ตอนที่ 46 รวมทีม
ตอนที่ 46 รวมทีม
พวกผมกลับมาที่กิลอีกครั้ง มอเรียรีบวิ่งออกมาหาด้วยความเป็นห่วง
แต่ผมบอกไปว่าไม่มีอะไรแล้ว พวกนักผจญภัยคนอื่นๆ ดูจะเว้นระยะจากพวกผมออกไปทันที
ดูเหมือนไม่อยากจะซวยโดนกิลใหญ่เล่นไปด้วยล่ะมั่ง แต่เรื่องนั้นผมคิดไว้แล้ว
บางทีครั้งนี้ถ้าเรื่องมันบานปาน ผมอาจจะได้ใช้สิทธิพิเศษของจอมมาร
ลบกิลบางกิลออกไปจากโลกนี้ซะก็ได้เพื่อตัดปัญหาเอา
และเมื่อให้บรรยากาศรอบตัวมันดูดีขึ้นมาสักหน่อย
ผมก็ได้เอาเอแคลร์ที่ซ่อนไว้ออกมา พวกฟรานพอเห็นถึงกับแววตาเปลี่ยนไปทันที
พวกเธอทั้งสามหันมาจ้องเอแคลร์ราวกับเป็นผู้ล่าที่จ้องเหยื่ออยู่
ผมยอมให้พวกฟรานไปคนละชิ้น
ที่เหลือก็เอาไปให้มอเรียกับพวกพนักงานสาวๆ แต่พอเอาเข้าปาก
พวกเธอก็มีรีแอกชั่นแบบเดียวกับพวกฟรานก่อนหน้านี้เลย คือสลบคาที่
ผมไม่อยากถูกไถ่ขนมเพิ่ม เลยรีบเผ่นออกมา
ส่วนเควสพวกฟรานดูให้แล้ว เลยกลับออกมาจากกิลทันที แต่พอถึงทางออก
พวกผมก็สวนกันคนที่คุ้นหน้าพอดี
“อ่ะ เจอตัวแล้ว!”
ยัยเอลฟ์เนปฟ่ากับชีเอ้ล่ะ
“มีธุระอะไรกับผมเหรอ?”
อีกฝ่ายเช่นชี้หน้าผมแบบนี้ แปลว่าต้องมีอะไรแน่
“ออกัสบอกว่านายลงดันเจี้ยนช่วงบ่ายด้วย
พวกฉันเลยตามมาว่าจะขอปาร์ตี้ด้วยน่ะ”
หา! ไม่ไหวล่ะมั่งยัยพวกนี้ แค่เมื่อคืนก็พอแล้ว
“คนรู้จักเหรอคะนายท่าน”
ฟรานถามผมพร้อมกับส่งสายตาไม่เป็นมิตรไปให้อีกฝ่าย
“อะ อืม เคยปาร์ตี้กันเมื่อคืนน่ะ”
“ว่าแล้วเชี่ยว เห็นนายท่านหายไปตอนดึกๆ ทุกวัน
ที่แท้แอบมาลงดันเจี้ยนโดยไม่บอกพวกหนูนี้เอง”
ฟรานทำท่างอนล่ะ หายากนะเนี่ย
“เนี่ยนะเหรอพวกคุณหนูน่ารักที่ออกัสเล่าให้ฟัง อ้าว? ทาสนี่น่า”
เนปฟ่าทำหน้าประหลาดใจ ส่วนชีเอ้มองไปทางฟรานกับยูริน
ก่อนจะมองมาที่ผมโดยไม่พูดอะไร แต่ในใจคงคิดว่า
ผมเป็นตาลุงโลลิค่อนล่ะมั่ง ก็ใช่อ่ะดิ ผมเนี่ยล่ะโลลิค่อนตัวพ่อ
สีหน้าของเนปฟ่าเองก็บอกว่ามีหลายคำถาม คงทั้งแปลกใจว่าทำไมทาสถึงได้น่ารักได้แบบนี้
แล้วไหนจะยังเป็นทาสนักสู้ที่ใช้ลงดันเจี้ยนอีก
