ตอนที่ 73 อาร์ชบิชอป
ตอนที่ 73 อาร์ชบิชอป
ผมวางแผนไว้ว่าจะแวะไปรับมอเรียตอนขากลับด้วยกันเลย แต่ยังพอมีเวลา
จึงพาเดเม่ไปที่ตลาดเพื่อหาซื้อของบางอย่างสำหรับคืนนี้
“นายท่านซื้อเทียนไขไปทำไมเหรอคะ? ก็ที่คฤหาสน์มีตะเกียงอยู่แล้ว”
เดเม่ถามผมหลังจากที่เห็นผมซื้อเทียนไขเล่มเล็กๆ ไปเป็นจำนวนมาก
เทียนไขเป็นสินค้าที่ราคาค่อนข้างแพงด้วย
“ก็เอาไว้ใช้ในบางโอกาสน่ะ”
“???”
เดเม่ดูท่าทางจะไม่เข้าใจ แต่เธอก็ไม่ซักอะไรผมต่อ
แต่ตอนที่เดินตลาดผมต้องระวังตัวพอสมควร เพราะเดเม่เป็นที่สนใจมาก
ทั้งๆ ที่เธอมาออกจะบ่อย จนทุกคนน่าจะเริ่มคุ้นแล้วแท้ๆ
แต่ถึงอย่างนั้นสายตาที่มองมาที่เธอก็ไม่เคยลดจำนวนลงเลย
ที่ต้องระวังก็คือพวกที่คิดจะเข้ามาทำมิดีมิร้ายเธอไงล่ะ
อย่างตอนที่เดินผ่านโต๊ะซึ่งกำลังตั้งวงดื่มเหล้ากันแต่หัววัน
ก็มีคนหนึ่งยื่นมือออกมาทำท่าจะจับก้นของเดเม่ แต่ผมมองอยู่
เลยดึงให้เดเม่หลบมาได้ทัน เซฟแบบหวุดหวิด ไม่ใช่เซฟเดเม่น่ะ
เซฟมือของไอ้ขี้เหล้านั้นต่างหาก
ขืนมันแตะถูกเดเม่มีหวังเธอหยิบเอาอีโต้ออกมาสับมือเจ้านั้นขาดแน่
นี้เป็นอีกจุดหนึ่งที่ผมยังไม่เข้าใจ
ผู้ชายที่โลกนี้ส่วนใหญ่มีความเก็บกดทางเพศสูงมาก กว่าครึ่งมีแนวโน้มที่จะก่ออาชญากรรมทางเพศขึ้นมาได้เลย
แต่ในทางกลับกันมูลค่าของหญิงสาวในโลกนี้กลับถูกมาก ผมเลยไม่เข้าใจว่า
ในเมื่อเพียงจ่ายเงินเล็กน้อย ก็สามารถไปปลดปล่อยความเสี่ยนได้แล้ว
ทำไมส่วนใหญ่ถึงยังเก็บกดกันอยู่อีก ไม่เข้าใจจริงๆ
พอซื้อของเสร็จผมก็ตรงไปที่กิลกันทันที
ถึงจะยังไม่ถึงเวลาเลิกงานของมอเรีย แต่ไปนั่งดื่มเบียร์รอที่ด้านหน้าก็ได้
ผมโผล่หน้าไปให้มอเรียเห็นสักหน่อย เธอดูดีใจมาก
เพราะไม่เห็นผมโผล่มาที่กิลหลายวันแล้ว แถมวันนี้ผมยังมารอกลับพร้อมกับเธอด้วย
มอเรียเลยยิ้มไม่หุบเลย ระหว่างรอผมก็เดินไปดูที่กระดานเควส มีเควสใหม่ๆ
เข้ามาเยอะทีเดียว ไว้พรุ่งนี้พาพวกฟรานมาทำดีกว่า
พอกลับมานั่งรอที่ด้านหน้า ผมก็สั่งเบียร์มาดื่ม
ส่วนของเดเม่เป็นนํ้าผลไม้ที่เตรียมมาเอง พวกสาวๆ นี้ไม่ยอมแตะของกินนอกบ้านเลยแฮะ
จะว่าไปเบียร์ราคาถูกกว่าเหล้า แถมที่บ้านก็ยังไม่มี ซื้อไปเผื่อยูรินสักถังสองถังดีกว่า
ว่าแล้วผมก็ขอซื้อเบียร์มาสองถังไม้ แล้ว
จับยัดใส่กระเป๋าจอมโกงไป พอไม่ต้องห่วงเรื่องนํ้าหนักแล้วเนี่ย
เก็บของสบายกว่าเดิมเยอะเลย
