ตอนที่ 42 การประชุมของบ้านครั้งที่หนึ่ง

ตอนที่ 42 การประชุมของบ้านครั้งที่หนึ่ง
พอผมกลับมาถึงบ้านก็เห็นโมอากับเมยอาตื่นก่อนแล้ว พวกเธอกำลังหาบนํ้ามาจากนํ้าตกทั้งๆ ที่ฟ้ายังมืดอยู่เลย
“อ่ะ นายท่านสวัสดีค่ะ”
โมอาเข้ามาทักทายผมก่อน เมยอาก็ทักต่อแต่ไม่ค่อยเต็มใจเลย
“สวัสดีครับ แล้วก็ทีหลังไม่จำเป็นต้องตื่นแต่เช้าแบบนี้ก็ได้นะครับ”
“ไม่ได้หรอกค่ะ! จะให้ตื่นหลังเจ้านายได้อย่างไงกัน”
โมอาท่าทางขึงขังดีจริงๆ ผมเลยยิ้มแห้งๆ เพราะถ้าเอาตามจริงผมไม่เคยนอนเลยตั้งแต่เป็นจอมมาร แล้วแบบนี้เธอจะตื่นก่อนผมได้อย่างไงล่ะ
“อืม ไม่บังคับหรอกนะ แต่เรื่องนํ้าน่ะ ไม่ต้องหาบมาหรอก ตามมานี้สิ”
ผมเดินนำไปที่ถังนํ้าที่ไว้สำหรับทำอาหาร แล้วผมก็ใช้สกิลพ่อบ้าน ทำให้นํ้าเต็มถังได้ในพริบตาเดียว
“ส่วนเรื่องทำความสะอาดก็”
ผมหันไปทางพวกเธอแล้วใช้คลิ่นนิ่งใส่ทำความสะอาดตัวและเสื้อผ้าให้ รวมถึงภายในห้องครัวทั้งหมดด้วย
“ส่วนเรื่องอาหาร ถ้าผมอยู่บ้านผมจะทำเองทุกมื้อครับ”
“…คือฉันตกใจนะคะที่เห็นนายทำได้ทุกอย่างเลย แต่ว่าแล้วจะให้ฉันทำอะไรล่ะคะ”
“ก็กลับไปนอนให้เต็มอิ่มไงครับ”
“ไม่ได้ค่ะ!”
“ขยันทำงานแบบนี้ผมดีใจนะครับ แต่ว่าที่นี้ถือความสุขของทุกคนมาก่อน เพราะอยู่แล้วไม่มีความสุข ผมก็จะไม่มีความสุข”
“พวกเราเป็นแค่คนรับใช้ นายท่านไม่จำเป็นต้องปฏิบัติกับพวกเราแม่ลูกก็ได้ค่ะ”
“คนรับใช้ก็ถือเป็นคนในบ้านนี้ครับ และทุกคนในบ้านนี้ผมปฏิบัติเหมือนกันหมด ไม่มีข้อยกเว้น”
“นะ นายท่าน…เป็นโชคดีของพวกเราจริงๆ ที่ได้รับใช้นายท่านที่แสนดีแบบนี้”
โมอาถึงกับร้องไห้ออกมาส่วนเมยอามองผมแบบชั่งใจอยู่ คงคิดว่าผมเป็นหมาป่าส่วมหนังแกะอยู่ล่ะมั่ง
“ได้โปรดให้พวกเราช่วยเหลืองานของนายท่านด้วยเถอะค่ะ อะไรก็ได้”
“งะ งั้นมาช่วยผมเตรียมมื้อเช้าล่ะกันครับ”
แต่เพราะผมต้องสอนพวกเธอเอาวัตถุดิบในกระเป๋าออกมา เลยเหมือนจะเสียเวลากว่าตอนทำคนเดียวซะอีก
วันนี้ผมจะทำข้าวต้มปลา อาจจะเบื่อปลากันแล้วก็ได้ ไว้มื้อเที่ยงค่อยเปลี่ยนล่ะกัน แล้วผมเคยเห็นที่โรงแรมจะมีเมนูคล้ายๆ ซุปให้ขนมมาจิ้มกินด้วย ผมเลยเพิ่มขนมปังหันเป็นแผ่นๆ ด้วยเพื่อจิ้มข้าวต้มเพื่อใครชอบแบบนั้น
เหตุผลที่ผมทำข้าวต้นเพราะเมื่อวานเป็นบาบิคิวที่เป็นอาหารหนักท้อง มื้อนี้เลยเป็นอาหารอ่อนอย่างข้าวต้มเพื่อปรับสภาพของกระเพาะ
