ตอนที่ 60 อีกด้านหนึ่งของยามวิกาล
ตอนที่ 60 อีกด้านหนึ่งของยามวิกาล
-มุมมองของพวกฟราน
“นายท่านออกไปแล้ว”
ฟรานลืมตาขึ้นมาทันทีหลังจากที่ได้ยินเสียงประตูหน้าปิด ทั้งๆ
ที่เป็นเสียงที่เบาขนาดเข็มตก
“แอบตามกันไปดีไหม”
เดเม่เสนอขึ้นมา
“เดเม่ยังขยับตัวไม่ได้นี้อย่าฝืนเลย
อีกอย่างที่นายท่านไปคนเดียวเพราะอยากจะมีเวลาส่วนตัวบ้าง
พวกเราเองก็อย่าไปรบกวนนายท่านดีกว่า”
“แต่หนูห่วงความปลอดภัยของนายท่าน”
“ฉันก็ห่วง แต่ว่าการเชื่อมั่นในตัวนายท่านก็สำคัญนะ”
“อืม หนูเชื่อมั่นในตัวนายท่าน”
“…”
“มีอะไรเหรอ ฟรานซิสก้า?”
“ได้กลิ่นของพวกคนเลว”
ฟรานลุกขึ้นมาแต่งตัวและคว้าอาวุธอย่างรวดเร็ว
“ก็บอกแล้วไงว่าอย่าฝืน ตอนกลางคืนปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง
ส่วนหน้าที่ของเดเม่คือรีบตื่นนอนมาช่วยงานนายท่านนะ”
ฟรานห้ามเดเม่ที่พยายามจะลุกขึ้นมาแต่งตัว
“ระวังตัวด้วยนะ”
“อืม สบายมาก”
พอฟรานออกมาจากห้อง ประตูห้องใกล้ๆ ก็เปิดออก
พร้อมกับดอเรียที่เดินออกมาเงียบๆ เพื่อไม่ให้กินตื่น
“ดอเรียเองก็รู้ตัวเหมือนกันเหรอ”
“ข้าเป็นมอนสเตอร์นะ เลยมีสัญชาตญาณสัมผัสได้ถึงการคุกคาม”
“อย่าไงก็อย่าเผลอไปฆ่านะคะ ไม่งั้นนายท่านจะเดือดร้อนได้”
“จะพยายามล่ะกัน ข้าเองก็ไม่อยากถูกโรมะเกลียดด้วย”
แต่ตอนนั้นเองมิรินก็ลงมาจากชั้นสาม
“อ้าว พวกเธอยังลุกไหวเหรอเนี่ย”
มิรินไม่ได้แปลกใจที่พวกฟรานรู้ตัวว่ามีผู้บุกรุก
แต่แปลกใจที่ยังลุกกันไหวหลังจากพึ่งมีอะไรกับโรมะไป
“หนูแป็นแวมไพร์เลยฟื้นตัวได้เร็วค่ะ แต่ตรงนั้นยังปวดตุบๆ
อยู่เลย”
“ข้าเองถึงจะลุกไหวแต่ขายังสั่นอยู่ โรมะไม่ปรานีข้าเลย”
“ฉันเองก็ด้วยค่ะ ถึงจะลุกไหวแต่แรงแทบจะไม่เหลือแล้ว”
“งานนี้ก็ช่วยๆ กันเถอะค่ะ จะได้เสร็จเร็วๆ แล้วกลับไปนอนกัน”
“ข้าไม่รู้สึกถึงอันตราย พวกที่มาคงไม่เท่าไร”
“งั้นฉันจองตรงหลังคาเอง จะคอยใช้เวทสนับสนุนจากตรงนั้นนะ”
มิรินบอกเสร็จก็หายตัวไปเป็นคนแรกด้วยเวทเคลื่อนย้าย
เมื่อฟานกับดอเรียลงมาถึงชั้นล่าง
ก็เจอดาเซสกับคริสติน่าและเหล่าไรโมดอลยืนตั้งแถวกันอยู่
“อ้าว พวกเธอลงมากันทำไมล่ะ ไปนอนต่อเถอะ งานดูแลความปลอดภัยมันงานของฉันนะ”
ดาเซสไล่ทุกคนกลับไปนอน แต่ฟรานเดินไปลูบก้นเธอ
ซึ่งนั้นทำให้ดาเซสกรี๊ดออกมาเบาๆ และเข่าอ่อนลงไปนั่งกับพื้น
“อย่าฝืนค่ะ ผู้บุกรุกมากันเยอะ ช่วยๆ กันดีกว่า”
ฟรานเข้าใจสภาพร่างกายของทุกคนเป็นอย่างดี
ที่สำคัญเธอไม่อยากให้ใครได้รับบาดเจ็บ เพราะถ้ามีใครได้แผลแม้แต่นิดเดียว
นายท่านของเธอจะต้องเสียใจอย่างแน่นอน
“เอางั้นก็ได้ ดอเรียฝากด้านหน้าด้วยนะ
ฉันกับฟรานจะจัดการพวกที่มาทางด้านหลังเอง”
“ได้เลย”
ดอเรียยิ้มอย่างตื่นเต้นดีใจ ขณะเดินออกไปที่ประตูหน้า
“ส่วนพวกที่หลุดเข้ามาในบ้าน ก็ฝากจัดการด้วยนะคริสติน่า”
“ไว้ใจได้ค่ะ ว่าแต่พวกเธอไม่ต้องออกไปก็ได้นะ
ฉันรับคำสั่งจากโรมะให้ปกป้องพวกเธอ”
“พวกเรารู้แล้ว
แต่ถ้าคริสติน่าเป็นอะไรไปนายท่านก็จะเสียใจเหมือนกันนะ”
“สะ เสียใจอะไรกัน ฉันเป็นแค่มอนสเตอร์เท่านั้นนะ”
คริสติน่าก้มหน้าหลบ แต่ฟรานก็เดินเข้ามาลูบหัว
“เธอก็รู้ไม่ใช่เหรอ ว่านายท่านไม่ได้คิดแบบนั้น
คริสติน่าก็ห้ามคิดเอาเองอีกนะ”
“…อืม ฉันจะระวังตัว พวกเธอก็ด้วยนะ”
ฟรานกับดาเซสเดินไปทางประตูหลัง
พร้อมกับที่ไฟในตะเกียงดับลงเพราะเสียงตบมือของฟราน
ทั้งพวกเธอทั้งพวกคริสติน่าต่างกลืนหายไปในความมืด
……………..
