ตอนที่ 132 มารอันดับหนึ่ง
ตอนที่ 132 มารอันดับหนึ่ง
หลังการบรรเทาหายนะภัยที่เอร่าเป็นคนก่อ แบบเบื้องต้นไปแล้ว
อลิซาเบธก็ตามมาสมทบ พร้อมกับข่าวร้าย
“หนีไปได้เหรอ”
“ขอโทษที ข้าประมาทไปหน่อย
ไม่คิดว่ายัยเด็กนั้นจะมีไอเท็มสำหรับหนีเก็บไว้
พอมันออกไปนอกเขตปิดกั้นของเมืองกรอซ่าแล้ว ก็ใช้ไอเท็มหายตัวไปทันทีเลย”
“เป็นคนรอบคอบเกินคาดแฮะ ท่าทางจะเป็นศัตรูที่รับมือยากแล้วสิ”
“แล้วจะออกตามล่ากันไหมคะ?”
ฟรานรอฟังคำสั่งจากผมอยู่ ในทีมผมมีคนเก่งเรื่องสะกดรอยอย่างมอเรียอยู่
ผมเองถึงไม่มีสกิลนักล่าสมบัติแล้ว แต่ถ้าการสะกดรอยพื้นฐานผมก็พอทำได้
ดูแล้วอีกฝ่ายไม่น่าจะใช้พวกกระดาษวาปร์
แต่น่าจะเป็นอุปกรณ์เวทที่ใช้ในการล่องหนระยะสั้นๆ มากกว่า
“ไม่ต้องตาม อีกฝ่ายได้สกิลมารราคะของผมไปแล้ว ถ้าเกิดพวกเธอถูกเล่นงานผมต้องเสียพวกเธอไปแน่ๆ
เรื่องแบบนั้นผมไม่ยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด”
ผมตัดสินใจแล้วว่าจะปล่อยเรื่องของมารริษยาไปก่อน
หรือถ้าให้พูดตรงๆ ก็คือ ผมยังไม่พร้อมรับมือกับศัตรูรายนี้
“งั้นก็จะลงดันเจี้ยนลูปันไปหาพวกดาเซสสินะคะ”
“…พวกเราจะไปที่ปราสาทจอมมารกันก่อน เพราะแท่นวาปร์ถูกทำลายไปแล้ว
ไหนๆ จะลงไปทั้งที ก็กลับไปเอาแท่นวาปร์อันใหม่ติดมือไปด้วย อีกอย่างผมอยากจะหาดู
ว่าพอจะมีวิธีอะไรที่ทำให้กลับไปเป็นจอมมารได้บ้าง”
พอทุกคนรู้ว่ากำลังจะต้องไปที่ปราสาทจอมมาร
ก็พากันทำสีหน้าเป็นกังวลขึ้นมา โดยเฉพาะเอร่า
เพราะนี้คือการเข้าถึงฐานใหญ่ของศัตรูเป็นครั้งแรก
“ไม่ต้องเครียดกันหรอก ปราสาทจอมมารไม่ใช่สถานที่น่ากลัวแบบนั้น
ออกจะน่าอยู่กว่าเมืองนี้ด้วยซํ้าไป”
“ถูกต้องแล้ว ข้ายืนยันได้ โดยเฉพาะบ่อนํ้าพุร้อนลอยฟ้า
ไม่มีอะไรสุดยอดไปกว่านี้แล้ว”
พอได้ยินที่อลิซาเบธพูดผมก็หูกระดิกทันที
“เดี๋ยวก่อน! ไอ้นั้นฉันให้มุเอมะทำให้นะ
ตัวฉันเองยังไม่เคยได้ลองใช้เลย เธอชิงตัดหน้าใช้ไปก่อนได้อย่างไง!”
“อย่างกน่า ไว้ข้าจะถูหลังเจ้าให้คราวหน้าล่ะกัน
มุเอมะสอนข้าใช้หน้าอกถูหลังแล้วด้วย”
นิสัยง่ายๆ ของอลิซาเบธทำให้โกรธเธอไม่ลง แถมหน้าอกถูกหลังเชี่ยวนะ!
