ตอนที่ 136 ขุนพลปีศาจ
ตอนที่ 136 ขุนพลปีศาจ
“หือ? เวเนซ่าไม่อยู่แล้วเหรอ”
ในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น พอผมมาถึงจวนเจ้าเมือง
โมอาก็เข้ามารายงานเรื่องนี้ให้ผมฟังเป็นอย่างแรก
“ค่ะ ท่านเวเนซ่าบอกว่าจะไปตามพรรคพวกที่พึ่งพาได้มาช่วย”
“พรรคพวกเหรอ…”
ไม่รู้ทำไมผมสังหรณ์ใจไม่ดีเลย
อาจเพราะเคยได้ยินมาว่ายุคสมัยของเวเนซ่า มีแต่พวกตัวโหดๆ เดินกันไปทั่ว
เพราะถือว่าเป็นยุคที่กำลังอยู่เหนือทุกสิ่ง
“แล้วนอกจากนี้เจ้าหญิงโชส่วนคุณเพนกวินมาบอกว่า
พรุ่งนี้คฤหาสน์จะสร้างเสร็จแล้ว ขอเชิญท่านโรมะและพวกเรากลับไปพักที่คฤหาสน์ด้วยค่ะ”
“เร็วดีจริงๆ แต่กลับไปคงงานยุ่งน่าดู”
ใช่เพราะต้องทำใหม่หมดเลย ทั้งแอร์ทั้งห้องนํ้า
ดีที่สวนไหม้ไฟไปแค่บางส่วนเท่านั้น
เรื่องคฤหาสน์คราวนี้
ทำให้พวกผมรู้ว่าการป้องกันจากภายในยังอ่อนแออยู่มาก ถึงจะมีกำแพงหนา
และมีมอนสเตอร์ปกป้องอยู่รอบนอก แต่ถ้าผ่านเข้ามาข้างในแล้ว ใครจะทำอะไรก็ได้
ปกติจะมีพวกไรโมดอลคอยเฝ้าให้ แต่เพราะพอโรงแรมเปิด พวกไรโมดอลเลย
ต้องไปทำงานที่ร้านตัดเสื้อกันหมด ในคฤหาสน์ก็เลยไม่มีใครเฝ้า
แต่ต่อไปผมว่าจะให้เจ้าโฮ่งมาเฝ้าที่คฤหาสน์แทน
เพราะปกติผมจะปล่อยเจ้านี้ให้เป็นอิสระ มันเลยชอบเข้าป่าไปลึกๆ
เพื่อล่าสัตว์กินเอง สองสามวันถึงจะโผล่หัวมาที
แถมยังชอบไปหมกตัวอยู่กับเจ้านายของมัน ซึ่งก็คือเอร่าที่เอาแต่นอนทั้งวัน
แต่ถ้ามีอาหารให้มันครบสามมื้อ มันคงยอมทำงานให้
นอกจากนี้ผมว่าจะต้องคิดเรื่องการวางกับดัก
รวมถึงสัญญาณเตือนภัยไว้ในคฤหาสน์ด้วย แล้วไหนๆ ทุกคนก็รู้ฐานะผมกันหมดแล้ว
อาจจะไปเอาพวกเผ่าปีศาจประเภทเงาหรือวิญญาณมาอยู่ที่คฤหาสน์สักกลุ่มหนึ่ง
ส่วนอาณาบริเวณรอบๆ ปราสาทหลังกำแพง
ผมอาจจะปล่อยให้พวกมอนสเตอร์เข้ามาได้ เพราะจนถึงตอนนี้
ถ้าไม่นับตอนคลั่งเพราะเอร่าคราวก่อน ก็คือว่าพวกมันทำตัวดีมาโดยตลอด
“มีเรื่องอะไรอีกหรือเปล่าครับโมอา?”
