ตอนที่ 149 เหตุบังเอิญ

ตอนที่ 149 เหตุบังเอิญ
“ก แก!”
ผู้หญิงที่นอนหมดสภาพอยู่บนเตียงวิญญาณกลับเข้าร่างแล้ว เธอทำตาแดงจ้องใส่ผม โดยไม่ไตร่ถามอะไรสักคำ ผมเอาดุ้นเสียบหอยเธอต่อทันที เอ่อ ร่างกายมันขยับไปเองอ่ะ สัญชาตญาณก็เตือนว่านี้คือสิ่งที่สมควรทำ
“ย หยุดนะ! นี้มันมากไปแล้ว”
เธอพยายามร้องห้ามและดิ้นรน แต่สกิล Sex Master กับ The Great of Rape ทำงานขึ้นมาซะแล้ว...ประเดี๋ยวนะ...ไอ้ The Great of Rape นี้มันอะไรกันวะ! ได้มาตอนไหนไม่เห็นรู้เรื่องเลย ไม่สิ แค่ชื่อที่แสนยิ่งใหญ่ไปในทางเสื่อมนี้มัน…ขอดูหน่อยสิ มันทำอะไรได้
The Great of Rape ด้วยสกิลนี้สามารถทำให้ XXX และ #@$! นอกจากนั้นยัง &*% ซึ่งจะทำให้…………………………………………………………………………………………
โอเค เข้าใจล่ะ ใช้แบบนี้เอง...ซะที่ไหนล่ะโว้ย!! ทำไมมันเป็นภาษาต่างดาวไปได้เนี่ย ยิ่งช่วงท้ายมันเว้นทิ้งไว้เฉยๆ เลย ไว้เดี๋ยวค่อยไปถามเวเนซ่าที่หลังล่ะกัน ขานั้นเป็นเจ้าแม่แห่งสกิลอยู่แล้ว ไม่ว่าสกิลอะไรก็รู้จักหมด
“หือ?”
แต่แล้วผมก็ต้องแปลกใจ เมื่อมือผมขยับไปจักจี๋เธอคนนี้เอง
“พ พอแล้ว! มากกว่านี้ข้ารับไม่ไหวแล้ว ฮ่าๆๆ”
เธอหัวเราะออกมาทั้งนํ้าตา สีหน้าเธอบ่งบอกว่าทรมานสุดๆ แต่แล้วที่ขอบสายตาผมก็มีข้อความเตือนขึ้นมา
>> Lv 2>
“...ฮา...เฮ้ย!!”
ผมรีบเปิดดูข้อมูตัวตัวเองทันที แล้วก็ต้องช็อคตาตั้ง เมื่อวานยัง Lv 40 กว่าๆ ตอนนี้มันเหลือแค่ Lv 2
แล้วร่างกายผมเป็นบ้าอะไรเนี่ย ขนาดช็อคอยู่เอวก็ยังไม่ยอมหยุดสอย แถมร่างกา◌่ยเริ่มขยับเองอีกแล้ว คราวนี้มือผมไปหยิบผ้าปูที่นอนขึ้นมาฉีกทำเป็นเชือก จากนั้นก็มัดแขนของเธอไว้กับเสาเตียง นอกจากนี้ผมยังตบไปนม
ของเธอด้วย จนเป็นรอยแดงรูปฝ่ามือขึ้นมา เอ่อ นี้มันรุนแรงไปหน่อยแล้ว แต่ผมควบคุมตัวเองไม่ได้เลย ส่วนหญิงสาวที่โดนผมกระทำชำเราอยู่ ก็ทั้งร้องไห้ทั้งคราง
ตอนแรกผมนึกว่าโดนใครควบคุมร่างกายอยู่ แต่ไม่ใช่ เหมือนโดนควบคุมการกระทำไว้มากกว่า เช่นว่า ผมสามารถควบคุมจังหวะการสอยได้ แต่ถ้าถอดเอวออกเมื่อไร รา◌่งกายจะเคลื่อนไหวเข้าไปเสียบใหม่เอง ผมสามารถพูดหรือขยับมือได้ตามปกติ นอกจากจะโดนบังคับมือเป็นบางครั้ง...ไม่ผิดแน่ นี้ล่ะคือผลของ The Great of Rape มันจะทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวไปเอง โดยมีจุดประสงค์ในการขืนใจอีกฝ่าย
แต่นี้มัน Combo Skill ไม่ใช่เหรอ! เพราะพอร่างกายถูกควบคุมด้วย The Great of Rape มันก็จะไปเข้าเงื่อนไขการทำงานของ Sex Master ทันที
“...ว่าแต่เธอเป็นใครกันล่ะเนี่ย?”
