ตอนที่ 47 ลูปัน บอสชั้น 5
ตอนที่ 47 ลูปัน บอสชั้น 5
ตอนพักเหนื่อยผมได้นำนํ้าผลไม้มาแบ่งให้พวกเนปฟ่าด้วย
“นํ้าอะไรเนี่ย!? อร่อยจัง!
นี้นายเอาพื้นที่เก็บของแสนสำคัญในกระเป๋ามาเก็บของพวกนี้ได้อย่างไง อา
เย็นชื่นใจจัง!”
จะชมหรือจะด่าเอาสักอย่างสิยัยเอลฟ์เอาแต่ใจนี้
ผมขี้เกียจจะสนใจ เลยหันไปปรึกษากับยูรินต่อ
ยูรินไปถามข้อมูลของมอนสเตอร์ชั้นนี้มาจากพนักงานให้แล้ว
ซึ่งที่อยู่ในชั้นนี้ยังเป็น wererat อยู่ แต่เป็นชั้น Knight Shaman และ Lord
เลเวลอยู่ที่ 18-24 และถัดไปคือบอสที่อยู่ชั้น 5 มันก็คือ wererat King เลเวล 25
นั้นเอง
ความยากของชั้นนี้คือมันอยู่รวมปนกันตั้งแต่แถวๆ ทางเข้า
จะหาที่อยู่แบบเดียวไม่ได้เลย และไอ้ตัว Lord เนี่ย ตัวปัญหาเลย
เพราะมันมีสกิลที่ชื่อ Howl of Rat ซึ่งจะเรียกให้พวก wererat ที่อยู่ในระยะรอบๆ
ตัวมันมารวมกัน เรียกง่ายๆ ว่าทันทีที่เริ่มปะทะก็จะกลายเป็นสงครามยืดเยื้อขึ้นมาทันที
“เดี๋ยวเปลี่ยนฟอเมชั่นกันหน่อย”
ผมหันไปบอกพวกฟราน โดยรอบนี้ผมจะไปอยู่ที่แถวหน้าด้วย
เพราะจะได้ช่วยฟรานให้เข้าถึงตัว Lord ได้เร็วขึ้น และเพื่อไม่ให้ฟรานถูกล้อมได้
“นะ นี้จะเอาจริงเหรอ ชั้นนี้น่ะ ขนาดพวกปาร์ตี้ใหญ่เลเวล 20
ลงมายังแทบไม่รอดเลยนะ”
“ก็ถ้าไม่ไหวก็ค่อยหนี”
ผมไม่ห่วงเรื่องหนีเลย ออกจะถนัดด้วยซํ้า เอ่อ
จะว่าไปพวกเนปฟ่าไม่มีใบวาปร์ติดตัวไว้แบบพวกผมนี่น่า จะกลัวก็จะไม่แปลกหรอก
พอพวกเนปฟ่าหายเหนื่อยแล้ว ผมก็เริ่มต่อสู้ทันที
โดยมุ่งหน้าไปทางกลุ่มเล็กเพื่อลองเชิงก่อน กลุ่มนี้ มีอัศวินสอง ชาแมนหนึ่ง
ลอร์ดหนึ่ง
ผมแบ่งกันคนละตัวเลย ผมกับยูรินพุ่งเข้าชนอัศวินคนละตัว
ส่วนเดเม่จัดการชาแมน และฟรานตรงเข้าหาลอร์ดอย่างเดียว
อัศวินหนูที่ผมรับมือ เก่งทีเดียว
ก็แน่ล่ะเลเวลต่างกับผมเกือบสิบเลย พอค่าพลังต่างกัน
เวลาผมฟันลงไปมันแค่ปัดกลับผมก็จะกระเด็นออกมา ยูรินเองก็เช่นกัน
ยังล้มอัศวินในหมัดเดียวไม่ได้ แต่ดูจะมีภาษีดีกว่าผมเยอะ
แต่เดเม่ยังยิงใส่ชาแมนนัดเดียวอยู่เช่นเคย
ฟรานเองก็ด้วยเธอจามทีเดียว
ร่างของลอร์ดแยกเป็นสองส่วนขาดไปพร้อมกับอาวุธที่ยกขึ้นมาป้องกันเลย
พวกเธอกำลังจะเข้ามาช่วยผม แต่ผมห้ามไว้ จากนี้จะต้องใช้ฟอเมชั่นแบบนี้
เพราะงั้นผมกับยูรินจะต้องหาวิธีสู้กับพวกมันให้ได้
กับไนท์ผมใช้ดาบสู้ไม่ไหว เลยเปลี่ยนไปเป็นมีดคู่
เพื่อใช้ความคล่องตัวดู ซึ่งทำให้ผมคุมสถานการณ์อยู่ แต่มีดผมไม่
มีพลังพอจะเจาะมันเนี่ยสิปัญหาเลย แต่แล้วผมก็นึกอะไรขึ้นมาได้
“Wall!!”
