”
“ไม่จำเป็น”
ผมดึงตัวมิรินขึ้นกอดแล้วนวดหน้าอกเธอไปด้วย
“เธอเป็นผู้หญิงของผมแล้ว อย่างไงก็ต้องอยู่กับผมไปตลอดนั้นแหละ ไม่ปล่อยให้ไปไหนหรอกนะ”
“ท่านโรมะ”
แล้วมิรินก็จูบผมอย่างดุเดือด แต่ตอนนั้นเองอาเดไลท์ก็วิ่งออกมาในสภาพเปลือยเปล่า
“ในห้องนั้นมันอะไรกันน่ะ! มีอ่างใส่นํ้าขนาดใหญ่ให้ลงไปแช่ด้วย แถมนํ้าก็อุ่นสบาย! แล้วสายที่ติดตรงกำแพงแล้วพ่นนํ้าออกมาได้มันคืออะไรน่ะ!”
อาเดไลท์ถามเป็นชุด แต่ผมค่อยๆ หันหน้าไปทางอื่นแล้วบอกเธอไป
“อาเดไลท์ซัง เป็นสาวเป็นนางไม่ควรแก้ผ้าวิ่งในบ้านนะครับ”
“…กรี๊ด!!”
ดูเหมือนเธอจะพึ่งรู้สึกตัว ผมเลยให้มิรินพาเธอกลับเข้าไปอาบนํ้าต่อ ส่วนผมก็ไปเปลี่ยนชุดแล้วกลับลงมาเตรียมนมอุ่นให้กับทุกคนเหมือนเดิม
ห้องของอาเดไลท์อยู่บนชั้นสามตรงกันข้ามกับห้องของผม ซึ่งผมค่อนข้างกังวลที่เธอเลือกห้องใกล้ๆ แบบนี้ เพราะเวลาพวกผมเข้าภาคปฏิบัติกันตอนคํ่า เสียงมันจะไปรบกวนเธอเข้า
แถมวันนี้พิเศษหน่อย ตรงที่มีเดเม่มาร่วมวงด้วย เตียงไม่พอแฮะ สงสัยต้องเปลี่ยนเตียงให้ใหญ่ขึ้นแล้ว
หลังจากดื่มนมเสร็จพวกเธอก็ขึ้นมาหาผมที่ห้องพร้อมกัน ยกเว้นฟรานที่กำลังอธิบายการใช้ตะเกียงด้วยสัญญาณตบมือให้อาเดไลท์ฟังอยู่ แถมตอนนี้ทั้งบ้านสว่างไปด้วยแสงไฟ ทำให้อาเดไลท์ตื่นเต้นแบบสุดๆ เพราะแสงจากตะเกียงสว่างกว่าแสงเทียนจนเทียบไม่ติด
แต่วันนี้ทุกคนพร้อมใจกันให้เดเม่ก่อนเลยเพราะเป็นครั้งแรกของเธอกับผม เดเม่ก็รู้ใจผมซะเหลือเกิน เลยมาทั้งๆ ชุดเมดแบบกระโปรงสั้นสุด
เดเม่เป็นประเภทเสร็จไว ผมเลยเล้าโลมเธอจนแค่ให้เปียกเท่านั้น ต่อด้วยจับไปยืนหันหน้าเข้าผนังห้อง ผมน่ะอยากทำแบบนี้กับเมดมาตั้งนานแล้ว ผมทำกับเดเม่ด้วยท่ายืนนั้นเอง ผมสอดดุ้นเข้าไปในกระโปรงแหวกขอบกางเกงในที่เป็นระบายลูกไม้เข้าสู่ปากถํ้าที่ปิดสนิท
ด้วยการรักษาภายในของผม ทำให้หอยของเดเม่ราวกับเป็นหอยของเด็กสาวบริสุทธิ์ ผมเลยต้องค่อยๆ ใส่เข้าไปทีละนิดอย่างระวัง แต่แค่เสียบเข้าไปได้ครึ่งทางเดเม่ก็แตกซะแล้ว เธอฉี่ราดออกมาพร้อมกับพ่นนํ้าที่ออกมาเป็นจังหวะเดียวกับเอวที่สั่นกระตุกของเธอ