ระหว่างนั่งซดเบียร์ไป ก็มีนักผจญภัยเข้ามาทัก
แต่ไม่ได้ทักผมหรอกนะ มาทักเดเม่กัน ส่วนใหญ่ก็มาชวนเธอเข้าปาร์ตี้
แน่นอนว่าเดเม่ปฏิเสธไปหมด เนื้อหอมจนน่าอิจฉาเลยแฮะ
ผมเลยแก้เซ็งด้วยการใช้มองทะลุ สำรวจรสนิยมกางเกงในของสาวๆ เพื่อฆ่าเวลา
แต่จู่ๆ ผมก็เจอปาร์ตี้หนึ่งที่ใช้มองทะลุไม่ได้
ส่วนใหญ่ในปาร์ตี้นั้นล้วนเป็นนักบวชไม่ก็อัศวินศักดิ์สิทธิ์
ชุดสีขาวล้วนด้วย เป็นพวกจากโบสถ์ใหญ่สินะ
ผมเลยเปลี่ยนไปใช้ตรวจสอบกับพวกนั้นดู
โห! เลเวลสูงเอาเรื่องเลยแฮะ ทุกคนเลเวล 50 ขึ้นไป
อุปกรณ์ส่วมใส่ก็เป็นของดีซะด้วย เป็นปาร์ตี้ทำภารกิจของโบสถ์ใหญ่สินะ
แล้วผู้หญิงที่อยู่ตรงกลาง
เลเวลสูงถึง 100 เลย! พึ่งเคยเห็นเนี่ยล่ะ มนุษย์ที่เลเวลถึงร้อย
แย่แล้ว! ผมจ้องเธอมากไปจนอีกฝ่ายรู้ตัว และหันกลับมาจ้องสบตากับผม
“มีอะไรเหรอครับ ท่านอาร์ชบิชอป”
อัศวินหนุ่มในชุดเกราะเต็มยศถามกับหญิงสาวตรงกลางที่หันมามองผม
“…”
เธอไม่พูดอะไร แต่เดินตรงดิ่งมาทางผมทันที
และพอเข้ามาใกล้ก็ล้วงเข้าไปในแขนเสื้อ และดึงขวดนํ้ามนต์ออกมาสาดใส่หน้าผมทันที
“…”
ผมยกเบียร์ขึ้นดื่มต่อ ทั้งๆ ที่เปียกนํ้ามนต์อยู่
เดเม่รีบหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา เช็ดให้ผมอย่างกระวนกระวาย
พลางหันไปมองอย่างเอาเรื่องกับอีกฝ่าย
จนพวกอัศวินกับนักบวชคนอื่นต้องรีบเข้ามาล้อมป้องกันหญิงสาวไว้
“นี้เราเข้าใจผิดเหรอ?”
เธอยังจ้องผมไม่ว่างตา ผมยังทำเป็นเฉยอยู่
แต่พอเดาได้แล้วล่ะว่าเธอคงจับสัมผัสของจอมมารอย่างผมได้จางๆ แต่โทษทีนะ
นํ้ามนต์ทำอะไรผมไม่ได้หรอก ก็ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่ในฐานะจอมมารนี่น่า
ไม่สิถึงจะเปลี่ยนสถานะแล้วแค่นํ้ามนต์เท่านั้นนี้ไม่สะกิดผิวหรอกนะ
“เดเม่ช่างเถอะ”
ผมบอกกับเดเม่ที่ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า
ถ้าเธอดึงอาวุธออกมามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ผมเลยห้ามไว้
“…ค่ะ นายท่าน”
เดเม่กลับลงมานั่งที่เดิม ส่วนผมก็ไม่อยากยุ่งกับพวกโบสถ์ใหญ่
เลยไม่ได้พูดอะไร แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แค่คำขอโทษสักคำก็ไม่มี
สมเป็นพวกโบสถ์ใหญ่ที่คิดว่าตัวเองใหญ่คับโลกจริงๆ
“เจ้า ชื่ออะไร”
คุณอาร์ชบิชอปถามผม
“…”
แต่ผมไม่สนใจกลับไปดูกางเกงในสาวๆ และนั่งซดเบียร์ต่อ
“นี้แก! ท่านอาร์ชบิชอปเรเดียถามอยู่นะ!”