-มุมมองของผู้บุกรุก
“ใช่เจ้านั้นหรือเปล่า”
ผู้บุกรุกที่แอบซุ่มอยู่ในพงหญ้ากระซิบถามคนข้างๆ
“ไม่รู้สิ มันมืดเลยมองไม่เห็นหน้า
แต่จากข้อมูลบอกว่ามีผู้ชายคนเดียวในบ้าน ไม่ผิดแน่”
“น่าสงสารว่ะ ต้องมาตายเพราะพวกทาสแบบนี้”
“ช่างหัวแมร่ง เสือกดื้อด้านเอง นายท่านขอซื้อดีๆ
แมร่งทำเป็นเล่นตัว จะมาสำนึกตอนนี้ก็สายไปแล้ว”
“พวกเราเองก็อย่าทำพลาดล่ะกัน ถึงอีกฝ่ายจะเป็นแค่ทาส
แต่มีฝีมือพอตัวเลยนะ”
“เก่งก็เก่งสิวะ พวกเราขนกันมาตั้งห้าสิบคน
แถมมีนักผจญภัยที่เลเวลยี่สิบแล้วตั้งครึ่งหนึ่ง”
“ในบ้านนอกจากเป้าหมายสามคนแล้ว ยังมีผู้หญิงคนอื่นอยู่ด้วยนะ
แมร่งสวยๆ น่าเย็ดทั้งนั้นเลย”
“งั้นนอกจากทาสสามคนที่เป็นเป้าหมายแล้ว
ที่เหลือพวกกูก็ข่มขืนแมร่งได้เลยใช่ไหม”
“เอ่อสิ แต่กูจองอีนางอาเดไลท์แล้วนะโว้ย แมร่งชอบเล่นตัวนัก
คืนนี้กูจะเย็ดแมร่งให้แหกเลยมึง”
“ส่วนกูขออีดาเซสก่อน เคยปาร์ตี้กันสองสามครั้ง
จ้องตูดแมร่งทีไรควยกูแข็งทุกที แถมตอนนี้ไม่มีผัวมันคอยขวางแล้ว
กูจะเย็ดแมร่งให้หนำใจเลย”
“แต่กูว่าอีสองแม่ลูกคนรับใช้น่าเอากว่าอีกนะ ตอนกูมาแอบดู
เห็นอีตัวแม่นั่งทำสวนไปนมเด้งไป กูนี้เกือบวิ่งเข้าไปเอาแมร่งตั้งแต่ตอนนั้นล่ะ
ส่วนอีลูกเห็นหยิ่งๆ แบบนี้ กูอยากรู้นักมันจะร้องแบบไหนตอนโดนเอา”
“เอาที่พวกมึงสบายใจเลย แต่พวกกูสิบคนจัดคิวจองอีมอเรียแล้ว
จะเอาให้แมร่งร้องผัวขาๆ เลย”
“แล้วจะเอาอย่างไงกับอีกสามคนที่ยังไม่มีข้อมูลล่ะ”
“อีม้าเวรเซนทอร์ฆ่าแมร่งทิ้งเลย อย่างไงก็เอามาทำห่าอะไรไม่ได้อยู่แล้ว”
“ส่วนอีผมฟ้ากูจอง สวยแบบนั้นกูชอบ”
“อีคนผมยาวๆ สีม่วงนั้นก็ให้พวกที่เหลือรุมโทรมแมร่งเลยล่ะกัน
ท่าทางแมร่งน่าโดนรุมข่มขืนอยู่แล้ว”
ตอนนี้พวกผู้บุกรุกได้กระจายกำลังกันออกไป
กลุ่มที่ซุ่มอยู่ทางประตูหน้ามีกันเกือบยี่สิบคน ส่วนอีกสิบคนกระจายล้อมรอบบ้าน
และแอบเข้าไปด้านในบ้านทางหน้าต่าง ส่วนที่เหลืออีกกว่ายี่สิบคน
ซึ่งล้วนแต่เป็นนักผจญภัยมือดีแอบย่องไปด้านหลังบ้านเพื่อเป็นฝ่ายเริ่มเปิดฉากบุก
ถ้ามีใครหนีออกมาทางประตูหน้า พวกที่ซุ่มอยู่ก็จะพากันออกไปจับตัวไว้
พวกนักผจญภัยที่มาถึงด้านหลังบ้านแล้ว
ต่างชักอาวุธออกมาเตรียมพร้อม ถ้าเทียบกับการต่อสู้ในดันเจี้ยนแล้ว
งานนี้ดูจะง่ายแถมเงินดีกว่ามาก และยังได้
เย็ดสาวๆ สวยๆ ด้วย แต่ก่อนที่จะได้เริ่มบุก ประตูหลังก็ถูกเปิดออก
คนที่ก้าวออกมาคืออัศวินสาวสุดเท่ห์มาดคุณหนู
ในกลุ่มมีหลายคนเล็งดาเซสไว้อยู่ แถมตอนนี้ดาเซสดูสวยกว่าเมื่อก่อนขึ้นหลายเท่า
จนพวกมันเองแทบจะจำเธอไม่ได้
“กูทนไม่ไหวแล้วโว้ย ขอกูเย็ดอีนี้เป็นคนแรก!”
