ตอนที่ 135 ฝึกสุนัข

ตอนที่ 135 ฝึกสุนัข
“แรงงานไม่พอครับ”
พอผมกลับออกมาจากโรงแรม เคาท์โอคูลอน ก็มาพบผมทันที
“หา!? นี้ตรวจสอบแรงงานเสร็จแล้วเหรอครับ”
“ได้ท่านนายกอาเดไลท์กับคนของท่านเจ้าเมืองช่วยน่ะครับ ข้าแทบจะได้แต่นั่งดูเฉยๆ เลย”
“ฮะๆๆ ขอโทษด้วยนะครับ พวกสาวๆ ของผมพอไฟติดแล้วก็เป็นแบบนี้แหละ ส่วนเรื่องแรงงานนี้ขาดส่วนไหนบ้างครับ
“รวมช่างฝีมือเข้าไปแล้ว ก็ยังไม่พอซ่อมบ้านเรือนเลยครับ เลยไม่มีเหลือไปซ่อมกำแพงเมือง ตอนนี้ลอร์ดเฮนทรัสเลยคุยกันอยู่ว่าจะซ่อมเมืองก่อนดี หรือจะซ่อมกำแพงก่อนดี”
“ไม่ครับ ฝากบอกลอร์ดเฮนทรัสด้วยว่า ให้ซ่อมทั้งสองที่พร้อมกันเลย ส่วนแรงงานผมว่าหาไม่ยากหรอกครับ ลองไปที่สลัมแล้วประกาศรับดูสิครับ”
“เรื่องนั้นผมไม่เห็นด้วยนะครับท่านเจ้าเมือง แรงงานจากสลัมเป็นพวกไร้ความสามารถ เอามาทำงานไม่ได้หรอก”
“อืมไม่ใช่ไร้ความสามารถหรอกครับ แต่ยังไม่มีความสามารถกับงานที่จะให้ทำเท่านั้นเอง แต่งานก่อสร้างเป็นงานใช้แรงงานเป็นหลัก แต่ละคนทำงานแค่ประเภทเดียว ให้คนงานที่เป็นงาน คุมงานและคอยสอนงานกลุ่มแรงงานใหม่ ไม่กี่วันก็ทำกันเป็นหมดแล้วครับ”
“แบบนี้เอง เช่นนั้นผมจะไปทำตามที่ท่านเจ้าเมืองบอกทันที”
“เดี๋ยวก่อนครับ เรื่องค่าจ้าง ช่วยจ่ายให้พวกเขาอย่างยุติธรรมด้วยนะครับ”
“จะดีเหรอครับ”
“ผมอยากจะกระจายเม็ดเงินไปสู่ระบบน่ะครับ ถ้าประชาชนมีเงิน การจับจ่ายซื้อของก็จะเพิ่มมากขึ้น และเมื่อเศรษฐกิจเริ่มเดินหน้า ทุกอย่างจะเดินตาม
มันไปเองครับ อีกอย่างผมคิดจะเผาสลัมทิ้งแล้วสร้างเมืองใหม่ขึ้นมาพอดี”
“เผาสลัมทิ้ง!”