“อยู่ๆ ก็เอานํ้ามาสาดหน้า และยังวางท่าใหญ่โตอีก
นี้จะมากวนส้นตีนกันใช่ไหม”
พอหันไปพูดกับเจ้าอัศวินจอมกร้าน
ทั้งลานเบียร์ก็พากันหัวเราะครืนใหญ่ คงแอบสะใจเหมือนกัน
หรือว่าในเมืองนักผจญภัยแห่งนี้ พวกโบสถ์ใหญ่จะไม่เป็นที่นิยมหรือไงนะ?
จะว่าไปก็ไม่เห็นมีสาขาของโบสถ์ใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองด้วยสิ
“แกเจ้ามารศาสนาบังอาจลบลู่ท่านอาร์ชบิชอปเรเดียเหรอ!”
เจ้าอัศวินจอมกร้านชักดาบออกมา แต่ผมยังเฉยอยู่
ก็ลองมันโจมตีเข้ามาสิ สนุกแน่งานนี้
“มารศาสนาเหรอ น่าจะใช่แฮะ เมื่อสองสามวันก่อนฉันยังไปอึบพระเจ้ามาแล้วเลย”
ก็ไม่ได้โกหกซะทีเดียวหรอกนะ
“ไอ้บัดซบ!”
นอตหลุดจนได้ เนี่ยเหรอคนที่เรียกตัวเองว่าผู้นับถือศาสนา
น่าจะเรียกว่าพวกนับถืออีโก้ตัวเองมากกว่านะ ขณะที่อัศวินจอมกร้านฟันดาบใส่ผม
เดเม่ก็ลุกขึ้นมาและใช้อีโต้ฟันดาบของอัศวินจนหักเลย…นี้อีโต้แหล่มกว่าดาบอัศวินเหรอฟ่ะ!
พอผมหายตะลึงก็แตะไปที่แขนของอัศวิน และใช้สัมผัสราคะแบบ +30%
กะเอาแค่ให้ดุ้นตั้งชันต่อหน้าธารกำนัลสักหน่อย
แต่เชื่อเลยภายในเปลือกของผู้อ้างตนว่านับถือศาสนา
จะมีความดำมืดที่เผ่าปีศาจอย่างผมยังต้องรู้สึกนับถือมัน
เจ้าอัศวินพอถูกกระตุ้นความเงี่ยน ก็ถึงกับขาดสติ
หันกลับไปพุ่งใส่อาร์ชบิชอปทันที แต่นักบวชสาวเข้ามาห้ามไว้
เลยถูกเจ้าอัศวินจับฉีกเสื้อผ้าหมายจะขืนใจแทน อาร์ชบิชอปยืนหน้าซีดทำอะไรไม่ถูก
ขณะที่อัศวินคนอื่นๆ ช่วยกันรีบเข้ามาจับตัวเจ้าอัศวินจอมกร้าน ที่ตอนนี้กลายร่าง
เป็นอัศวินจอมเงี่ยนไปแล้ว
“นายท่านไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่ไหมคะ”
เดเม่ไม่สนใจความวุ่นวายของพวกโบสถ์ใหญ่
และหันมาถามผมด้วยความเป็นกังวล
“ไม่สักนิด ต้องขอบใจเดเม่ล่ะนะ แต่พวกเราย้ายที่กันเถอะ
ตรงนี้บรรยากาศไม่ดีแล้ว”
ผมลุกขึ้นขณะวางเงินค่าเบียร์ลงบนโต๊ะ แต่อาร์ชบิชอปก็สังเกตเห็นผม
เลยรีบตะโกนห้ามไว้
“เดี๋ยวก่อน แกยังไปไหนไม่ได้! แกน่ะจริงๆ แล้วเป็นปีศาจใช่ไหม”
ผมหยุดเดินและหันกลับไปทางอาร์ชบิชอป
พลางคิดไปว่าจะจัดการเธออย่างไงดี บอกตามตรงเลเวลเธอเยอะก็จริง
แต่ผมก็มั่นใจว่าถ้าสู้กันผมชนะได้อยู่ดี หรือไม่ก็ถ้าสู้ไม่ได้ผมก็ยังหนีด้วยใบวาปร์ได้อีก
แต่ก่อนที่จะลงมือหรือพูดอะไรออกไป ก็มีกลุ่มบุคคลที่สามแทรกเข้ามาซะก่อน
“ถูกต้องแล้วล่ะ โรมะคือปีศาจ”
ผมหันไปมองคนที่พูดทันที และก็ไม่ใช่ใครที่ไหน
โกร่าและปาร์ตี้ของเธอนั้นเอง
“เห็นแบบนี้ก็เถอะ แต่พอขึ้นเตียงเมื่อไร เขาก็จะกลายเป็นปีศาจที่พร้อมจะขยี้นํ้ากามใส่ผู้หญิงทุกคนเลย”
“ดุ้นของโรมะ…เป็นปีศาจอย่างแน่นอน”
“จัดการพวกข้าทั้งสี่คนพร้อมกัน ไม่เรียกว่าปีศาจก็แปลกแล้ว”
นี้จะมาช่วยหรือจะมาประจานกันแน่ฟ่ะ!