พวกมันคนหนึ่งพุ่งออกไปจากกลุ่ม แถมมันไม่กลัวดาเซสแม้แต่น้อย
เพราะเคยเห็นความสามารถมาหมดแล้ว มันมั่นใจว่าพลังป้องกันของตัวเองสามารถรับการโจมตีของดาเซสได้สบาย
ทว่าเมื่อเข้าไปในอยู่ในระยะดาบของดาเซส
ดาบและโล่ก็ถูกหั่นเป็นสามส่วนไปพร้อมกับแขนทั้งสองข้าง
“เอ๋? ไม่ใช่แค่ดาบคมเฉยๆ แล้วสิ
เหมือนค่าพลังจะเพิ่มขึ้นด้วยล่ะมั่ง?”
ดาเซสสะบัดดาบใส่อากาศพลางเอียงคอด้วยความสงสัย
เพราะตะกี้กะจะฟันให้ดาบกับโล่หลุดมืออีกฝ่าย แต่กลับฟันขาดไปเลย
จึงรู้สึกว่ากะแรงยังไม่ถูก
“ระ ระวังอาวุธของมันไว้! แย่งดาบมาให้ได้”
พวกผู้บุกรุกเปลี่ยนเป็นเข้าหาดาเซสด้วยรูปแบบขบวนที่รัดกุม
แต่เป็นดาเซสที่เคลื่อนเข้าหาอีกฝ่ายพร้อมกับเตะกวาดใส่อัศวินใส่เกราะตรงหัวขบวน
อัศวินยกแขนขึ้นตั้งใจจะปัดขาของดาเซสและจับเธอกดลงกับพื้น
แต่แขนข้างนั้นหักงอทันทีพร้อมกับเกราะแขนที่ยุบลง
แถมตัวอัศวินยังกระเด็นตามแรงเตะไปไกลหลายเมตร
ดาเซสแทงดาบใส่ผู้ใช้หอกที่อยู่ด้านหลังของอัศวิน
ด้วยความตกใจแบบไม่ทันได้ตั้งตัว มันเลยหลบไม่พบ โดนดาบของดาเซสเสียบเข้าตรงหัวไหล่จนสูญเสียการควบคุมแขนที่ถือหอกไปข้าง
พอดึงดาบกลับออกมา ดาเซสก็โจมตีต่อเนื่องด้วยสกิลทันที
Slashx3!
ดาบของดาเซสพุ่งตัดอากาศเสียงดังสามครั้งต่อเนื่อง
กว่าที่จะทันรู้ตัว ข้อมือของคนในขบวนของอัศวินที่เหลืออีกสามคน
ก็โดนปาดลึกจนมือเกือบขาด เลือดพุ่งออกมาเป็นนํ้าพุพร้อมเสียงร้องโอดครวญ
“รีบรักษาเร็ว!”
ในกลุ่มผู้บุกรุกมีนักบวชอยู่ด้วย แต่ยังไม่ทันได้ขยับตัว
นักบวชคนนั้นก็กรีดร้องแบบไม่เป็นภาษาออกมา พอทุกคนหันไปก็พบภาพสุดสยอง เพราะปาก
ส่วนล่างของนักบวชโดนตัดขาดอย่างเรียบกริบ และลิ้นที่ยื่นออกมา
มันยืดยาวได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ด้านข้างของนักบวชมีเด็กสาวแสนสวยคนหนึ่งยืนอยู่
ในมือของเธอถือง้าว โดยที่บนง้าวนั้นมีปากส่วนล่างของนักบวชติดอยู่
“เจ้าพวกโสโครก
บังอาจมาทำให้กลิ่นของนายท่านในพื้นที่แห่งนี้ต้องแปดเปื้อน
อย่าหวังจะได้กลับออกไปอย่างสมประกอบเลย”
เด็กสาวกวัดแกว่งง้าวอย่างรวดเร็วจนมองด้วยตาแทบไม่ทัน
แต่พริบตาเดียวทุกคนที่ยืนอยู่รอบตัวเธอ ต่างต้องสูญเสียอะไรบางอย่างไป บางคนหูขาด
บางคนจมูกถูกตัด บางคนนิ้วมือถูกตัด แค่เพียงไม่ถึงนาที กลุ่มผู้บุกรุกด้านหลัง
ก็มีเกือบครึ่งที่ไม่อยู่ในสภาพต่อสู้ได้อีกต่อไปแล้ว
“มะ ไม่ใช่มนุษย์แล้ว!”
