ตอนที่ 62 ท่าจะไม่ดีซะแล้ว
ตอนที่ 62 ท่าจะไม่ดีซะแล้ว
ผมไม่สามารถหันหลังกลับไปดีใจกับทุกคนได้ในตอนนี้ เพราะถ้าหันไป
ทุกคนจะได้เห็นดาบเอ็กซ์คาริเบอร์ของผมแน่ และรับรองวงแตกชัวร์
งานนี้ผมต้องรวบรวมสมาธิอย่างสุดชีวิตเพื่อจะใช้สกิลปรับขนาดดุ้นของผมลง
จนไม่ให้ใครสังเกตเห็นว่ามันกำลังพองตัวอยู่ แต่ถึงจะซ่อนดุ้นได้
แต่จะซ่อนอารมณ์หื่นทางสีหน้าอย่างไงดีล่ะ!
คิดสิ! คิดให้ออกโรมะเอ๋ย มันต้องมีวิธี…ใช่แล้ว นี้ไงล่ะทางออก
แค่มองอะไรที่ทำให้หมดอารมณ์หื่นได้ก็พอ
ผมรีบใช้มองทะลุออกมาทันที และหันไปมองชีเอ้ เหตุที่ต้องเลือกชีเอ้
เพราะถ้ามองลุงกับกาอิน มันจะสร้างความเสียหายในจิตใจของผมจนเกินไปน่ะ
ถึงขั้นเป็นแผลใจไปชั่วชีวิตเลยนะ!
อย่างน้อยมองของชีเอ้ยังได้เห็นกางเกงในน่ารักๆ
ช่วยบังดุ้นตุงๆ…ใช่ตุงๆ ทำไมดุ้นมึงตุงอีกแล้วว่ะไอ้คุณชีเอ้!!!
แถมคราวนี้มีนํ้าไหลซึมกางเกงในออกมาจากตรงหัวดุ้นด้วย
แปลว่ากำลังเงี่ยนสุดๆ เลยสินะ!
แต่ความโชคร้ายก็ถาโถมมาแบบไม่ดูจังหวะ
เพราะมองทะลุของผมอัพเป็นเลเวล 3 พอดี ด้วยอารามตกใจ
มองทะลุเลยปรับให้ทะลุกางเกงในไปทันที เต็มๆ ตา ดุ้นไอ้คุณชีเอ้เต็มๆ ตาผมเลย
ทว่าช้าก่อน…ดุ้นของคุณชีเอ้
มันแบบว่า…ไม่ได้ดูแล้วเสียสุขภาพดวงตาอย่างดุ้นทั่วๆ ไป
คือมันขาวเนียนเรียบลื่นดูนุ่มนิ่ม ไม่มีเส้นเลือดหรือเอ็นปูดโปนขึ้นมา
และสภาพตอนมันตื่นมีขนาดไม่ต่างจากปกติเลย เพียงแค่แข็งและตั้งขึ้นมา แต่ยังเป็นไซส์ซูปเปอร์มินิเท่าเดิมอยู่ดี
ที่สำคัญคุณชีเอ้เข้าใจเลือกกางเกงในที่ใส่จริงๆ
เพราะถึงดุ้นจะแข็งขึ้นมา มันก็จะไม่โผล่หัวออกมา
พ้นขอบกางเกงใน แต่มันยังตุงอยู่ในกางเกงในให้ชวนน่าดูแบบแปลกๆ
แถมลูกตุ้มคู่ยังมีขนาดเล็กจนเก็บมิดไม่แล่บโผล่ออกมา หรือนูนจนดูน่าเกลียด มองๆ
ไปเหมือนรอยอูมของโหนกหอยเลย
…ท่าจะแย่แล้วสิ
นี้ผมกำลังพรรณนาถึงดุ้นของคนอื่นไปหลายย่อหน้าแล้วนะ
หรือผมจะเข้ารีดของสาวกสาวดุ้นไปแล้ว!! จะว่าไปคำว่าราคะเนี่ย
มันไม่แบ่งหญิงแบ่งชายด้วยดิ อะ อันตรายเป็นบ้า!