ผมเห็นโมอายืนจ้องผมแบบตาไม่กระพริบ
แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเลยต้องถามขึ้นเอง
“ค คือหน้ากากของท่านโรมะไปไหนแล้วละคะ”
โมอาทักขึ้นมา ผมเลยพึ่งนึกขึ้นได้
“อ้อ ทำลายไปล่ะครับ ทีแรกที่ใช้ก็เพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าผมเป็นเผ่าปีศาจหรือจอมมาร
แต่ตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าผมเป็นเผ่าปีศาจ เลยไม่จำเป็นต้อง
ปิดบังอีก แถมสกิลเองก็ไม่เหลือให้ปิดบังแล้วด้วย
ที่สำคัญด้วยฐานะเจ้าเมืองของผมตอนนี้ คิดว่าควรใช้ใบหน้าที่แท้จริงมากกว่า”
“…แบบนี้ก็แย่สิคะ”
“แย่อย่างไงเหรอ?”
โมอาไม่ได้ตอบคำถามผม แต่เพียงเห็นเธอยืนบิดไปบิดมาผมก็เข้าใจแล้ว
“งั้นเดี๋ยวผมจะทำให้รู้สึกดีขึ้นเอง”
แล้วผมก็ซัดโมอาในห้องทำงาน พร้อมกับทำงานไปด้วย จนเมยอาเข้ามาเห็น
พอโวยวายเสร็จเธอก็เข้าร่วมรบด้วย แต่เล่นทำกันตั้งแต่เช้าแบบนี้
แถมไม่มีสกิลมารราคะช่วย รู้สึกเพลียอยู่หน่อยๆ เหมือนกัน
แถมเมื่อคืนก็จัดการเจ้าพวกสภาใต้ดินจนไม่ได้นอนอีก
แต่กับเมยอาดีอย่าง ตรงนี้ถึงพวกเราจะมีเซ็กส์กัน
ก็ยังสามารถคุยงานกันไปด้วยได้ เหมือนความรู้สึกกับความคิดแยกกันคนละส่วน
แต่ตอนมีเซ็กส์เนี่ยหัวแล่นสุดๆ เลยล่ะ
“เรื่องวางระบบธนาคารเสร็จสิ้นแล้วค่ะ วันนี้สามารถเปิดใช้งานได้เลย
ที่เหลือแค่หาแหล่งที่จะเอาเงินฝากไปลงทุน”
“แล้วเงินสำรองตอนนี้มีเท่าไรแล้ว”
“ค่ะ ก็มีเงินทุนจากหุ้นส่วนอย่างเจ้าหญิงโช เป็นจำนวนเงิน
สองหมื่นล้านรีล กับเงินทุนจากนายท่านที่เป็นผู้ถือหุ้นหลัก เป็นจำนวนเงิน
สามหมื่นล้านรีล บวกกับผู้ถือหุ้นรายย่อยๆ อีก รวมๆ
แล้วได้เกือบหกหมื่นล้านรีลค่ะ”
“ดี ยิ่งมีเงินสำรองจ่ายมากเท่าไร
ความน่าเชื่อถือของธนาคารก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น และตอนนี้ก็น่าจะมีเกินพอแล้ว
งั้นเปิดทำการตั้งแต่วันนี้เลย”
“รับทราบค่ะ อ่ะ นายท่านอย่าแตกในนะคะวันนี้
ถ้าจะเสร็จช่วยแตกใส่ในก้นแทนด้วยค่ะ”
“รับทราบ”
พวกผมคุยกันเหมือนเรื่องปกติ ขณะเปลี่ยนรูเสียบ
ยังหยิบเอาเอกสารขึ้นมาเช็นต์กันอยู่เลย เพราะผมถือคติถึงจะต้องทำงาน
แต่ก็จะไม่ละเลยพวกสาวๆ ถ้าพวกเธอมีความต้องการเมื่อไร ไม่ว่าที่ไหนผมก็จะสนองให้พวกเธอทันที
ผลกระทบของการไม่มีสกิลมารราคะ หลักๆ
ไม่ใช่เป็นเพราะผมจะทำได้น้อยลงหรอก จำนวนครั้งยังคงทำได้เยอะอยู่
แต่ร่างกายมันเสียนํ้าเยอะและ
อาการอ่อนเพลียนี้สิ
