ตอนที่ 63 ช่วยเหลือฉุกเฉิน
ตอนที่ 63 ช่วยเหลือฉุกเฉิน
ในที่สุดกลุ่มของผมก็มาถึงทางถึงไปชั้นสามแล้ว
ตรงนี้เป็นอุโมงค์ขนาดใหญ่ที่เทตัวลาดเอียงและบันใดหินที่ค่อนข้างคดเคี้ยว
“พักกันตรงนี้ก่อน ผมจะไปตามพวกเนปฟ่า”
พอวางพวกลุงไว้แถวๆ บันได ผมก็หันกลับเตรียมจะลงไปที่ชั้นสี่อีกรอบ
แต่เมดารินดึงแขนห้ามผมไว้
“เดี๋ยวก่อน! นายไปคนเดียวไม่ไหวหรอก”
“พวกเนปฟ่าเองก็ไม่ไหวเหมือนกัน!”
ผมสะบัดมือของเมดารินออก และเริ่มออกวิ่งไปต่อทันที ผมร้อนใจมาก
เพราะกลุ่มของเนปฟ่ามีแต่อาชีพแถวหลัง ไม่มีคนที่ชนมอนสเตอร์ได้
ขืนไปปะทะกับมอนสเตอร์ตอนนี้พวกเธอต้องถูกฆ่าแน่
แล้วเมดารินพูดผิดไปอย่าง เพราะถึงผมจะตัวคนเดียว
ผมก็เอาตัวรอดได้สบายมาก
ผมเปิดเรดาร์และเลี่ยงจุดตำแหน่งของมอนสเตอร์ไปได้อย่างไม่ยากเลย
อาชีพนักล่าสมบัติของผมนั้น เอาจริงๆ เลยเป็นอาชีพสำหรับสำรวจดันเจี้ยนโดยเฉพาะ
เพียงแค่สกิลเรดาร์ ก็ทำให้ผมผ่านชั้นลงไปได้โดยไม่ต้องสู้สักนิด
ยิ่งผมมีความเร็วกับความอึดพอตัว
อยู่คนเดียวก็ไม่ต้องคอยระวังรอบข้างให้คนอื่นด้วย
ทำให้ผมใช้ความเร็วในการเคลื่อนไหวได้อย่างเต็มที่
เพียงแค่ไม่กี่นาที ผมก็วิ่งมาเจอจุดตำแหน่งบนเรดาร์
ทว่าเหลืออยู่เพียงจุดเดียว ใจผมตกไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที
เพราะนั้นเท่ากับว่ามีสองคนที่ถูกฆ่าแล้วไป
ใครกันล่ะที่รอดอยู่
ผมลดความเร็วเป็นเดินแบบเก็บเสียงฝีเท้าเอาไว้
แต่ถึงจะอยู่ใกล้จุดตำแหน่งแล้ว ก็ยังไม่เห็นตัวอีกฝ่าย กระทั่งผมได้ยินเสียงสะอื้น
ดังมาจากด้านบน เลยเงยหน้าขึ้นไป คนที่ผมเจอกำลังนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่บนเสาหิน
“กาอินซัง!”
ผมตะโกนเรียกอีกฝ่าย จนสะดุ้งสุดตัว และมองมาที่ผมอย่างแตกตื่น
“ระ โรมะ!”
“ไม่เป็นอะไรนะ…แล้วคนอื่นล่ะ”
พอถามถึงคนอื่น สีหน้าของกาอินก็ดูจะหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม
“พะ พวกเราเจอมอนสเตอร์ดักหน้า ละ เลยต่างคนต่างหนี”
“แล้วเนปฟ่ากับชีเอ้ไปทางไหน!”
กาอินชี้นิ้วสั่นๆ ไปยังส่วนลึกของดันเจี้ยน
“อย่าบอกนะว่าจะหนีไปถึงห้องบอสเลยนะ ให้ได้แบบนี้สิ”
“ดะ เดี๋ยวสิ! จะทิ้งฉันไว้ที่นี้เหรอ!”
“ไม่ได้ทิ้งหรอกครับ รออยู่ตรงนี้อย่าไปไหนล่ะ
พอไปรับพวกเนปฟ่าแล้ว ผมจะย้อนกลับมาพาคุณกลับไปด้วย”
“มะ ไม่เอา! มอนสเตอร์มันล้อมฉันอยู่!”