“อ้อ ขอโทษครับ ใช้คำพูดแรงไปหน่อย คือ ผมอยากสร้างบ้านใหม่แทนที่สลัมแบบเดิมครับ ผมเชื่อว่าคนเราเปลี่ยนได้ ถ้าได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น อีกอย่างสลัมเป็นแหล่งก่ออาชญากรรมรวมถึงเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคด้วย ซํ้ายังเป็นการปรับภูมิทัศน์ในเมืองให้สวยงามและน่ามอง เพื่อเปลี่ยนให้เป็นเมืองท่องเที่ยวในอนาคตด้วยครับ”
“ท่านเจ้าเมือง! นี้มันยิ่งใหญ่เกินไปแล้ว ท่านต้องเรียกประชุมใหญ่แล้วล่ะครับ”
“แต่ว่าผมยังเขียนแผนงานไม่เสร็จเลย แถมยังต้องไปตรวจสอบดูอะไรอีกนิดหน่อย ว่าเสร็จเรียบร้อยเมื่อไร ค่อยเอาเข้าที่ประชุมอีกที”
เคาท์โอคูลอนมองผมอย่างตกตะลึง ก่อนจะขอตัวกลับไปทำงานและเดินโซเซออกไปจากห้องทำงานผม
แต่พอมานั่งๆ คิดดู แรงงานถึงจะเกณฑ์เอาคนในสลัมมาด้วย ก็คงไม่พออยู่ดี
เมื่อคิดแบบนั้น ผมเลยหยุดมือจากงานเอกสาร และลุกขึ้นออกไปจากห้องทำงาน โดยมีฟรานกับเดเม่ตามไปด้วยเพราะพวกเธอเป็นองค์รักษ์ของผม
ฟรานมีทักษะหลายอย่างที่มีประโยชน์ในการใช้งาน ส่วนเดเม่ตอบสนองต่อการลอบโจมตีได้ดี ผมเลยอุ่นใจมากถ้ามีสองคนนี้ไปด้วย
แต่ก่อนออกจากจวนเจ้าเมือง มอเรียก็เข้ามาหาผมก่อน พร้อมกับแจ้งข่าว
“เป็นอย่างที่ท่านโรมะบอกไว้เลยค่ะ พวกมันจะประชุมกันคืนนี้”
“ขอบคุณนะ ว่าแต่ไปสำรวจเส้นทางมายังครับ”
“ฉันจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“สมเป็นมอเรียทำงานรวดเร็วจริงๆ”
“แล้วนี้ท่านโรมะจะไปไหนกันเหรอคะ?”
“ผมกำลังจะไปกิลนักผจญภัยน่ะ”
“…ให้คนอื่นไปแทนเถอะค่ะ”
“พอดีมีเรื่องจะคุยกับซารีด้วย เลยต้องไปเอง”
“ขอถามได้ไหมคะ ทำไมถึงยังเก็บผู้หญิงคนนั้นเอาไว้อีก เธอน่าจะเป็นภัยกับท่านโรมะได้นะคะ”
“ก็จริงอย่างที่มอเรียบอก แต่ซารียังมีประโยชน์อยู่ มันเลยคุ้มค่าที่จะเสี่ยงเก็บเธอเอาไว้”
“แต่ว่า!”
“ไม่ต้องห่วงมอเรีย การที่ผมเก็บซารีไว้ไม่ได้หมายความว่า ผมจะปล่อยให้เธอทำอะไรก็ได้ แต่ผมจะใส่ปลอกคอเธอให้เหมือนกับสุนัขเชื่องๆ ตัวหนึ่งเลยล่ะ”
“เข้าใจแล้วค่ะ ถ้าท่านโรมะต้องการเช่นนั้น แต่ฉันขอไปด้วยนะคะ”
“ได้สิ แต่แบบนี้ซารีคงปวดใจหน่อยล่ะนะ”
“ทำไมเหรอคะ?”
“ไม่มีอะไรหรอก ไปกันเถอะ”
พอมาถึงกิลนักผจญภัย บรรยากาศก็ดูแปลกไปในทันที พวกนักผจญภัยส่วนใหญ่ หลีกทางให้ผมกันหมด แต่ไม่ใช่หลีกเพราะกลัว น่าจะรังเกียจมากกว่า แต่พวกพนักงานสาวๆ ก็โบกมือและยิ้มทักทายผมตามปกติ
ผมขึ้นไปบนชั้นสามเพื่อติดต่อตั้งเควส แต่พนักงานทำหน้าอึกอัก แล้วพูดว่า
“ทะ ท่านโรมะไม่ได้รับอนุญาตให้ตั้งเควสค่ะ”
“ซารีสั่งไว้สินะ”
“…”
“งั้นไม่เป็นไร ผมขอเข้าพบซารีหน่อย”
“ต ตอนนี้ไม่ได้ค่ะ หัวหน้าติดคุยธุระกับท่านอื่นอยู่”
“ผมรอไม่ได้ นี้เป็นเรื่องเร่งด่วนของบ้านเมือง”
ว่าแล้วผมก็เดินขึ้นไปบนห้องใต้หลังคาทันที และไม่เคาะประตูแต่เปิดโครมเข้าไปเลย
ภาพที่เห็นคืนซารีที่กำลังยืนโก่งตูด ให้ชายร่างอ้วนเหมือนหมูตะบันเอวใส่อยู่อย่างบ้าคลั่ง
“ใครให้เข้ามา!”