“ก็ได้”
แล้วสายตาทุกคนหันมาจ้องผมแบบเอือมระอาแทน
ผมรีบตัดเรื่อง
แล้วให้มิรินกับเรโมริก้าพาทุกคนไปปราสาทจอมมารทันที พอมาถึงก็พบกับบรรยากาศแปลกๆ
พวกปีศาจมีสีหน้าวิตกเมื่อเห็นหน้า
ผม จะว่าไปตอนนี้ผมไม่ใช่จอมมารแล้ว พวกเขาเลยไม่รู้ว่าควรปฏิบัติตัวกับผมอย่างไงดี
แต่แล้วก็เป็นปีศาจสามตาคลูนิสที่วิ่งเข้ามาหาผมเป็นคนแรก
“ท่านจอมมารแย่แล้วครับ”
“เดี๋ยวๆ รู้ใช่ไหมว่าตอนนี้ผมไม่ใช่แล้วน่ะ
ผมสูญเสียสถานะจอมมารไปแล้ว”
“เรื่องนั้นพวกเราทราบแล้ว แต่ช่างมันเถอะครับ
ตอนนี้มีปัญหาใหญ่เกิดขึ้นแล้ว!”
เดี๋ยวสิ ช่างมันเลยเหรอ
นี้เรากำลังพูดถึงตำแหน่งจอมมารกันอยู่นะเฮ้ย!
แต่ผมเองก็อยากรู้ว่ามีอะไรใหญ่ไปกว่าเรื่องนี้ได้
เลยเดินตามคลูนิสไปที่ห้องโถงทรงบัลลังก์
ระหว่างทางผมพยายามจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่คลูนิสเองก็มีสีหน้าลำบากใจเมื่อพวกปีศาจตัวอื่นๆ
พอมาถึงห้องโถงผมก็พบกับมุเอมะนอนจมกองเลือดอยู่
ขาทั้งสองขาของเธอบิดไปแบบผิดรูป ผมไม่อยากจะเชื่อ
ว่ามีคนที่เล่นงานมุเอมะได้ด้วยงั้นเหรอ!?
มุเอมะพอรู้ถึงการมาของผม เธอก็พยายามคลานเข้ามาหาผม
“ท่านพี่!”
พวกฟรานที่เห็นมุเอมะก็จำได้ทันที เลยรีบเข้าไปพยุงตัวเธอขึ้นมา
“อ้าว!? รู้จักกันแล้วเหรอ”
“ท่านพี่เคยช่วยพวกหนูไว้ค่ะ”
พอได้ยินที่ฟรานบอกผมก็ยิ่งสงสัยไปใหญ่
แต่ก็ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ และมองหาตัวคนที่ทำแบบนี้กับมุเอมะ
ซึ่งผมหันไปเห็นเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 3 ขวบ
นั่งเปลือยกายไม่ใส่อะไรสักชิ้นอยู่บนบัลลังก์
“ใครกันน่ะ!?”
ผมกำลังจะขยับออกไป แต่มุเอมะรีบคว้าแขนผมเอาไว้
“ไม่ได้ค่ะท่านโรมะ ท่านผู้นั้นคือ”
“ทำแบบนี้ฉันก็ใจสลายน่ะสิมุเอมะ ขนาดเขาไม่ใช่จอมมารแล้ว
เธอยังจะให้ความเคารพเขาอยู่อีกเหรอ”
เด็กคนนั้นพูดขึ้น แต่พอได้ยินเสียง
อลิซาเบธก็มีปฏิกิริยาขึ้นมาทันที เธอหยิบออกมาพร้อมกับทำท่าพร้อมรบ
แต่สีหน้าแววตาแสดงถึงความหวาดกลัวออกมา
“ป เป็นไปไม่ได้!”
“อ้าว เบธตี้จัง ไม่เจอกันตั้งนาน สบายดีเหรอ”
เด็กสาวหันมาโบกมือให้อลิซาเบธ
แต่ราวกับเป็นสัญญาณให้เริ่มการต่อสู้
“Fall of troll!”