แล้วส่วนใหญ่ผมจะไม่ค่อยเสร็จหรือต้องใช้เวลามากกว่าเดิม เพราะผมแทงดุ้นเข้าไปได้ไม่สุด
จึงต้องสอยแบบยั้งๆ เป็นเหตุทำให้ไม่ค่อยถึงอารมณ์เท่าไร
แถมที่หนักกว่าตัวผมก็คือพวกสาวๆ เพราะหลังจากเสร็จกิจกันรอบหนึ่งก็ต้องหยุดแล้ว
เพราะห้องเครื่องของพวกเธอมันบวมและจะเริ่มเจ็บถ้าจะทำต่อรอบสอง
สำหรับบางคนถึงกับต้องงดการมีเซ็กส์กับผมไปเลย อย่างเดเม่ ยูรินหรือกระทั่งมิริน
เพราะถ้าเสียบพวกเธอด้วยไซส์ปกติของผมล่ะก็ หอยของพวกเธอจะต้องฉีกขาดทุกครั้ง
ปกติมีแยมขาวไว้รักษาเลยไม่เป็นไร แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว
พวกเธอเลยต้องอดทนรอจนกว่าผมจะได้สกิลมารราคะคืนมา
กลับมาเรื่องธนาคาร หลังจากที่ปรึกษากับเมยอาและอาเดไลท์แล้ว
พวกผมตัดสินใจใช้ระบบกิลกัน
โดยจะให้สมาชิกของกิลการค้ารวมถึงสมาชิกกิลอื่นๆ
ที่เก่งเรื่องการคำนวณและตัวเลข แยกออกมาตั้งกิลใหม่ คือกิลธนาคาร
และยังคงเปิดรับสมาชิกอย่างต่อเนื่อง
เพราะในอนาคตจะมีแผนขยายสาขาไปยังเมืองอื่นด้วย
และพอธนาคารเริ่มเปิดให้บริการ ก็มีคนแห่เข้ามาใช้บริการทันที
เหตุผลง่ายๆ เพราะธนาคารจะมีการให้ดอกเบี้ยกับเงินฝาก
ตามความเข้าใจของคนทั่วไปก็คือ เอาเงินไปฝากแล้วทิ้งไว้เฉยๆ
ก็จะได้เงินเพิ่มขึ้นมา มันจึงเป็นเหตุจูงใจทำให้มีคนมาใช้บริการเยอะ
นอกจากนี้ผมยังสร้างอุปกรณ์เวทรูปบัตรออกมา ทำให้มันมีคุณสมบัติเป็นเหมือนบัตร
ATM และบัตรเครดิตในตัวเอง เพราะสามารถใช้กดเงินออกมาได้ทุกเวลา
เพียงแค่กดรหัสตัวเลขลงบัตร และบอกจำนวนเงินที่ต้องการถอน เงินก็จะออกมาจากบัตรได้
ทันที หรือไม่ก็เพียงใช้บัตรนี้สแกนผ่านอุปกรณ์เวทอีกชิ้น
ที่ร้านค้าสามารถมาขอรับจากธนาคารไปใช้ได้อย่างฟรีๆ
ก็จะหักเงินจากในบัญชีของผู้ซื้อเอง และไปเติมเงินในบัญชีของผู้ค้าแทน
แต่ผมไม่ต้องการให้เกิดความฟุ่มเฟือย และความทุกข์จากการเป็นหนี้
ผมเลยไม่ให้ใช้จ่ายเงินเกินจำนวนเงินฝากที่มี
จึงเรียกว่าเป็นระบบบัตรเครดิตยังไม่ได้
คนที่มาใช้บริการของธนาคารส่วนมากแล้วกลับเป็นนักผจญภัย
เพราะเป็นกลุ่มคนที่มักจะมีเงินสดติดตัวเป็นจำนวนมาก เลยเสี่ยงต่อการถูกปล้น
แต่ถ้าใช้ฝากเงินผ่านทางธนาคาร เขาก็เพียงแค่พกบัตร ต่อให้ถูกปล้นหรือขโมยไป
ถ้าอีกฝ่ายไม่รู้รหัสผ่าน ก็ไม่มีทางเอาเงินออกไปจากบัตรได้โดยเด็ดขาด ซํ้ายังมีระบบรักษาความปลอดภัย
กรณีที่บัตรเปลี่ยนมือใช้โดยไม่มีการ
ติดต่อมาที่ธนาคาร
จะมีการส่งเสียงเตือนดังลั่นออกมาจากตัวบัตรทันที
และสิ่งที่ตามมากับธนาคารก็คือการกู้เงินเพื่อการลงทุน