“…ไม่มีหรอกครับ ผมใช้สกิลเรดาร์ตรวจดูแล้ว
แถวนี้ไม่มีมอนสเตอร์อยู่ใกล้ๆ เลย ขอแค่อยู่เฉยๆ แล้วอย่าส่งเสียงดัง
รับรองปลอดภัยแน่”
“กะ ก็แค่ข้ออ้างจะทิ้งฉันไว้ล่ะสิ”
“ขอโทษนะ ผมไม่มีเวลามาคุยกับคนสติแตกตอนนี้
จะคิดอย่างไงก็ตามสบายเลย แต่ถ้าอยากรอดก็หุบปากแล้วทำตามที่ผมบอกซะ”
อย่างที่บอก ผมไม่อยากเสียเวลากับไอ้หล่อนี้แล้ว
พอบอกเสร็จก็ไม่รอดูท่าทีของมันอีก และรีบออกไปตามหาพวกเนปฟ่าต่อทันที
เพราะยิ่งช้าโอกาสรอดของพวกเธอก็จะยิ่งน้อยลงตามไปด้วย
โชคเริ่มเข้าข้างบ้างแล้ว
เพราะตลอดทางเนปฟ่าได้ทิ้งรอยของการใช้เวทมนต์ออกมา
ผมเริ่มมีความหวังว่าพวกเธอยังรอดอยู่มากขึ้น
พอเดินไปต่ออีกหน่อยก็เริ่มเห็นไอเท็มตกอยู่ ใช่แล้ว
เธอยังรอดอยู่และปราบมอนสเตอร์ลงไปบางส่วนแล้วด้วย แต่ความดีใจก็หาบวับไป
เพราะผมเห็นแขนข้าง
หนึ่งตกอยู่พร้อมกับรอยเลือดกองใหญ่
ผมแค่มองแว่บเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นแขนของใคร
แขนที่เรียวยาวและผอมบาง ซํ้ายังขาวอย่างกับหิมะ
เป็นแขนของเนปฟ่าไม่ผิดแน่
ผมรีบตามรอยเลือดไป และห่างออกมาจากจุดที่เจอแขนไม่กี่เมตร
จุดตำแหน่งก็ปรากฏขึ้นบนเรดาร์แล้ว ผมทะยานไปสุดแรงเลยทีเดียว
เพราะจุดที่เห็นนั้นกำลังโดนมอนสเตอร์ล้อมอยู่
พอตามมาถึงระยะที่มองเห็น ผมก็เจอชีเอ้กำลังใช้ท่อนไม้ปัดป้องตัวจากพวกอัศวินหนูสามตัว
แต่ตามตัวก็บาดเจ็บหนักพอสมควร แต่ที่ทำให้ผมแทบหยุดหายใจ
คือร่างที่นอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ที่ด้านหลังของชีเอ้
ร่างกายของเนปฟ่านั้นเอง แขนที่ขาดไปจนถึงหัวไหล่
ต้นขาถูกฟันถากเนื้อหลุดไปเป็นก้อนจนเห็น
กระดูกต้นขา ที่หลังมีดาบของอัศวินหนูปักคาอยู่
แต่จุดตำแหน่งของเธอยังแสดงอยู่ในเรดาร์ แปลว่ายังมีลมหายใจอยู่
ผมพุ่งเข้าไปใส่พวกอัศวินหนูที่ล้อมชีเอ้อยู่ทันที
พร้อมกับใช้เบอเซริกโหมด เพราะ Mp ผมหมดแล้ว แต่ไม่ต่างกันหรอก
ตอนนี้แค่ฟันดาบลงไปผมก็ผ่าพวกอัศวินหนูให้ขาดเป็นสองท่อนได้แล้ว และอีกสองตัวก็มีซะตากรรมเดียวกัน
“ชีเอ้ รีบรักษาเนปฟ่าเร็ว!”
