ตอนที่ 77 Lust Mastery
ตอนที่ 77 Lust Mastery
ผมเดินตัวปลิวออกจากบ้าน
เป็นครั้งแรกเลยที่ออกจากบ้านได้โดยไม่มีความคิดจะแวะไปซ่อง
แต่ก่อนจะเข้าเมืองผมแวะกลับปราสาทจอมมารก่อน
เพื่อแวะเอาเค้กไปให้มุเอมะกับมิรินกินด้วย
แต่รอบนี้ผมกลับมาเงียบๆ และใช้เรดาร์หาตำแหน่งที่อยู่ของมุเอมะ
เธออยู่ที่ห้องนอน มิรินเองก็อยู่ด้วย สงสัยว่าหลับกันไปแล้วมั่ง
ผมกะย่องเอาเค้กไปวางไว้ ตอนพวกเธอตื่นขึ้นมาเจอจะได้ตกใจ
ทว่าพอเปิดประตูเข้าไป ก็ได้เห็นสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็น
มุเอมะกับยูรินกำลังอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า
ทั้งคู่นั่งกอดกันกลมและจูบปากแลกลิ้นกันอยู่
ส่วนท่อนล่างกำลังโยกบี้กันไปบี้กันมา มุเอมะรู้สึกถึงตัวตน
ผมได้ก่อน เธอรีบหันมาทางผมด้วยดวงตาเปิดค้างอย่างตกใจสุดขีด
“ท่านโรมะไม่ใช่อย่างที่คิดนะคะ!!!”
พอได้ยินที่มุเอมะตะโกน มิรินเองก็รีบผละออกและคลานมากอดขาผมไว้แน่น
“ฟังก่อนนะคะท่านโรมะ!”
“พวกเราไม่ได้นอกใจท่านโรมะนะคะ!”
มุเอมะเองก็เข้ามากอดขาผมอีกข้างไว้
“หยุด!”
ผมยกมือห้ามให้หยุดพูด ทั้งคู่หน้าซีดไปเลย
เป็นมิรินที่ร้องไห้ออกมาก่อน ส่วนมุเอมะเหมือนวิญญาณหลุดจากร่างไปแล้ว
“เดี๋ยวๆ เข้าใจผิดแล้ว ผมไม่ได้โกรธ
แต่ตอนนี้อยากให้หยุดพูดแล้วขึ้นไปทำต่อได้ไหม แบบว่ากำลังได้อารมณ์อ่ะ”
มุเอมะกับมิรินหันมายิ้มให้กันอย่างโล่งอก
ก่อนจะพยักหน้าและเดินจูงมือกันกลับขึ้นไปบนเตียง
ผมนั่งดูพวกเธอตีฉิ่งกันต่อ แต่ก็ทนไม่ไหวต้องขอเข้าไปผสมโรงด้วย
ผมลงไปนอนและให้พวกเธอตีฉิ่งกันโดยมีดุ้นผมขั้นกลาง
ท่านี้ยิ่งทำให้พวกเธอมีอารมณ์บี้หอยใส่ดุ้นผมและถูขึ้นถูลงจนดุ้นผมเปียกไปด้วยนํ้าพวกเธอ
มิรินทนไม่ไหวชิงนํ้าแตกไปก่อน ผมเลยจับมุเอมะมาเสียบต่อ
ผมกระหนํ่าจนเธอเสร็จตามมิรินไปติดๆ ส่วนผมก็ดึงออกมาชักว่าวต่อจนพ่นนํ้าใส่ตัวพวกเธอ
หลังจากที่ทั้งคู่พักเหนื่อยแล้ว
มุเอมะก็ลุกขึ้นมาอธิบายให้ฟังกึ่งสารภาพ
เรื่องของเรื่องก็คือ มุเอมะใช้เวทมนต์แอบดูผม
ซึ่งเธอเห็นตอนที่แม่ลูกโมอากับเมยอากำลังเล่นตีฉิ่งกันบนตัวดอเรีย
มุเอมะสังเกตเห็นว่าผมชอบมากตอนดูทั้งสองนั้นทำกัน เลยชวนมิรินมาลองฝึก
เพื่อจะทำให้ผมดูตอนที่ทำเป็นกันแล้ว แต่พอเริ่มทำไปเครื่องก็ติดเลยหยุดไม่ได้
จนถึงตอนที่ผมเข้ามานั้นแหละ