ซารีหันมาตะโกนว่า แต่ผมไม่สั่งเสียงเดินตรงเข้าไปจับคอของชายคนนั้น และเหวี่ยงออกไปนอกห้องทันที ไม่ใช่แค่รูปร่างเหมือนหมูแต่เสียงร้องยังเหมือนอีกต่างหาก
“แก! รู้ไหมเขาเป็นใคร กว่าฉันจะติดต่อมาได้ แถมนี้เป็นการตกลงความร่วมมือครั้งใหญ่ ที่เกี่ยวกับการคงอยู่กิลนักผจญภัยด้วยนะ!”
ผมไม่สนที่ซารีบอก แต่จับเธอโยนลงไปบนโต๊ะ และกับขาเธอถางออก…อย่างที่คิดไว้จริงๆ
“นี้ซารี เข้าใจนะว่าเธอใช้ร่างกายในการติดต่อทำธุรกิจ และถึงเจ้าหนูของคู่ขาเธอมันจะเล็กและสั้นอย่างไงก็เถอะ แต่เล่นให้เสียบทั้งๆ ที่ของเธอยังไม่แฉะเนี่ย เดี๋ยวก็ได้แผลหรอก”
“แล้วแกมายุ่งอะไรกับน้องสาวของฉันด้วยล่ะ!”
“หา? คิดว่าใครกันล่ะที่ซ่อมน้องสาวของเธอจนกลับมาสวยได้แบบนี้ แล้วฉันเองก็ยังจะต้องใช้น้องสาวของเธอด้วย”
“ฉันไม่ยอมมีเซ็กส์กับแกอีกแล้ว!”
“เรื่องนั้นไม่ใช่สิ่งที่เธอจะตัดสินใจได้อีกแล้ว”
“นี้แกจะข่มขืนฉันเหรอ!”
“ใช่ แต่ก่อนอื่นมาคุยธุรกิจกันก่อนดีกว่า”
ผมบอกพร้อมกับสอดนิ้วเข้าไปในปากของเธอ และปลายนิ้วลากตั้งแต่ตรงกลางมาจนถึงปลายลิ้น ร่างของซารีชักกระตุกขึ้นมาทันที…ไม่ใช่แค่ซารีที่รู้จุดอ่อนของผม แต่ผมก็รู้จุดอ่อนของเธอเหมือนกัน
“ตอนนี้กิลนักผจญภัยประสบปัญหาเงินหมุนเวียน กับเส้นทางปล่อยสินค้าอยู่ใช่ไหมล่ะ”
ผมคุยไปเรื่อย ขณะที่ใช้นิ้วเล่นไปกับลิ้นของซารี ซึ่งเธอก็อ้าปากค้างแลบลิ้นออกมาให้ผมเล่นอย่างไม่อาจจะขัดขืนได้
“แต่ผมช่วยแก้ปัญหานั้นได้ ผมจะตั้งเควส โดยจะรับสมัครแรงงานเพื่อไปซ่อมแซมบ้านเรือนและกำแพงเมือง กับอีกเควสจะรับสมัครกองทหารอาสา ระยะเวลาขั้นตํ่าครึ่งปี ทั้งสองเควสนี้เป็นเควสที่จ่ายด้วยเงินสด เพราะงั้นจะช่วยเธอแก้ปัญหาเรื่องเงินหมุนเวียนได้”
พอผมพูดจบผมก็หยุดมือที่เล่นลิ้นของซารีอยู่ เพราะผมดูออกว่าเธอใกล้จะเสร็จแล้ว หอยที่จากแห้งๆ ตอนนี้มีนํ้าหวานไหลเยิ้มเต็มหน้าขาแล้ว
“แย่หน่อยนะ แต่กิลนักผจญภัยไม่ได้มีนโยบายให้ความช่วยเหลือเผ่าปีศาจซะด้วย”
“หา? สมงสมองไปหมดแล้วเหรอเธอน่ะ ดูอย่างไงถึงคิดว่างานนี้เป็นการช่วยเผ่าปีศาจ ทั้งการซ่อมแซมเมืองและสร้างกองทหารอาสา ทั้งหมดก็ทำเพื่อเมืองกรอซ่า และคนที่ได้ประโยชน์ก็คือประชาชนกับกิลนักผจญภัยนะ เธอน่ะเลิกใช้อคติในการตัดสินใจได้แล้ว”
พอซารีอ้าปากจะเถียงผมก็สอดมือเข้าไปเล่นกับลิ้นเธอใหม่ และคราวนี้ใช้อีกมือล้วงนิ้วเข้าไปในหอยของเธอด้วย