“หว่า นายนี้โหดจริงๆ ใช้ทาสน่ารักไปตายในดันเจี้ยนได้เฉยเลย”
แต่พริบตาที่เนปฟ่าพูดออกมา
ปลายลูกศรของเดเม่ก็จ่อไปที่ดวงตาของเธอห่างไปเพียงไม่กี่เซน
ส่วนที่คอของเธอก็มีง้าวของฟรานจ่ออยู่เช่นกัน
“หยุดเลย! ทั้งสองคนนั้นแหละ”
ผมรีบดึงคอฟรานกับเดเม่กลับมา และส่งให้ยูรินไปคุมตัว
ไม่ไหวแฮะตอบสนองไวเกินไปแล้ว ตะกี้ผมเองยังมองไม่ทันเลยนะ
แล้วนั้นไงเนปฟ่าน่ะถึงกับเหงื่อตกแล้วลูบคอตัวเองใหญ่เลย
คงนึกว่าหัวหลุดจากบ่าไปแล้วมั่งตะกี้ ก็ทั้งฟรานทั้งเดเม่ใส่จิตสังหารไปเต็มที่เลยนี้
“ขอโทษแทนพวกเธอด้วยนะ แบบว่าพวกเธอค่อนข้างจะอ่อนไหวน่ะ”
“อ่ะ อืม”
“อย่างที่เห็นล่ะ ผมลงดันเจี้ยนกับพวกทาส
เธอเองไปหาปาร์ตี้อื่นเถอะนะ”
เจอแบบนี้ไปคงไม่กล้ามายุ่งกับผมแล้วล่ะ แต่ก็ดีแล้วรีบเผ่นดีกว่า
ผมดันหลังให้พวกฟรานออกเดินต่อทันที
“เดี๋ยวสิ ฉันบอกว่าจะไปด้วยไง”
“เอ๋? ทำไมต้องเป็นปาร์ตี้ผมด้วยล่ะ”
“ก็นายมี Leadership แถมเก่งด้วย มีกระเป๋าขนาดกลางอีกต่างหาก…เอ่อ
จะว่าไปพวกทาสของนายก็มีกระเป๋ากันทุกคนเลยนี้?”
ช่างสังเกตจริงๆ เลย!
“อะ อืม”
“นี้นายหรือว่าจริงๆ จะเป็นพวกคนรวย”
“ไม่รวยๆ ถ้ารวยจะมาเสี่ยงลงดันเจี้ยนทำไมล่ะ”
“นั้นสินะ อย่างไงก็ให้พวกฉันไปด้วยเถอะ
ดูแล้วปาร์ตี้นายขาดผู้ใช้เวทกับนักบวชอยู่เลยนี้”
“ไม่ได้ขาด แต่ไม่จำเป็น”
เป็นยูรินที่พูดขึ้นมา ผมเลยต้องรีบปิดปากเธอไว้
“ไปด้วยก็ได้อยู่หรอก แต่วันนี้ผมกะลงไปให้ถึงบอสชั้นห้าเลยนะ
มันออกจะอันตราย”
“บอสเหรอ! ฉันไม่เคยเห็นเลย พาฉันไปด้วยนะ นะ นะ!”
ปากพาจนจนได้ ถึงตั้งใจจะไปให้ถึงบอสก็จริง แต่ถ้าพวกเธอไปด้วย
ผมก็ทดสอบความสามารถของกลุ่มผมไม่ได้อ่ะสิ
แต่ไม่รู้จะหาข้ออ้างสลัดพวกนี้อย่างไงดีเหมือนกัน เอาเถอะวันนี้อย่างไงก็รีบไปรีบกลับอยู่แล้ว
มีหลายคนก็ดีเหมือนกัน
“เอางั้นก็ได้”
จะว่าไปส่วนแบ่งจะเอาไงดีหว่า
ยัยเนปฟ่าไม่ยอมให้ผมแบ่งให้พวกฟรานที่เป็นทาสด้วยแน่ๆ พวกผมมีกันสี่คน
แต่ได้แค่หนึ่งในสาม เฮงซวยชะมัด!