ผมทนไม่ไหวเลยต้องถามออกไป
“แก! ข่มขืนข้าซะขนาดนี้แล้ว ยังจะมาถามว่าข้าเป็นใครอีกเหรอ!”
สาวคนนี้มีผมสีดำ ตาสีดำ แต่ใบหน้าไม่เหมือนคนเอเซียเลยแฮะ แปลว่าไม่ใช่คนจากโลกเก่า สำเนียงการพูดก็ห้าวๆ ด้วย
“อ่า โทษที แต่จำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เลยอ่ะ สงสัยจะเมาหนักไปหน่อย”
“แกพูดอย่างนั้นทั้งๆ ที่เอาไอ้หนอนโสโครกของแกมุดเข้าออกตัวข้าอยู่เนี่ยนะ! อึ๋ก! แล้วทำไมจู่ๆ แกก็กระแทกใส่ปากมดลูกข้า! ด เดี๋ยว มันจะเข้าไปแล้ว!”
“ถึงจะว่าแบบนั้น แต่ผมควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้อ่ะ น่าจะเป็นผลของสกิล”
“บัดซบ! ไอ้สารเลว! ไอ้โจรข่มขืน!”
“ยอมรับทุกข้อกล่าวหาครับ”
แต่พอโดนด่า ร่างกายผมก็ขยับเองอีกครั้ง เอวมันดันดุ้นเข้าไปแบบไร้ปรานี ราวกับอยากจะขยี้มดลูกอีกฝ่ายให้แหลก ซํ้ายังใช้มือบีบลงไปตรงท้องที่บวมขึ้นมา สาวนิรนามกรีดร้องเสียงร้องจนตาเหลือก ฉี่เธอพุ่งออกมาเป็นสาย ตัวเธอกระตุกอีกครั้ง
“ด เดี๋ยวอย่าพึ่งสลบไป บอกมาก่อนเธอชื่อว่าอะไร”
“ชื่อ ข ข้าคือ…”
ไม่ไหวเธอสลบไปแล้ว แถม…
<:Lv 2 >>> Lv 1>
<<เงื่อนไขครบถ้วน ได้รับสถานะ ภัยของผู้หญิง>>
<<เงื่อนไขครบถ้วน ได้รับ Unique skill การล้างบาป>>
“...ไอ้ความรู้สึกหดหู่นี้อะไรกัน ฮ่า แค่ Lv กลับไปเป็นหนึ่งเอง ใช่ แค่หนึ่ง...เวรแท้ๆ!”
ไม่ใช่แค่นั้น พอเปิดดูข้อมูลตรงสกิล ก็ได้สกิลมาเพียบเลย และที่สำคัญ...ได้สกิลมารราคะกลับมาแล้วด้วย...เมื่อคืนตูไปทำอะไรกันมาแน่ฟ่ะ!”