อลิซาเบธเปิดฉากด้วยสกิลโกงของตัวเอง แต่เด็กสาวกลับปากริซที่มีปลายแหลมทั้งสองด้านออกมา
มันเสียบทะลุเข้าไปในแขนของอลิซาเบธ พริบตา
นั้นร่างของอลิซาเบธก็หายวับไป เหลือแต่เพียงกริซเปื้อนเลือด
ที่กำลังลอยกลับเข้าไปในมือของเด็กสาว
“Fall of troll จะแสดงผลแค่ในระยะทำการเท่านั้น แต่ส่งตัวออกไปไกลๆ
ก็แก้ทางสกิลนี้ได้แล้ว”
บอกตามตรง เด็กคนนี้ทำให้ผมกลัวขึ้นมาแล้ว ขนาดผมยังคิดหาวิธีแก้
Fall of troll ได้ไม่สมบูรณ์แบบเท่านี้เลย ที่คิดๆ
ไว้ก็มีแต่ใช้ไอเท็มสู้แทนสกิลเท่านั้น
“ที่นี้…ก่อนจะมาทำความรู้จักกัน
ฉันขอทดสอบนายหน่อยว่าใช่คนอย่างที่ฉันคิดไว้ไหม”
เด็กสาวเพียงแต่ดีดนิ้ว ก็เกิดเสียงดังสะนั่นขึ้น พริบตานั้นดอเรีย
กิน ราก้า โรสลิน จามิร่ากระทั่งฟ
รานกับเรโมริก้าก็ล้มลงกับพื้น นอนตาเหลือกนํ้าลายฟูมปาก
เจ้าหญิงโชหันไปมองทุกคน ก่อนจะหันไปที่เด็กสาว
“สกิลนี้มัน…หรือเธอก็คือ”
พอเห็นเจ้าหญิงโชกำลังจะบอกชื่อออกมา
เด็กสาวยกนิ้วขึ้นแตะที่ริมฝีปากเป็นการห้ามเอาไว้
“ฟังให้ดี โรมะ สกิลที่ฉันใช้ไปตะกี้ คือสกิล
การทารุณของจักรพรรดินี ส่งผลให้มอนสเตอร์หรือเผ่าครึ่งคนครึ่งสัตว์
จะตกอยู่ในสภาพใกล้ตายในทันที อ้อ ยกเว้นมังกรหรือชนชั้นระดับสูงอย่างเทพ
สกิลนี้จะไม่มีผล แต่คนที่ได้รับผล จะอยู่ได้เพียงแค่สองนาทีก่อนจะตายไปจริงๆ”
ระหว่างที่อธิบาย เธอก็แยกขาออกและยกขึ้นไปพาดบนที่วางแขน
โชว์ให้เห็นหอยอูมๆ ที่ยังไม่โตเต็มที่ของเธอ
“ถ้าอยากให้ฉันยกเลิกสกิล ก็จงมาเลียหอยฉันซะ
ถ้าทำให้ฉันถึงจุดสุดยอดได้ก่อนพวกนั้นจะตาย ฉันจะปลดสกิลออกให้”
ไม่มีเวลาให้ผมคิดเลยแฮะ
“ตกลง แต่ไม่ต้องรอให้ถึงสองนาทีหรอก แค่นาทีเดียวก็จบแล้ว”
ผมรับคำท้าและก้าวขึ้นไปหาทันที
แต่ขณะที่ผมกำลังยื่นหน้าเข้าไปที่หอยของเธอ ก็มีพูดดักออกมา
“อ่ะๆ ห้ามใช้นิ้วนะ ใช้ได้แต่ลิ้นเท่านั้น”
“ฮ่าๆ ยังบริสุทธิ์อยู่ล่ะสิ”
ผมรู้ทันทีที่เธอไม่ให้ใช้นิ้ว
เพราะหอยเล็กขนาดนี้ถ้าใช้นิ้วมีหวังได้เสียความบริสุทธิ์เพราะนิ้วผมแน่
“รีบลงมือเถอะ เวลาของนายเหลือไม่มากแล้ว”
เธอดูถูกทักษะการใช้ลิ้นของผมมากเกินไป ต้องขอบอกว่า
ผมไม่เคยใช้ทักษะลิ้นแบบเต็มที่กับใครมาก่อน
เพราะมันจะทำให้พวกเธอเสร็จเร็วกันจนเกินไป
แต่เด็กคนนี้กำลังจะได้ริ่มรสมันเดี๋ยวนี้
ลิ้นของผมขยับอย่างรวดเร็วราวกับแยกร่างได้
แต่ล่ะสัมผัสนุ่มลึกและอ่อนโยน ผมใช้ปลายลิ้นเขี่ย กด บี้
ตวัดปุ่มคริทั้งหมดนั้นได้ในหนึ่งวินาที หอยของเธอถูกผมเลียไปทุกจุด
ภายในหอยก็โดนผมห่อลิ้นแทงเข้าออกสลับกับเลียข้างใน
“น นี้มัน โอ้ว! ส สุดยอดเกินไปแล้ว! กรี๊ด!!!”