“ท่านโรมะโกรธหรือเปล่าคะ”
มุเอมะถามผมทั้งนํ้าตา
“โกรธทำไมล่ะผมชอบจะตายไป ยิ่งพวกเธอทำเพราะชอบผมก็ดีใจ”
ผมบอกก่อนจะโอบทั้งสองเข้ามา และจูบสลับกันไปมา ผมจูบมุเอมะ
มิรินจูบผม มุเอะมะจูบมิริน จากนั้นพวกเราก็เล่นรุมสกรัมกันอีกรอบ
พอทั้งคู่หลับไปแล้ว
ผมก็หยิบเค้กออกมาวางไว้บนโต๊ะพร้อมกับเขียนโน้ตทิ้งไว้และกลับออกมา
ตอนที่กลับมาอยู่ที่เดิมซึ่งเป็นแนวโขดหินก่อนเข้าเมือง
ผมก็ตรวจดูสกิล เพราะตะกี้ตอนเสร็จกิจผมรู้สึกแปลกๆ และเวลามีอะไรแปลกๆ
จะต้องเกี่ยวกับสกิลแน่
Dawn of love Lv 2 พอตรวจดู Log พบว่าผมได้มาจากอาเดไลท์
น่าแปลกเพราะผมเคยใช้ตรวจสอบกับเธอดูแล้ว พบว่าเธอไม่มีสกิลอะไรเลย
แบบเดียวกับตอนมิรินที่ดันได้สกิลที่เธอไม่มี หรือ
บางทีจะมีเงื่อนไขการได้ Dawn of love มา…คิดไปก็ปวดหัว
กับสกิลใหม่ที่ไม่ได้มาเพราะ เหยื่อราคะ
แต่เพราะแต่ผมเข้าเงื่อนไขการได้มา
Lust MasteryLv1 (Passive Skill) พลังที่มอบให้แก่ผู้มีความหื่นอย่างไร้ขีดจำกัด
“ไม่ต้องอธิบายก็ได้เฟ้ย!”
เล่นด่ากันเลยนี้หว่า แต่สกิลนี้ไม่ใช่ล้อเล่นแล้ว เพราะมันเหมือนกับการสะสมแต้มความหื่นได้
ยิ่งผมตอบสนองต่อความหื่นตัวเองได้มากเท่าไร ก็จะได้แต้มความหื่นมาสะสมไว้
พอแตะที่รายละเอียดของ Lust Mastery ก็มีหน้าต่างซ้อนขึ้นมา
Lust Point 10,000
+สามารถดูค่าความต้องการทางเพศของอีกฝ่ายได้ ใช้ Lp 1,000
+สามารถอ่านใจอีกฝ่ายได้ขณะมีเพศสัมพันธ์ ใช้ Lp 5,000
+สามารถควบคุมค่าความรักของใครก็ได้ ใช้ Lp 50,000
+สามารถอันเชิญอัสโมเดียสได้ ใช้ Lp 1,000,000
แจ๋วแฮะ ผมเลือกเอาอันแรกมาก่อนเลย
ดูค่าความต้องการแบบเป็นตัวเลขได้เนี่ย มีประโยชน์หลายๆ อย่างเลยล่ะ แถมดูไม่มีพิษมีภัยอะไรด้วย
แต่ไอ้ที่เหลือเนี่ย ขอผ่านดีกว่า ดูอันตรายอย่างไงไม่รู้ โดยเฉพาะการอ่านใจ
ถ้ารู้ไปซะหมดมันจะสนุกตื่นเต้น
ได้อย่างไง ต้องค้นหาด้วยตัวเองต่างหากว่าคู่นอนตัวเองชอบแบบไหน
ผมทดลองกับตัวเองดูก่อน ก็เห็นค่าความเสี่ยนขึ้นมาทันที
ของผมตอนนี้อยู่ที่ 90/100 เกือบๆ จะเป็นค่าสูงสุดเลยแฮะ ทั้งๆ
ที่ปล่อยออกไปตั้งเยอะแล้วนะ แถมรู้สึกผ่อนคลายไม่ได้เสี่ยนอะไร...ไม่สิ
คิดแบบนั้นไม่ได้ อย่างตอนนี้ถ้ามีผู้หญิงมากวักมือเรียกชวนไปซั่มกัน
ผมก็จะตามเธอไปอยู่ดี…
ผมตั้งค่าให้มันแสดงผลตลอดเวลาเลย เวลาเดินผ่านใครก็จะเห็นตัวเลขสีแดงขึ้นมาข้างๆ
