ตอนที่ 38 ปาร์ตี้สั่งลา

ตอนที่ 38 ปาร์ตี้สั่งลา
ผมออกมาไปห้องของมิรินที่อยู่ติดห้องผม ซึ่งห้องของเอร่าอยู่ติดทางซ้าย ส่วนของมิรินอยู่ติดทางขวา และยืมเอาเสื้อผ้าเธอมาชุดหนึ่งเพื่อให้กับโมอา แต่เธอนั่งเลือกชุดชั้นในที่ให้กับโมอาอยู่นานมาก เพราะเกือบทั้งหมดเป็นแบบออกศึกที่เตรียมไว้ใช้กับผม
ผมปลุกโมอาขึ้นมาแต่งตัว และพากลับลงมาข้างล่าง เธอเดินขาถางๆ เพราะบอกว่ายังเจ็บหอยอยู่ ก็เล่นขย่มลืมตายแบบนั้นไม่เจ็บก็แปลกแล้ว
พอเมยอาได้เห็นแม่ของเธอ ก็พูดอะไรไม่ออก เพราะตอนขึ้นไปกลับตอนกลับลงมาเป็นคนละคนกันเลย
“นะ นี้แกทำอะไรแม่ของฉันน่ะ!”
“แค่จับเสริมความงามนิดหน่อย”
ผมตอบไปขณะที่โมอาทำหน้าดุใส่เมยอา
“เมยอา กับนายท่านพูดจาให้มันดีๆ หน่อย ตอนนี้นายท่านเป็นเจ้านายพวกเราแล้วนะ”
พอเจอแม่ดุ เมยอาก็ก้มหัวลงขอโทษผม และจัดท่าทางวางตัวซะใหม่ ผมเองก็ไม่ว่าอะไรหรอก ไม่เสียดายด้วย ถึงวัตถุประสงค์ตอนแรกคือได้หมํ่าเธอก็เถอะ แต่ของแม่ของเธอแหล่มจริงๆ ไม่ทำให้ผิดหวังเลย
ผมให้ฟรานกับดาเซสพาทั้งสองไปเดินดูรอบๆ บ้าน ส่วนเดเม่มาช่วยผมทำมื้อเย็น
วันนี้ตอนแรกผมกะจะทำเป็นสเต็กปลา แต่ไหนๆ ก็มีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามา และยังมีอีกวัตถุประสงค์หนึ่งด้วย ผมเลยว่าจะทำเมนูที่มันดูสร้างบรรยากาศหน่อย
ผมให้เดเม่ไปตามยูริน มิรินกับเอร่ามาช่วย เพราะวันนี้ผมจะเอาโต๊ะมาตั้งที่ด้านหลัง ตรงที่มองไปเห็นนํ้าตก ที่ผมจะทำวันนี้คือ บาบีคิวแบบเสียบเหล็กย่าง
เป็นเมนูง่ายๆ แต่อร่อยแถมทุกคนได้สนุกด้วย ที่ต้องเตรียมก็มีแต่ซอสกับของที่ไว้ย่าง ซอสผมทำออกมาสามแบบสามรส ทั้งแบบเปรี้ยว แบบหวาน และแบบเค็ม ส่วนเหล็กที่จะใช้เสียบย่าง ก็ให้ยูรินทำให้ เธอขอเวลาแค่สิบนาที ก็ทำออกมาได้ตามที่ผมต้องการแล้ว
ส่วนเอร่ากับมิรินช่วยกันยกโต๊ะส่วนจานเดเม่เป็นคนเอาออกมาเรียงตามที่ผมบอก ทุกคนดูตื่นเต้นมาก
ผมกลับมาเตรียมของย่าง ซึ่งมีเนื้อไก่ เนื้อวัว ปลา และผักต่างๆ เดเม่เองพอเห็นแล้วก็อาสามาช่วยผมเสียบด้วย เลยเสร็จเร็วขึ้น ส่วนเตาบาบิคิวก็แค่ดัดแปลงจากเตาย่างสเต็กนิดหน่อยก็ใช้ได้แล้ว แถมเพราะใกล้มืด ผมเลยให้มิรินเอาตะเกียงออกมาวางไว้รอบๆ เพื่อให้แสงสว่างด้วย
พอเมยอากับโมอาออกมาเห็น ก็อ้าปากค้างและถามใหญ่เลยว่าจะมีงานเลี้ยงของแขกใหญ่โตหรือเปล่า และพวกเธอต้องทำอะไรบ้าง
“ถ้าแขกก็พวกเธอสองคนไง”
ผมบอกไปสั้นๆ แต่สองแม่ลูกยังดูไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี ผมเลยให้ยูรินลากทั้งคู่ไปที่โต๊ะ จากนั้นก็เริ่มสอนวิธีทำบาบิคิวพร้อมทุกคน ซึ่งก็ไม่ยากเลย ใครอยากกินก็แค่เอาไปย่างบนเตาจนสุก จะยืนกิน เดินกิน นั่งกิน ก็ได้ทั้งนั้น ส่วนเครื่องดื่มผมก็เตรียมไว้แล้ว