ไม่ถึงครึ่งนาที ผมก็ทำให้เธอนํ้าแตกคาปากผมได้ แต่เวลายังเหลือนี้
“ด เดี๋ยวพอแล้ว! ฉันพึ่งเสร็จไปอย่าเลียนะ!”
ผมไม่ฟัง เพราะจะเอาคืนที่เธอทำให้พวกสาวๆ ของผมต้องเจ็บตัว
หลังจากพึ่งเสร็จไปร่างกายจะไวต่อความรู้สึกยิ่งกว่าเดิม
เธอจึงเสร็จเร็วและแรงยิ่งกว่ารอบแรก
ฉี่ของเธอพุ่งออกมาลอยไปในอากาศหลังจากถึงจุดสุดยอดรอบสองในเวลาอีกยี่สิบวินาทีต่อมา
แต่ผมยังไม่หยุด จัดการส่งเธอไปสวรรค์ด้วยการถึงจุดสุดยอดแบบสามครั้งติดโดยไม่ให้พัก
เด็กสาวหมดสติไปในทันทีโดยที่
หอยยังไม่เลิกกระตุกพ่นนํ้าหวานออกมา ตอนนี้ถึงจะมีสติอยู่
ก็ไม่อาจจะควบคุมร่างกายตัวเองได้แล้ว
สกิลที่ทรมานพวกสาวๆ ของผมอยู่ คลายตัวออกทันทีที่เด็กสาวหมดสติไป
ผมเข้าไปตรวจดูว่าทุกคนโอเคดีอยู่หรือเปล่า ก่อนจะลุกขึ้นมาและหันไปจ้องเจ้าหญิงโช
“เจ้าหญิงรู้จักกันเด็กคนนี้สินะครับ
งั้นช่วยมาทีว่าเธอเป็นใครกันแน่”
เจ้าหญิงโชยิ้มแห้ง ก่อนจะชี้นิ้วมาที่มุเอมะแทน
“ถามเธอดีกว่า ถ้าเธอรู้จักดีกว่าฉันซะอีก”
มุเอมะมองผมอย่างตกตะลึงขณะมองสลับไปที่เด็กสาวคนนั้น
“ล เหลือเชื่อ ท่านโรมะปราบเธออยู่หมัด ทั้งๆ
ที่ไม่มีสกิลมารราคะ!”
“พูดแบบนี้ผมโกรธนะ เธอก็นอนกับผมมาตั้งหลายครั้งแล้ว
ยังไม่รู้อีกเหรอว่าผู้ชายของเธอคนนี้ เก่งเรื่องพาผู้หญิงไปถึงจุดสุดยอดแค่ไหน”
“ข ขอโทษค่ะท่านโรมะ! ฉันไม่ได้คิดจะดูถูกท่าน”
“ไม่ยกโทษให้หรอก เดี๋ยวคืนนี้ผมจะลงโทษเธอให้เต็มเหนี่ยวเลย
แต่ตอนนี้บอกมาได้หรือยัง ว่าเด็กคนนี้เป็นใคร”
“ท่านผู้นี้คือ…อดีตจอมมารรุ่นก่อนค่ะ”
“หา!?”