หัวด้วย ระหว่างทางในเมืองผมดูทุกคนที่เจอ สรุปได้ว่า
พวกผู้ชายมีค่าความต้องการเฉลี่ยอยู่ที่ 70 ขึ้นไปทั้งนั้น
ส่วนของผู้หญิงจะน้อยกว่ามาก เฉลี่ยอยู่ที่ 50 ซึ่งเป็นค่า
มาตรฐาน ถ้าตํ่ากว่านี้ ถือว่าไม่มีความสนใจในเรื่องเพศ ยิ่งถ้าเป็นศูนย์ก็คือไร้ความรู้สึกทางเพศ
แต่ที่อันตรายคือพวกที่มีตัวเลข 100 พวกนี้ดูออกทางสีหน้าได้เลย
ว่าพร้อมจะทำการฉุดคร่าหญิงสาวไปข่มขืน
ทว่าตัวเลขมันไม่ค่อยนิ่งหรอก อย่างเวลาปกติของผมจะอยู่ที่ 90
แต่ถ้าหันไปเห็นเด็กสาวกระโปรงเปิด ตัวเลขก็จะขยับขึ้นมาอีก และจะค่อยๆ
ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป แต่ของผมอย่างไงก็ไม่ลดตํ่ากว่า 90 แฮะ
เหมือนค่ามาตรฐานสำหรับตัวผมไปแล้ว
ผมตรงไปที่กิล เพื่อไปหาพวกลุงออกัส ไม่รู้ว่าเพียงแค่วันเดียว
พวกลุงแกจะฟื้นสภาพจิตใจกันได้หรือยัง
แต่พอไปถึงลานเบียร์ก็เจอปาร์ตี้ของลุงออกัสนั่งกันอยู่ที่เดิม ผมถอนหายใจโล่งอกเลย
ดูท่าจะยังไม่ถอด
ใจกัน แต่ว่าสมาชิกกับลดลง ที่หายไปคนหนึ่งก็ตามคาด
เป็นกาอินนั้นแหละ
“โรมะ!”
ลุงออกัสพอเห็นผมเดินมา ก็รีบยกมือขึ้นเรียกทันที
ผมพยักหน้าให้และตรงเข้าไปหา
แต่สมาชิกที่โต๊ะกลับมีคนที่ผมไม่คุ้นหน้าอยู่ด้วยหลายคน
แต่เห็นเพียงแค่เครื่องแต่งกาย ก็รู้ทันทีว่าเป็นนักบวชกับอัศวินจากโบสถ์ใหญ่
แต่ว่าต่างจากปาร์ตี้ของอาร์ชบิชอปที่เจอเมื่อตอนเย็น
พวกนั้นเครื่องแต่งกายดูราคาแพงและหรูหรา แต่กับกลุ่มนี้ราวกับนักบวชและอัศวินยากไร้เลย
“กาอินล่ะครับ”
ผมเลี่ยงพวกนักบวชและไปถามหากาอิน ถึงจริงๆ จะรู้แล้วก็เถอะ
แต่สภาพกาอินแย่กว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก เพราะไม่ใช่แค่กลัวจนเสียขวัญ
แต่ถึงขั้นหมดความมั่นใจ ซํ้ายังโดนเนปฟ่าด่าไปอีกดอก ข้อหาทิ้งพวกเธอไป
ลุงออกัสเลยแนะนำให้กาอินกลับบ้านไปพักผ่อนก่อน
ไว้สภาพจิตใจดีขึ้นเมื่อไรแล้วค่อยกลับมา แถมฐานะทางบ้านของกาอินเองก็ดีด้วย
เป็นลูกเศรษฐีจึงไม่ต้องมาลำบากหาเงินกันแบบพวกผม
พวกจากโบสถ์ใหญ่พอเห็นผม ก็หันไปซุบซิบกันใหญ่
คงเพราะได้ข่าวลื่อที่ผมไปมีเรื่องกันเมื่อตอนเย็นแล้วล่ะมั่ง
ด้วยความนึกสนุกของผม เลยตรวจดูค่าต้องการทางเพศของพวกนักบวชดูเล่นๆ
นักบวชมีเป็นชายสองหญิงสาม ตัวผู้สองหน่อนั้นค่าความต้องการถึง 90