“ขะ ขอโทษค่ะนายท่าน นะ หนูทำสกปรกใส่ห้องของนายท่าน”
“ไม่ต้องใส่ใจ ดีซะอีกเวลาผมเห็นพวกเธอทำเรื่องน่าอายผมยิ่งตื่นเต้นนะรู้ไหม”
ผมนวดหน้าอกคัพB ของเธอไประหว่างให้เธอเครื่องเย็นลงก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวเธอเสร็จติดๆ กันจนหมดแรงซะก่อน แต่ใครจะไปรู้ว่าเดเม่นั้นไวต่อสัมผัสของผมมาก เพียงแค่นวดหน้าอกแบบปกติ ไม่ได้ใช้เทกนิกอะไร ก็ทำเธอเสร็จไปซะแล้ว
และโควตาของเดเม่มีแค่สองรอบเท่านั้น ผมอุ้มเธอที่สลบไปแล้ว ไปนอนที่โซฟายาว จากนั้นก็ขึ้นไปสนุกกับคนอื่นต่อ จริงๆ อยากฟาดมิรินก่อน แต่มิรินชอบให้ผมทำหลังฟราน ผมเลยต้องไปจัดการยูรินที่ทนไม่ไหวจนนั่งตกเบ็ดไปแล้ว
แต่จังหวะนั้นเองประตูห้องก็เปิดออก ผมนึกว่าฟรานจะมาแล้ว แต่กลับเป็นอาเดไลท์ที่เดินนำเข้ามา เธอไม่สนใจที่ผมกำลังกระแทกดุ้นใส่ยูรินอยู่ ไม่สิสนใจเพราะสายตาไม่ละไปจากจุดนั้นเลย แต่เธอก็เดินตรงมายืนตรงข้างเตียงหน้าผม
“นี้นายข่มขืนกระทั่งเด็กตัวแค่นี้เลยเหรอ!”
เธอเปิดฉากต่อว่าผมทันที
“เอ่อ ยูรินเป็นดวาฟน่ะ ถึงจะเห็นตัวแค่เด็กประถมแต่เธออายุมากแล้วนะ”
“แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรไปขืนใจเธอนะ ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้!”
“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะคุณอาเดไลท์ คือยูรินเธอชอบร้องแบบเหมือนโดนข่มขืนแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว พวกเราทุกคนที่นี้น่ะไม่มีใครโดนนายท่านบังคับขืนใจแต่อย่างใดเลยค่ะ จริงๆ แล้วตรงกันข้ามด้วยซํ้า”
มิรินอธิบายให้ฟังซึ่งทุกคนก็พยักหน้ายืนยัน แต่ยูรินสติหลุดไปแล้ว ไม่สนใจใครทั้งนั้นโยกเอวรับการกระแทกของผมแบบลืมตายอยู่ วันนี้เร้าร้อนและสติหลุดเร็วกว่าปกติแฮะ อย่าบอกนะว่าเพราะถอดหน้ากากออก?