ผมใช้ Wall ใส่พื้นใต้เท้าของอัศวินหนู
ร่างของมันถูกพื้นดันขึ้นมาจนตัวลอย จังหวะนั้นเองผมเปลี่ยนไปใช้ดาบ
และแทงส่วนจังหวะที่มันตกลงมา นํ้าหนักตัวบวกกับชุดเกราะ ทำให้ต่อผมไม่ใช่แรง
ดาบก็แทงทะลุตัวมันไปได้อยู่ดี
พอจัดการได้แล้วผมก็รีบหันไปมองยูริน เธอใช้ถุงมือเหล็กปัดการโจมตีได้อยู่
แต่ว่าไม่มีจังหวะสวนกลับเพราะอัศวินหนูเคลื่อนไหวรัดกุมมาก
“ยูรินเท้า!”
ผมตะโกนบอกไป ยูรินเองก็เข้าใจได้ทันที
พอปัดการโจมตีได้ก็พุ่งเข้าไปแบบเดิม แต่เธอไม่ได้ปล่อยหมัด แต่กระทืบเท้าใส่
บี้เท้าของอัศวินหนูจนแหลก แต่นี้เป็นการโจมตีเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของมันไว้
พอหลบไม่ได้มันก็ถูก
หมัดและหมุดเหล็กทะลวงหัวใจจนตายคาที่ ใช่แล้ว
จุดอ่อนของอัศวินก็คือเท้า เกราะที่ยื่นออกมาทำให้มองตำแหน่งเท้าของตัวเองไม่ได้
ฉะนั้นจะไปป้องกันได้อย่างไงกันล่ะ
“นายท่านสุดยอดค่ะ!”
ฟรานรีบเข้ามาชมผมด้วยความประทับใจสุดขีด
เดเม่กับยูรินก็ตามเข้ามาด้วย
“นายท่านใช้เวททำให้ศัตรูเสียสมดุลแบบนี้ หนูคิดไม่ถึงเลยค่ะ”
“เท้าสินะ ไม่รู้เลย ขอบคุณ”
“จากนี้ไปก็ใช้รูปแบบนี้สู้ต่อเลยนะ กรณีถ้ามีอัศวินหนูมากกว่าสอง
ฟรานเธอก็ช่วยจัดการก่อนจะเข้าไปหาลอร์ดนะ”
“รับทราบค่ะ!”