ทีเดียว โดยเฉพาะเวลามองไปที่เนปฟ่า แต่ฝ่ายหญิงก็ใช่จะน้อยหน้า
มีค่าความต้องการอยู่ที่ 75 ซึ่งถือว่าเป็นเกณฑ์ที่สูงเอาเรื่อง
ส่วนอัศวินทั้งสามคนเป็นชายหมด พวกนี้มีสองคนที่มีค่าอยู่ที่ 50
ซึ่งดูเป็นคนดีที่รู้จักควบคุมตัวเองดีทีเดียว แต่อีกคนนี้สิ สูงถึง 98
ไอ้นี้ต้องจับตาดูไว้ให้ดีแล้ว สกิลใหม่มีประโยชน์จริงๆ ไม่ใช่แค่เอาไว้ดูสนุกๆ
แต่ยังใช้แยกพวกตัวอันตรายได้ด้วย
พูดถึงตัวอันตราย เมดารินที่นั่งข้างๆ ผมก็มีตัวเลข 95
ตอนมองมาที่ผมด้วย นี้คงอยากมีอะไรกันอีกแล้วเหรอ แต่ที่อันตรายสุดๆ
คือเจ้าชีเอ้ต่างหาก ปกติค่าตัวเลขจะอยู่ที่ 50
แต่พอมองสบตาผมเมื่อไรจะพุ่งขึ้นเป็น 100 ทันที
ส่วนที่คิดว่าจะเป็นคนปกติอย่างเนปฟ่า
ค่าเฉลี่ยของเธอกลับอยู่ที่ 75 เป็นสายหื่นเหมือนกันเหรอ!
คนที่ดูนิ่งสุดกับเป็นลุงออกัส อยู่ที่ 50 ไม่ขยับเลย
สงสัยตอนกลางวันคงโดนเมดารินรีดออกไปหมดแล้ว
“ออกัสเข้าเรื่องงานเลยเถอะ”
เนปฟ่าเป็นคนตัดบท คงเพราะเห็นผมไม่ยอมถามสักทีล่ะมั่ง
“ดะ ได้ โรมะทางนี้คือพวกนักบวชและอัศวินจากโบสถ์ใหญ่”
ผมผงกหัวให้เป็นการทักทาย แต่พวกนั้นก็ผงกหัวตอบกลับมาเหมือนกัน
คงจะพอคุยกันได้อยู่ล่ะมั่ง
“พวกเขามาว่าจ้างปาร์ตี้ให้พาลงไปเก็บเลเวลให้น่ะ”
“แล้วไม่ลงไปกับคณะของอาร์ชบิชอปล่ะครับ”
“คือพวกเราเป็นเด็กใหม่ เลเวลยังน้อยอยู่
และได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณค่อนข้างน้อยค่ะ”
นักบวชสาวที่เป็นเหมือนหัวหน้ากลุ่มตอบออกมา
“แล้วลุงจะรับเควสเหรอ”
“ยังไม่ได้ตัดสินใจเลย รอโรมะอยู่เนี่ย
พวกเราตกลงกันไว้ว่าจะให้นายเป็นคนตัดสินใจน่ะ”
“จะดีเหรอครับ ลุงเป็นหัวหน้าปาร์ตี้นะ”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก ทุกคนรวมทั้งฉันด้วยไว้ใจนายมากกว่าน่ะ”
“เอางั้นก็ได้ครับ แต่ขอทราบรายละเอียดของเควสด้วย”
จากนั้นนักบวชสาวก็เป็นคนบอกรายละเอียด ซึ่งเควสนี้เป็นเควสระยะยาว
ใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ เป้าหมายคือพากลุ่มคนจากโบสถ์ใหญ่ ลงไปเก็บเลเวลที่ชั้น 8-9
ผมรีบหันไปมองพวกลุงก่อนเลย
ไม่ใช่มารอให้ผมตัดสินใจแล้ว! แต่เพราะต้องลงไปลึกถึงชั้น 8
ต่างหาก ซึ่งมันเกินความสามารถของปาร์ตี้ลุงชัดๆ
“หรือคิดจะใช้ปาร์ตี้ของผม”
“ถ้าเป็นพวกทาสของนายล่ะก็ น่าจะลงไปไหวใช่ไหม!”