“เป็นแบบนั้นเหรอ? หือ ช่างเถอะ ดาเซสมาช่วยฉันหน่อยสิ”
“เอ๋! แต่ต่อไปคิวฉันแล้วนะ”
“ไม่นานหรอก”
แล้วดาเซสก็เดินคอตกตามหลังอาเดไลท์ไป แต่ไม่ถึงนาทีพวกเธอก็กลับเข้ามา โดยที่ดาเซสแบกโต๊ะนํ้าชาส่วนฟรานยกเก้าอี้เข้ามากับอาเดไลท์
“อย่าบอกนะว่าจะมาตั่งโต๊ะนํ้าชาที่ห้องผมน่ะ”
“ก็นายต้องดูแลพวกเธอไม่ใช่เหรอ ฉันเลยต้องมาหาเองไง”
อาเดไลท์บอกพลางตั้งโต๊ะลงติดกับขอบเตียงและวางกระดานหมากที่เล่นกันเมื่อคืนออกมา ผมเลยต้องเล่นเกมกับเธอไปเย่อสาวๆ ไป ตอนแรกนึกว่าจะทำให้ทุกคนไม่พอใจ แต่กลับออกมาดี เพราะคนที่รอคิวอยู่ก็หันมาสนใจเกมที่ผมเล่นกับอาเดไลท์พลางรวมวงจิบนํ้าชากันไปด้วย เอ่อ แบบว่าบรรยากาศแบบนี้มันอะไรกันเนี่ย?
หลังจากผมจัดยูรินจนครบโควตาแล้วก็ถึงคิวของดาเซส แต่พอผมเสียบดุ้นเข้าไปในตูดของดาเซสเท่านั้นแหละ อาเดไลท์หยุดเล่นแล้วชี้นิ้วมาที่ดุ้นผมทันที
“นี้นายทำไมใส่ของนายเข้าไปทางทวารหนักล่ะ!”
“เอ่อ ทางนี้มันก็เสียวได้เหมือนกันครับ อย่างดาเซสน่ะชอบแบบนี้จนไม่ยอมให้ผมทำข้างหน้าแล้ว”
“แล้วทำไมนายต้องตีก้นเธอไปด้วย!”
“ยัยนี้มันเป็น M น่ะครับ ชอบให้ผมรุนแรงและหยาบคายใส่น่ะ ใช่ไหมนังหมูตัวเมีย”
“ค่า!! ฉันเป็นหมูตัวเมียโรคจิต นายท่านช่วยอัดดุ้นเข้ามาในรูโสโครกของฉันแรงๆ ด้วยค่า!!!”
“บะ แบบนี้ก็มีด้วย?”
เอาวะ ถือว่าให้เธอเรียกชั่วโมงเพศศึกษาไปในตัวล่ะกัน
จากนั้นไม่ว่าผมจะทำอะไรอาเดไลท์ก็จะต้องคอยถาม ซึ่งผมก็จะตอบเธอไปตามตรง ทั้งเรื่องที่ผมทำฟรานจนเลือดพุ่งหรือที่เธอกัดผมตอนเสร็จ หรือจะเรื่องที่ยัยเอร่าย่องเข้ามาเงียบๆ แล้วมานั่งดูพวกผมพร้อมกับตกเบ็ดเก็บนํ้าหวานใส่ขวดด้วย
หรือกับการออรัลเซ็กส์ของผมกับพวกเธอทีละสามคน ทั้งโมอา มิริน มอเรีย ทั้งที่ผมให้มิรินใช้ปากทำให้ หรือที่มอเรียชอบกินนํ้าเชื้อผม อาเดไลท์ดูสนใจไปหมดจนเกมเล่นไปได้ไม่ถึงไหนเลย เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเซ็กส์มันจะรุนแรงและเร้าอารมณ์ขนาดนี้ ต่างจากที่ผมทำกับพวกสาวๆ ในซ่อง เพราะกับพวกฟรานพวกเรารู้ว่าอีกฝ่ายชอบแบบไหน และมีขีดจำกัดแค่ไหน พวกผมเลยใส่กันจนถึงขอบสุดทุกครั้ง ถึงขนาดที่ว่าถ้าเลยไปนิดเดียวอาจถึงทำให้กลายเป็นบ้าได้ แต่ผมมีสัญญาณเตือนภัยอยู่ เลยหยุดทันเวลาเสมอ