หรือก็คือเอาเงินที่คนเอามาฝากไปให้คนอื่นลงทุน และเก็บดอกเบี้ยจากเงินกู้อีกที
แต่สิ่งที่ทำกำไรให้กับธนาคารได้ดีสุดก็คือ การเข้าซื้อกิจการมาบริหารต่อ
เพราะกิจการที่ซื้อจะกลายเป็นของธนาคาร
หรือก็คือนับเป็นทรัพย์สินที่แปลงเป็นตัวเงินได้ ยิ่งถึงบริหารดีๆ
จนเพิ่มมูลค่าของมันให้สูงขึ้น ก่อนจะปล่อยขายต่ออีกทอด ก็จะได้กำไรมหาศาลกลับมา
เพราะฉะนั้นการทำงานของกิลธนาคารจึงต้องสัมพันธ์กับกิลอื่นด้วย
เช่นกิลการค้า กิลช่างตีเหล็ก กิลอาวุธ กิลไอเท็ม หรือกระทั่งกิลนักผจญภัย
เรื่องการบริหารเงินลงทุนผมไม่ห่วงหรอก เพราะเตรียมแผนไว้หลายอย่าง
เช่นการตั้งแผนกวิจัยการลงทุน ซึ่งจะคอยแนะนำรวมถึงพัฒนาธุรกิจที่ผู้กู้ยืมคิดจะทำ
อย่างน้อยก็ช่วยลดหนี้สูญได้
แต่ที่ผมตั้งใจจะทำจริงๆ
ก็คือการปล่อยหุ้นของตัวเองให้กับสามขุนนาง ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร
โดยผมจะให้พวกเขาทำความเข้าใจกับวิธีบริหารจัดการธนาคารซะก่อน
และต้องเข้าใจด้วยว่าธนาคารคือสถาบันการเงิน
ที่ต้องสร้างความเชื่อใจให้กับลูกค้ามากแค่ไหน หรือที่เรียกว่าภาพลักษณ์ของธนาคาร
จริงอยู่ที่ว่าเป็นธุรกิจที่ทำเงินได้อย่างมหาศาล
แต่ก็สามารถพังทลายได้ในชั่วข้ามคืนเหมือนกัน
จึงต้องใช้ความระวังและรอบคอบอย่างถึงที่สุด
ตอนนี้พวกขุนนางจะยังไม่มีเงินมาซื้อหุ้นจากผม
แต่ผมจะให้โบนัสพวกเขาด้วยหุ้นจำนวนหนึ่ง โดยหุ้นจำนวนนั้นเมื่อได้รับเงินปั่นผลมาแล้ว
พวกเขาจะไม่ได้เงิน แต่เงินจำนวนนั้นจะหักมาซื้อหุ้นต่อจากผมไปเรื่อยๆ
หรือถ้าพวกเขาเริ่มมีเงิน ก็สามารถนำเงินมาซื้อหุ้นเพิ่มได้ตามที่ต้องการ
สุดท้ายแล้วหุ้นที่ผมมีทั้งหมด จะกระจายไปสู่มือทั้งสามขุนนางแบบเท่าเทียมกัน
และเจ้าหญิงโชจะขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นหลักแทนผม
ส่วนทั้งสามขุนนางก็จะได้รับเงินปั่นผลเป็นเงินมหาศาล
ซึ่งนั้นคือสิ่งที่ผมได้บอกว่าจะให้กับพวกเขาในตอนแรก
ส่วนตัวผมก็ได้กำไรมาจากช่วงที่ยังถือหุ้นอยู่
และจะได้ลอยตัวหลังโยนภาระบริหารงานให้คนอื่นไปทำต่อ งานนี้วินกันทุกฝ่าย
ยกเว้น…ร้านแลกเปลี่ยน
เงิน ที่ถึงกับต้องล้มละลายกันเลยทีเดียว
หลังจากโดนคนแห่มาถอนเงินพร้อมกัน และหันไปใช้ระบบธนาคารแทน
และด้วยระบบธนาคารนี้เอง ที่เรียกเอาพ่อค้าจากต่างแดน
แห่กันมาปักหลักปักฐานกันที่เมืองกรอซ่ากันเลย
ทำให้อสังหาริมทรัพย์และการค้าเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้รัฐได้ภาษีมากขึ้น