แล้วผมก็เปิดงานด้วยการหยิบขึ้นไปย่างเป็นคนแรก ทุกคนดูสนุกกับการได้ย่างเอง แต่สองแม่ลูกยังดูกลัวๆ อยู่ และไม่กล้า ผมรู้อยู่แล้วเลยย่างเผื่อทั้งสองคนไว้ แต่ทุกคนกลับคิดเหมือนกัน เลยย่างเผื่อด้วย จนตอนนี้ตรงหน้าของสองแม่ลูกมีกองบาบิคิวสูงเป็นภูเขา
“จะ จะดีเหรอคะ เอาอาหารชั้นสูงแบบนี้มาให้คนอย่างฉันทาน”
โมอาไม่กล้ารับเอาไว้ เมยอาเองนั่งนํ้าลายไหลแต่ก็ไม่กล้าแตะเหมือนกัน
“ช่วยไม่ได้นะ เป็นแขกที่เอาแต่ใจจริงๆ”
ผมยิ้มออกมาและทำการป้อนเธอด้วยตัวเอง โมอาทำหน้าตกใจแถมรู้ว่าโดนทุกคนจ้องอยู่เลยยิ่งอายหนักกว่าเดิม แต่ผมไม่ยอมแพ้ยื่นรอจนเธอพร้อม สุดท้ายเธอก็กินลงไปจนได้ พอเมยอาเห็นว่าแม่ทานแล้ว เธอก็ทานบ้าง แค่กัดเนื้อเข้าไป เธอก็นํ้าตาไหลแล้ว
“กะ เกิดมาไม่เคยกินของอร่อยแบบนี้มาก่อนเลย”
เมยอาบอกทั้งนํ้าตา
“กินให้เยอะๆ ล่ะ มีอีกเพียบเลย”
ผมบอกขณะหันไปป้อนให้ฟรานด้วย เพราะตอนนี้มีการมาต่อแถวให้ผมป้อนให้แล้ว
แต่สองแม่ลูกยิ่งตกใจไปใหญ่ เมื่อเห็นว่าในไม้เสียบ ไม่ได้มีแค่ไก่กับเนื้อและผัก แต่ยังมีปลาด้วย
“อะ อาหารของขุนนางนี้!”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ จะอาหารของขุนนางหรือคนธรรมดา สำหรับท่านโรมะแล้วก็คืออาหารที่พวกเรากินแล้วมีความสุขเท่านั้นเอง”
มิรินเป็นคนบอกให้กับโมอา
“ทะ ทำไมท่านถึงได้ใจดีแบบนี้”
“เพราะเป็นท่านโรมะที่รักของพวกเราไงล่ะ”
มิรินยิ้มตอบ เธอดูเข้ากับโมอาได้ดี ส่วนเมยอาก็ไปสนิทกับยูรินได้แล้ว อย่างตอนนี้ก็พยายามถามไม่หยุด ทั้งๆ ทีกินไปด้วย
“อ่ะ จริงสิ เกือบลืมไปเลย”
ผมเดินกลับเข้าไป และกลับออกมาพร้อมกับเหล้าหลายขวด
“เอานี้ของขวัญของเธอยูริน”
ผมส่งเหล้าให้ยูรินไปสองขวด ส่วนที่เหลือผมไว้รวมกับเครื่องดื่มอื่นๆ แต่ห้ามไม่ให้ฟรานกับเดเมะและเมยอาดื่ม เพราะอายุยังน้อยอยู่
พอยูรินรับไป ก็มือสั่นและเงยหน้าขึ้นมาถามผม
“ขะ ข้าดื่มได้เหรอ”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ นี้ยังมีอีกเยอะเลยนะ แต่ว่าอย่าดื่มทีเดียวหมดล่ะ ผมเป็นห่วงสุขภาพ”
ผมพูดยังไม่ทันจบ ยูรินก็กระโดดขึ้นมากอดผมไว้แน่นมาก เหมือนเธอจะร้องไห้ด้วย ขณะที่ผมปลอบเธออยู่ก็ได้ยินเสียงเธอกระซิบเบาๆ
“รัก”
“อืม ผมก็รักยูริน”
ผมจูบเธอเบาๆ และให้เธอลงไปรวมวงกับเอร่า มิรินและโมอาที่ดื่มเหล้าได้ แต่โมอาไม่ได้ดื่มมานานมากแล้ว แถมเคย
ดื่มแต่เหล้าถูกๆ แค่แก้วสองแก้วเท่านั้น เลยเกร็งๆ ที่จะได้มาดื่มของแพงแบบนี้ ว่าแต่ยัยเอร่าเธอเป็นสิบเทพเชี่ยวนะ มาเมาแบบนี้จะดีเหรอ ส่วนตัวผมเองก็ดื่มได้ แต่ไม่อยากให้พวกฟรานเหงา เลยมานั่งร่วมกลุ่มเด็กแทน พวกเรานั่งกินกันไป คุยกันไป ดูดาวไป ฟังเสียงนํ้าตก นี้ล่ะคือความสุขที่ผมใฝ่หา