ผมรับพวกเนปฟ่าเข้าปาร์ตี้และมุ่งหน้าไปดันเจี้ยนด้วยความเซ็ง
ครั้งนี้ผมคิดจะเริ่มต้นที่ชั้นสามเลย จึงใช้รันเนอร์เวย์
ซึ่งเนปฟ่าเตือนเรื่องพวกดักปล้น แต่ผมรู้อยู่แล้วล่ะ แถมยัง
อยากจะให้พวกมันโผล่ออกมาด้วย
ก็พวกนั้นเงินดีกว่าพวกมอนสเตอร์นี่น่า
ระหว่างทางที่เดินไปตามรันเดอร์เวย์ที่เงียบวังเวง
ผมก็เผลอชำเหลืองไปมองก้นชีเอ้ แล้วเจ้าดุ้นผมก็แข็งตัวขึ้นมาอีกแล้ว
อะไรกันเจ้าดุ้นของข้านี้แกชอบก้นของชีเอ้ขนาดนั้นเลยเหรอ!
จะว่าไปไหนๆ ผมก็ต้องเสียเปรียบเรื่องส่วนแบ่งอยู่แล้ว
ขอส่องพวกเธอแทนส่วนที่ขาดไปล่ะกัน ว่าแล้วผมก็ใช้มองทะลุออกไป
ว้าว! ของเนปฟ่าสีขาวล่ะ เป็นแบบซีทรูที่ตรงด้านหน้าเป็นรูปใบไม้
ส่วนบราใส่แบบมีจีบระบายผ้าเล็กๆ ตรงขอบล่าง อืม ใช้ได้ๆ ถึงนิสัยจะแย่ไปหน่อย
แต่รสนิยมชุดชั้นในของเธอผมให้ผ่านเลย งั้นต่อไปของชีเอ้ล่ะ
สีชมพูแฮะ! แล้วนั้นผ้าแพรเหรอ เนื้อดีด้วย
แต่ผมมองจากข้างหลังเลยยังไม่เห็นลวดลายอะไร แต่ก้นเธองอนมาก
จนเนื้อผ้าตรงก้นแน่นตึงเข้ารูป
ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่เนื้อผ้าตรงก้นของกางเกงในจะหลอมๆ ดูไม่ดี
ผมทำเป็นเร่งฝีเท้าขึ้นเพื่อจะได้ไปยืนด้านหน้าของชีเอ้ได้
และก็แอบเหลือบมองกลับมา
ด้านบนใส่บราแฮะทั้งๆ ที่หน้าอกแค่คัพ AA เนี่ยนะ
บราสีชมพูผืนเล็กๆ เป็นผ้าแพรเหมือนกันแต่ประดับลูกไม้ไว้ด้วย
มันแน่บติดกับหน้าอกที่แบนราบ จะว่าไปก็ดูเร้าอารมณ์ดีเหมือนกัน
แล้วผมก็เลื่อนสายตาลงมาด้านล่าง อืม ด้านหน้าเป็นแบบติดระบายเป็นรูปตัว U
และมีโบว์ใหญ่ๆ อยู่ด้านบน
ว่าแต่มันนูนออกมาจังแฮะ โหนกเธอใหญ่หรือไงนะ ไม่สิ มันแปลกๆ
ผมเพ่งดูตรงด้านหน้ากางเกงในของชีเอ้ จนในที่สุดผมก็รู้แล้วว่ามันคืออะไร
ที่กำลังดันเนื้อผ้าแพรจนนูนออกมา ก็คือดุ้นไงล่ะ
แถมเป็นดุ้นที่กำลังแข็งตัวด้วยแม้จะมีขนาดประมาณนิ้วชี้
แต่มันก็ดันจนขอบกางเกงในด้านบนยืดออกมาเลย
ชีเอ้เป็นผู้ชายเหรอเนี่ย! ทั้งๆ ที่น่ารักออกขนาดนี้ โดยหลอกซะสนิทเลย
เดี๋ยวนะ ไอ้ที่มันตุงอยู่ตอนนี้ หรือว่าเจ้าหมอนี้ก็เล็งพวกฟรานไว้ บัดซบเอ๋ย!
ผมไม่ยอมให้แกแตะต้องพวกเธอแน่
ใช่แล้ว ต้องทำมันพูดออกมา
ถ้าทุกคนได้ยินเสียงจะต้องรู้ว่าแน่มันเป็นตัวผู้
“อ่ะ แมงสาบ!”
“กรี๊ด!”
เนปฟ่าโดดเกาะหลังผม
…เดี๋ยวดิเฮ้ย ทำไมเป็นยัยนี้ไปได้ล่ะ ผิดคนแล้วเฟ้ย!