พอได้ภาษีมากขึ้น ผมก็มีเงินไปใช้พัฒนาการเกษตร
และการศึกษาได้ต่อซึ่งผลผลิตจากการพัฒนา
ก็จะเปลี่ยนมาเป็นรายได้สู่รัฐในอนาคตไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง…ฮิๆๆ เป็นไปตามแผน
……………
…มุมมองของเวก้า
ชื่อของฉันคือ เวก้า หนึ่งในขุนพลปีศาจ
ฉันได้ร่วมรบกับท่านจอมมารเวเนซ่าไปทุกสมรภูมิ
พิชิตตั้งแต่ตะวันออกถึงตะวันตก สังหารผู้กล้ามาแล้วมากมาย
แต่อย่างที่ท่านเวเนซ่าเคยกล่าวไว้ พวกเราอาจชนะศึกเบื้องหน้าได้ทุกศึก
แต่พวกเราไม่อาจชนะศึกเบื้องหลังได้ทุกครั้ง
ในวันหนึ่งฉันได้พลาดท่าเสียทีให้กับพวกมนุษย์ พวกมันวางแผนใช้เมืองใต้การปกครองของฉัน
ซ่องสุ่มกำลังและรอเล่นงานตอนที่ฉันอ่อนล้าจากการรบและกลับมารักษาตัว
ด้วยกับดักของพวกสารเลว ฉันถูกสังหาร
แต่ด้วยพลังของท่านเวเนซ่า ทำให้วิญญาณของฉันไม่สูญสลายไป
เพียงแต่รอเวลาให้ร่างเนื้อก่อตัวขึ้นมาใหม่เท่านั้น แต่ฉันก็รู้ว่าเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
จอมมารที่ปกครองเผ่าปีศาจจะไม่ใช่ท่านเวเนซ่า
อีกแล้ว ด้วยพลังที่ไหลเข้ามาในตัวฉันตอนนี้ ทำให้ฉันรู้สึกได้
แต่ฉันก็ไม่คิดจะรับใช้มัน
จริงสิ เราฆ่ามันซะแล้วรอให้ท่านเวเนซ่าคืนชีพมาใหม่ก็ได้นี่น่า
ฉันกอดความคิดนั้นและจมอยู่ความฝันที่ยาวนาน
กระทั่งวันหนึ่ง ก็ได้มีเสียงเรียกปลุกฉันขึ้นมาจากความฝัน
“เฮ้”
“ตื่นได้แล้ว ยัยคนขี้เซา”
“ถ้าไม่ตื่นฉันจะเผารังลับเธอล่ะนะ”
ฉันสะดุ้งพรวดและรีบทำลายคริสตัลที่ซ่อนตัวเองไว้ออกไปทันที
“อย่านะ! ที่นี้เป็นรังลับแห่งสุดท้ายแล้ว
ขืนโดนทำลายไปต้องแย่แน่!”
“เธอเนี่ยนะ นิสัยขี้ขลาดยังแก้ไม่หายอีกเหรอ ซานูน่า”
“เอ๋ เสียงและวิธีพูดแบบนี้!?”
ซานูน่าเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่มาปลุกตัวเองขึ้นมา
ถึงแม้รูปกายจะเปลี่ยนไปแค่โครงหน้ากับดวงตายังเหมือนเดิม
“ท่านเวเนซ่า!!!”
ซานูน่าพุ่งเข้าไปทำท่าจะกอด แต่ถูกเวเนซ่ายกเท้าขึ้นยันใบหน้าเอาไว้
“เธอหลับมาตั้งกี่ร้อยปีแล้ว ไปอาบนํ้าซะก่อนเลยไป๊!”
“ซักคิวบัสอย่างฉันไม่จำเป็นต้องอาบนํ้าหรอกค่ะ
ท่านเวเนซ่าก็น่าจะรู้”
ซานูน่าบอกพร้อมกับกางปีกออกมา
จากนั้นผิวหนังของเธอก็ปล่อยสารหล่อลื่นเคลือบผิวหนังทั้งหมดไว้ และพอผมละเหยหายไป
ร่างกายของเธอก็กลับมามีผิวพรรณใสสะอาด
ซานูน่าเป็นสาวงามรูปร่างค่อนข้างสูง ผิวขาวซีด หน้าอกโต
มีผมยาวยักศกสีครีม มีปีกและหาง และยังชอบเปลือยกายเหมือนเวเนซ่าด้วย
“ถึงจะรู้ แต่เห็นกี่ทีก็ขยะแขยงอ่ะ”
“ขยะแขยง!!”