“ตอนนี้มีปัญหาแบบนี้ต้องเรียก โดเรXXX ไม่ใช่สิ เรียกมุเอมะต่างหาก”
ผมอธิบายเรื่องราวให้มุเอมะฟังแบบย่อๆ เพราะเหมือนเธอกำลังยุ่งอยู่ พอเล่าจบผมก็ตัดสรุปสิ่งที่ต้องการไปทันที
“มีใครพอจะฟื้นความทรงจำได้บ้างไหม”
“มีคะ ถ้าเป็นซักคิวบัสอย่างซานูน่า ก็น่าจะทำได้ และก็ยินดีด้วยนะคะ ที่ได้สกิลมารราคะคืนมาแล้ว”
“นั้นก็ใช่ แต่เลเวลผมโดนลดเหลือแค่ 1 เลยนะ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เดี๋ยวฉันจะส่งดัมมี่ที่ Lv 500 ไปให้ท่านโรมะฆ่า แค่สักสิบตัว ท่านโรมะก็น่าจะเลเวลถึง 100 แล้ว”
“อย่าเด็ดขาด”
ดัมมี่ที่ว่าคือตุ๊กตาไม่มีชีวิต มันเป็นเป้านิ่งให้พวกทหารของเผ่าปีศาจฝึกซ้อม แต่ดัมมี่มีความสามารถพิเศษ คือถ้ามันไม่ถูกทำลาย มันจะเลเวลเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งที่ปราสาทจอมมารมีดัมมี่ที่ปั้มเลเวลให้มันจนถึง 500 ตั้งหลายตัว เรียกได้ว่ามันเป็นถังเก็บ Exp นั้นเอง แต่ผมไม่อยากใช้ เพราะมันเป็นไพ่ตายสำคัญสำหรับตอนที่มีสงคราม แถมจะสร้างใหม่ก็ไม่ได้ด้วย เพราะเทคโนโลยี่การสร้างดัมมี่หายไปก่อนยุคของเวเนซา◌่ซะอีก ตอนนี้ที่ปราสาทจอมมาร มีดัมมี่อยู่ราว 100 กว่าตัว ตัวที่เลเว
ลถึง 500 แล้ว มี 20 ตัว และกว่าครึ่งยังไม่เคยเอาออกมาใช้งานเลย
เรื่องเลเวลช่างมัน ดีซะอีก จะได้มีข้ออ้างไม่ไปตบตีกับพวกออร์คมัน
พอวางสายมุเอมะไปแล้ว ผมก็ใช้แหวนติดต่อไปหาซานูน่าต่อ ตอนนี้ซานูน่าเปลี่ยนมหาดันเจี้ยนเวก้าเป็นฐานบัญชาการของเธอไปแล้ว แต่เพราะมันทิ้งร้างมานานมาก แถมไม่มีนักผจญภัยกล้าเข้าไปอีก ในแง่ความปลอดภัยมันดีอยู่หรอก แต่พวกที่ถูกสาปจนกลายเป็นมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนเวก้า จะไม่มีสติปัญญา และควบคุมลำบาก เวก้าเลยต้องล้างคำสาปออกก่อน เพื่อจะได้พาลูกน้องชุดใหม่เข้าไปอยู่ได้
แต่การเดินทางนั้นเธอสามารถมาที่คฤหาสน์ได้ในทันที เนื่องจากติดตั้งแท่นวาปร์ไว้ระหวา◌่งดันเจี้ยนเวก้าและคฤหาสน์แล้ว
แต่พอมาถึง ใบหน้าของซานูน่าก็ซีดเผือก ขณะมองดูผู้หญิงที่ถูกมัดอยู่กับเสาเตียง ซานูน่ามองสลับไปมากับตัวผม เธออ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่มีเสียงออกมา
“อืม ทำหน้าแบบนี้แปลว่ารู้จักสินะ”
“เปล่าค่ะ พึ่งเคยเจอกันครั้งแรก เอ่อ แต่ฉันมั่นใจว่าไม่ผิดตัวแน่”
“อันตรายใช่ไหม”
ผมเอ่ยขึ้นขณะชี้ไปที่ผู้หญิงผมดำ
“สุดๆ เลยค่ะ”
“แบบนี้เอง สัญญาณผมถึงได้ทำแบบนั้นลงไป”
“ท่านจอมมารที่ปราบเธอได้นี้น่ากลัวกว่าอีกค่ะ”
“เธอใช่เผ่าปีศาจหรือเปล่า?”
ผมทำเป็นไม่สนใจที่ซานูน่าพูด และถามต่อราวกับกำลังเล่นเกมส์ใบ้คำกัน
“ไม่ได้ใกล้เคียงเลยค่ะ”
“ศัตรู?”