ผมถึงกับอึ้งไปเลย
“เดี๋ยวๆ ไม่ใช่ว่ารุ่นก่อนถูกพวกอลิซาเบธฆ่าไปแล้วหรอกเหรอ”
“ใช่ค่ะ เรื่องนั้นฉันก็สงสัยเหมือนกัน แต่ท่านผู้นี้คือ
จอมมารเวเนซ่าไม่ผิดแน่ค่ะ”
“จอมมารตัวกระเปี๊ยกเนี่ยนะ”
“เมื่อก่อนเธอมีร่างที่เป็นผู้ใหญ่กว่านี้ค่ะ
แต่ทำไมมาอยู่ในร่างเด็กได้ฉันก็ไม่เข้าใจ”
“ร เรื่องนั้นข้าจะอธิบายให้ฟังเอง”
เวเนซ่าพยายามลุกทั้งๆ ที่ช่วงล่างยังสั่นกระตุกอยู่
“เรื่องมันยาวด้วยสิ เพราะมันเกี่ยวพันกับหลายอย่างอยู่พอสมควร
เอาเป็นว่าจะตอบประเด็นที่สงสัยให้ก่อน ฉันน่ะตายไปแล้วไม่ผิดหรอก ถึงจะเป็นแค่
การจัดฉากของฉันเอง แต่ก็ตายไปจริงๆ
แต่ด้วยพลังมารที่ฉันครอบครองอยู่ ทำให้กลับมาคืนชีพได้
แต่เพราะคำนวณช่วงเวลาผิดไปหน่อย ตอนนี้เลยยังแค่อายุ 3 ขวบอย่างที่เห็น
แต่ข้าน่ะได้ทั้งความทรงจำและยังมีเลเวลเท่ากับตอนที่ตายนะจะบอกให้”
“พลังมารอะไรที่เธอครอบครองอยู่เหรอ”
“…สกิลมารแห่งความเย่อหยิ่ง อันดับ 1 ในสกิลมารทั้ง 7”
“สกิลมารแห่งความเย่อหยิ่งมีพลังในการคืนชีพเหรอ”
“ไม่เชิง สกิลมารทั้ง 7
ล้วนแต่เป็นสกิลที่ไว้ให้ได้มาซึ่งสกิลด้วยวิธีการพิเศษ
สกิลมารแห่งความเย่อหยิ่งของฉัน...สามารถสร้างสกิลขึ้นมาได้เอง”
“สร้างสกิลได้เอง!”
“อืม มันค่อนข้างต่างจากสกิลมารอื่นๆ ที่จะได้สกิลมาจากผู้อื่น
เลยมีข้อจำกัดที่พิเศษหน่อยๆ”
“เดี๋ยวก่อน เอาเรื่องนี้มาบอกแบบนี้จะดีเหรอ”
“ไม่เห็นเป็นอะไร ฉันตั้งใจจะบอกความสามารถของสกิลมารทั้ง 7
ให้ฟังอยู่แล้ว รวมถึงเรื่องต่างๆ ด้วย งั้นฟังให้ดีนะ
ข้อจำกัดของสกิลมารแห่งความเย่อหยิ่งก็คือ
ฉันสร้างได้แต่สกิลที่ยังไม่มีผู้ใดครอบครอง หรือยังต้องไม่เคยมีใครไปถึงระดับมาสเตอร์ของสกิลนั้นมาก่อน
แต่กรณีที่ฉันสร้างสกิลขึ้นมาเป็นคนแรก แล้วมีคนอื่นที่ได้สกิลเหมือนกันไป
ตราบใดที่เลเวลสกิลฉันยังมากกว่าคนอื่น ฉันก็ยังใช้สกิลนั้นได้ต่อไป”
“ฟังดูเหมือนจะไม่มีทางเหลือให้มีสกิลใช้เท่าไรเลยนะ”
“ผิดแล้ว สกิลต่างสูญหายไปตามกาลเวลาเป็นจำนวนมาก