“มะ มาน่าฉันหมดแล้ว”
ชีเอ้ใช้เสียงแบบโลลิซึนตอบผม
“งั้นนายรีบดื่มยาฟื้นพลังซะ”
ผมหยิบยาฟื้นพลังออกมาและส่งให้ชีเอ้ไป
พลางก้มลงไปพันแผลห้ามเลือดให้กับเนปฟ่าไปด้วย ผม
ใช้ตรวจสอบกับเนปฟ่าดูแล้ว เธออยู่ในสถานะ บาดเจ็บสาหัส
เป็นสถานะที่แย่มาก เพราะจะทำการฟื้นพลังด้วยยาไม่ได้
แถมมีชิ้นส่วนของร่างกายขาดออกไป จะต้องใช้เวทรักษาระดับสามขึ้นไป
ถึงจะต่อหรืองอกออกมาใหม่ได้
แต่ถึงจะรักษาได้ก็คงจะต้องทิ้งแผลเป็นน่าเกลียดไว้แน่ๆ
ที่สำคัญชีเอ้มีแค่เวทรักษาขั้นหนึ่งเท่านั้น
Hp ของเนปฟ่ากำลังลดลงเรื่อยๆ เพราะสถานะบาดเจ็บสาหัส
ทิ้งไว้แบบนี้ไม่ถึงสิบนาทีต้องตายแน่
ส่วนวิธีรักษาน่ะ ต้องมีอยู่แล้วล่ะ
เพียงแต่…ตัวช่วยดันเป็นชีเอ้เนี่ยสิ
ว๊าก!!! ช่วยไม่ได้เฟ้ย ช่วยคนสำคัญกว่า
“ชีเอ้ แผลหายดีแล้วใช่ไหม”
“อะ อืม ดีขึ้นแล้ว แต่เนปฟ่า…”
“เดี๋ยวเนปฟ่าฉันจะรักษาเอง”
“เอ๋? ได้เหรอ?”
“ได้ แต่นายต้องช่วยฉันหน่อย อดทนหน่อยนะ”
ผมไม่เสียเวลาอธิบายมาก ดึงกางเกงตัวเองลงและงัดดุ้นออกมาโชว์ทันที
ชีเอ้จ้องตาค้างเลย
ผมไม่พูดพรํ่าทำเพลงก็จับผมทวินเทลของชีเอ้ไว้และกระแทกดุ้นเข้าไปในปากทันที
และเพราะต้องทำเวลา ไม่มีเวลามาฟินอะไรทั้งนั้น แถมนี้มันตัวผู้ด้วย
ไม่มีความเพลิดเพลินในการทำแน่นอน ผมเลยจับหัวโยกด้วยจังหวะรัวเร็วเป็นปืนกล
มีแต่เสียงอุ๊กๆ ดังออกมาจากปาก แต่นํ้าลายของชีเอ้เยอะดีจัง
ทำให้ลื่นๆ มันๆ เข้าออกสะดวก แถมมีเม้มริมปากกดที่ดุ้นไว้ด้วย ความรู้สึกไม่ต่างจากตอนโดนปากถํ้าบีบรัดเลย
ถ้าตัดเรื่องที่เจ้านี้เป็นตัวผู้ออกไป
ปากของชีเอ้นี้ชั้นหนึ่งจริงๆ แต่พอผมสอยไปได้ไม่กี่นาที แรงด้านก็หายไป
ผมเลยลองปล่อยมือออก ปรากฏว่าชีเอ้เป็นฝ่ายโขยกหัวใส่ดุ้นผมอย่างดุเดือดมาก
ความเร็วไม่ตกไปจากตอนผมจับหัวเธอโยกสักนิด
ผมมองดูใบหน้าของชีเอ้ไปด้วย และไม่ว่าจะมองมุมไหน
ก็เป็นเด็กผู้หญิงน่ารักชัดๆ แล้วตาของเธอตอนนี้มันอะไรกัน แทนที่จะมองมาแบบโกรธๆ
หรือรังเกียจ แต่ตาของเธอเหมือนคนที่กำลังโดนมอมยาไม่มีผิด
เพียงแค่ห้านาทีเท่านั้น ผมก็พร้อมจะยิงกระสุนแล้ว
ผมรีบดึงดุ้นออกมา
“อา!!”