เดเม่ลงมาแล้ว เวลาเดิมเปะๆ แต่พอเธอเห็นสองแม่ลูกตื่นมาก่อน เธอก็ทำหน้าเมื่อจะร้องไห้ออกมาทันที
ผมเลยต้องเข้าไปอุ้มเธอขึ้นมาปลอบ เพื่อไม่ให้คิดมาก
“เห็นไหม ตื่นเช้าไปมันสร้างปัญหาให้ผมนะ”
ผมหันไปแกล้งว่าโมอา เลยทำให้เมยอาหลุดหัวเราะออกมา
และเพราะมื้อเช้าเป็นข้าวต้มที่ทำง่ายไม่ยุ่งยาก เลยไม่มีอะไรให้เดเม่ช่วยนอกจากจัดโต๊ะ
“ทำได้แค่ยื่นของให้นายท่านเอง รู้สึกเหมือนไม่มีประโยชน์อย่างไงไม่รู้เลยค่ะ”
โมอาทำคอตก แต่เดเม่เข้ามาหาและตอบต้นแขนเบาๆ
“Don’t mind”
แต่ตอนจัดโต๊ะผมเอาจานไปเก็บชุดหนึ่ง เดเม่เลยเอียงคอสงสัย จนกระทั่งทุกคนลงมาถึงแล้ว ก็เลยรู้ว่าใครหายไป
“เอร่าไม่อยู่ที่ห้องค่ะ”
เดเม่รายแต่รู้ว่าผมคงรู้อยู่แล้วล่ะ
อย่างไงก็ต้องบอกอยู่ดี บอกไปเลยล่ะกัน
“เอ่อ ทุกคนคือว่านะ เอร่าน่ะ”
“กลับมาแล้วค่า!!!”
เสียงตะโกนของอาร่าดังลั่นบ้านขณะเปิดประตูหน้าเข้ามา
“อ่ะ ตั้งโต๊ะแล้วเหรอ มาทันพอดีเลย อ้าว? แล้วไหนจานฉันล่ะ เดี๋ยวสิ นี้จะแกล้งอดอาหารเหรอ!”
เอร่าตรงเข้ามาเขย่าแขนผมใหญ่ ผมยืนงงอยู่คนเดียว ในขณะที่ทุกคนแค่คิดว่าเอร่าไปข้างนอกมาเฉยๆ
“…ทำไมเธอมาอยู่ที่นี้ได้ล่ะ”
“ทำไม? เดี๋ยวสิ นี้คิดไม่แค่อดข้าว แต่จะไล่ออกจากบ้านแลยเหรอ!”
“แล้วไม่ใช่ว่าเธอกลับสวรรค์ไปแล้วหรอกเหรอ”
“อืม กลับไปมาแล้ว ไปขนของกลับมานี้ไง”
เธอชี้ไปที่กระเป๋าใบโตที่ข้าวของล้นออกมา
“แล้วจะกลับมาทำไมล่ะเฟ้ย!”
“ก็ที่นี้เป็นบ้านของฉันนี้ นายบอกเองไม่ใช่เหรอ ว่าพวกเราอยู่ที่นี้ได้น่ะ”
“…มันก็ใช่ แต่เธอไม่จำเป็นต้องกลับมาลำบากเลย”
“ลำบาก? ฉันอยู่ที่นี้สนุกจะตายไป เนอะ”
เอร่าหันไปหาแนวร่วมซึ่งทุกคนก็พยักหน้ารับทันที
“ที่สำคัญ”
เอร่าเขยิบเข้ามาใกล้ และชี้นิ้วไปที่คอของตัวเองที่มีพันธะทาสอยู่
“ฉันเป็นทาสของนายนะ นายท่าน”
ยัยบ้า พลังเทพเธอกลับมาแล้ว แค่พันธะทาสจะเอาออกเองเมื่อไรก็ได้…
“แต่เธอรู้ตัวจริงของฉันแล้วใช่ไหม แบบนั้นแล้วยังจะ”
“ตัวจริงของนาย…ฮิๆๆ ทำไมจะไม่รู้ล่ะ ฉันน่ะรู้ตั้งแต่ครั้งแรกที่พวกเราเจอกันแล้ว”
เอร่าเป็นหัวเราะเจ้าเล่ห์ออกมา
“ตัวจริงของนายก็คือก้อนพลังลามกที่มีชีวิตไงล่ะ! ในหัวมีแต่เรื่องลามก ไอ้ตัวลามก ลามกๆๆ”
“ไม่ต้องยํ้าเฟ้ย!”