“ปกติวางตัวเป็นกลางค่ะ”
“ยอมแพ้ บอกมาสักทีว่าเธอเป็นใคร”
“1 ใน 7 มาร อัสโมเดียสค่ะ”
“...ชัวร์นะ”
ซานูน่าพยักหน้าแรงๆ ให้ ผมหันไปมองอัสโมเดียสที่ถูกมัดติดกับเสาอีกที และมองไปรอบๆ ห้องที่ราวกับถูกถล่มด้วยระเบิด จากนั้นเม็ดเหงื่อก็ผุดขึ้นมาเต็มใบหน้าผม
“หนีกันเถอะ”
ผมรีบเผ่นออกจากห้อง แต่ซานูน่าคว้าคอผมไว้ซะก่อน
“หนีไม่พ้นหรอกค่ะ ผู้ใช้สกิลมาร ก็เหมือนเป็นร่างทรงของมาร เธอสามารถไปปรากฎตัวที่ทุกที่ท่านจอมมารอยู่”
“ง งั้นจะทำอย่างไงดี”
“...อย่าตายนะคะท่านจอมมาร”
“อย่าด่วนสรุปเอาเองสิเฟ้ย! อย่างไงก็เถอะ ตอนนี้ฟื้นความทรงจำผมก่อน ถึงจะพอรู้แล้วล่ะว่าผมเองเป็นคนเรียกอัสโมเดียสออกมา แต่ต้องรู้ก่อนว่าทำไมมันมาจบอีแบบนี้ได้”
“รับทราบค่ะ”
และซานูน่าก็ยื่นมือมา และส่งมือนั้นเข้าไปในหัวของผม ใส่เข้าไปเลยล่ะ แต่ไม่ได้สร้างบาดแผลอะไรแต่ซึมผ่าน
เข้าไปเฉยๆ แต่สิ่งที่อยู่ในหัวผมน่ะสิ มันราวกับกำลังถูกมือนั้นคนเอาความทรงจำทั้งหมดมารวมกัน ผมปวดหัวแทบระเบิด และรอรู้ล่ะว่าทำไมตัวเองถึงจำอะไรไม่ได้ เพราะผมเมาจนไม่มีสติเลยไงล่ะ พอไม่สติสมองก็ทำงานอย่างสะเปะสะปะ งี่เง่าจริงๆ สาบานเลยว่าจากนี้จะไม่กินเหล้าแบบสามล้อถูกหวยอีกแล้ว
หลังจากความทรงจำเริ่มจัดเรียงตัวใหม่ มันก็เป็นเหมือนกับไฟล์ข้อมูลใหญ่ๆ ที่ถูกส่งผ่านเข้ามาในอึดใจเดียว เชื่อว่าถ้าทำแบบนี้บ่อยๆ สมองพังแน่ๆ เพราะมันเจ็บแทบคลั่ง แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
เรื่องมันเริ่มจากตอนที่ผมไปหาซารี และมีอะไรกันแบบพวกอดอยากปากแห้ง ซึ่งทำให้ผมหิวนํ้ามาก เลยไปหยิบเอาเหล้าที่วางอยู่บนชั้นมาดื่ม ซึ่งซารีร้องเตือนผมไม่ทัน เนื่องจากเหล้าที่เธอเก็บไว้ มันไม่ใช่เหล้าธรรมดา แต่เป็นเหล้าล้มดวาฟ แค่แก้วเดียวดวาฟที่ว่าคอแข็งยังล้มทั้งยืน
ได้ แต่นี้ผมเล่นกระดกเป็นนํ้าเลย ไม่แปลกที่จะเมาเละแบบนั้น
แต่นั้นล่ะ เพราะเมาเละจริงๆ เพราะผมไม่เหลือการควบคุมตัวเองอีกเลย แล้วไอ้แรงกระตุ้นของผมมันก็มีแต่พลังหื่น ผมเลยหันไปจัดซารีอย่างรุนแรง ขณะเธอสลบไปแล้วผมก็ยังไม่ยอมหยุด แต่ตอนนี้แหละที่สำคัญ เพราะ Lust Point มันครบพอดี
แถมเพราะงั้นไม่หายเงี่ยน และเริ่มเอากับคนสลบไปแล้วไม่ค่อยมันส์ เลยอุตริเรียกเอาอัสโมเดียสออกมา
“ฮ่าๆๆ ในที่สุดก็มีคนโง่เรียกข้าออกมา อั่ก!”