แล้วก็นะแทนที่จะมองดุ้นคนอื่นแล้วจะพาลทำให้หมดอารมณ์
แต่นี้ดุ้นผมกลับยิ่งตื่นตัว ถ้าเป็นระเบิดแบบจุด ก็สายชนวนไหม้ไปถึงข้างในแล้ว
มะ ไม่ได้การ นี้มันสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว
ขืนปล่อยไว้ผมคงควบคุมตัวเองไม่อยู่ แล้วฉุดชีเอ้ไปข่มขืนข้างทางแน่
ต้องใช้มาตรการขั้นเลวร้ายที่สุดแล้ว
ผมฝืนตัวเองสุดชีวิตให้หันไปมองดุ้นเล็กๆ เหี่ยวๆ
ของลุงออกัส…ได้ผลทันตาเห็น ดุ้นผมเลิกต่อต้าน และกลับไปจำศีลตามเดิมทันที
ส่วนตัวผมจิตใจถูกทำร้ายอย่างหนัก ในหลายๆ ความหมายเลย
“โรมะเป็นอะไรไปเหรอ สีหน้าดูไม่ดีเลย?”
เนปฟ่าเดินเข้ามาถาม
แต่ผมก็ฉีกยิ้มสุดชีวิตเพื่อปิดบังจิตใจที่บอบชํ้า
“ไม่เป็นไรครับ แค่โดนผลกระทบของสกิลไปนิดหน่อย”
“ผลกระทบ?”
ใช่เนปฟ่ากับคนอื่นไม่รู้หรอกว่าผมใช้เบอเซริกโหมด เพราะเอฟเฟกของ
Glory มันกลบหมด เก็บไว้เป็นเทกนิคอำพรางสกิลที่ใช้ได้เลยนะ
“แล้วมีใครบาดเจ็บไหมครับ”
ผมหันไปสำรวจดู ลุงมีแผลที่แขนและกำลังให้ชีเอ้รักษาอยู่ อุ๊
ไม่ได้การ แค่มองก้นของชีเอ้ไอ้ดุ้นของผมก็เริ่มแข็งตัวขึ้นมาอีกแล้ว
ส่วนเมดารินไม่ได้แผลอะไร และมองมาทางผมแบบยิ้มๆ ด้วย ส่วนกาอินก็ไม่ได้บาดเจ็บ
และกำลังไปเก็บลูกศรมาจากชาแมน ความเสียหายน้อยกว่าที่คิดไว้ แบบนี้น่าจะไหวมั่ง
“ไม่ต้องห่วง แผลแค่แมวข่วน ลุยกันต่อเลย”
“อย่าพึ่งรีบร้อนครับ รอผมกับเนปฟ่าฟื้นมาน่าก่อน
พวกเราต้องอยู่ในสภาพพร้อมที่สุดตลอดเวลา
ไม่งั้นเวลาโดนรุมพวกเราจะทำศึกยืดเยื้อไม่ได้”
“แบบนี้เอง นายนี้คิดอะไรได้รอบคอบดีนะ”
ออกัสพยักหน้าอย่างชื่นชม
“ฮะๆ ถึงผมเป็นคนชอบเสี่ยง แต่ผมไม่ชอบความผิดพลาดนะครับ”
“ฉันพักแค่สามสี่นาทีต่อรอบก็พอแล้ว”
เนปฟ่าเข้ามาบอกผมราวกับจะรายงานมากกว่า
“ผมเองก็พักแค่นั้นก็พอครับ คงไม่ได้ใช้Glory ทุกครั้งที่สู้หรอก
นอกจากตอนเจอลอร์ดสองตัวแบบตะกี้อีก”
พอพักเสร็จพวกเราก็ลุยกันต่อทันที โดยยังเดินเลาะไปตามกำแพง
คราวนี้เจอกลุ่มใหม่ห้าตัวเช่นเดิม มีอัศวินกับชาแมนอย่างล่ะสอง ลอร์ดอีกหนึ่ง
แต่ว่าแย่ล่ะสิ มันเห็นพวกผมก่อน!
เมื่อลอร์ดเห็นพวกผมเข้า ก็ใช้ Howl ออกมาทันทีเลย ซวยจริงๆ
เป็นประเภทขี้กลัวซะด้วย ไอ้พวกลอร์ดประเภทนี้ เวลาเจอศัตรูจะใช้ Howl
ออกมาและวิ่งหนีทันที นั้นไง มันวิ่งหนีจริงๆ ด้วย ไอ้ตัวเนี่ยอันตราย
สุดๆ เพราะพอมันหนีไปได้สักพัก ก็จะใช้ Howl ออกมาอีก
แบบนี้ให้เตรียมใจรับการโจมตีสามถึงสี่ระลอกได้เลย
“ไม่ต้องตาม เตรียมรับการโดนโจมตีต่อเนื่องด้วยครับ!”