ผมเขกกะโหลกเอร่า เอ๋? หรือว่าพวกสิบเทพจะยังไม่ได้บอกยัยนี้ เป็นไปได้อย่างไง…เดี๋ยวสิ แบบนี้เอง เพราะเอร่าคิดจะกลับมาที่นี้ พวกนั้นเลยไม่ได้บอก เพราะถ้าเธอรู้คงไม่กล้ากลับมาสินะ ไอ้เจ้าพวกนั้น!! เจ้าเล่ห์นักนะ
“อืม กลับมาก็ดีแล้ว งั้นมากินมื้อเช้ากันเถอะ เดเม่ขอชามของเอร่าด้วย”
“ค่ะ!”
เดเม่เดินยิ้มหน้าบานไปหยิบชามมาตั้งให้ ส่วนผมเริ่มตักข้าวต้มใส่ก่อนจะวางขนมปังลงไปที่จานข้างๆและต้องเสียเวลาพอสมควรกว่าจะทำให้โมอาและเมยอานั่งลงได้
“เอ๋ ข้าวต้มเหรอ? เป็นครั้งแรกเลยนะที่เห็นนายท่านทำเมนูเรียบง่ายแบบนี้”
ดาเซสทำหน้าแปลกใจที่มื้อเช้าเป็นแค่ข้าวต้ม แต่มีหลายคนเริ่มไหวตัวทัน และมองข้าวต้มด้วยสีหน้าคิดหนัก
“บางทีก็อยากทำอาหารง่ายๆ ดูบ้างน่ะ”
ผมตอบดาเซสไปพร้อมกับที่เริ่มตักคำแรกกินกัน
“!!!”
ทุกคนทำช้อนตกพร้อมๆ กัน ยกเว้นผมที่ยังตักกินตามปกติ
“มะ ไม่ใช่แล้ว เจ้าสิ่งนี้ไม่ใช่ข้าวต้มสักหน่อย!”
“ไม่ ข้าวต้มนั้นแหละ ข้าวต้มธรรมดาเลย”
ผมยืนยันให้
“แต่ทำไมมันอร่อยแบบนี้ได้ล่ะ ข้าวต้มมันจืดๆ ไร้รสชาติแล้วมีแต่นํ้าสิ!”
ดาเซสไอ้ที่เธอเคยกินน่ะ ไม่ควรเรียกว่าข้าวต้มเหมือนกันแหละ
“ปะ ปลา มีปลาอยู่ในข้าวต้มด้วย!”
เมยอาตักชิ้นปลาขึ้นมาด้วยสีหน้าตกใจสุดขีด
“หะ หอมมาก มีผักอะไรไม่รู้โรยอยู่ข้างบน แต่หอมมากๆ เลยค่ะ”
ฟรานดมใหญ่ ท่าทางจะชอบต้นหอมแฮะ
โมอาถึงไม่ได้พูดอะไร แต่พอตักข้าวต้มเข้ามาก็จะพยักหน้าหงึกๆ ทั้งนํ้าตา แต่พอเห็นเอร่ากับมิรินขอเติม เธอก็ทำหน้าแปลกใจสุดๆ แบบเหมือนมีคำพูดขึ้นมาบนหน้าว่า ‘ของอร่อยแบบนี้เติมได้ด้วยเหรอ!’ ผมเลยตอบให้แทนด้วยการตักเติมให้เธอไปด้วย
ผมทำขนมปังปิ้งทาเนยให้มอเรียไปฝากเพื่อนๆ ที่ทำงานด้วย เวลาผมเอามื้อเที่ยงไปให้เธอ จะได้ไม่โดนมองแบบโดนทิ่มแทงอีก
พอทุกคนกินอิ่มก็จะไปนั่งพักกันที่ห้องนั่งเล่น จนเป็นกิจวัตรประจำวันอย่างหนึ่งไปแล้ว โมอาและเมยอาที่มาใหม่ ยังไม่ค่อยรู้เรื่อง เลยงงๆ ทำตัวไม่ถูก แต่ก็ได้ทุกคนลากไปด้วย ผมกับเดเม่พอเก็บจานเสร็จ ก็เดินเข้าไปนั่งกับทุกคนด้วย พร้อมกับเตรียมพูดเรื่องสำคัญออกไป แต่ก่อนอื่นต้องจัดการเรื่องของโมอาและเมยอาก่อน
“โมอา เมยอา เรื่องเงินเดือน ผมจะให้พวกเธอเดือนล่ะ 10,000 รีลต่อคนนะ พอรับได้ไหม”
“นะ นะ หนึ่งหมื่น!!! นายท่านพูดจริงเหรอคะ!”