มีคนหนึ่งที่ตกใจกลัวจนกรีดร้องออกมา
มันโยนอาวุธทิ้งพร้อมกับหันหลังวิ่งหนีทันที แต่พอแตกกลุ่มออกไป
ร่างของเขาก็ลุกไหม้ขึ้นมาด้วยเวทมนต์ที่ไม่รู้ที่มา แถมยังเป็นผู้เชี่ยวชาญ
ขนาดทำให้ความร้อนของไฟไม่เผาอีกฝ่ายจนเกรียม
แค่ทำให้สาหัสปางตายและมีแผลไฟไหม้น่าเกลียดติดตัวไปชั่วชีวิตเท่านั้น
พวกที่เหลือไม่มีทางเลือก ตอนนี้อย่าว่าแต่การบุกเข้าไปในบ้านเลย
แค่ต้องเอาตัวรอดจากที่นี้ไปก็ยังเป็นเรื่องยาก เลยเลิกต่างทีมต่างสู้
แต่มารวมกันเป็นทีมใหญ่ทีมเดียว
“ฟราน มาหลบข้างหลังฉัน”
ดาเซสเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นพวกผู้บุกรุกกำลังจะใช้เวทออกมา
ส่วนพวกที่เป็นกำแพงรอบนอก ต่างก็ใช้สกิล
เสริมพลังป้องกันออกมา
ถึงจะเป็นฟรานก็ฝ่าไปจัดการผู้ใช้เวทมนต์ไม่ทันแน่
พอฟรานมาหลบตามที่บอกแล้ว ดาเซสก็ใช้สกิลป้องกันออกไปบ้าง
Howl of Raise!
Wall stone!
ดาเซสใช้สองสกิลติดกัน โดยสกิลแรกเป็นการเพิ่มพลังต้านทานธาตุให้กับทุกคนรอบตัว
ส่วนสกิลที่สองเป็นการสร้างกำแพงหินขึ้นมาป้องกันทั้งสี่ด้านรอบตัว
เวทมนต์ที่ถูกยิงมาไม่อาจผ่านการป้องกันของดาเซสไปได้
แถมการโจมตีนั้นยังเป็นการบอกตำแหน่งตัวเองให้มิรินรู้ว่าคนไหนเป็นผู้ใช้เวทบ้าง
มิรินเลยจัดการด้วยการใช้เวทสายลม ยิงเป็นคลื่นตัดอากาศไปตัดแขน
ตัดขาพวกจอมเวท แต่ทันทีที่โดนตัดแขนขา
บาดแผลก็จะถูกแช่แข็งด้วยเวทนํ้าแข็ง
เพราะมิรินเป็นจอมเวทที่มีสกิลที่สามารถใช้เวทมนต์สองชนิดพร้อมกันได้
แต่นี้ยังถือว่าปกติมากสำหรับระดับจอมเวทในปาร์ตี้ของผู้กล้า
พอไม่มีผู้ใช้เวทแล้ว พวกผู้บุกรุกก็เปลี่ยนมาใช้ธนูยิงใส่
แต่ก็ถูกมิรินใช้เวทมนต์สร้างลมหมุนขึ้นมา ทำให้ลูกศรเปลี่ยนทิศทางไปหมด
ฟรานอยากจะใช้ Mind control
ใส่พวกมันเพื่อให้ติดสถานะสวามิภักดิ์จะได้จบๆ ไป
แต่เธอไม่อยากใช้ตอนที่โรมะไม่อยู่ด้วย
เพราะกลัวจะโดนโกรธที่ใช้พลังไปควบคุมคนอื่นตามอำเภอใจ
แต่ถึงไม่ต้องพึ่งสกิล พวกฟรานก็เหนือกว่าผู้บุกรุกอย่างทาบไม่ติด
พวกที่ตั้งกำแพงแล้วใช้สกิลเสริม
การป้องกัน ก็เป็นเพียงแค่การถ่วงเวลาให้ต้องทรมานมากขึ้นเท่านั้น
“เฮ้ย ข้าว่ามันแปลกๆ แล้วว่ะ
ไอ้พวกกลุ่มด้านหลังไม่เห็นบุกเข้าไปในบ้านสักที”
“สงสัยแมร่งกำลังสนุกกันอยู่แน่เลย
อยากรู้จังใครโดนพวกแมร่งรุมโทรมอยู่ คงไม่ใช่อาเดไลท์ของกูนะ”
“ไม่รอแมร่งล่ะ ใครเจอก่อนได้เย็ดก่อนโว้ย”
แล้วพวกกลุ่มที่บุกเข้าทางหน้าต่างก็พากันเข้าไปด้านใน
“เงียบๆ นะโว้ย กูจะย่องไปลักหลับแมร่งถึงเตียงเลย”
แต่คนที่พูดจู่ๆ ก็ล้มลงและถูกลากหายไปอย่างรวดเร็ว
จนคนอื่นได้แต่ตะลึงตาค้าง
“ศะ ศัตรู! ระวังมีศัตรูสุ่มอยู่”
ถึงจะตะโกนบอกก็สายไปแล้ว มีอีกสองคนที่โดนไรโมดอลตัดเอ็นข้อเท้า
และลากออกไปมัดไว้
ไรโมดอลเพียงตัวเดียวอาจจะไม่ได้น่ากลัวอะไร
นักผจญภัยเลเวลสิบกว่าๆ ก็สู้ได้สบาย แต่ว่าไรโมดอลที่อยู่เป็นกลุ่ม แถมมี Raid
คอยสั่งการและเพิ่มพลังให้ ไม่ต่างจากกองทหารที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูงเลยทีเดียว
แต่ถือว่ากลุ่มผู้บุกรุกโชคดีแล้ว ที่มีคำสั่งห้ามฆ่า
ไม่งั้นพวกมันคงโดนไรโมดอลควักลูกตาหรือลากไส้ออกมาแล้ว
ถึงจะไม่ต้องถึงขั้นลงมือสังหาร เพียงแค่ดวงตาที่ส่องแสงสีเขียวในความมืดนับสิบๆ
ดวง ก็เล่นเอาผู้บุกรุกขวัญผวากันไปหมด
“นะ หนีเร็ว!”