ผมกับพวกลุงกระโดดเข้าไปฆ่าอัศวินหนูกันทันที
ตัวหนึ่งถูกผมกับลุงโจมตีตายในการโจมตีครั้งแรก ส่วนอีกตัวเมดารินรับมืออยู่
ท่าทางตัวๆ พอไหวอยู่ แถมลุงกำลังจะเข้าไปช่วยแล้ว
“เนปฟ่าประหยัดมาน่าไว้อย่าพึ่งใช้เวทออกมา”
ผมตะโกนบอกขณะปามีดใส่ชาแมนตัวหนึ่ง ขณะที่อีกตัวเป็นเป้าของกาอิน
ผมตามเข้าไปใช้ดาบฟันซํ้าจนชาแมนตายไป และหันไปฆ่าชาแมนอีกตัวด้วย
งานนี้ต้องเร่งมือหน่อย เพราะกลุ่มอื่นกำลังจะมาแล้ว
“ข้างหลัง!”
เนปฟ่าตะโกนบอกเมื่อได้ยินเสียงฝีมือกำลังวิ่งมา
ผมปล่อยอัศวินหนูที่พวกลุงยังฆ่าไม่ได้ไว้ และตรงเข้าไปรับมือกับกลุ่มที่มาจากด้านหลัง
แต่พอเห็นอัศวินหนูวิ่งมาตัวเดียวผมก็ใจไม่ดี
เพราะแบบนี้ดูท่าจะเป็นทีมที่มีพวกชาแมนอยู่หลายตัว
ทีมที่มีชาแมนเยอะปกติก็ไม่น่ากลัวหรอก
เพราะเดเม่เก็บมันได้ด้วยการยิงครั้งเดียว เลยไม่ทันทำอะไรก็ตายกันหมดแล้ว
แต่ตอนนี้ไม่ใช่ กาอินไม่ได้มีพลังโจมตีระดับเดเม่
ต่อให้ยิงไปเป็นสิบดอกบางทียังไม่ค่อยจะตายเลย และการปล่อยพวกชาแมนไว้หลายตัว
เท่ากับมันจะใช้เวทโจมตีออกมาเป็นชุดได้ แล้วเกราะมังกรขั้นต้นเนี่ย
ทนได้แต่การโจมตีทางกายภาพเท่านั้นนะ
ถึงจะมีป้องกันไฟกับนํ้าแข็งก็เถอะ แต่อย่างอื่นไม่ได้กันได้สักหน่อย
“กาอิน เนปฟ่า ชาแมนหลายตัว โจมตีสกัดไว้อย่าให้มันใช้เวทมนต์ได้”
ผมบอกขณะพุ่งชนใส่อัศวินหนู ซึ่งมันค่อนข้างเก่งกว่าปกติ
คงเพราะได้รับบัพมาจากพวกชาแมนด้วย บอกตามตรงเลยนะ
ผมว่าอาชีพชาแมนเนี่ยค่อนข้างขี้โกงเลยทีเดียว เพราะใช้ได้ทั้งเวทรักษา
เวทโจมตีสายธาตุทั้งหมด และยังมีเวทพวกบัพกับดีบัพอีก แถม Hp
ก็เยอะกว่าผู้ใช้เวทอีก ส่วนข้อเสียก็คือ Mp
น้อยและไม่สามารถเรียนรู้เวทขั้นกลางขึ้นไปได้
ถึงจะรีบจัดการอัศวินหนูอย่างไงก็คงไม่ทันแล้ว
ผมเลยเปลี่ยนไปวิ่งหลอกล่อ และดึงความสนใจของ
พวกชาแมนมาที่ผม ไม่งั้นมันเล็งใช้เวทไปที่พวกเนปฟ่าล่ะก็แย่แน่
ตอนที่ยิงเวทออกมานั้น แทบจะพร้อมกันทั้งสองฝ่าย
โชคยังดีที่กาอินยิงโดนพวกชาแมนไปสองตัว ทำให้มันหยุดร่ายเวทไป
แต่อีกสองตัวที่เหลือยิงเวทมาทางผมแล้ว
“รับของพวกแกไปเองล่ะกัน!”