ชีเอ้ร้องออกมาด้วยความเสียดายแถมยังยื่นมือมาที่ดุ้นผมด้วย
แต่เหมือนจะตั้งสติได้ทัน เลยรีบดึงมือกลับและหันหลังไป
ส่วนผมรีบเข้าไปหาเนปฟ่าและกรอกดุ้นเข้าปาก ปรับขนาดให้ดุ้นยาวลงคอเธอไปลึกๆ
ก่อนจะยิงกระสุนลงคอเธอไปทั้งแบบนั้น
“ทำอะไรน่ะ!”
ชีเอ้พยายามเข้ามาห้าม แต่ผมยกมือขึ้นไปจับหัวไว้
เพราะตัวเล็กล่ะนะเลยทำอะไรผมไม่ได้
“ดูเฉยๆ เถอะน่า”
พอชีเอ้มองไปที่เนปฟ่าก็ต้องตกใจและหยุดเข้ามาขัดขวาง
เพราะแขนของเนปฟ่ากับขาของเธอหายเป็นปกติแล้ว ผมถอนหายใจโล่งอก
แต่พอสบายใจขึ้นมาแล้ว ผมก็ได้กลิ่นคุ้นๆ จมูก ใช่
กลิ่นนํ้าเชื้อไงล่ะ แถมไม่ใช่ของผมด้วย ผมหันไปมองตรงกระโปรงของชีเอ้
ที่บริเวณเป้ามีนํ้าซึมออกมาจริงๆ ด้วย ไอ้นี้แค่ดูดดุ้นผมก็ถึงกับแตกเลย
หรือว่าที่มันเล็งจะไม่ใช่พวกฟราน แต่เป็นผมเหรอ!
“นี้นาย แค่ดูดดุ้นแล้วแตกเลย ท่าทางจะเก็บกดมามากเลยนะ”
พอผมทักออกไปชีเอ้ก็พึ่งรู้ตัว เลยรีบยกมือกุมเป้าตัวเองไว้ทันที
แต่สายไปแล้วล่ะผมรู้หมดแล้ว
“ชิ
จะปล่อยให้ใส่กางเกงในชุ่มนํ้าเชื้อเดี๋ยวคนอื่นเขาก็ได้กลิ่นกันพอดี เอามือออกซะ
เดี๋ยวฉันทำความสะอาดให้”
ชีเอ้ทำท่าเขินอายจนแทบหน้าไหม้ แต่ก็ยอมเอามืออก
ผมเลยใช้คลีนนิ่งให้จนสะอาดหมดจดทุกส่วนไม่เหลือแม้แต่รอยคราบ
“ขะ ขอบคุณ”
“ฉันก็ต้องขอบคุณเหมือนกัน
แบบว่าให้ชักว่าวเองนี้สงสัยไม่ทันเวลาแน่ๆ”
พอยกเรื่องนี้มาพูดชีเอ้ก็รีบยกมือขึ้นมาปิดหน้าทันที
แต่ส่วนหูแดงไปหมดแล้ว ไม่ไหวๆ ท่าทางก็น่ารักด้วย สาวดุ้นของแท้ไม่ผิดแน่เจ้านี้
แถมก้นก็…ไม่ได้ๆ แบบนี้ไม่ใช่แนวผมสักหน่อย
เพื่อให้ลืมเรื่องก้นของชีเอ้ไป ผมเลยเปลี่ยนไปถามแทน
ว่าทำไมถึงวิ่งหนีมาทางนี้ เพราะถ้าวิ่งเลาะกำลังไปเรื่อยๆ
ก็ถึงทางกลับไปชั้นสามแล้ว
ชีเอ้ที่ปกติไม่ยอมพูดเลย กลับหันมาตอบผมด้วยเสียงโลลิซึน
“ก็กาอินน่ะสิ วิ่งแตกแถวออกมา พวกเราก็เลยออกมาตาม
แต่กว่าจะรู้ตัวก็หาทางกลับไม่ได้แล้ว ตอนที่หลงทางก็เจอมอนสเตอร์เข้าอีก
พอวิ่งหนีกันมากาอินก็ทิ้งพวกเราไปเฉยเลย
เนปฟ่าพยายามปกป้องฉันเต็มที่จนต้องเองต้องบาดเจ็บเกือบตาย”
“แบบนี้เอง แล้วถ้ากาอินล่ะก็ ฉันเจอมันกลางทางแล้ว ท่าทางสติแตกได้ที่เลยล่ะ”
ผมถอนหายใจก่อนจะหันไปแบกเนปฟ่าขึ้นหลัง