พอมีคนหนึ่งวิ่ง ที่เหลือก็วิ่งตาม แต่พวกที่อยู่รั้งท้าย
ก็จะโดนไล่เก็บไปทีละคน
แต่แล้วหัวแถวก็ถูกหยุดลง เพราะประตูห้องหนึ่งเปิดออกมา
พร้อมกับเงาร่างเล็กๆ พุ่งใส่ด้วยความเร็วสูง
คนที่อยู่ด้านหน้าตัวหงอเป็นกุ้งก่อนจะล้มลงไปนอนชักกับพื้น
“หนวกหู”
สาวชาวดวาฟเอ่ยขึ้น พลางยกมือขึ้นเช็ดขอบตา
“ยูรินไปนอนต่อเถอะ ตรงนี้ฉันจัดการเอง”
คริสติน่าปรากฏตัวออกมาจากในเงามืด และบอกกับยูริน
ซึ่งเธอก็พยักหน้ารับและกลับเข้าไปในห้อง
“เอาล่ะทุกคน รีบจัดการให้เสร็จได้แล้ว”
พอคริสติน่าออกคำสั่ง
กองทัพไรโมดอลก็รุมเข้าใส่ผู้บุกรุกราวกับหมาป่าวิ่งเข้าหาฝูงแกะ
ในขณะเดียวกัน กลุ่มที่ดักรออยู่ที่หน้าบ้าน เริ่มรู้สึกผิดสังเกตขึ้นมา
เพราะจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหวอะไร
ถึงจะได้ยินเสียงต่อสู้ดังมาจากที่ไกลๆ บ้าง แต่กลับยังไม่มีใครออกมาจากบ้าน
“เฮ้ย นี้มันไม่เหมือนที่วางแผนไว้แล้ว จะเอาไงดี”
“เสร็จกัน ไอ้พวกเหี้ยนั้นจะเก็บสาวๆ
ไว้เล่นคนเดียวไม่แบ่งพวกเราแน่”
“งั้นลุยกันเลย!”
แต่พอลุกขึ้นมา เจ้าคนด้านหน้าสุดก็ลอยกระเด็นขึ้นไปบนฟ้า
พร้อมกับเลือดที่พุ่งออกมาจากปาก ลอยกระเซ็นเป็นสายฝน
ตรงหน้าพวกเขาตอนนี้คือเซนทอร์สาวถือดาบที่ยังในฝักอยู่
แต่ขนาดยังไม่ชักดาบออกมา
แค่หวดใส่ทีเดียวก็เล่นเอาผู้บุกรุกเคราะห์ร้ายรายแรกถึงกับปางตายแล้ว
ในวงศ์วานของเซนทอร์นั้นจะถูกแบ่งออกเป็นสองพวก ก็คือเซนทอร์ป่า
กับเซนทอร์ชั้นสูง
พวกเซนทอร์ป่านั้นจะอยู่กินกันแต่ในป่า
มีพฤติกรรมไม่ต่างอะไรกับสัตว์ เจออะไรก็ล่าแล้วก็กิน ไม่ใช้ภาษาในการสื่อสารด้วย
เป็นพวกป่าเถื่อนก็ว่าได้ แต่ก็ยังถือเป็นมอนสเตอร์ระดับกลางที่มีเลเวลสูงถึง 25
โดยเฉลี่ย
แต่เซนทอร์ชั้นสูงจะต่างออกไป
พวกนี้จะอาศัยจะอยู่ในเขตปกครองของจอมมาร และรวมตัวกันสร้างเมืองของตัวเองขึ้นมา
มีการฝึกปรือฝีมือและฝึกฝน
การใช้อาวุธอย่างหนัก และมีกฎที่ว่าเซนทอร์ตัวไหนเลเวลยังไม่ถึง 50
ก็ห้ามออกจากเมืองโดยเด็ดขาด
เซนทอร์ชั้นสูงที่ออกท่องโลก เลยล้วนแต่มีฝีมือร้ายกาจ
แต่เพราะไม่มีความดุร้ายแบบเซนทอร์ป่า มีการแต่งตัวและใช้ภาษาของมนุษย์
บางเมืองที่ไม่เข้มงวดก็จะปล่อยให้เข้าเมืองมาได้ หรือไม่ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไป
ขนาดเซนทอร์ที่เป็นนักผจญภัยก็ยังมี
และเพราะการรู้จักหาเงินและมีเงินติดตัวนี้เอง
เมืองส่วนใหญ่เลยเปิดรับเซนทอร์มากกว่าจะล่าให้ตายกันไปข้าง
เพราะเป็นพวกที่สามารถทำกำไรได้มากกว่าการไปเที่ยวไล่ล่า