“ดีมาก ทำได้ดีทุกคนเลย”
ผมลูบหัวพวกเธอคนละที ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างต่อ
รอบนี้ผมใช้ Glory ดู ผลดีกว่าที่คิดไว้ซะอีก
เพราะดาบผมฟันเกราะอัศวินตรงๆ เข้าแล้ว ส่วนยูรินต่อยทีเดียวโล่อัศวินถึงกับแตกเลย
ส่วนฟรานกับเดเม่จะมี Glory หรือไม่มี ก็โป้งเดียวจอดอยู่แล้ว
แต่ก็มีบางครั้งที่ลอร์ดใช้ Howl of rat ออกมาได้ทันก่อนโดนฟรานฆ่า
พวกเราเลยโดนรุมจากอีกกลุ่มทันที แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร
เพราะทีมของผมจัดการทีมแรกได้หมดก่อนทีมสองจะมาถึง จนผมต้องบอกฟรานเลยว่า
ให้ลอร์ดใช้ Howl ก่อนก็ได้ค่อยฆ่า จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปเดินหาพวกมัน
จริงๆ เนปฟ่าก็อยากจะมีส่วนร่วม แต่พอเล็งร่ายเวทใส่ตัวที่อยู่ไกล
ก็ร่ายเวทไม่ถัดความเร็วในการฆ่าของฟรานกับเดเม่ พอจะร่ายใส่ตัวใกล้
ก็กลายเป็นว่าผมโดนลูกหลงของเวทไปด้วย สุดท้ายเธอเลยต้องยืนดูเฉยๆ ไป
ด้วยความยากของชั้นนี้ทำให้พวกผมใช้เวลาไปเกือบสองชั่วโมง
กว่าจะถึงทางลงไปห้องบอส
“แย่จริง ใช้เวลามากกว่าที่คิดไว้ซะอีก”
ผมมองดูเวลา ซึ่งตอนนี้เกือบจะบ่ายสามแล้ว
และกว่ากลับออกไปก็คงสี่โมงแล้วแน่ๆ ผมเลยจำเป็นต้องทำเวลาแล้ว
“ฟราน เปลี่ยนแผน ใช้ Dancing เปิดบอสเลย”
“รับทราบค่ะ”
ฟรานจับง้าวแน่นเตรียมลุยเต็มที่ ผมเองก็เปิดประตูห้องบอสเข้าไป
โดยไม่รอให้พวกเนปฟ่าที่พึ่งตามมาถึงได้พักหายใจ
ผมกับยูรินเข้าไปก่อน และแยกกันเป็นซ้ายขวา
ราชาหนู ตัวใหญ่กว่าพวกมนุษย์หนูเท่าตัว
ถือดาบใบใหญ่(ดาบจีน)สองมือ สวมมุงกุฎสีเงินบนหัว
ใส่ชุดด้วยเสื้อคลุมสีแดงดูหรูหรา และมันใช้เวทมนต์สร้างพายุได้
ฟรานพุ่งเข้าไปตรงๆ พร้อมกับใช้ Dancing Moon ออกมา
ความเร็วในการเข้าประชิดตัวของเธอนั้น เร็วมาก
และความเร็วนั้นยังทำให้ร่างแยกเร็วตามไปด้วย
ราชาหนูไม่อาจทำได้แม้แต่จะใช้อาวุธในมือปัดป้องตัว ร่างกายก็ถูกสับเป็นชิ้นๆ แล้ว
ผมแน่ใจว่ามันตายตั้งแต่ก่อนโดนงัดขึ้นไปซะอีก
ขนาดบอสชั้น 5 ยังโดนฟรานจัดการได้ในพริบตา
ตกลงระดับของฟรานนี้วัดอะไรไม่ได้เลยสินะ
ส่วนพวกผมก็แยกย้ายกันไปจัดการพวกลูกน้องของราชาหนูในห้องนั้นต่อ
ซึ่งมีมนุษย์หนูทุกชนิด อย่างล่ะสองสามตัว เลยไม่เสียเวลาเท่าไร
หลังจากโกยพวกไอเท็มดรอปมาหมดแล้ว
ก็กลับออกมาด้วยเส้นทางรันเนอร์เวย์ทันที
ระหว่างทางพวกเนปฟ่าถึงกับเดินคอตกกันไปเลย