เพราะไม่รู้เธอจะฟื้นเมื่อไร แถมอยู่ในดันเจี้ยนแบบนี้ไม่ปลอดภัยด้วย
“ชีเอ้ตามฉันมาอย่าให้ห่างล่ะ แล้วก็อย่าทำให้เกิดเสียงด้วย
ถึงฉันจะเลี่ยงจุดที่พวกมันอยู่ได้ แต่ฉันห้ามเสียงที่จะดึงพวกมันมาหาไม่ได้หรอกนะ”
“อืม”
ชีเอ้พยักหน้ารับและกลับไปสู่โหมดสาวใบ้ตามเดิม
พอแวะไปรับกาอิน เจ้านั้นพอเห็นเนปฟ่ากับชีเอ้ก็ร้องไห้โวยวายออกมา
จนผมต้องสั่งให้เงียบ ไม่งั้นก็ตัวใครตัวมัน ผมให้ชีเอ้เดินตามหลังกาอินไว้
เกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีก ก็ให้เอาไม้ฟาดหัวจนสลบไปได้เลย
ผมพาทุกคนกลับมาได้อย่างปลอดภัย
จนกลับไปรวมกับพวกลุงออกัสได้สำเร็จ
แต่ว่าไม่ดีเท่าไร อย่างกาอินน่ะ
บางทีอาจจะเลิกเป็นนักผจญภัยไปเลยก็ได้ จิตใจโดนความกลัวเล่นงานจนพังไปแล้ว
จะบอกว่ายังเตรียมใจมาไม่พอก็ว่าได้ ส่วนเนปฟ่าผมไม่แน่ใจ
ปกติแล้วบาดเจ็บไปขนาดนี้ คงจะเข็ดไม่กล้าสู้กับมอนสเตอร์อีก
และต้องรีไทร์ไปแบบมอเรีย
ส่วนลุงออกัสก็เสียความมั่นใจไปมาก
และคงรู้สึกโทษตัวเองอยู่ที่เป็นคนชวนทุกคนมาที่นี้ แต่ผมก็บอกลุงไปแบบตรงๆ ว่า
ถ้าคิดแบบนั้นก็เหมือนโทษว่าเป็นความผิดของผมด้วย
เพราะผมเป็นคนดื้อให้ทุกคนอยู่ต่อ ลุงออกัสเลยไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก
จริงๆ เรื่องนี้ไม่มีใครผิดหรอก ใครจะคาดว่าจะได้เจอกับ Raid
กันล่ะ ครั้งก่อนตอนมากับพวกฟรานก็ไม่เจอ เลยนึกว่าไม่มี
แบบนี้ล่ะนะที่เขาเรียกว่าติดประมาท
วันนี้พวกผมตัดสินใจยุติการล่าเพียงเท่านี้
ที่เหลือก็รอให้เนปฟ่าฟื้นขึ้นมา แล้วค่อยกลับออกไปกัน
ระหว่างรอผมไม่อยากอยู่เฉยๆ เลยว่าจะไปเก็บเกราะมาคืนให้กับเมดาริน
และจะได้เก็บพวกไอเท็มดรอปมาด้วย
แต่ตอนเดินๆ ไปอยู่ก็ได้เจอกับลอร์ดมนุษย์หนูตัวหนึ่ง ผมว่าใช่แน่
เป็นไอ้เจ้าลอร์ดที่อยู่ทีมแรกแน่ๆ เพราะตอนนี้มันอยู่ตัวเดียว
สมาชิกในทีมที่โดนฆ่าไปคงยังไม่เกิดกัน
“แกสินะที่เรียกบารอนมา ขอระบายแค้นหน่อยเถอะ”
ผมย่องไปข้างหลังมันแบบเงียบๆ ไม่ให้มีเสียง และหยิบมีดออกมา
พออยู่ในระยะก็พุ่งเข้าไปปิดปากมันจากด้านหลังเพื่อไม่ให้มีโอกาสใช้ Howl ได้อีก
ก่อนจะลงมือปาดคอมันจนเลือดพุ่ง ผมปล่อยร่างมันลงกับพื้น และนั่งดูมันค่อยๆ