ซานูน่ากลับทำหน้าฟินที่ถูกว่า แต่เวเนซ่าไม่สนใจและพูดต่อ
“ตื่นแล้วก็ดี ฉันมีงานให้เธอทำ”
“จะครองโลกกันต่อใช่ไหมคะ!”
“ไม่ใช่”
“อ้อ จริงสิ ต้องฆ่าจอมมารคนปัจจุบันก่อนใช่ไหมคะ”
“ไม่ใช่”
“งั้นก็…จะให้ฉันทำอะไรเหรอคะ?”
“ฉันจะให้เธอไปเป็นลูกน้องของจอมมารคนปัจจุบัน”
“แบบนี้เอง…ขอปฏิเสธค่ะ!!”
“คนที่ฉันรับใช้มีเพียงท่านเวเนซ่าคนเดียวเท่านั้น
คนอื่นต่อโดนฉีกปีกเผาหาง ฉันก็ไม่มียอมไปสวามิภักดิ์ด้วยเด็ดขาด”
“ฮ่าๆๆ กะแล้วต้องพูดแบบนี้ คลูนิส ที่เหลือฝากด้วยนะ”
เวเนซ่าหันไปบอกปีศาจสามตาที่พามาด้วย
“ได้ครับท่านเวเนซ่า”
คลูนิสตอบก่อนจะเดินเข้ามหาซานูน่า
พร้อมกับล้วงเอาลูกแก้วขนาดใหญ่ขนาดต้องใช้สองแขนโอบขึ้นมา
“นี้คือนายท่านของพวกเราครับ ท่านซานูน่า”
ในลูกแก้วฉายภาพของโรมะขึ้นมาในอิริยาบถต่างๆ
ซึ่งนี้เป็นสิ่งที่คลูนิสแอบขโมยมา จากคอเล็กชั่นของมุเอมะ
“น หน้าตาก็ไม่เลว แต่ข้าไม่สนใจหรอก”
คลูนิสไม่ได้พูดอะไรและปล่อยให้ภาพฉายไปต่อ
จนถึงฉากที่โรมะกำลังอาบนํ้า ซึ่งพอเห็นเจ้าโลกของโรมะเข้าไป
ซานูน่าถึงกับนํ้าลายไหลออกมา
“จ เจ้าโลกน่ากินอยู่หรอก แต่บอกแล้วไงข้าไม่สนใจ”
คลูนิสยังคงเงียบ และปล่อยให้ภาพบอกเล่าแทนตัวเอง
ซึ่งต่อมาคือภาพที่ดุ้นของโรมะกำลังแข็งตัว
พอได้เห็นซานูน่าถึงกับตกใจจนเข่าอ่อนลงไป เธอจ้องเจ้าโลกของโรมะแบบตาไม่กระพริบ
หัวนมของเธอแข็งขึ้นมาทันที
จากนั้นก็เป็นภาพที่โรมะกำลังร่วมรักกับสาวๆ อยู่ ซึ่งทั้งลีลา
เทคนิก ความอึดทนนาน แม้แต่ซักคิวบัสอย่างเธอยังตกอยู่ในความงงงวย
และหลุดปากออกมาหลายครั้งว่า แบบนั้นก็ได้เหรอ มีท่านี้ด้วยเหรอ
แต่นั่งดูเพียงอย่างเดียว ก็ทำให้เธอถึงจุดสุดยอดไปแล้วหลายครั้ง
“สุดยอดไปเลยใช่ไหมครับ นอกจากนี้ท่านโรมะยังสนองตอบ
ต่อรสนิยมทางเพศของผู้หญิงได้ทุกแบบเลยนะครับ”
“ทุกแบบเลยเหรอ!”