วันนี้ผมให้ทุกคนนั่งกินเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบ จนตอนทุ่มครึ่ง มอเรียก็กลับมาถึง ดูเธอทนไม่ไหวเลยรีบกลับมาก่อน แถมวิ่งมาตลอดทางด้วย เพราะเธอหอบใหญ่เลย ผมจับให้เธอนั่งพักและดื่มอะไรเย็นๆ ก่อน แล้วค่อยให้ไปร่วมวงบาบิคิว
พอเห็นบาบิคิวมอเรียก็ตื่นเต้นสุดๆ แถมยังมีเหล้าให้ดื่มอีก เลยไปร่วมก๋วนกับยูริน ทั้งคู่คอแข็งพอๆ กันเลย แต่มอเรียนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ขนาดดื่มสู้กับดวาฟได้สูสีแบบนี้
ผมเห็นสองแม่ลูกอิ่มแล้ว พวกฟรานเองก็อิ่มแล้วเช่นกัน เลยให้ฟรานกับเดเม่พาสองแม่ลูกไปสอนวิธีแช่นํ้ารวมถึง
วิธีใช้ชักโครกด้วย ส่วนที่เหลือยังตั้งวงเหล้ากันอยู่ ผมเลยให้พวกนั้นไว้ไปอาบที่หลัง ระหว่างนี้ผมก็เข้าไปสะกิดเอร่า ให้ออกมาคุยกัน
ผมพาเธอมาตรงใกล้ๆ นํ้าตก และมองให้แน่ใจว่าไม่มีใครตามมา ด้วยการเปิดเรดาร์ค้างเอาไว้
“นะ นี้พามาที่เปลี่ยวๆ แบบนี้ ยะ อย่าบอกนะว่านายทนความงามของฉันไม่ไหวแล้ว เลยคิดจะข่มขืนฉัน”
“เลิกเพ้อเจ่อได้แล้ว! ฉันแค่จะบอกว่า ตอนนี้เธอกลับสวรรค์ได้แล้ว”
“กลับสวรรค์? พูดเรื่องอะไรอ่ะ”
“พอดีวันนี้ฉันมีโอกาสได้ไปที่สวรรค์มา เลยไปต่อรองกับสิบเทพสูงสุดให้เธอกลับสวรรค์ได้แล้ว”
“จริงเหรอ! นายทำได้อย่างไงอ่ะ ไม่น่าเชื่อ”
“จะอย่างไงก็ช่างเถอะ แต่เธอรู้วิธีกลับแล้วใช่ไหม”
“อ่ะ เดี๋ยวนะ…เอ๋ กลับได้จริงด้วย!!”
“แล้วก็นะ จะกลับไปตอนไหนก็ตามใจเธอ แต่ไม่ต้องขอบคุณหรือบอกลาอะไรทั้งนั้น เพราะฉันไม่ชอบการจากลา ไม่ชอบอะไรที่มันดูเศร้าทั้งหมดเลย เพราะงั้นจะไปก็ไปได้เลย ที่จะบอกก็มีเท่านี้แหละ”
“นี้นายทำเพื่อฉันขนาดนี่ แล้วจะไม่ให้ฉันขอบคุณได้อย่างไงกัน”
“ก็บอกว่าไม่ต้องไง อ้อ จริงสิ เธอให้พรคุ้มครองฉันมาตั้งแต่เมื่อไรอ่ะ”
“พรคุ้มครอง? เอ๋! นี้นายมีพรคุ้มครองของฉันด้วยเหรอ!!!”
“ให้ตายสิ สมเป็นเธอจริงๆ ขนาดพลังของตัวเองยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย…งั้นก็โชคดีล่ะกัน บาย”
ผมโบกมือลาและเดินกลับมาที่คฤหาสน์
“เดี๋ยว”
พอเอร่าทักผมก็หันกลับไปแต่ผมก็เป็นฝ่ายพูดออกไปซะก่อน
“เจอกันคราวหน้าพวกเราอาจจะเป็น…ศัตรูกันก็ได้นะ เพราะงั้นไม่ต้องเยอะหรอก”
ผมเองก็รู้สึกไม่ดีที่เอร่าต้องกลับสวรรค์ เพราะแบบนั้นเธอก็จะต้องรู้ว่าผมเป็นจอมมารแน่ๆ จุดยืนของพวกเราจะไม่ใช่เพื่อนกันอีกแล้ว แต่คือด้านตรงกันข้ามที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้อีก
…เหงาเหรอ นี้ผมกำลังรู้สึกเหงาอยู่เหรอ ก็อาจจะใช่ ถึงจะเป็นยัยเทพธิดาไร้ประโยชน์ แต่มีเธออยู่ด้วยก็ทำให้รู้สึกสนุกดี ใช่ผมรู้สึกเหงาที่ขาดเอร่าไป แต่นี้แหละดีที่สุดแล้ว เธอเป็นเทพ ส่วนผมเป็นจอมมาร นี้แหละ…ดีที่สุดสำหรับเธอแล้ว
และคืนนั้นในคฤหาสน์ก็ไม่มีเอร่าแล้ว


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 4 พลังของมารราคะ

ตอน 150

ตอนที่ 149 เหตุบังเอิญ