และดอเรียที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าผู้บุกรุกตอนนี้
ก็เป็นเซนทอร์ชั้นสูงที่เป็นทั้งนักผจญภัยและได้รับการเปลี่ยนอาชีพมาแล้วสองครั้ง
ซามูไรเป็นอาชีพ
ระดับสูงในสายผู้ใช้ดาบ ความสามารถในเชิงดาบนั้นขนาดที่ชนตัวๆ
กับบอสดันเจี้ยนได้เลย
แต่ผู้บุกรุกรู้อยู่แล้วว่าจะต้องมาเจอเซนทอร์ชั้นสูง
เลยเตรียมวิธีรับมือมาด้วย ทุกคนหยิบเอาหัวของลูกม้าที่เตรียมไว้ออกมา พวกเซนทอร์นั้นไม่ชอบเห็นศพพวกเดียวกัน
แม้กระทั่งม้าที่เป็นสัตว์ก็ถูกนับรวมไปด้วย ส่วนใหญ่พอเห็นจะขาอ่อนหมดแรง
สภาพจิตใจอยู่ในความหวาดกลัวจนไม่สามารถต่อสู้ได้
การล่าเซนทอร์นั้นถ้ารู้จุดอ่อนแล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย
“ฆ่ามันซะ!”
ผู้บุกรุกชูหัวลูกม้าขึ้นและพุ่งเข้าไปเหวี่ยงดาบใส่เซนทอร์สาว
แต่ร่างของมันก็กระเด็นลอยขึ้นไปบนฟ้าเป็นรายที่สอง
พร้อมกับอาวุธในมือแตกเป็นชิ้นๆ
“เจ้าพวกทุเรศ! คิดจะใช้วิธีหลังเขาแบบนั้นกับข้าเหรอ
จะบอกให้เอาบุญนะ เซนทอร์ชั้นสูงอย่างพวกข้าน่ะ
เรียนรู้เพื่อแก้ไขจุดอ่อนของตัวเองอยู่เสมอ ไอ้อาการกลัวศพพวกเดียวกันเองจนขาอ่อนน่ะ
แม้แต่เด็กเล็กในหมู่พวกข้าก็ไม่เป็นกันแล้ว!”
พอบอกเสร็จเธอก็พุ่งใส่เข้าไปกลางวง ที่ผู้บุกรุกยืนกันสิบกว่าคน
แต่เพียงแต่สะบัดดาบที่ใส่ฝักอยู่ไม่กี่ที
ร่างของผู้บุกรุกก็กระเด็นไปตามแรงจนหายไปกว่าครึ่งในพริบตาเดียว
“และพวกเจ้าบังอาจเหยียบยํ่าเข้ามาในพื้นที่ของนายข้า
ในฐานะดาบของท่านโรมะแล้ว ข้าจะต้องให้พวกแกต้องชดใช้”
ดอเรียดึงดาบออกจากฝัก แต่ก็ยังใช้ด้านสันของดาบ
เธอใช้สกิลของอาชีพซามูไรออกมาด้วยการย่อ
ตัวลงตํ่าและฟันกวาดออกไปรอบตัว
เกิดคลื่นแรงอัดจากดาบขยายตัวออกไปเป็นวงกลม ซึ่งถ้าใช้ด้านคม
ป่านี้พวกผู้บุกรุกคงขาดเป็นสองท่อนไปหมดแล้ว แต่ถึงจะใช้แค่สัน
มันก็รุนแรงจนทำให้แขนหักไม่ก็ทำลายอาวุธที่ถืออยู่ไปเลย
พวกผู้บุกรุกที่รอดจากการโจมตีเมื่อครู่ได้สองคน
ต่างหันหลังและวิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิต แต่เท้าของคนเหรอจะสู้ความเร็วของเซนทอร์
แต่พริบตาเดียวดอเรียก็ไล่พวกมันทัน
และใช้ฝักดาบฟันใส่จนกระเด็นกลับมานอนกองรวมกันทุกคน
“ฮึ จะพิชิตข้า นอกจากท่านโรมะแล้วก็ต้องเป็นปาร์ตี้ผู้กล้าเลเวล
40 ขึ้นไปเท่านั้นแหละ”
ในขณะที่ภายในบ้านและด้านหน้าถูกเก็บกวาดจนเรียบร้อยแล้ว
ที่ด้านหลังซึ่งพวกฟรานรับมืออยู่ ก็ใกล้จะเสร็จแล้วเหมือนกัน
แต่นักผจญภัยคนสุดท้ายที่เหลืออยู่
กลับงัดเอาไพ่ตายออกมาใช้ไปแบบไม่ทันรู้ตัว
“ถะ ถึงจะฆ่าข้าไป แต่เจ้านายของพวกแกก็ไม่รอดแน่!