โมอาทำหน้าเหมือนจะเป็นลมไปแล้ว
“น้อยไปเหรอ?”
“มากไปต่างหากค่ะ!”
“แล้วปกติเธอได้ค่าแรงเท่าไรน่ะ”
“วะ วันล่ะ 50 รีลค่ะ”
“สุดยอดในหลายๆ ความหมายเลยแฮะ แต่ผมจะให้ 10,000 แล้วไม่ฟังคำโต้แย้งด้วย”
“เดี๋ยวค่ะ!”
เป็นเมยอาที่รีบค้านขึ้นมา
“มีอะไรเหรอ”
“ถ้าคำนวณตามปกติแล้ว แค่ค่ากินค่าอยู่ที่นี้ก็เกินหนึ่งหมื่นต่อเดือนแล้ว แต่นี้นายท่านยังจะให้เงินเดือนเราสูงขนาดนี้อีก นายท่านกำลังวางแผนอะไรกันอยู่แน่ หรือคิดว่าจะหาเศษหาเลยกับแม่ของฉันแบบเมื่อคืนอีก”
“เดี๋ยวเมยอาไม่ใช่แบบนั้นนะ”
โมอาพยายามอธิบาย แต่เมยอาไม่ฟัง แต่พอเธอหันไปเห็นสีหน้าทุกคนตอนนี้ ก็หน้าซีดทันที เพราะทุกคนโกรธมากที่เธอพูดดูถูกผมเมื่อกี้
“ใจเย็นๆ กันก่อนเถอะ เมยอาไม่ผิดหรอก จู่ๆ ก็ได้รับแต่เรื่องดีๆ มันก็ต้องน่าสงสัยอยู่แล้ว”
ผมน่ะเข้าใจเมยอาดี เธอเป็นคนฉลาดและรู้จักระวังตัว ซึ่งผมชื่นชอบเธอในจุดนี้เนี่ยล่ะ
“อืมงั้นผมจะบอกตรงๆ เลยนะ เรื่องแรก ผมไม่ได้หาเศษหาเลยกับโมอาหรอก ถ้าเธอเต็มใจผมก็จะให้เธอมาเป็นผู้หญิงของผม แต่ว่าเรื่องงานก็ส่วนงาน เรื่องส่วนตัวก็ส่วนตัว ใช่ว่ามาเป็นผู้หญิงของผมแล้วจะไม่ต้องทำงาน เกิดว่าวันหนึ่งไม่มีผมอยู่แล้ว พวกเธอจะอยู่กันอย่างไง แต่ถ้าพวกเธอทำงานได้ มีเงินเก็บ พวกเธอก็จะยืนอยู่บนขาของตัวเองได้อย่างมั่นคง โทษทีนะที่อยู่กับผมอาจจะไม่ได้สบายอย่างที่คิด แต่ผมถือว่าเหนื่อยวันนี้ดีกว่าลำบากวันหน้า และอย่างที่สองที่ผมให้เงินค่าจ้างที่พวกเธออาจคิดว่ามันเยอะ แต่ผมคิดว่ามันสมราคาแล้ว เพราะว่า…บางทีผมจะได้เห็นอะไรวับๆ
แวมๆ ต้นขาเอย กางเกงในเอย เนินอกเอย อืม แค่นี้ถือว่าถูกมาก”
“ไอ้ลามก!”