เพราะแบบนี้แหละถึงไม่อยากให้มาด้วย ความเร็วกับพลังในการล่าของพวกฟานน่ะ
แตกต่างจากพวกออกัสแบบเทียบไม่ติดเลย
วันนี้ผมไม่ได้นับเลยว่าได้อะไรมาบ้าง
เพราะอย่างไงก็ต้องขายหมดแล้วหารสามอยู่ดี ราชาหนูดรอปของแรร์มาด้วย
นั้นก็คือมงกุฎเงิน ซึ่งเพิ่มค่าพลังให้นิดหน่อย จริงๆ ผมอยากได้ไว้ให้เดเม่ใส่
เพราะเธอยังไม่มีเครื่องป้องกันส่วนหัวเลย นอกจากแทบผ้าคาดหัวของเมด
ซึ่ง…ไม่นับเป็นเครื่องป้องกันสิ มันแค่อุปกรณ์เสริมความโมเอะเท่านั้น
แต่สุดท้ายมันก็ต้องโยนเข้ากองกลางแล้วขายเอาเงินมาแบ่งอยู่ดีแหละ ลืมๆ
มันไปดีกว่า ไว้ถ้าจะเอาจริงๆ ค่อยลงมาล่ากันเองใหม่วันหลัง
ระหว่างทางกลับพวกเราแทบไม่ได้พูดอะไรกันเลย
พวกเนปฟ่าไม่ถามด้วยซํ้า ว่าสกิลสุดท้ายที่ฟรานใช้มันคือท่าอะไร คงช็อคล่ะมั่งที่บอสชั้นห้าถูกสกิลทีเดียวตายเลย
ส่วนพวกฟรานกำลังคุยกันเรื่องมื้อเย็น ฟรานคิดว่าผมจะทำราเม้ง
(นี้เธอชอบสินะ) ส่วนยูรินคิดว่าเป็นบาบิคิว (เฮ้ย พึ่งกินไปเมื่อวาน
จะกินอีกแล้วเหรอ!) เดเม่ไม่ออกความเห็น เพราะไม่ว่าจะเป็นอะไรที่ผมทำเธอก็ชอบหมด
แน่นอนว่าชื่ออาหารที่พวกฟรานพูดออกมา
พวกเนปฟ่าไม่อาจทำความเข้าใจได้เช่นกัน เลยไม่อาจเข้ามาร่วมวงสนทนาได้ อืม
น่าสงสารแฮะ
พวกผมกลับมาถึงกิลแล้วส่งเควสปราบบอสราชาหนูกับมอเรีย
เธอชมผมใหญ่เลย แถมเป็นสถิติเร็วสุดของนักผจญภัยหน้าใหญ่ด้วย เควสราชาหนูนั้น
เป็นเควสที่ทำได้แค่วันละครั้งเท่านั้น
เพราะหลังจากราชาหนูตายไปแล้วก็ต้องรอหนึ่งวันถึงจะฟื้น
ถึงจะมีรันเนอร์เวย์ที่ใช้ข้ามห้องบอสไปได้
แต่ว่าทางกิลก็ต้องการให้บอสราชาหนูถูกปราบ เพราะมันจะช่วยให้จำนวนมอนสเตอร์ในชั้น
4 ลดน้อยลง
ค่าหัวของราชาหนูคือ 2000 รีล ซึ่งผมโยนเข้ากองกลางแล้วไว้ค่อยหารพร้อมของที่ขายได้
รอบนี้ขายได้เงินกว่า 3แสนรีลเลยทีเดียว
ขนาดพนักงานกิลยังสงสัยเลยว่า ทำไมพวกผมถึงได้พวกไอเท็มแรร์ดรอปมาเยอะจัง
โดยเฉพาะอัญมณีเลือดเนี่ย ที่ดรอปจากมนุษย์หนูทุกประเภท
ได้มาเยอะมากจนแทบล้นกระเป๋าของทุกคนเลย
หารสามแล้ว ผมก็แบ่งให้พวกเนปฟ่าไปคนละแสนกว่าๆ
ซึ่งพวกเธอก็รับไปแบบกระดากใจเหมือนกัน แต่ผมไม่มีเวลามายืดยาด เลยรีบๆ
ยัดเงินให้พวกเธอแล้วแยกกันทันที
ผมนัดพวกดาเซสไว้ที่ร้านเสื้อร้านประจำ
เพราะยังไม่ได้ซื้อชุดให้พวกโมอากับเมยอาเลย แถมจะซื้อชุดใหม่ให้กับพวกฟรานด้วย