แล้วนั้นไงเริ่มมีเสียงซุบซิบนินทามาแล้ว
“แค่ปราบสัตว์กินเนื้อคนเดียวข้าก็ว่าโคตรเจ๋งแล้วนะ
แต่นี้เล่นเอายกปาร์ตี้เลยเหรอ! แถมเป็นปาร์ตี้สาวเถื่อนแห่งกรอซ่าเลยนะ!”
“ไอ้โง่ไม่ได้ยินเหรอ เธอบอกว่าพร้อมกันด้วยนะเฟ้ย!”
“แมร่งต้องใช้ยาแน่ๆ ไม่ก็ต้องแอบสลับตัว
หรือแมร่งจะเป็นแฝดสี่ว่ะ!”
“โกร่าน่ะช่างเถอะ แต่ทีโมทีมีสามีแล้วนะ นี้แมร่งยังไม่ละเว้นอีก
เถื่อนตัวพ่อเลย!”
“ขนาดบลูมตัวเท่าเด็กแมร่งยังเย็ด มรึงจะเอาอะไรกับมันว่ะ”
พอดีเถอะ เดี๋ยวผมก็ได้ฉายาประหลาดๆ มาอีกหรอก แค่ไอ้ตำนานอะไรนั้น
ก็โดนล้อไปชั่วลูกชั่วหลานแล้ว แต่ท่ามกลางเสียงซุบซิบ อาร์ชบิชอปก็ตะโกนออกมา
“พวกเธอถูกอำนาจชั่วร้ายของปีศาจควบคุมจิตใจอยู่นะ!”
พล่ามอะไรฟ่ะ! ตูไม่ใช่ฟรานนะเฟ้ย จะได้ไปควบคุมจิตใจใครได้
“แล้วไง ตอนโดนควยของโรมะเสียบเข้าไปในหี มันรู้สึกดีแทบตาย
ต่อให้โดนควบคุมจิตใจจริง ข้าก็ชอบล่ะ ฮ่าๆๆ”
โกร่าก็ยังเป็นโกร่าอยู่วันยันคํ่า กล้าพูดเรื่องแบบนี้โดยไม่อายเลยแม้แต่น้อย
“ฉันเป็นทาสนํ้ากามเขาแล้ว จะบอกว่าโดนควบคุมอยู่ก็ได้
แต่ฉันก็ยินยอมพร้อมใจนะ”
ทีโมทีก็ยอมรับหน้าตาเฉยเลย! เดี๋ยวสิ
สามีเธอไม่ได้อยู่แถวนี้ใช่ไหม
“จิตใจของข้าคงโดนดุ้นของโรมะควบคุมไปแล้วจริงๆ”
คายุนเองก็เอากับเขาด้วยแถมบลูมก็พยักหน้าเห็นด้วยอีกต่างหาก
“เฮ้ย โรมะแกคือฮีโร่ของข้าเลยว่ะ!”
“ท่านเทพโรมะ!”
“เทพดุ้นพิชิตสาวโรมะ!”
“พอแล้วโว้ย! เดี๋ยวผมก็ได้ฉายาพิลึกๆ มาอีกหรอก!”