“จะบอกให้นะ ถึงงานนี้เธอไม่ยอม แต่ผมก็สามารถทำมันได้อยู่ดี เพียงแค่ผมใช้กิลของตัวเอง เปิดบริหารงานแบบเดียวกับกิลนักผจญภัย แต่ปล่อยงานให้โดยไม่ต้องเป็นสมาชิก นักผจญภัยที่กำลังขาดเควสอยู่
ในช่วงนี้ มีแต่จะแห่มารับเควสจากผมไป ที่มาเสนอให้ทางกิลนักผจญภัยก่อน ก็เพราะผมไม่อยากให้กิลนักผจญภัยต้องล่มสลายไปต่างหากล่ะ”
ผมหยุดมือตอนซารีใกล้จะเสร็จอีกครั้ง สีหน้าของซารีดูเจ็บปวดมาก ไม่ใช่เพราะสิ่งที่ผมพึ่งพูดไป แต่เธออยากจะถึงจุดสุดยอดจนแทบจะบ้าอยู่แล้ว
“…อยากเสร็จใช่ไหม ซารี”
“…”
เธอไม่ตอบแต่ก็ไม่ปฏิเสธ แต่สายตาที่เธอมองผม เป็นสายตาที่แสดงถึงการวิงวอนขอความเมตตา
“แต่ฉันจะไม่ให้เธอเสร็จหรอกนะ ซารี”
แล้วผมก็หันไปหามอเรียที่แอบอยู่หลังประตู ซึ่งพอผมกวักมือเรียก เธอก็เดินเข้ามา ซารีที่เห็น
มอเรียก็รีบหันหน้าหลบทันที แต่ผมไม่ให้เธอขยับหนีได้เลยใช้มือกอดเอวเธอเอาไว้
ผมกระซิบบอกมอเรียอยู่ครู่หนึ่ง ซึ่งพอได้ยินแผนของผม มอเรียก็ยิ้มออกและหันไปหาซารีที่ตอนนี้ถูกผมอุ้มไปวางไว้บนโต๊ะและจับขาถางออก
“ไม่นะ!”
ซารีบรีบใช้มือปิดน้องสาวเอาไว้ แต่มอเรียคว้าแขนเธอและดึงออก จากนั้นก็ซุกหน้าลงไปและเริ่มลงลิ้นเลียน้องสาวของซารีอย่างถึงพริกถึงขิง มาตอนนี้ซารีกั้นเสียงไม่ไหว เลยร้องควรญครางออกมาแบบไม่อายใคร
“ช้าหน่อยมอเรีย”
ผมต้องคอยบอกมอเรีย เพราะแค่เธอแย้งลิ้นลงไป ซารีก็แทบจะเสร็จอยู่แล้ว
“เป็นไง เหมือนฝันเป็นจริงเลยใช่ไหม”
ผมกระซิบข้างหูซารี พลางลากนิ้วไปบนลิ้นของเธอที่แล่บออกมาจนสุด แค่ไม่กี่วินาทีซารีก็ทำท่าเหมือนจะเสร็จแล้ว ผมเลยต้องสะกิดให้มอเรียหยุดไว้แค่นั้น
“ด เดี๋ยว!”
“เดี๋ยวอะไรเหรอคุณซารี”
“ได้โปรดเถอะ! ทำให้ฉันเสร็จที!”
ความอดทนของเธอน้อยกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก แต่เท่านี้ไม่เพียงพอจะฝึกเธอให้กลายเป็นสุนัขเชื่องได้หรอก
“ตะกี้ว่าถึงไหนแล้วนะ อ้อ ใช่ๆ เรื่องการระบายสินค้าก็เหมือนกัน”
ผมทำเป็นไม่ได้ยินที่ซารีร้องขอ และกลับมานั่งที่เก้าอี้และคุยเรื่อธุรกิจต่อ
“ทางผมจะรับซื้อไอเท็มทุกอย่างจากทางกิลเอง แถมจะให้ราคาสูงเต็มเพดานด้วย แต่นี้เป็นแค่มาตรฐานรองรับนะ เพราะผมกำลังดำเนินการจัดการทำให้กิลอื่นๆ กลับมาซื้อขายทำธุรกิจกับกิลนักผจญภัยได้ตามปกติอยู่ ว่าไง จะรับข้อเสนอของผมไว้ไหม”
“…”
“แน่นอนว่างานนี้ไม่ได้ช่วยกันฟรีๆ แต่ผมคิดไม่แพงหรอก แค่เธอมาเป็นของเล่นของผม แทนจะไปโก่งก้นให้พวกหมูสกปรกพวกนั้นก็พอแล้ว”
“แก!”