อัสโมเดียสที่ปรากฎตัวถามกลางแสงและควันอย่างอลังการยังพูดไม่ทันจบ ก็โดนผมตุ้ยท้องและจับปลํ้าทันที
เธอพยายามต่อต้านสุดตัว และพลังของเธอก็โคตรอลังการ เล่นเอาห้องทำงานของซารีพังเละเลย
แต่ผมก็ใช้พลังจอมมารบวกกับบั้กเลือด ตั้งใจจะจับเธอกดท่าเดียว แต่ยังไม่สำเร็จเพราะพลังพวกเราค่อนข้างสูสีกัน เลยต้องย้ายออกไปสู้กันนอกเมือง
สุดท้าย ผมโดนเธอควบคุมจิตใจจนได้ แต่ตอนนั้นแหละที่สถานการณ์พลิกกลับ เพราะอัสโมเดียส ควบคุมจิตใจผมได้ไม่ทั้งหมด
ตอนที่ฟังจากเวเนซ่ามา ทำให้ผมรู้ว่าอัสโมเดียสมีพลังในการควบคุมจิตคน ผมเลยคิดเตรียมวิธีรับมือเอาไว้ ด้วยการ...ใช้กรงขังกับตัวเอง ผมกักจิตใจบางส่วนไว้ในกรง และสร้างให้มันเป็นบุคลิกแฝงขึ้นมา
เมื่อใดก็ตามที่มีอะไรพยายามจะมาควบคุมจิตใจผม กรงจะเปิดออก และปล่อยเอาบุคลิกแฝงออกมา และจะดึงเอาจิตใจส่วนที่โดนควบคุมเข้าไปขังแทน
แล้ววิธีการควบคุมจิตใจของอัสโมเดียส ก็คือการแทรกจิตใจตัวเองเข้ามาโดยตรง นั้นทำให้เธอโดยขังไปด้วย
ถึงผมจะเมาอยู่ แต่บุคลิกแฝงเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบอะไร ถึงจะเป็นเพียงแค่จิตใจบางส่วน แต่มันก็ทำให้อัสโมเดียสโดนกักพลังไว้กว่าครึ่ง เธอเลยคิดจะหนี...แต่ไม่พ้น เธอโดนผมจับกดจนได้ และพอโดนดุ้นเสียบเข้าไปทุกอย่างก็จบ เพราะ Sex Master ก็ทำงานแล้ว
และ Sex Master เนี่ยรู้สึกจะเป็น Unique skill ด้วยล่ะ เพราะอัสโมเดียสไม่มีสกิลนี้ ทำให้เธอ
หมดทางขัดขืนผม และโดนข่มขืนจนหมดสภาพ จากนั้นผมก็พาเธอกลับมาที่คฤหาสน์และต่อกันอีกหลายยก
ระหว่างนั้นพอมีจังหวะดิ้นหลุดได้เมื่อไร เธอก็จะใช้พลังเข้าตอบโต้ผม สภาพห้องมันเลยเละเทะอย่างที่เห็น แต่ก็นั้นแหละ พลังเธอเหลือแค่ครึ่งเดียว การดิ้นรนของเธอเลยยิ่งทำให้ผมเกิดอารมณ์ เธอเลยโดนหนักกว่าเดิมซะอีก
และตอนนั้นเองผมก็ได้สกิล The Great of Rape มา ถึงจะไม่รู้ว่าใช้อย่างไง แต่เหมือนมันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการข่มขืนล่ะ แต่ว่า Lv ผมก็เริ่มลดลงตั้งแต่ไอ้สกิลบ้านี้เริ่มทำงาน
รู้สาเหตุล่ะ
ทุกอย่างทำท่าจะจบก่อนรุ่งสาง แต่ตอนที่ผมหมดแรงนั้นเอง สกิลมารราคะก็กลับมาแล้ว...ผมก็เลยจัดอัสโมเดียสต่อจนหมดสภาพอย่างที่เห็น