เลยยกกันมาหมดบ้าน ยกเว้นเอร่าที่ยังไม่
ยอมลุกไปไหน เลยทิ้งให้อยู่บ้านรอดอเรียที่ยังไม่กลับมา
และเพราะผมมาช้ากว่าเวลานัดไปหน่อยหนึ่ง ทุกคนเลยมารออยู่ก่อนแล้ว
ผมเลือกชุดกระโปรงยาวแบบเรียบๆ
เนื้อผ้าทนทานไว้ให้โมอาใส่ทำงานสามชุด ส่วนที่เหลือก็เป็นชุดใส่ทั่วไป
ส่วนของเมยอาเป็นนักบัญชีประจำบ้าน ผมเลยเลือกชุดที่ดูเป็นทางการน่าเชื่อถือหน่อย
โดยเป็นสุดสูทแบบเสื้อกั๊กและกางเกงขายาวแบบเข้ารูป ตอนแรกนึกว่าเมยอาจะไม่ชอบซะอีก
แต่เธอถูกใจจนตาเป็นประกายเลย
พวกโมอาเองตอนแรกก็ไม่กล้ารับเสื้อผ้าที่มีราคาแพงแบบนี้จากผม
แต่พอผมบอกไปว่าถ้าไม่รับก็ดีนะ จะได้ให้แก้ผ้าอยู่บ้านทั้งวันเลย
พวกเธอเลยจำใจรับไปจนได้ เพราะรู้ว่าผมเอาจริงแน่
แต่พวกชุดอื่นกับชุดชั้นใน พวกเธอเข้าไปเลือกเองโดยมีมิรินกับดาเซสคอยแนะนำให้
ผมเองก็อยากจะเลือกให้หรอก
นะ แต่เมยอาน่ะสิ ไม่ยอมท่าเดียว
ยิ่งตอนที่ผมหยิบกางเกงในสีแดงแบบเอวตํ่าให้เธอ ถึงกับวิ่งหนีไปเลย
พวกฟรานเองก็เริ่มกล้าที่จะเลือกเสื้อผ้ากันเองแล้วเหมือนกัน เศร้าแฮะ
ช่วงเวลาสุขสรรค์ของนายท่าน มันหายไปไหนแล้ว Come back!!!
แต่มีชุดหนึ่งที่ผมเป็นคนเลือกเองได้อยู่ นั้นก็คือชุดราตรี
ผมซื้อให้พวกเธอคนละชุดโดยไม่บอกให้รู้ กะเป็นเซอไพส์อ่ะนะ
ผมเองก็เลือกเสื้อผ้าใส่เองไปด้วยสองสามชุด และยังเอาชุดสูทหางยาวแบบพ่อบ้านมาด้วย
ส่วนราคาเสื้อผ้าทั้งหมดที่ซื้อกัน เล่นเอาเงินที่หาได้วันนี้หายวับไปเลย
ตอนแรกพวกฟรานจะออกเงินในส่วนของตัวเองกัน
แต่ผมห้ามไว้และบอกว่าให้เก็บเงินไว้กับของจำเป็นกว่านี้
จากนั้นพวกเราก็ขึ้นรถม้าที่มีถุงใส่เสื้อผ้ากองไว้เต็มด้านหนึ่ง
แถมตอนนี้ผมยกเอาตู้เย็นที่แช่เครื่องดื่มมาไว้บนรถม้า
ด้วย พวกเราเลยได้นั่งไปดื่มไปได้ แต่ว่าเรื่องรถกระแทกเนี่ย
ไว้เดี๋ยวผมต้องปรึกษากับมิรินแล้วสร้างอุปกรณ์เวทกันกระเทือนมาติดซะแล้ว
ส่วนยูรินสงสัยรอถึงคํ่าไม่ไหว เลยปีนขึ้นมานั่งบนตักผม
ซึ่งเป็นสัญญาณที่พวกเรารู้กันเอง ผมเลยจัดการสอดใส่กันแบบเงียบๆ
ไม่ให้ไปรบกวนคนอื่น ถึงแม้จะทำให้เห็นไปเลยก็ไม่มีใครว่าอะไร
แต่พอดีมีเมยอาอยู่ด้วย เลยต้องแอบๆ หน่อย แต่ก็เก็บไว้ได้ไม่มิดหรอก
เพราะพอยูรินถึงจุดก็ส่งเสียงร้องออกมาซะแล้ว
และที่จะไปกันต่อไป ก็คือเป้าหมายหลักของวันนี้
ไปซ่องเพื่อไถ่ตัวอาเดไลท์
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น