เมยอาร้องด่าผมทันที
“ฮ่าๆๆ แน่นอนสิ”
ผมยืดอกรับทันที แต่จู่ๆ โมอาก็คลานเข้ามาจนถึงขาผม
“นะ นายท่าน หะ ให้ฉันเป็นผู้หญิงของนายท่านได้จริงๆ เหรอคะ”
“ถ้าเธอเต็มใจนะ”
“เต็มใจสิคะ! ตะ แต่ว่า ฉันอายุก็มาก มีลูกแล้วด้วย แถมสวยสู้คนอื่นๆ ไม่ได้ด้วย”
“เมื่อวานก็บอกแล้วไง เธอน่ะมีค่าเกินพอเลย ขนาดเมื่อก่อนมีรายได้แค่นั้นยังสามารถเลี้ยงดูเมยอามาได้ถึงขนาดนี้ นั้นหมายความว่าผมจะมีลูกที่มีแม่ดีๆ อย่างคุณ
เลี้ยงดูไงล่ะ แล้วเลิกคิดว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่นด้วย ที่นี้ไม่มีใครด้อยกว่าใคร แต่ทุกคนมีจุดเด่นเป็นของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบ เพราะผมรักจุดเด่นของพวกเธอทุกคน เข้าใจแล้วนะ”
“ค่ะ! นายท่านของฉัน”
โมอาร้องไห้และซบลงบนตักของผม ทำตัวน่ารักอีกแล้ว
“เอ่อ แต่ว่าต้องขอเมยอาก่อนนะ อย่างไงก็เป็นลูก ต้องฟังความเห็นเธอด้วย”
ผมเบรกโมอาไว้ก่อน
“เมยอา”
โมอาหันไปมองด้วยสีหน้าวิงวอนทั้งนํ้าตากับเมยอา
“ถ ถ้าเป็นความสุขของแม่ ฉันเองก็ไม่คัดค้านหรอก แต่ว่า! ฉันไม่เรียกนายท่านว่าพ่อหรอกนะ ไม่มีทาง!”
“อ่า ก็ไม่ได้บังคับอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากเรียกวันไหนก็ไม่ห้ามเหมือนกันนะ”
“ไม่มีทาง!”
“เอาล่ะ เรื่องของโมอากับเมยอาไม่มีอะไรสงสัยแล้วนะ งั้นผมขอเปิดประชุมบ้านครั้งที่หนึ่งเลย”
“ประชุมบ้าน!?”
ทุกคนดูไม่เข้าใจความหมายของคำนี้
“ก็คือการปรึกษาเรื่องสำคัญ ที่ต้องให้ทุกคนในบ้านช่วยกันตัดสินใจไงล่ะ”
“ไม่จำเป็นนี่ค่ะ นายท่านตัดสินใจอย่างไงพวกเราก็ว่าอย่างนั้นแหละค่ะ”
เดเม่บอกซึ่งทุกคนก็เห็นด้วยตามนั้น
“ไม่ได้ เรื่องนี้เกี่ยวพันกับอนาคตของทุกคน ผมไม่สามารถเอาเรื่องส่วนตัวมาทำลายอนาคตของพวกเธอได้หรอก”
“นายท่าน!”