“เอ่อ ดูผิดนะ แต่ก้อนหิน”
“โธ่! อย่าแกล้งให้ตกใจสิ”
เนปฟ่าร้องว่า แต่ก็ถูกฟรานจับแยกออกไปทันที
“…ตั้งแต่ตะกี้แล้ว ฉันว่าทาสนายดูแปลกๆ นะโรมะ”
“ฮะๆ คือพวกเราสนิทกันน่ะ”
“หือ ดีจังนะ ไม่ค่อยได้เห็นหรอกนะ ทาสที่เคลื่อนไหวเองโดยที่เจ้านายไม่ได้สั่งอะไรเลยแบบนี้”
“เป็นอย่างนั้นเหรอ?”
ผมหันไปถามยูริน ซึ่งเธอก็พยักหน้าให้
แบบนี้เองทาสทั่วไปจะถูกกำจัดสิทธิ์ทุกอย่างเลยสินะ
แต่เอาไงดีล่ะ ชีเอ้ท่าทางจะไม่กลัวแมงสาบแฮะ
มีวิธีอื่นไหมนะ…ก็มีวิธีง่ายๆ ที่ทำให้อีกฝ่ายยอมพูดอยู่นี่น่า!
ผมมองสำรวจตำแหน่งการยืน ตอนนี้ฟรานกับเดเม่เดินนำอยู่หน่อย
จากนั้นก็เป็น ผมโดยมียูรินเดินอยู่ข้างขวา ถัดไปก็เป็นเนปฟ่า ส่วนทางซ้ายก็ชีเอ้
ดีมาก ตำแหน่งแบบนี้ทำได้แน่
ผมค่อยๆ เดินไปใกล้ซีเอ้ และรอจังหวะดี ค่อยๆ
ยื่นมือไปลูบก้นของซีเอ้ ท่าทางราวกับมือโปรที่เชี่ยวชาญการลวนลามผู้หญิงบนรถไฟ
ชีเอ้ถึงกับสะดุ้งขึ้นมาเบาๆ แต่ยังไม่มีเสียงออกมา ผมเลยลูบก้นต่อ
ถึงจะลูบผ่านเสื้อคลุมกับชุดด้านในก็เถอะ แต่มันเป็นผ้าบางๆ เท่านั้น
ชุดของชีเอ้เป็นเสื้อคลุมนักบวชสีขาวแทบนํ้าเงิน
ต่างจากชุดนักบวชของโบสถ์ที่จะเป็นสีขาวล้วน ความยาวของผ้าคลุมประมาณเข่า
ด้านหน้าเปิดโล่งให้เห็นชุดด้านใน ด้านในเป็นชุดกระโปรงสั้นรัดรูปสีเทา
สัมผัสที่มือของผมตอนนี้รู้สึกดีจริงๆ ถึงจะเป็นก้นผู้ชาย
แต่มันนิ่มและเต็มมือ ขณะเดียวกันก็ใช้มองทะลุไปด้วย…ไอ้บ้านี้
ขนาดโดนผู้ชายลูบก้น ดุ้นมันยังแข็งอยู่เลย แถมสั่นหงึกๆ เหมือนใกล้จะเสร็จอีก
และในที่สุดชีเอ้ก็เปิดปากพูดจนได้
“อย่านะ”
…สะ เสียงนี้มัน
อย่างกะเสียงเจ้าแม่นักพากษ์อนิเมะสายตัวละครโลลิซึนชื่อดังเลยนี่หว่า ไอ้เจ้านี้
ไม่ใช่แค่ชอบแต่งหญิงแต่เสียงยังเป็นหญิงด้วยเหรอเนี่ย แบบนี้ก็แฉความลับของมันไม่ได้กันพอดี
ผมปล่อยมือจากก้นของชีเอ้และถอยออกมาอย่างคิดหนัก
“เป็นอะไรไปเหรอ”
ยูรินหันมาถาม
“ปะ เปล่า ไม่มีอะไร แค่คิดอะไรอยู่นิดหน่อย”
ไม่หน่อยล่ะ
มีเจ้าตัวผู้โรคจิตแต่งหญิงที่จ้องพวกเธอจนดุ้นแข็งอยู่ตรงนี้ด้วยนะโว้ย
แต่คิดอะไรอยู่แปบเดียว พวกผมก็มาถึงชั้นสามแล้ว เรื่องชีเอ้เลยต้องพักไว้ก่อน
“ชั้นนี้พวกเราจะเดินลุยไปตรงๆ เลย เจอตัวอะไรก็จัดการให้หมด”
“ค่ะ/รับทราบ”
พวกฟรานขานรับเป็นเสียงเดียวกัน
แต่ผมก็เขยิบเข้าไปหาและกระซิบบอกฟราน