“ใช่ทุกแบบครับ”
สำหรับซักคิวบัสแล้ว โลกนี้เปรียบเหมือนดังนรก
เพราะเซ็กส์สเปกของผู้ชายตํ่ามาก ทั้งขนาด ทั้งความอึด ทั้งลีลา
ร่วมถึงเรื่องการตอบสนองรสนิยมเบี้ยวๆ ของผู้หญิงก็ทำไม่ได้ด้วย
พวกซักคิวบัสเลยรู้สึกหิวโหยอยู่ตลอดเวลา และไม่เคยอิ่มและเพียงพอกับการมีเซ็กส์
ครั้นจะให้ไปเสพสมกับเผ่าอื่นที่ไม่ใช่มนุษย์
รสชาติของพลังชีวิตที่สูบมาตอนมีเซ็กส์ ก็ห่วยแตกจนถึงขั้นต้องอาเจียนออกมา
ฉะนั้นสำหรับพวกเธอแล้ว โรมะคือความหวังที่พวกเธอรอคอยมาตลอด
“ฮิ งั้นฉันคนนี้จะไปช่วยสนองราคะให้เขาเป็นบางครั้งบางคราวก็ได้”
“เอ่อ ท่านซานูน่าครับ
ทางที่ดีรีบสวามิภักดิ์ต่อนายท่านของพวกเราเร็วๆ จะดีกว่านะครับ”
“ถึงเขาจะน่าฟัดอย่างไง
แต่ฉันไม่คิดจะเป็นลูกน้องทำงานรับใช้เขาหรอก…นะ”
ขณะที่ซานูน่าพูด ภาพในลูกแก้วก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง
คราวนี้เป็นภาพการลงทัณฑ์แบบต่างๆ
ที่โรมะเป็นคนคิดค้นขึ้นมา ตั้งแต่ทัณฑ์นรกทะลวงตูด
จนถึงครั้งล่าสุดที่ใช้ทัณฑ์พิพากษาพวกสภาใต้ดิน
“โรมะน่ะ ไม่ใช่คนที่ควรจะเป็นศัตรูด้วย
เพราะเขาเป็นคนที่สามารถเรียกได้ว่าเป็น เทวะซาตาน
คือมีทั้งด้านดีสุดขั้วและด้านร้ายสุดติ่ง
และเธอคงไม่อยากเจอด้านร้ายของเขาไปหรอกใช่ไหมล่ะ”
พอได้ยินที่เวเนซ่าบอก ซานูน่าก็รีบส่ายหน้าทั้งนํ้าตา
เพราะขนาดเธอผ่านสงครามที่เรียกว่าโหดร้ายทารุณมามากแล้ว
ยังไม่เคยเห็นความน่ากลัวและวิปลาสแบบนี้มาก่อน
เพียงแค่คิดว่าตัวเองต้องถูกการลงทัณฑ์ของโรมะเข้าไป
ก็ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะไม่ให้ไหลออกมาได้
“ละ แล้วจะให้ฉันไปรับใช้อะไรท่านจอมมารที่แสนโหดเหี้ยมผู้นี้ได้เหรอคะ”
ซานูน่าถามเสียงสั่น
เวเนซ่าจึงยิ้มและเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง
“ตามที่เล่าไป ฉันเลยต้องการใช้ความสามารถของเธอ
ช่วยโรมะฟื้นคืนสำนึกแห่งศาสตร์ Lust Mastery ให้เร็วที่สุด”
“รับทราบค่ะ ฉันจะทำอย่างเต็มสามารถเลย”
แต่ก่อนจะออกเดินทาง ซานูน่าก็รีบไปแต่งตัวด้วยชุดที่สุดเวอร์ออกมา
“…ทำไมต้องแต่งตัวซะขนาดนั้นด้วย”
เวเนซ่าอดถามไม่ได้
“ต ต่อหน้าท่านจอมมาร ฉ ฉันต้องทำตัวให้สุภาพไว้ใช่ไหมละคะ ม
ไม่งั้นถ้าท่านจอมมารโกรธขึ้นมา…อี๊!!!”
แค่คิดซานูน่าก็อดจะหวีดร้องออกมาไม่ได้
ดูเหมือนภาพลักษณ์ของโรมะ จะทำให้ซานูน่ากลัวจนหลอนไปแล้ว
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น