ตายไปเพราะรอเก็บไอเท็ม แถมผมยังมาร์คตำแหน่งเกิดของทีมพวกมันไว้บนเรดาร์ด้วย
ไว้คราวหน้าผ่านมา จะได้แวะมาฆ่ามันอีก
ข้อหาทำแผนผมพังตายครั้งเดียวมันไม่พอหรอกนะ
พอเก็บของได้ครบแล้ว ผมก็กลับไปหาทุกคน
แต่ตอนที่กำลังเดินขึ้นบันได ผมก็เห็นเมดารินมายืนรออยู่ก่อนแล้ว
“อ้อ แต่งตัวแบบนั้นคงอายที่ต้องอยู่ต่อหน้าคนอื่นสินะครับ
เอานี้ครับผมเก็บเกราะของคุณมาให้แล้ว”
ผมส่งเกราะที่เก็บมาคืนให้ เมดาริน รับไปแบบยิ้มๆ
และเริ่มถอดเกราะออก? เอ๋ ไม่ใช่ใส่กลับเหรอ อ้อ
หรือว่าเป็นเกราะที่ต้องถอดออกมาประกอบก่อนใส่
“เอานี้ รางวัลของเธอ”
เมดารินยืนโน้มไปทางบันไดเพื่อมองต้นทาง โดยกระดกก้นมาทางผม
พร้อมกับแหวกขอบกางเกงในสีนํ้าตาลอ่อนออก เนื้อหอยของเธอมีสีเดียวกับสีกางเกงในเลย
“เร็วๆ นะ เดี๋ยวมีคนมา”
เธอเร่งพลางมองขึ้นไปด้านบน แต่เพราะพวกผมอยู่กันตรงหัวโค้งพอดี
เธอเลยต้องยื่นคอออกไปถึงจะ
เห็นข้างบนได้ แต่ขณะเดียวกันถ้าคนข้างบนเดินลงมา
ก็จะไม่เห็นพวกผมจนกว่าจะพ้นโค้งมา
ผมเองบอกตามตรงว่าเงี่ยนมากๆ
ทั้งโดนปลุกความหื่นคูณสองจากเบิกเซริกโหมด ทั้งอารมณ์ค้างมาจากชีเอ้
พอมีคนมาเปิดแคมให้แทงใส่ถึงที่นี้แบบนี้ ผมไม่คิดอะไรอีกแล้ว
เลยงัดดุ้นออกมาเสียบใส่ทันที
“โอย!”
เมดาลินถึงกับสะดุ้งโหยงเมื่อถูกผมแทง เธอดูตกใจมาก
จนต้องก้มองหัวแทบติดพื้น แต่พอเห็นลำดุ้นที่กำลังเข้าออกหอยเธออยู่
เมดาลินก็ถึงกับนํ้าตาไหล
เธอคงกลัวล่ะมั่งที่เห็นอะไรใหญ่ขนาดนี้กำลังเข้าออกตัวเธอ
เธอขาอ่อนลงทันตาเห็น ผมเลยต้องจับขาเธอยกขึ้น เสียงร้องเธอมีแต่อ๊อกๆ
อั่กๆ เพราะโดนดุ้นผมเข้าไปจนจุก ตอนแรกผมกะจะอัดแบบแรงๆ ใส่เธอ แต่พอ
นึกได้ว่าเดี๋ยวต้องเดินกลับกันอีก เลยต้องผ่อนแรงลง
และให้เสร็จแบบธรรมดาพอ
ผมเลยสอยไปเรื่อยๆ แบบปกติจนเธอถึง
แล้วผมก็ดึงดุ้นออกมาชักอีกพักหนึ่งก็แตกใส่หน้าเธอไป เมดารินจ้องดุ้นผมราวกับมองดูคนรักที่ผลัดพรากจากกันไปแต่ชาติปางก่อน
แต่ก่อนเธอจะขอต่อรอบสอง ผมก็ใช้คลีนนิ่งและรีบจับเธอแต่งตัวทันที
ตอนนี้ผมอารมณ์ขึ้นสุดๆ เลยอยากจะรีบกลับออกไปไวๆ
แน่นอนเป้าหมายของผมจากนี้ต้องเป็นซ่องอยู่แล้ว
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น