เนปฟ่ารีบเร่งผมทันที แต่ก็ถูกผมมองด้วยสายตาดุๆ กลับไป
“ปัญหาไม่ใช่อยู่ตรงนั้น แต่ผมไม่คิดจะพาคนของผมไปเสี่ยงหรอกนะ
แล้วช่วยเลิกคิดว่าพวกทาสของผมเป็นสิ่งของด้วยครับ”
“อะ อืม ขอโทษ”
แปลกแฮะ เนปฟ่ายอมขอโทษผมเนี่ย นึกว่าจะของขึ้นซะอีก
เอาเถอะแบบนี้ก็ดี
“แล้วรางวัลของเควสล่ะครับ”
“50,000 รีลต่อวัน ถ้าอยู่ครบสัปดาห์และเก็บเลเวลได้ตามเป้า
พวกเราจะเพิ่มเงินรางวัลให้อีก 100,000 รีล
นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิพิเศษกับทางโบสถ์ใหญ่ เช่นการเข้ารับพรฟรีสัปดาห์ล่ะครั้ง”
“50,000 รีลต่อวันนี้สำหรับหารกันทุกคนใช่ไหม
แบบนี้ก็ได้คนละไม่ถึงหมื่นเลยนะ”
ใช่น้อยเกินไป สิทธิพิเศษเองก็ไม่น่าสนใจสักนิด
“เดี๋ยวสิ! พวกนายมีกันห้าคนก็ได้คนละตั้งหมื่นต่อวันเชี่ยวนะ!”
นักบวชชายคนหนึ่งลุกขึ้นตะโกนว่าอย่างหัวเสีย
เขามองผมเป็นเหมือนพวกละโมบไปแล้ว
“นี้นับผมรวมกับทาสเป็นคนเดียวสินะ ทั้งๆ
ที่พวกทาสจะต้องเสี่ยงและลงแรงมากที่สุดเนี่ยนะ”
เจอผมประชดใส่แบบนี้ไป
ทุกคนเลยพากันทำหน้าอึดอัดโดยเฉพาะเนปฟ่ากับชีเอ้ คงรู้สึกกระดากขึ้นมาแล้วล่ะมั่ง
“เป็นแค่ทาสจะใช้อย่างไงก็ได้! ไม่เห็นต้องรับเงินด้วยเลย”
อัศวินคนหนึ่งทนไม่ไหวเลยลุกขึ้นร้องโวยขึ้นมาบ้าง
“งั้นก็ไปหาคนอื่นสิครับ แต่ผมว่าคงไม่มีใครรับใช่ไหมล่ะ
เควสครั้งนี้คือการลงไปตั้งค่ายทำฟาร์ม จะต้องใช้จำนวนสมาชิกในปาร์ตี้อย่างน้อยก็ต้องสิบคนยังไงก็ได้ไม่คุ้ม”
นักบวชสาวเห็นว่าผมเริ่มโมโหและไม่คิดจะรับงาน เลยรีบพูดขึ้นมาแทน
“ถ้าคุณต้องการเงินมากกว่านี้ พวกเราขอแบ่งชำระจ่ายทีหลังได้ไหม”
“…เรื่องเงินผมไม่ขอเรียกเพิ่มหรอกครับ
เพราะดูท่าทางพวกคุณเองก็ลำบากอยู่ แต่ถ้าจะใช้ปาร์ตี้ของผม
เราต้องมาเปลี่ยนสัญญากันใหม่และต้องใช้กฎของผมเท่านั้น”
“ได้สิ! เอาตามที่คุณว่าเลย”
พอผมไม่เรียกเพิ่มแถมจะรับเควสนี้ไว้ นักบวชสาวเลยดีใจขึ้นมาทันที
แต่ดีใจเร็วไปหน่อยนะ
สัญญาของผมคือ รางวัลของเควสหารตามจำนวนคน ซึ่งนับทาสของผมด้วย
และไอเท็มที่ดรอปได้ก็ต้องหารตามจำนวนคนเช่นกัน
ส่วนพวกอุปกรณ์ส่วมใส่ที่เป็นแรร์ไอเท็ม
ผมขอมีสิทธิ์ในการพิจารณาเพื่อมอบให้กับสมาชิกในปาร์ตี้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง
ส่วนกฎของผมยิ่งโหดกว่า
อย่างแรกเลย ห้ามแตะต้องหรือพูดจาดูหมิ่นทาสของผม
อย่างที่สอง ทุกคนจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของผม
ไม่เว้นแม้แต่พวกจากโบสถ์ใหญ่ด้วย
อย่างที่สาม ทุกคนจะต้องช่วยมีส่วนร่วมในการต่อสู้
ไม่มีการมานั่งดูดเอาเลเวลเฉยๆ
พอได้ยินว่าต้องถูกใช้ให้สู้เอง พวกทางโบสถ์ใหญ่ก็โวยวายกันใหญ่
“ทำไมพวกเราต้องสู้ด้วย!