ตอนนี้มีพวกข้าอีกกว่าสิบคนตามไปฆ่ามันแล้ว!”
เป็นเรื่องจริง เพราะวิธีที่จะตบทาสจากคนอื่นได้
ก็มีแต่ต้องฆ่าเจ้าของทาสเพื่อทำให้พันธะทาสเป็นโมฆะไป
“ว่าไงนะ!”
ดาเซสโมโหขึ้นมาจนดูน่ากลัว จนนักผจญภัยต้องรีบหลบตา
ยังไม่นับฟรานกับมิรินที่พึ่งลอยตัวลงมาจากหลังคา
ด้วยสีหน้าท่าทางพร้อมจะฆ่าได้ทุกวินาที
“ยะ อย่าดีกว่า! มะ มีแค่ข้าเท่านั้นแหละที่จะสั่งหยุดพวกนั้นได้”
อันนี้โกหก
เพราะป่านี้กลุ่มที่ตามโรมะไปคงจัดการเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว
“งั้นก็รีบบอกให้พวกแกหยุดเดี๋ยวนี้!”
ดาเซสตะโกนสั่ง แต่นักผจญภัยมันรู้แล้วว่า
ตัวเองได้กุมความได้เปรียบอยู่
คนในบ้านนี้ล้วนแต่ให้ความสำคัญกับโรมะมากกว่าอะไรทั้งสิ้น
“ก็ได้ งั้นก็ทิ้งอาวุธแล้วคุกเข่าลงสิ”
“แก…”
ดาเซสกำลังจะเข้าไปเอาเรื่อง แต่มิรินห้ามไว้
“เดี๋ยวดาเซส จนกว่าพวกเราจะยืนยันความปลอดภัยของท่านโรมะได้
ทำตามที่มันว่าไปก่อน”
“กรอด!!”
ดาเซสกัดฟันอย่างโกรธแค้น แต่ก็ยอมทิ้งดาบและโล่ลงพื้น
ฟรานเองก็พยายามห้ามใจตัวเองไม่ให้ฆ่าอีกฝ่ายจนตัวสั่น และยอมทิ้งอาวุธตามไป
และพร้อมใจกันคุกเข่าลง
“ดะ ดี หะ ห้ามขยับนะ!
ความอยู่รอดของเจ้านายพวกแกอยู่ที่ข้าเท่านั้นอย่าลืมซะล่ะ”
นักผจญภัยเดินเข้ามาหาดาเซสก่อน เพราะมันหมายตาเธอไว้แต่แรกแล้ว
มันถอดกางเกงลงตรงหน้าเธอ
“ดาเซส!”
มิรินอยากเข้าไปแทนที่ ถึงตัวเธอจะเคยผ่านประสบการณ์ฝันร้ายมาแล้ว
และไม่อยากจะเจออีก แต่เธอก็ปล่อยให้คนอื่นต้องเจอแบบเธอไม่ได้
แต่ดาเซสกลับยกมือขึ้นห้าม
“ไม่เป็นไร แค่ไม้จิ้มฟันของมันไม่ทำให้ฉันรู้สึกอะไรได้หรอก”
ดาเซสไม่แคร์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง
แต่เธออยากจะให้โรมะปลอดภัยเท่านั้น
“ไม้จิ้มฟันเหรอ! มึง!”
นักผจญภัยคนนั้นโกรธที่ถูกหยาม เลยพุ่งเข้ามาหมายจะจับดาเซสกด
แต่มือที่ยืนมาจะถึงตัวดาเซส กลับถูกคทาเสียบทะลุและดึงลงไปปักกับพื้น
แรงกระชากทำให้นักผจญภัยหน้าทิ่มพื้นและหวีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
“คะ ใครน่ะ!”
ฟรานรีบมองไปยังบนฟ้าด้วยความตกใจ
เพราะเธอเองไม่สามารถจับสัมผัสของคนแปลกหน้าคนนี้ได้เลย
คนที่กำลังลอยตัวลงมาจากบนฟ้า
ใส่ชุดคลุมทั้งตัวและไม่ยอมให้เห็นหน้า แต่จากสรีระที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งที่น่าหลงใหลแล้ว
ต้องเป็นผู้หญิงไม่ผิดแน่
“ทำแบบนั้นไม่ได้นะ พวกเธอเป็นของท่านโรมะแล้ว
จะยอมให้ใครมาแตะต้องตัวได้อย่างไงกัน”
สาวส่วมผ้าคลุ่มบอกขณะลงมาถึงพื้น
แต่พอได้ยินเสียงมิรินก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
“ท่านพี่!”
แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ทักทายกัน
นักผจญภัยที่มือถูกเสียบปักอยู่บนพื้น ก็ตะโกนขึ้นมา
“แกทำกับข้าแบบนี้ไม่กลัวเจ้าโรมะจะถูกฆ่าหรือไง!!”