ผมรีบตะโกนห้ามพวกกองเชียร์ทันที เริ่มกู่ไม่กลับกันแล้ว
ขนาดยกให้เป็นเทพดุ้นเลยเนี่ยนะ มันเอาสมองส่วนไหนคิดกันฟ่ะ!
แต่สำหรับทุกคนแล้วมันไม่แปลกเลยที่จะคิดแบบนี้กัน
ก็ปาร์ตี้ของโกร่าชื่อดังจะตายไป ขนาดที่ไม่มีผู้ชายคนไหนพิชิตพวกเธอได้มาก่อน
แต่นี้ผมใช้เพียง
แค่ดุ้นก็สยบพวกเธอทั้งหมดได้
จะไม่ให้ทุกคนรู้สึกนับถือขึ้นมาได้อย่างไงกัน
“บะ บ้าไปแล้ว ชาวเมืองกรอซ่า
ถูกความชั่วร้ายของปีศาจครอบงำกันไปหมดแล้ว!”
“เธอเองก็เลิกบ้าสักที
ที่เจ้าพวกนี้มันเพี้ยนไม่เกี่ยวกับว่าเพราะใครหรือเพราะอะไรสักหน่อย
ถ้ายังไม่เลิกชอบโยงเรื่องเอาเอง แล้วไม่เลิกโทษว่าทุกอย่างเป็นเพราะปีศาจ
ระวังภัยจะมาถึงตัวนะ”
ใช่ผมนี้แหละภัยที่พวกเธอต้องระวัง เกิดผมหมดความอดทนขึ้นมาเมื่อไร
ได้มีเทศกาลเปิดซิงนักบวชสาวแน่
“ท่านเทพดุ้นพูดได้ดี ข้าขอดื่มให้!”
“พวกแกก็เลิกเรียกผมแบบนั้นสักทีเถอะ!”
ผมต้องรีบหยิบเอาบัตรกิลขึ้นมาตรวจดูเลย กลัวจริงๆ
นะเนี่ยว่าจะมีฉายาโผล่ออกมา โชคดียังดีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่อาร์ชบิชอปเรเดียยังไม่เลิกบ้า
คว้าเอาดาบของอัศวินขึ้นมา และตรงเข้ามาจะทำร้ายผม แต่บอกตามตรง
ท่าทางของเธอมันมือใหม่ชัดๆ เล่นเหวี่ยงดาบซะกว้างขนาดนั้นจะไปตัดต้นไม้ที่ไหนเหรอ
แต่ผมไม่ต้องหลบสักนิด เพราะทั้งเดเม่และพวกโกร่าเข้ามาขวางไว้
โกร่าใช้เพียงสองนิ้ว ก็คีบหยุดดาบของเรเดียได้แล้ว
“อย่าคิดว่าเป็นอาร์ชบิชอปแล้วจะทำอะไรก็ได้นะ
ที่กรอซ่าคือเมืองของนักผจญภัย ไม่ใช่ที่ที่พวกโบสถ์ใหญ่จะมาทำซ่าได้
ถ้าคิดจะมีเรื่องกับนักผจญภัยก็เอาเลย พวกแกล่ะว่าไง!”
พอโกร่าตะโกนถาม พวกผจญภัยที่ดื่มเหล้ากันอยู่
ก็พากับจับอาวุธแล้วชูขึ้นพร้อมโห่ร้อง
“ฆ่าแมร่งเลย!”