ฟรานเข้ามากอดผมด้วยดวงตาหวานชํ่า คนอื่นก็พากันนํ้าตาซึมออกมา ดูเหมือนผมชอบพูดอะไรเลี่ยนๆ มากเกินไปสินะ
จากนั้นผมก็เล่าเรื่องของอาเดไลท์ให้ทุกคนฟัง พร้อมกับบอกเรื่องที่คิดจะไถ่ตัวเธอมา แต่นั้นหมายถึงต้องใช้เงินเก็บที่ฝากไว้ที่ร้านแลกเปลี่ยนเงิน และผลกระทบที่จะมาตามที่จะกลายเป็นผลเสียในอนาคต
“อะไรกันแค่นี้เองเหรอคะ พวกเราก็ตกใจหมดเลยนึกว่าเรื่องอะไรร้ายแรงกว่านี้ซะอีก”
มอเรียถอนหายใจออกมาเป็นคนแรก ก่อนจะลุกขึ้น
“ฉันอนุญาตค่ะ ถ้าเพื่อความสุขของท่านโรมะ ต่อให้เป็นศัตรูกับประเทศฉันก็ไม่กลัวค่ะ อ่ะ ต้องไปทำงานแล้ว ไปนะค่ะ”
มอเรียพอบอกความเห็นเสร็จก็เข้ามาหอมแก้มผม และรีบออกเดินทางไปทำงานที่กิลทันที
“ไปดีมาดีนะ”
ทุกคนประสานเสียงส่งลามอเรียพร้อมกับผม
“ค่า”
จากนั้นทุกคนก็ให้ความเห็นคล้ายๆ กับของมอเรียออกมา คือไม่มีมีใครค้านสักคน
“ฉันเข้าใจนะคะ ว่าท่านโรมะตั้งใจจะเก็บเงินก้อนนั้นไว้เพื่อพวกเรา แต่ว่ามันก็แค่เงินค่ะ เทียบกับความต้องการและความสุขของท่านโรมะไม่ได้เลย”
มิรินยิ้มบอกกับผม เล่นเอานํ้าตาจะไหลเลยนะเนี่ย
“นายท่านช่วยเอาแต่ใจมากกว่านี้ด้วยค่ะ เพราะแค่นี้พวกเราก็แทบจะสำลักความสุขที่นายท่านหมอบให้อยู่แล้ว”
ฟรานบอกอย่างจริงจัง เดเม่เองก็พยักหน้าเห็นด้วย
“ให้ฉันไปจัดการถอนเงินให้เลยไหม”
ดาเซสไปถึงขั้นดำเนินการแล้ว จะไวไปไหน
“ฮุๆๆ จะมีสมาชิกใหม่มาเพิ่มแล้ว แถมเป็นเจ้าหญิงด้วย น่าสนุกแล้วสิ”
เอร่าแอบไปยิ้มกริ่มคนเดียว
“ทุกคนใจเย็นๆ ก่อนสิคะ ซ่องน่ะเปิดหลังเที่ยงนะ”
โอ๋ เมยอานี้พึ่งพาได้แฮะ ดูรอบคอบใจเย็นกว่าคนอื่นๆ เยอะเลย หือ หรือจะมีบุคลิกแบบสาวแว่น แต่โลกนี้ยังไม่เคยเจอสาวแว่นเลย หรือสาวแว่นจะไม่ฮิต ขอโทษเหล่าสาวกสาวแว่นด้วยนะครับ
“งั้นเมยอา ผมฝากจัดการเรื่องทำบัญชีใช้จ่ายด้วยนะ”
“ได้ค่ะนายท่าน แต่ขอใส่ไปว่า จ่ายค่าความหื่นของนายท่าน จะได้ไหมคะ”
“ตะ ตามสบายเลย”
ได้เหรัญยิกปากจัดมาแล้วสิเรา
“จริงสิ โมอาเธอจัดสวนได้ใช่ไหม”
“ค่ะ งานถนัดเลย”
“ดีเลย พอดีวานยัยนี้ไว้ตั้งแต่เข้ามาอยู่ จนถึงวันนี้ผมยังไม่เห็นดอกไม้สักดอกเลย เธอช่วยจัดการทำสวนให้มันดูเป็นสวนหน่อยได้ไหม”
ผมชี้ไปที่เอร่าที่เจ้าตัวทำเป็นผิวปากไม่รู้ไม่ชี้
“ได้ค่ะ แต่ถ้าจะให้ดี ต้องซื้อดอกไม้ที่โตแล้วมาลง แบบนั้นจะต้อง”
“เอาเลย เบิกงบจากเดเม่แล้วให้เมยอาทำบัญชีไว้ ไม่ต้องเกรงใจนะ ใช้จ่ายได้เต็มที่เลย แล้วถ้าจะใช้แรงงานอะไร ลากยัยนี้ไปใช้ได้ตามสะดวกนะ”
และผมก็ลดขั้นเอร่าจากคนสวน ไปเป็นคนงานจิปาถะ


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 4 พลังของมารราคะ

ตอน 150

ตอนที่ 149 เหตุบังเอิญ