“หุบปากเน่าๆ ของแกซะ”
สาวในผ้าคลุมหันไปทางนักผจญภัยและชี้นิ้วที่มีวงแหวนเวทขนาดเล็กออกไป
และเพียงแค่กระดิกนิ้วเบาๆ ลิ้นของนักผจญภัยก็ลอยกระเด็นออกมาจากปากทันที
“เดี๋ยวก่อน! ถ้าทำอะไรมันนายท่านก็จะ”
“ไม่ต้องห่วงหรอก แค่โจรกระจอกยี่สิบสามสิบคน
ไม่สามารถทำอะไรท่านโรมะได้อยู่แล้ว แต่ฉันก็ไม่อยากให้พวกมันไปกวนใจท่านโรมะ
เลยจัดการให้แล้ว”
พอพูดจบ ก็มีเหล่าอัศวินในชุดเกราะที่ปิดทั้งตัวเดินออกมาจากรอบๆ
ด้าน พร้อมกับถือโซ่ที่ล่ามตัวพวกที่ดักทำร้ายโรมะมาด้วย
“เจ้าพวกนี้ฉันจะเป็นคนจัดการเอง
มั่นใจได้เลยว่าจะไม่โผล่หน้าออกมาให้เห็นอีกแน่”
“จะฆ่าพวกมันเหรอคะท่านพี่”
มิรินลุกขึ้นไปหวังจะห้าม แต่สาวในผ้าคลุมส่ายหน้า
“ไม่หรอก ก็ท่านโรมะไม่ชอบการฆ่านี่น่า
ฉันเลยจะยึดถือแนวทางของท่านโรมะ ด้วยการลงทัณฑ์พวกมันเท่านั้นเอง”
“ถะ ถ้าลงทัณฑ์แบบท่านโรมะ ฉันว่าฆ่าเลยดีกว่าค่ะ”
“คิกๆๆ”
สาวในผ้าคลุมหัวเราะออกมา
ขณะที่พวกอัศวินชุดเกราะเดินไปเอาตัวพวกผู้บุกรุกทั้งหมดมารวมกัน
ดอเรียกับคริสติน่าตามออกมา
“พวกเธอฟังไว้นะ”
ก่อนจะจากไป สาวในผ้าคลุมหันมาพูดกับพวกฟราน
“อย่าคิดว่าการเสียสละตัวเพื่อท่านโรมะแล้วจะทำให้เรื่องมันจบนะ
จงให้ความสำคัญกับตัวเองมากกว่านี้ ท่านโรมะไม่ได้มองพวกเธอเป็นแค่ดอกไม้ริมทางที่เบื่อแล้วก็จะโยนทิ้ง
แต่ท่านให้ความสำคัญกับพวกเธอมากกว่าอะไรทั้งสิ้น ใช่มากกว่าโลกนี้ทั้งใบอีก
และถึงท่านจะไม่สนใจเรื่องในอดีตของพวกเธอ
แต่ตอนนี้พวกเธอคือผู้หญิงของท่านโรมะ
ถ้าพวกเธอถูกแตะต้องมันจะไม่ใช่แค่เรื่องถูกหมากัดอีกแล้ว
แต่สิ่งที่จะตามมามันจะเลวร้ายชนิดที่พวกเธอคาดไม่ถึงทีเดียว
ถ้าไม่อยากให้เมืองนี้ถูกท่านโรมะเปลี่ยนให้กลายเป็นขุมนรกบนดินล่ะก็นะ
ฉันไม่ได้พูดเกินจริงไป
หรอก ถ้าจะบอกว่าซะตากรรมของเมืองนี้ขึ้นอยู่กับพวกเธอแล้ว”
พอพูดจบทั้งสาวในผ้าคลุม ทั้งอัศวินในชุดเกราะ ทั้งพวกผู้บุกรุก
ทุกคนถูกวาปร์หายไปในพริบตาเดียว ไม่มีเวลาให้พวกฟรานได้ถามอะไรเลย
“คนรู้จักเหรอ?”
ดาเซสหันไปถามมิรินที่เห็นเรียกอีกฝ่ายว่าท่านพี่
แถมยังดูสนิทกันดีอีกด้วย
“เธอเป็นพวกเราค่ะ
แถมยังคอยดูและปกป้องท่านโรมะจากในเงามืดตลอดเวลาด้วย เรียกได้ว่าเป็นภรรยาที่คอยระวังหลังให้สามีแบบก้าวต่อก้าวเลยทีเดียว
ฉันนับถือและพยายามเอาอย่างเธออยู่ เลยนับถือเป็นท่านพี่น่ะ”
“นอกจากพวกเราแล้ว นายท่านยังไปสร้างฮาเร็มไว้ที่อื่นด้วยสินะ”
ดาเซสทำท่าไม่พอใจเล็กน้อย
“ไม่ใช่หรอกค่ะ เธอคนนี้เป็นข้อยกเว้น ท่านโรมะเจอกับเธอก่อนพวกเราซะอีก
จะบอกว่าเป็นผู้หญิงคนแรกในฮาเร็มของท่านโรมะก็ได้นะ
แต่เพราะเธอต้องมีหน้าที่ต้องจัดการและรับผิดชอบอยู่
เลยมาอยู่ร่วมกับพวกเราไม่ได้”
“คอยดูแลปกป้องนายท่านจากในเงามืด…เท่ห์จัง!”
ฟรานดูจะถูกใจสาวในผ้าคลุมไปซะแล้ว
“เอาพวกเรา ยังเหลืองานทำความสะอาดกันอีกนะ
รีบทำให้เสร็จแล้วกลับไปนอนกันเถอะ ฉันไม่อยากพลาดมื้อเช้าซะด้วยสิค่ะ”
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น