ที่มาจ้างพวกนายก็เพื่อให้สู้แทนไม่ใช่หรือไง!”
“ที่ผมไม่เรียกเงินเพิ่ม ก็เพราะแบบนี้ไงล่ะ
แถมแบบนี้จะเป็นผลดีกับทางคุณมากกว่านะ”
ใช่ พวกที่นั่งดูดเลเวลน่ะ มันก็ได้แค่ตัวเลข
แต่ฝีมือจริงมันได้จากการต่อสู้เท่านั้น
“แล้วถ้าพวกเราบาดเจ็บขึ้นมาล่ะจะทำอย่างไง!”
“ก็รักษาสิ พวกคุณทุกคนก็ใช้เวทรักษาได้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”
พอโดนผมดักคอไปแบบนี้ พวกโบสถ์ใหญ่ก็เถียงกันไม่ออก
“แต่ไม่ต้องห่วง ผมรับประกันว่าพวกคุณจะไม่ตายเด็ดขาด
ถ้าทำตามคำแนะนำของผมล่ะก็นะ”
“อืม เชื่อใจโรมะได้เลย เขามีไหวพริบและฝีมือก็ดีมากเลยด้วย
พวกเราเองก็ได้โรมะช่วยไว้ตั้งหลายครั้ง”
ลุงออกัสรีบช่วยพูดสนับสนุนอีกแรง
พวกโบสถ์ใหญ่หันไปปรึกษากันอีกครั้ง
ก่อนที่นักบวชสาวที่เป็นหัวหน้า จะเริ่มโน้มน้าวคนอื่นให้ยอมตกลง
เพราะพวกเธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ถ้าไม่เอาข้อเสนอของผม ก็ต้องลงไปสู้กันเองหรือไม่ก็ต้องกลับบ้านมือเปล่า
“เราตกลงตามเงื่อนไขที่ว่า แต่ขอเพิ่มรายละเอียดไปอีกอย่างหนึ่ง”
“ว่ามาครับ”
“ตอนนี้พวกเราเลเวลอยู่ที่ 20
ภายในหนึ่งสัปดาห์ถ้านายทำให้พวกเราเลเวล 30 ไม่ได้
เควสจะถือว่าล้มเหลวและนายจะไม่ได้รางวัล”
“สิบเลเวลในเจ็ดวันเหรอ…ตกลงครับ”
“เดี๋ยวก่อนโรมะ!”
เนปฟ่ารีบเข้ามาคว้าตัวผมไว้
“ช่วงเลเวลยี่สิบเป็นต้นไป เลเวลจะขึ้นยากมากนะ
ปกติอาทิตย์หนึ่งได้ 1-2 เลเวลก็ถือว่าเยอะมากแล้ว แต่ 10
เลเวลเนี่ยไม่มีทางเป็นไปได้หรอก”
“ไม่ต้องห่วงทำได้แน่ครับ”
บางทีนะ แต่ถึงเควสจะล้มเหลวก็ไม่เป็นไรหรอก
ผมไม่ได้เล็งเรื่องเงินรางวัลอยู่แล้ว ที่ผมตกลงไป
เพราะว่าจะลงไปล่าหาของโดยใช้ประโยชน์จากพวกนักบวชด้วยต่างหาก
“เอ่อ โรมะข้ากับเมดารินขอผ่านเควสนี้นะ”
“อ้อ ต้องเฝ้าร้านสินะครับ”
ผมเข้าใจที่ลุงออกัสขอถอนตัว เพราะรายได้มันดูน้อยจริงๆ นั้นแหละ
ยิ่งถ้านับพวกทาสผมเข้าไปตัวหารก็ยิ่งเพิ่ม
ไอเท็มดรอปก็ไม่รู้ว่าจะเอามาขายได้คุ้มค่าเสียเวลาหรือเปล่าด้วย
สู้เลือกเอารายได้ที่แน่นอนไว้ก่อนดีกว่า
“ส่วนเราคิดว่าคงชนกับมอนสเตอร์ระดับนั้นไม่ไหว
เลยไม่อยากไปเป็นตัวถ่วงน่ะ”
เมดารินให้เหตุผลที่ต่างออกไป
แต่การประเมินตัวเองอย่างถูกต้องได้เนี่ย ผมขอนับถือ
“งั้นที่จะไปกับผมก็มีเนปฟ่ากับชีเอ้สองคนสินะครับ”
“อืม ฝากตัวด้วยนะ”
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น