“อย่าใช้พวกสกิลออกมานะ วันนี้แค่โจมตีปกติพอ”
“ได้ค่ะ”
ฟรานไม่ถามเหตุผลแล้วรับคำทันที เป็นเด็กดีที่เชื่อฟังคำสั่งจริงๆ
เลยนะ
“แล้วพวกเราล่ะ”
เนปฟ่าเข้าถามมา
“ก็แล้วแต่สถานการณ์โดยรวมแล้ว ตามมาให้ทันอย่าหลุดขบวนก็พอแล้ว”
“เดี๋ยวสิ นี้นายจะผ่านชั้นสามโดยไม่คิดวางแผนอะไรไว้เลยเหรอ”
“คิดสิ ถึงบออกไงแล้วแต่สถานการณ์”
พอผมก้าวออกเดิน ฟรานกับยูรินก็พุ่งออกไปแถวแรก
และเริ่มทำการล้างบางพวกมอนสเตอร์ที่โผล่ออกมาทันที
ผมเปิดเรดาร์เพื่อหาตำแหน่งของศัตรูไปด้วย และจะชี้ไปทิศทางที่มีมอนสเตอร์อยู่ใกล้
พวกฟรานก็จะพุ่งออกนำไปทิศนั้นทันที
Wererat ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฟรานเลย เธอเหวี่ยงง้าวทีเดียว
ชิ้นส่วนของ Wererat ก็จะกระจายไปทั่ว ในกลุ่มที่ออกมาหลายตัว
กว่าจะถึงตัวพวกฟรานก็จะลดจำนวนลงเหลือเพียงครึ่ง
เพราะเดเม่ยิงส่อยลดจำนวนพวกมันไปก่อนแล้ว แถมยังนัดเดียวจอดเหมือนเคย
ส่วนยูรินดูเป็นคนปกติที่ชุด เธอรับมือกับ Wererat ทีละตัว เพียงแต่เธอจบมันได้เร็วมาก
ด้วยการหลบการโจมตีครั้งแรก และมุดเข้าประชิด
พร้อมกับต่อยหมัดใส่ปล่อยมุดเหล็กเสียบหัวใจตายในหมัดเดียว
ก่อนจะย้ายไปหาเป้าหมายอื่นต่อ ตลอดการต่อสู้กับ Wererat
พวกฟรานไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
“…”
ผมทำเป็นไม่สนใจพวกเนปฟ่าที่กำลังยืนอ้าปากค้างกันอยู่
และหันไปบอกกับเดเม่ ให้ลองใช้ลูกศรแบบอื่นดู ผลการทดสอบ
ลูกศรเหล็ก ยังใช้ไม่ได้ ไม่หักก็งอหลังยิงไปแล้ว
ไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก
ลูกศรเงิน สภาพเดียวกัน ยังใช้ไม่ได้ แต่คิดไว้ว่าควรมีไว้บ้าง
เพราะมอนสเตอร์ส่วนใหญ่แพ้ธาตุเงิน
ลูกศรเหล็กกล้า มีนํ้าหนักเยอะ ทำให้ยิงช้าลงนิดหน่อย แต่ว่าใช้ได้
มันทนแรงของเดเม่ได้แล้ว ดอกหนึ่งยิงได้ประมาณสิบครั้งก่อนจะเริ่มบิดงอ
แต่ยังอยู่ในสภาพที่เอากลับไปให้ยูรินซ่อมได้
จะว่าไปรู้สึกว่าเดเม่จะยิงได้แรงและไกลกว่าเดิมอีกแฮะ ขนาดไม่ใช้สกิล Auto lock
ยังยิงโดนทุกดอกในระยะ 60-70 เมตรแล้ว
ส่วนฟรานยิ่งแล้วใหญ่ ทุกวันเธอจะได้รับซูปเปอร์แยมขาวไป
จนค่าพลังที่บวกเพิ่มไป แซงค่าพลังหลักไปหมดแล้ว
ยูรินเองก็เหมือนกันผมเล่นรัวเธอจนถึงโควต้าทุกวันเลย
ค่าพลังเธอเลยสูงกว่าคนที่มีเลเวลเดียวกันแบบทาบไม่ติด