“ยินดีต้อนรับสู่กรอซ่า”
โกร่าบอกพร้อมกับผลักตัวเรเดียกลับเข้าฝูงไป
เถื่อนสมกับเป็นเมืองนักผจญภัยจริงๆ แฮะ
ถึงว่าทำไมกฎหมายของประเทศเอามาใช้กับที่นี้ไม่ได้
ที่เมืองนี้ถ้าคุณมาเดินเหยียบตื่นนักผจญภัย แล้วถูกฆ่าตายไป
คนอื่นจะมาเอาโทษอะไรไม่ได้เลย
อย่างมากแค่วิ่งไปฟ้องกิลนักผจญภัยแล้วยอมเสียเงินตั้งค่าหัวเพื่อล้างแค้นเท่านั้น
กับที่นี้คุณจะต้องอยู่ให้เป็นอยู่ให้รอด นั้นถึงจะเรียกว่าเป็นนักผจญภัย
อาร์ชบิชอปเรเดีย เหมือนจะเริ่มรู้ตัวเหมือนกัน เลยเลิกตอแหยผม
ใช่เลิกไปซะเถอะเสียเวลาเปล่า ถึงเธอจะเป็นฝ่ายถูกก็เถอะ แต่ผมเป็นจอมมารแล้วไง
ผมอยู่ที่เมืองนี้ในฐานะนักผจญภัยนะ ถ้าผมไม่แสดงตัวซะอย่าง อมพระพุทธรูปมาพูด
ก็ไม่มีใครเชื่อหรอก
พวกเธอยอมถอยกลับไป โดยลากเอาอัศวินหื่นแตกที่โดนจับมัดอยู่ไปด้วย
“ให้ตายสิเจ้าพวกนี้ ดันเจี้ยนมีตั้งเยอะแยะไม่ไป
ดันมาที่กรอซ่าซะได้”
“ขอบใจนะโกร่า แต่ว่ารู้จักพวกนั้นด้วยเหรอครับ”
“ไม่อยากจะรู้จักหรอก แต่พวกนั้นมาที่นี้สองสามเดือนครั้ง
ทุกครั้งที่มาก็จะเอาพวกบิชอปหรืออาร์ชบิชอปมาดูดเลเวลด้วย”
“จะว่าไปที่ลูปันก็เป็นดันเจี้ยนที่มีพวกอันเดดเยอะซะด้วยสิ”
ผมพึ่งนึกได้ ว่าลูปันคือดันเจี้ยนประเภทสุสาน ในชั้นลึกๆ
เป็นจุดที่เหมาะกับการเก็บเลเวลของทางนักบวช พอฟังโกร่าอธิบาย
ก็ยิ่งเข้าใจได้มากขึ้น
พวกนักบวชจะมาว่าจ้างนักผจญภัยเลเวลสูงๆ ไปด้วยกลุ่มหนึ่ง
แล้วจะลงไปปักหลักที่แถวๆ ชั้น 11-12 ซึ่งเป็นจุดลึกสุดที่ลงกันไปถึงในตอนนี้
และจะตั้งค่ายพักทำฟาร์มเลเวลเป็นเวลาหลายวันเพื่อเพิ่มเลเวลให้กับพวกบิชอปและอาร์ชบิชอป
โดยที่พวกนั้นไม่ได้ลงมือสู้เองเลย มาแค่นั่งดูดเลเวลเท่านั้น คนที่สู้บ้าง
ตอนจำเป็นก็เป็นแค่พวกนักผจญภัย
นักบวชระดับล่างและเหล่าอัศวินศักดิสิทธิ์
“แล้วโกร่าจะไปกับพวกนี้ด้วยหรือเปล่า”
“ไม่ล่ะ ถึงจะเป็นเควสที่เงินดี แต่พวกข้าไม่ชอบนิสัยของนักบวช
พวกมันเห็นแก่ตัวไม่ฟังใคร โง่อีกต่างหาก”
“โดนนักรบเถื่อนด่าว่าโง่นี้ เป็นผมคงฆ่าตัวตายไปแล้วล่ะ”
ใช่อาชีพนักรบเถื่อนน่ะเป็นอาชีพที่ไม่ต้องใช้ค่าความฉลาดสักนิดในการเปลี่ยนเลย
ต่อให้สติปัญญาเป็นศูนย์ก็เปลี่ยนได้
“ข้าอยากจะชวนแกไปเย็ดกันหรอกนะ
แต่พอดีพวกข้ามีเควสต้องไปทำกันก่อน”
“เควสอะไรเหรอครับ?”