ผมใช้ Wall
กระแทกร่างของอัศวินหนูในลอยขึ้นไปรับเวทของชาแมนที่ยิงมา
เป็นเวทลูกไฟกับกระสุนหิน อัศวินหนูที่บาดเจ็บจากผมอยู่แล้วตายคาที่ แต่ผมอดได้
Exp กับไอเท็มดรอปล่ะ…เอาเป็นว่าจะพยายามไม่ใช่วิธีนี้ล่ะกัน
ส่วนเวทระเบิดของเนปฟ่าระเบิดเข้ากลางวง
จนชาแมนตัวหนึ่งถึงกับติดสตัน แต่ผมตามไปซํ้าไม่ได้
เพราะในกลุ่มพวกมันยังเหลือลอร์ดอีกตัว ซึ่งพุ่งเข้ามาหาผมแล้ว
แย่กว่านั้นมันดันใช้ Howl ออกมาด้วย
และยังมีเสียงอีกเสียงดังออกมาจากลอร์ดแรกที่วิ่งหนีไป
เท่ากับว่ากำลังจะมีกองกำลังเสริมมาอีกสองทีม!
ถ้าจะล้มลอร์ดผมต้องใช้ Glory แต่ว่าใช้กับตัวเดียวมันไม่คุ้มค่า
เลยทำได้แค่ปัดป้องถ่วงเวลารอคนอื่น
พวกลุงออกัสฆ่าอัศวินหนูของชุดแรกได้แล้ว แต่มัวแต่ก้มเก็บไอเท็มกันอยู่เลยทำให้ชักช้า
ผมเห็นแล้วนี้อยากจะตะโกนด่าไปจริงๆ ว่าอย่าพึ่งงกกันได้ไหม
กำลังจะตายห่ากันหมดปาร์ตี้อยู่แล้วนะ
มีแต่เนปฟ่าเท่านั้นที่ยังมีสติ
และมองออกว่าผมอยากจะรีบจัดการพวกทีมนี้ให้เร็วที่สุด เธอเลยใช้เวทออกมาอีกครั้ง
แต่สถานการณ์เริ่มไม่เป็นไปตามที่คิด
เพราะการที่ชาแมนอยู่กันถึงสี่ตัว เป็นปัญหาอย่างมากจริงๆ
เพราะพอมีตัวหนึ่งตั้งหลักได้ มันก็จะเริ่มใช้เวทรักษาตัวอื่นๆ ทันที
แค่พวกมันยืนรักษากันเองก็แทบจะเป็นอมตะแล้ว
ถึงจะให้เนปฟ่ากับกาอินช่วยรุมมาที่ลอร์ดก็ไม่มีประโยชน์
เพราะชาแมนก็จะย้ายไปรักษาให้ลอร์ดแทน ตอนนั้นเองเสียงวิ่งก็ดังใกล้เข้ามา
ผมดูจากเรดาร์ก็เห็นสองทีมกำลังจะมาถึงพร้อมๆ กัน
แถมเป็นทีมขนาดใหญ่ที่มีถึงเจ็ดตัวด้วยทั้งสองกลุ่มเลย
ผมตัดสินใจวิ่งล่อให้ลอร์ดตามมา และหันไปตะโกนเตือนสติพวกลุง
“อย่าพึ่งสนใจไอเท็มดรอป! พวกเรากำลังโดนล้อมแล้ว
รีบฆ่าชาแมนให้หมด”
และเพื่อไม่ให้ลอร์ดหันไปสนใจพวกลุงออกัส
ผมเลยวิ่งโดยรักษาระยะห่างไว้น้อยที่สุด จนถึงยอมโดนมันอัดบ้างเป็นบางครั้ง
พอผมวิ่งไปถึงทีมที่สาม ก็เจออัศวินหนูถึงสี่ตัว
แถมลอร์ดอีกหนึ่งตัว บวกชาแมนอีกสอง