แน่นอนว่าดาเซสกับมิรินเองก็น่าจะมีค่าพลังสูงเกินเกณฑ์ไปแล้วเหมือนกัน
จริงๆ ผมอยากทดสอบสกิลสวามิภักดิ์ของฟรานกับมอนสเตอร์ดู
เพื่อจะได้รู้ว่ามีโอกาสติดมากน้อยแค่ไหน แต่พวกเนปฟ่าอยู่ด้วย
เลยต้องเลื่อนไปก่อน
ส่วนผมตอนนี้ใช้เวทมนต์ได้แล้ว เป็นเวทธาตุดินชื่อ Wall
มันสามารถสร้างกำแพงดินขึ้นมาตรงหน้าได้ ใช้มาน่าน้อย
เป็นสกิลที่ได้มาจากดอเรียน่ะ ซึ่งผมแปลกใจเหมือนกันที่เธอใช้เวทมนต์ได้
อาชีพของเธอเองก็ยังแสดงว่าเป็นซามูไรเลย
ไม่แน่ใจว่าเวทมนต์ของเผ่าพันธุ์หรือความสามารถเฉพาะตัวกันแน่
พอเข้ามาถึงกลางๆ ชั้นก็พบ wererat warrior ซึ่งก็เหมือนพวก
wererat อ่ะล่ะ แค่เปลี่ยนอาวุธเป็นดาบและถือโล่ด้วย พวกมันเลเวล 18-20
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจต้านทานพลังทำลายล้างของพวกฟรานได้เลย
เมื่อใกล้ถึงทางลง ก็ได้เจอ wererat mage แถมยังอยู่รวมกับพวก
wererat และ wererat warrior ด้วย มันใช้เวทมนต์สายลมเป็นหลัก แต่ไม่มีปัญหาอะไร เพราะผมให้เดเม่จัดการส่อยพวก
mage ให้หมดก่อน แล้วค่อยให้พวกฟรานเข้าเก็บกวาดที่เหลือ ง่ายเกินคาดเลย
ด้วยเวลาแค่สามสิบกว่านาที พวกเราก็ผ่านชั้นสามลงมาได้แบบไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
และผมก็ให้ทุกคนหยุดพัก จริงๆ พวกฟรานน่ะยังสบายกันอยู่
แบบหวดมอนสเตอร์แบบมารธอนเป็นชั่วโมงๆ ก็ทำมาแล้ว แค่นี้เลยสบาย
แต่พวกเนปฟ่าที่ต้องวิ่งไล่ตาม
ความเร็วในการเคลื่อนที่ของกลุ่มผมเนี่ยสิ ที่ทำให้พวกเธอหมดแรงกัน
“อะไรของพวกนายกันเนี่ย! ทำไมจัดการมอนสเตอร์ได้ง่ายๆ แบบนั้น
ตกลงเลเวลเท่าไรกันแน่เนี่ย”
เนปฟ่าโวยวายถามทันทีหลังได้พักหายใจ
“12”
ผมเลเวลขึ้นมาหนึ่งจากเมื่อคืน
“14”
โอ่ เดเม่เลเวลอัพมาสองเลยเหรอ
“15”
ส่วนฟรานแค่หนึ่ง ครึ่งทางแล้วสินะ แต่ว่าทำไม Lv max
ของฟรานน้อยจัง มีวิธีเพิ่มได้หรือเปล่านะ
“10”
ยูรินขึ้นสามเลเวลเลย เอ่อ ผมเปลี่ยนอาชีพให้ได้เลยนี้
ไม่ต้องออกไปก็เปลี่ยนได้เลย
“เลเวลก็พอๆ กันฉัน แต่ทำไมพลังมันต่างกันขนาดนี้ล่ะ!”
“เพราะนายท่านมอบความรักให้พวกเราทุกวัน”
ฟรานเป็นคำตอบ แต่ หือ? นี้พวกเธอรู้ตัวเหมือนกันเหรอ
ว่าเวลามีอะไรกับผมแล้วค่าพลังจะเพิ่มขึ้น
“ไม่เห็นเข้าใจเลย!”
เนปฟ่าขยี้หัวตัวเองอย่างสับสน เข้าใจได้ก็บ้าแล้ว
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น