แต่ที่ทำให้อาเดไลท์ตื่นตาตื่นใจมากที่สุด ก็เป็นตอนผมเอากับดอเรียที่เป็นเซนทอร์ กับดอเรียผมไม่ต้องปรับขนาดดุ้นเลย เพราะมันพอดีกันกับของเธอ เพราะความลึกของมดลูกของม้านั้นมากกว่าของมนุษย์ 2-3 เท่า แถมผนังช่องคลอดเองก็มีความยืดหยุ่นกว่า ผมเลยเอากับดอเรียเสียงดังสะนั่นเลย ผมกระแทกใส่แรงจนเนื้อของดอเรียกระเพื่อมเป็นคลื่นตามจังหวะ ปลายดุ้นผมแทงปากมดลูกของดอเรียทุกครั้งที่สอดเข้าไป ยิ่งทำให้เธอเสียวจนต้องยกเท้าหน้าขึ้น ผมเลยได้จังหวะอุ้มเธอขึ้นแล้วสอยในท่าอุ้มยกล้อเลย แรงผมในตอนมีเซ็กส์นั้นไม่มีจำกัดจริงๆ ราวกับสามารถเล่นได้ทุกท่าโดยไม่สนเรื่องขนาดร่างกายเลย
ผมใช้เวลาสองชั่วโมงกว่าจะทำให้พวกเธอทุกคนหลับกันไปได้ แต่วันนี้เสร็จกันค่อนข้างเร็วทุกคนเลย เพราะหน้ากากแน่ๆ แบบนี้ หน้าตามีผลขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
ขณะที่ผมใช้คลีนนิ่งทำความสะอาดและจับพวกเธอแต่งตัวนั้น อาเดไลท์ก็พูดขึ้นมา
“พวกเธอท่าทางมีความสุขกันจังเลยนะ ทั้งได้กินของอร่อย ทั้งได้แช่นํ้า ทั้งได้นอนบนเตียงนุ่มๆ และอุ่นสบาย แถมยังได้รับความรักจากนายจนเต็มอิ่มอีก”
“ครับ ก็พวกเธอเป็นผู้หญิงของผมนี้ครับ ผมเลยต้องดูแลพวกเธอให้ดี ให้มีความสุขเสมอ เพราะยิ่งพวกเธอมีความสุข ผมเองก็จะสุขไปด้วย”
“เป็นความคิดที่แปลกดีนะ”
“ครับ แต่ว่าอาเดไลท์ซังก็เป็นส่วนหนึ่งของที่นี้แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นต้องรีบเข้านอนนะ ไม่งั้นตื่นไม่ทันข้าวเช้าแน่”
“ข้าวเช้าเหรอ! อืม ฉันจะรีบนอน!”
พอเอาของกินมาล่อล่ะเชื่อฟังขึ้นมาเชียว จากนั้นอาเดไลท์ก็กลับห้องไป ผมเองก็อุ้มโมอาไปส่งที่ห้องตามปกติ
แต่พอเปิดประตูเข้าไปก็เห็นเมยอากำลังตกเบ็ดอยู่ แถมท่าทางใกล้เสร็จแล้วด้วย
“อย่าหยุดนะ ดีแล้วทำต่อเลย”
ผมกลัวเธออารมณ์ค้างแล้วโกรธ เลยให้เธอทำต่อ เมยอาก็ทำต่อจริงๆ ด้วยโดยจ้องหน้าผมและสอยนิ้วเร็วขึ้นอีก จนเธอเสร็จพ่นนํ้าออกมาชุดใหญ่ ก่อนจะทิ้งตัวลงไปนอนหมดแรง แต่พอขยับตัวได้ เธอก็รีบห่มผ้าคลุมโปงทันที ท่าทางจะอายที่โดนผมเห็นล่ะมั่ง แต่สาวๆ วัยนี้ก็ต้องการการปลดปล่อยบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แถมสงสัยได้ยินเสียงที่พวกผมทำกันด้วยล่ะ เลยยิ่งทำให้มีอารมณ์ขึ้นมา


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 4 พลังของมารราคะ

ตอน 150

ตอนที่ 149 เหตุบังเอิญ