แต่ผมไม่สนใจวิ่งเข้าไปตะลุมบอนฟันดาบไปรอบตัวอย่างไร้กระบวนท่า แต่อย่างที่คิดไว้
ด้วยจำนวนแบบนี้ผมสู้ไม่ไหวหรอก เลยโดนพวกมันรุมยำอยู่ฝ่ายเดียว
ผมรอจนลอร์ดของทีมที่สามช่วยเข้ามารุมยำผม ก็รีบคลานหนีออกมา
และวิ่งลากมันด้วยวิธีเดิมไปหาทีมที่สี่ ทว่า…
Raid Wererat BaronShimon ปรากฏตัว
เฮ้ย! Raid มาเกิดอะไรกันตอนนี้ฟ่ะ
ตอนมากับพวกฟรานยังไม่เห็นเจอเลย
ตัวของบารอนนั้นใหญ่พอๆ กับราชามนุษย์หนูเลย
มันใส่เกราะทั้งตัวและถือหอกเป็นอาวุธ แถมขี่หนูยักษ์มาอีกต่างหาก
ยังไม่พอตัวชาแมนที่อยู่ในทีมของบารอน ยังใช้อาวุธเป็นหน้าไม้ด้วย
ส่วนอัศวินก็ใช้โล่หอคอย (Tower shield)
ที่ดูแข็งแกร่งกว่าโล่แบบเก่าชนิดทาบไม่ติด
ด้านหลังบารอนไอ้ลอร์ดมนุษย์หนูจอมขี้ขลาดวิ่งตามมาห่างๆ ด้วย
ฝากไว้ก่อนเถอะ!
“ทุกคนหนีเร็วเข้า!”
ผมตะโกนบอกไปแบบไม่ต้องคิด ไม่ว่าจะเป็นทั้งความแข็งแกร่งหรือจำนวน
พวกลุงออกัสก็สู้ไม่ไหวแน่ ผมเองก็คิดว่าเจ้าบารอนน่าจะระดับเดียวกับ Raid
อาร์มฟิช เพราะงั้นต่อให้เป็นเกราะมังกรขั้นต้นก็ใช่ว่าจะรับการโจมตีไหว
พอผมวิ่งกลับไปทางที่ทุกคนอยู่ ก็เห็นหลังไวๆ
กำลังตั้งหน้าตั้งหน้าวิ่งหนีตามที่ผมบอกอยู่ แต่ว่า ช้าอ่ะ! ลืมไปเลยว่าลุงออกัสกับเมดารินช้าอย่างกับเต่าคลาน
แบบนี้หนีไม่พ้นแน่
“ถอดเกราะออก!”
ผมตะโกนบอก แต่เมดารินรีบหันมาส่ายหน้า
ส่วนลุงออกัสใส่เกราะแบบชิ้นเดียว เลยถอดทิ้งได้ทันที
แต่ที่หนักดูท่าจะเป็นที่ขวานมากกว่า เพราะความเร็วไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย
พอผมวิ่งตามมาทัน ก็ใช้มือไปปลดเข็มขัดที่ล็อคชุดเกราะของเมดารินออก
“ไม่ใช่เวลามาเสียดายแล้วนะ พวกมันมี Raid อยู่ด้วย
ขืนโดนตามทันพวกเราไม่รอดแน่!”
ผมบอกขณะออกแรงดึงเกราะด้านหลังของเมดาริน ทว่าพอเกราะหลุดออก
ผมก็เห็นแผ่นหลังของเธอที่มีเพียงสายบราสีนํ้าตาลอ่อนอยู่เท่านั้น
“นี้เธอไม่ได้ใส่เสื้อผ้าไว้ใต้เกราะหรอกเหรอ!”
ผมรู้แล้วว่าทำไมเมดารินไม่ยอมถอดเกราะออก
“กะ ก็มันร้อนนี้!”