ยิ่งถ้าเป็นสกิลเมื่อพันปีก่อนแทบจะสูบหายไปหมดแล้ว
นอกจากนี้การจะไปให้ถึงระดับมาสเตอร์ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ชั่วชีวิตคนคนหนึ่ง
จะสามารถไปได้ถึงระดับนั้นได้สักสกิลหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ แล้วก็นะ คำว่าสร้างสกิล
หมายถึงฉันสร้างสกิลใหม่ที่ยังไม่เคยมีในโลกนี้มาก่อนก็ได้ด้วย
อย่างสกิลเกิดใหม่เนี่ย ก็เป็นสกิลออริจินอลที่ฉันคิดขึ้นมาเอง
เพราะงั้นคำว่าขีดจำกัดใช้กับฉันไม่ได้หรอก
ด้วยเหตุนี้สกิลมารแห่งความเย่อหยิ่งเลยเป็นสกิลอันดับ 1 ไงล่ะ”
“เชื่อเลย…งั้นขอถามอีกอย่าง”
พอเริ่มถามแววตาผมก็เปลี่ยนไป ขณะชี้ไปที่ขาของมุเอมะที่ถึงตอนนี้แผลจะหายดีแล้ว
แต่ตอนที่มาถึงสภาพเธอดูสาหัสมากเลย
“เธอเป็นทำร้ายมุเอมะใช่ไหม”
“ใช่แล้ว”
“งั้นก็แปลว่าพวกเราเป็นศัตรูกันสินะ”
“ใช่แล้ว เฮ้ย ไม่ใช่ๆ! เข้าใจผิดแล้ว
มุเอมะเจ้าก็เลิกทำตาหวานใส่แล้วช่วยฉันพูดได้แล้ว”
หลังจากนั้นผมก็ได้ฟังเรื่องราวจากฝังของมุเอมะ เธอจับตาดูผมตลอด
เลยรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดี
แต่ก็เพราะจับตาดูแต่ผมเนี่ยล่ะถึงได้เกิดเรื่องขึ้นได้ เพราะเธอไม่เห็นภาพวงกว้าง
เลยไม่รู้กระทั่งการเคลื่อนไหวของพวกสภาใต้ดิน แต่พอรู้ถึงข้อผิดพลาดตัวเอง
เธอก็ยิ่ง
โกรธจัด จนจะยกทัพไปอยู่แล้ว แต่เวเนซ่าโผล่เข้ามาตอนนั้นพอดี
ซึ่งสร้างความสับสนขึ้นมาในเผ่าปีศาจมาก
เพราะอย่าไงเธอก็เป็นถึงอดีตจอมมาร พวกปีศาจยังคงให้ความเคารพเธออยู่
แต่เพราะมีผมเป็นจอมมารคนปัจจุบัน ซึ่งถือว่าเป็นนายเพียงคนเดียว
เพราะงี้ถึงได้สับสนทำตัวไม่ถูก
ซํ้าเวเนซ่ายังมาเพื่อห้าม ไม่ให้มุเอมะเคลื่อนไหว
ยิ่งตอนที่ผมหลุดจากสภาพจอมมาร ยิ่งทำให้มุเอมะร้อนใจ จนเกิดการปะทะกับเวเนซ่า
กระทั่งโดนหักขาอย่างที่เห็น
“แล้วมีเหตุอะไรถึงไม่ให้มุเอมะเคลื่อนไหวล่ะ”
ผมถามจุดที่น่าสงสัยกับเวเนซ่า ซึ่งเธอก็ยิ้มออกมา
“เหตุผลหลักๆ เลย เพราะต้องการให้มารริษยาเอาสกิลของนายไปนั้นแหละ”
“หา?”