“เควสกำจัดบอสชั้นสิบที่ลูปันน่ะ
เพราะมันต่างจากชั้นห้าตรงที่ไม่มีรันเนอร์เวย์ข้ามไปได้
เจ้าพวกโบสถ์มันไม่อยากสู้กับบอสด้วย เลยตั้งเควสอีกเควสไว้
เป็นเควสกำจัดบอสชั้นสิบและเฝ้าห้องบอสไว้ตลอดทั้งสัปดาห์”
โกร่าบอกพลางชี้ไปให้ดูปาร์ตี้ของเธอ
ซึ่งใส่เกราะกับพกอาวุธกันมาเต็มอัตราศึก แถมนอกจากปาร์ตี้ของโกร่าแล้ว
ยังมีอีกสิบกว่าคนที่จะร่วมปาร์ตี้ไปด้วย
ท่าทางบอสชั้นสิบนี่คงโหดมากเลยแฮะขนาดพวกโกร่ายังเอาไม่อยู่
ต้องยกแบบปาร์ตี้ใหญ่ไปเลย
“แล้วแกไปถึงชั้นไหนแล้วล่ะที่ลูปัน”
“พึ่งเคยสู้กับบอสที่ชั้นห้าไปครั้งเดียวเองครับ
แล้วก็ยังไม่ได้ไปต่อเลย”
“โอ่ เร็วดีนี้ ใช้เวลาไม่นานก็ไปถึงราชามนุษย์หนูได้แล้ว
แต่ข้าเตือนไว้นะ ตั้งแต่ที่ชั้นแปดเป็นต้นไป จะเริ่มเป็นเขตของพวกอันเดด
ทั้งเลเวลและความเก่งจะกระโดดขึ้นมามากเลย ชนิดที่ชั้นหกกับชั้นเจ็ดเทียบไม่ได้
อย่างไงก็อย่าไปลึกกว่าชั้นเจ็ดล่ะกัน ไว้ถ้าอยากจะไปชั้นแปด
ก็รอไปพร้อมกับพวกข้าก็ได้”
“ขอบใจที่เตือนนะโกร่า ไว้กลับมาแล้ว แวะไปหาผมที่คฤหาสน์ด้วยล่ะ
พวกเราจะได้สนุกกันอีก”
ผมบอกพลางลูบก้นของโกร่าไปด้วย เธอหน้าแดงไปจนถึงหูเลย
“เจ้าบ้า! ข้าพยายามหักห้ามใจอยู่นะ แค่นี้หีข้าก็แฉะจะแย่แล้ว”
“ฮ่าๆ ขอโทษทีๆ”
ผมรีบดึงมือออก แต่แฉะจริงๆ ด้วยแฮะ
แล้วผมก็โดนทีโมทีกับคายุนเข้ามาล็อคแขนไว้ทั้งสองข้าง
“ขอโทษนะโรมะ ทั้งๆ ที่อยากอยู่ด้วยแท้ๆ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็ยุ่งๆ อยู่เหมือนกันช่วงนี้”
ผมตอบทีโมทีไป ก่อนจะโดนคายุนดึงไปจูบ
เธอจูบผมแรงราวกับจะดูดเครื่องในออกมา
“ไม่ต้องห่วงนะ จะไม่ให้เจ้าลิงพวกนี้มาแตะต้องข้าหรอก
ตัวข้าเป็นของโรมะคนเดียว”
“ทราบแล้วล่ะครับ แต่ก็ระวังตัวกันด้วยนะ”
หลังจากคายุนยอมปล่อยผมแล้ว บลูมก็เดินเข้ามาหา และยื่นสิ่งหนึ่งออกมาให้
“ข้าทำมาให้ ช่วยรับไว้ด้วย”
สิ่งที่บลูมให้มาคือเข็มขัด แต่ไมใช่เข็มขัดธรรมดา
แต่ทำมาจากเหล็กที่เอามาต่อกันเป็นข้อๆ ทำให้ม้วนงอได้ แถมมีช่องไว้เสียบฝักดาบ
กับพวกขวดยาด้วย เท่ห์โคตรๆ เลยล่ะ
“ขอบคุณมากครับ ผมชอบสุดๆ เลย ขอรับไว้ใช้เลยนะ”
“ถะ ถ้าชอบข้าก็ดีใจ”
บลูมหน้าแดงขึ้นมาเลยวิ่งไปหลบหลังคายุน
ถึงพวกเธอเป็นกลุ่มสาวถึกกล้ามโต แต่นิสัยพวกเธอตรงไปตรงมาและน่ารักมากๆ เลย
พอพวกโกร่าแยกไป มอเรียก็เลิกงานออกมาพอดี
และพอพวกผมพากันเดินออกมาจากลาน
เบียร์ พวกนักผจญภัยก็ยกแก้วขึ้นแล้วร้องเฮส่งผมอีกรอบ
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?”
มอเรียทำหน้าสงสัย
“ไม่มีอะไรหรอก อย่าไปสนใจเจ้าพวกบ้าเลย”
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น