และความทรงจำของผมมันไม่ต่อเนื่องกัน เพราะก่อนจะหลับไปจิตใจผมก็สลับคืนที่เดิม เจ้าตัวแทนกลับไปอยู่ในกรงขัง ส่วนตัวผมที่ตื่นขึ้นมานอกจากจะเมาจนจำอะไรไม่ได้ และความทรงจำตอนข่มขืนอัสโมเดียส ยังเป็นของเจ้าตัวแทนด้วย
พอระลึกทุกอย่างได้ ผมก็เริ่มเหงื่อตก เพราะตอนนี้จิตใจอัสโมเดียสกลับที่เดิมแล้ว ถึงร่างกายเธอจะหมดสภาพจากศึกโต้รุ่ง แต่เดี๋ยวถ้าฟื้นตัวแล้วเธอคงเอาผมตายแน่
“งึม”
ว่าแล้วอัสโมเดียสก็กลับมามีสติพอดี ระหว่างที่คิดว่าจะเอาอย่างไงดี หรือจะใช้ The Great of Rape ต่อดี อ่ะ สกิลเป็นสีแดงไปแล้ว...อ้อ ไม่มี Lv ให้ลดแล้ว ก็เลยใช้งานไม่ได้เหรอ!
“ย ยอมแล้ว ข้ายอมแล้ว เจ้าชนะ”
“หา?”
ผมรอดตัวมาได้แบบงงๆ แต่อัสโมเดียสถึงขีดจำกัดก่อน ทั้งร่างกายและจิตใจเลย เธอจึงยอมแพ้ซะเอง
“ข ขอพรมาซะ อะไรก็ได้ ข้าสามารถบัลดานให้ได้ทุกอย่าง”
อัสโมเดียสอธิบายด้วยเสียงที่อ่อนแรง
“โด้ทุกอย่างจริงๆ เหรอ”
“ทุกอย่าง เพราะสิ่งที่พรมอบให้ มาจากระบบโดยตรง ตัวข้าแค่เป็นเงื่อนไขที่เจ้าจะเข้าถึงระบบขอพรเท่านั้น”
“แบบนี้เอง...ถ้าแบบนั้น”
เรื่องขอพร จริงๆ ผมคิดจะขอสกิลดีๆ มาอยู่หรอก แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจล่ะ เพราะผมไม่อยากตาย เลยต้องเปลี่ยนคำขอด่วน
“ผมขอให้เธอ อัสโมเดียสเป็นมนุษย์”
<<ตอบรับคำขอ มารอัสโมเดียสถูกลบออกจากระบบ….%%@# จอมมารโรมะได้เป็นผู้ถือครองบาปแห่งราคะแทน XX%%@# สกิลการล้างบาปทำงาน %%@# บาปแห่งราคะถูกลบออกจากระบบ
%%@# ระบบล้มเหลว ทำการตั้งค่าใหม่...ไม่สามารถตั้งค่าใหม่ได้ สกิลมารราคะถูกยกระดับสูงสุด…%%@# เงื่อนไขครบถ้วน ได้รับ…%%@# การเปิดใช้งานระบบ Sex Option>>
“...”
คือผมแค่ไม่อยากโดนอัสโมเดียสตามแก้แค้นทีหลัง เลยจะให้ทำให้เธอเป็นมนุษย์ซะ จะได้ไม่เหลือพลังมาเล่นงานผมทีหลังได้ แถมไม่คิดด้วยว่าพรแบบนี้มันจะเป็นจริงได้ แต่มันกลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปซะแล้วล่ะ
ปิดโปรเจคแล้วนะ เป็นมติร่วมกันของทั้งคนแต่ง คนแปล และคนเกลา แบบว่ามันเริ่มไม่สนุกแล้ว และตอนจบของภาคนั้นพึ่งออกมาเมื่อเช้านี้พอดี เลยจะ
เอาตอนที่เหลืออีกสามตอนมาทำแบบสปอยแทน ซึ่งทั้งผู้แต่งและผู้แปลให้ได้มากสุดเท่านี้


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 4 พลังของมารราคะ

ตอน 150