“คือ ฉันเคยเจอกับพวกกลุ่มของมารริษยามาแล้ว เลยจะมาเตือนนาย
แต่คิดไปคิดมา ฉันว่าปล่อยให้นายโดนเอาสกิลไปน่าจะดีกว่า
เพราะจากนี้ไปกลุ่มของมารริษยาคงไม่มายุ่งกับนายอีกแล้วล่ะ”
“จะบอกว่าที่ทำไปเพราะหวังดีเหรอ”
“ถูกต้อง ฉันอยากมีเวลากับนายมากหน่อย โดยไม่โดนพวกนั้นมากวน
แล้วก็นะที่ห้ามมุเอมะ
ไว้ ก็เพื่อนายนะ คิดดูสิเรื่องจะบานปลายแค่ไหน
แค่มีกองทัพปีศาจไปโผล่ที่เมืองของนักผจญภัยน่ะ”
“!!!”
“ทั้งแผนและอุดมการณ์ที่นายทำมาทั้งหมดจะพังไปเลยนะ
ถ้ามันเกิดขึ้นนะ”
“เรื่องนั้น!”
มุเอมะเองก็เถียงไม่ออก เพราะเธอตัดสินใจไปตามอารมณ์
ทำให้ไม่ได้คิดถึงจุดนั้นเลย
“ถ้าเป็นตามที่เธอว่ามา ดูเหมือนเธอตั้งใจจะช่วยผมน่าดูเลยนะ
แถมยังรู้อีกว่ามีแผนและอุดมการณ์อย่างไง คุณเองก็เป็นจอมมารมาก่อน
ไม่ใช่ว่าอยากจะได้ตำแหน่งคืนหรอกเหรอ”
“ถึงบอกไงเรื่องมันยาว จะเริ่มจากไหนดีล่ะ…อ่ะ ใช่
เริ่มจากนายลากสองสาวนั้นไปซั่มก่อนดีไหม ดูท่าแล้วคงทนต่อไม่ไหวแล้ว”
วาเนซ่าชี้ไปที่ฟรานกับมอเรีย ซึ่งยืนหนีบขาและหน้าแดงจัด
พวกเธอยืนหลบอยู่ด้านหลังผม เลยไม่ทันสังเกตเลย นี้ผมลืมเรื่องนี้ไปได้ไงนะ
ว่าทั้งคู่ยังติดผลกระทบของ Dawn of love อยู่
กะว่าหลังจากหยุดเอร่าแล้วค่อยสนองความกระสันให้พวกเธอ
แต่เพราะมีหลายเรื่องจนลืมไปเลย แถมพวกเธอก็อดทนได้ดีจนเก็บอาการเอาไว้
ผมนี้แย่จริงๆ เพราะพึ่งสกิลมารราคะกับ Lust mastery มากเกินไปแท้ๆ
“มุเอมะ เดี๋ยวฉันพาพวกเธอไปที่ห้องก่อนนะ ฝากเธอดูแลตรงนี้ไปก่อน”
“ได้ค่ะท่านโรมะ”
แต่พอผมคว้าแขนทั้งสองคน เขื่อนที่กักเก็บไว้ก็แตก
พวกเธอไม่รอให้ผมพาไปถึงห้อง แต่กระโดดขึ้นควบผมบนพื้นเลย
ท่าทางของทั้งคู่ดูน่ากลัว จนคนอื่นไม่กล้าเข้ามาห้ามหรือแม้แต่จะเข้ามาผสมโรงด้วย
ผมกะไว้แล้วว่ามันต้องรุนแรงแบบนี้ เลยเตรียมไว้แล้ว
ทว่างานนี้ผมพลาดเต็มๆ พอขาดสกิลมารราคะไป จุดอ่อนเดิมๆ
ของผมก็กลับมา เพราะดุ้นผมใหญ่เกินไป ไม่เพียงแต่ฉีกหอยของเธอ
แต่ผมก็เจ็บระบมไปเหมือนกัน
แต่ความเจ็บปวดที่ได้รับยิ่งสร้างความสุขและเร้าอารมณ์ให้กับพวกเธอ
ผมเลยโดนควบจนตอนที่ดึงดุ้นออกมาอีกที มันก็แดงเถือกและบวมเป้งเลย
งานนี้ถึงกับต้องพึ่งยาฟื้นพลังกันเลยทีเดียว
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น