“ให้ได้แบบนี้สิ งั้นทิ้งหมวกกับเกราะแขนเกราะขาไปก็พอ”
เมดารินทำตามที่ผมบอก โยนหมวกเหล็กทิ้งและเริ่มปลดเกราะที่แขน
ส่วนผมวิ่งแบบย่อตัวเพื่อคอยแกะเกราะส่วนขาออก เกือบจะหน้าทิ่มไปหลายหนเหมือนกัน
พอปลดเกราะจนเหลือแต่ส่วนตัวกับกระบังเอวได้แล้ว
ความเร็วของเมดารินก็เพิ่มขึ้นมาหน่อย
แต่ผมไม่เห็นพวกเนปฟ่าที่น่าจะวิ่งนำอยู่ข้างหน้าเลย จึงรีบเปิดเรดาร์ขึ้นดู
ชิบแล้วไง! พวกนั้นวิ่งออกนอกเส้นทาง
แทนที่จะกลับไปที่ทางขึ้นไปชั้นสาม กลับวิ่งห่างออกจากกำแพง
ไปยังส่วนลึกของชั้นแทน
แถมลุงออกัสเริ่มหมดแรงอีกต่างหาก อยากจะให้ลุงแกทิ้งขวานไปจริงๆ
เมื่อไรจะรู้ตัวสักทีนะ ว่าถ้าไม่ใช่เพราะขวานเนี่ย
ลุงแกน่าจะเป็นนักผจญภัยระดับแนวหน้าไปแล้ว
แถมตอนนี้ยังจะมาตายเพราะขวานที่แกรักนักรักหนาอีก
“ลุง ทิ้งขวานไปซะเถอะ ไม่งั้นไม่รอดแน่”
“ไม่! พวกนายไปกันเถอะ เพราะถึงตายฉันก็ไม่ยอมทิ้งขวานเด็ดขาด!”
ว่าแล้วเชี่ยว งั้นก็ช่วยไม่ได้
ผมชะลอฝีเท้าลงจนมาอยู่รั้งท้าย
จนมั่นใจว่าอยู่ในระยะที่ทั้งคู่จะไม่หันมาเห็นแล้ว ผมจึงหยุดวิ่งลง
และหันกลับไปทางที่พวกบารอนวิ่งไล่กวดมา และรอจนมันเข้ามาใกล้จนเกือบถึงตัว
พันโปรยปราย!
ผมหยิบมีดสั้นมังกรสมุทรออกมา พร้อมกับใช้สกิลประจำอาวุธ
กระสุนนํ้าจำนวนหนึ่งพันนัดถูกยิงออกไป ที่ผมต้องรอให้เข้ามาใกล้
เพราะพลังทำลายยิ่งใกล้จะยิ่งแรง ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากจะสังหารเจ้าบารอนที่นี้เลย
พวกอัศวินหนูยกโล่ขึ้นมาเรียงกันเป็นกำแพงป้องกัน
“ไม่มีประโยชน์หรอกน่า!”
ใช่แล้ว เพราะยังมีสกิลแทงทะลวงอยู่
ที่จะทำให้เป็นการโจมตีทะลุเกราะได้ พวกหนูแถวหน้าสี่ตัวล้มลงตายในทันที
แต่เจ้าบารอนหัวหมอจริงๆ มันคว้าเอาอัศวินหนูสองตัวที่อยู่ใกล้ๆ
ขึ้นมารับกระสุนแทน ตัวมันเลยแทบไม่ได้รับบาดเจ็บเลย
ส่วนพวกชาแมนที่ตามมาก็กำลังจะใช้เวทรักษาแล้ว
“บ้าซิบ ทะลุเกราะแต่ไม่ทะลุเกราะเนื้อ Wall!!”
ผมใช้เวทสร้างกำแพงดินขึ้นมา ปิดทางไว้
ถึงแค่โดนทุบไม่กี่ทีก็พังแล้ว แต่คงพอช่วยถ่วงเวลาได้
ระหว่างที่หันหลังวิ่งหนีกลับไป ก็ใช้ Wall
สร้างกำแพงขึ้นมาปิดไว้เรื่อยๆ จน Mp หมดไปเลย
เสียงทุบกำแพงห่างออกไปเรื่อยๆ ดูท่าหนีพ้นได้ไม่ยากแล้ว
ผมวิ่งตามมาจนทันลุงออกัสกับเมดาริน
ที่ทั้งคู่หมดแรงจนเปลี่ยนไปเป็นเดินแล้ว
“ทนหน่อย ต้องไปให้ถึงทางขึ้นชั้นสามก่อนถึงจะปลอดภัย”
ผมพยุงปีกทั้งสองไว้และลากไปด้วยกัน ผมเหลือบดูเรดาร์เป็นระยะ
เพื่อดูทั้งตำแหน่งของพวกบารอนที่ตามหลังมา ทั้งทิศทางที่พวกเนปฟ่าวิ่งไป
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น