ยังไม่ทันจะได้ด่าผม มอเรียก็ตรงเข้าไปจูบแลกลิ้นกับซารี เพียงแค่นั้นขาของซารีก็เกร็งจนชี้ขึ้นฟ้าทันที
แต่แน่นอนผมไม่ให้ซารีถึงจุดสุดยอดได้โดยเด็ดขาด
“ไม่นะ!!!”
พอมอเรียผละออกมา ซารีก็ร้องปานจะขาดใจตาย
“จำเอาไว้ คนที่จะทำให้เธอเสร็จได้มีแค่ผมคนนี้คนเดียว ถ้าอยากให้มอเรียทำให้ ก็ต้องขอผมเท่านั้น”
จากนั้นผมก็ดึงมอเรียเข้ามากอด และเริ่มบรรเลงเพลงรักให้ซารีดู ยิ่งตอนที่ผมสอดใส่เข้าไปในตัวมอเรีย ซารีก็ยื่นมือออกมาราวกับจะขอมีส่วนร่วมด้วย แต่กลับถูกมอเรียปัดมือนั้นทิ้งไปอย่างไม่สนใจไยดี ก่อนจะเป็นฝ่ายขย่มผมอย่างเมามันส์ นํ้ารักที่เป็นกลุ่มฟองกระเด็นใส่เต็มหน้าของซารี จนเธอต้องตกเบ็ดไปด้วย แต่นั้นไม่ทำให้เธอถึงจุดสุดยอดได้หรอก เพราะซารีไม่มีจุดจี นั่งเขี่ยมันทั้งวันก็ไม่มีทางเสร็จ
พอมอเรียจะเสร็จผมก็จับเธอหมุนตัวออกไป และจับขาถางออก ให้ซารีเห็นเต็มๆ ตาตอนที่มอเรียถึงจุดสุดยอด นํ้ารักของมอเรียฉีดใส่เต็มหน้าของซารี จนเธอทำสีหน้าสุดฟินออกมา
“เริ่มทำหน้าเหมือนสุนัขแล้วนี้ ซารี”
หลังจากนั้นผมก็ไปเล่นตามจุดที่ไวต่อสัมผัสของซารี แต่ไม่ว่าอย่างไงผมก็ไม่ให้เธอได้เสร็จ ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง ซารีก็ร้องออกมาเหมือนคนเสียสติ
“ท ท่านโรมะได้โปรดทำให้ฉันเสร็จด้วยเถอะค่ะ จะอะไรฉันก็ยอมหมดแล้ว!”
ความต้องการเป็นฝ่ายชนะอคติ
“ดีมาก”
“ใช้ฉันเป็นของเล่นของท่านโรมะเลยค่ะ!”
ซารีนอนลงบนโต๊ะและใช้นิ้วถางน้องสาวออก สีหน้าเธอบิดเบี้ยวราวกับคนเสียสติ
ผมเลยหันไปมองมอเรีย ซึ่งก็รู้งานตรงเข้าไปจูบกับซารีอีกที ขณะที่ผมแทงดุ้นเข้าไปในหอยที่ชุ่มนํ้าของซารี เพียงแค่ใส่เข้าไปซารีก็เสร็จทันที แถมเสร็จแรง
มากจนนํ้าเธอทะลักจนแทบจะดันดุ้นผมออกมา แต่ผมยังไม่หยุด ยังสอยเอวถี่ๆ ขณะที่ข้างในตอดรัดผมแน่นไปหมด
ขณะที่ซารีเสร็จค้างสติเธอก็โบยบินไปแล้ว แต่ผมยังทำต่อจนพ่นนํ้าเชื้ออัดใส่มดลูกเธอจนล้น นี้ก็เป็นอีกหนึ่งปลอกคอที่ผมจะใส่ให้กับซารี ปลอกคอสามเส้นที่จะใช้ควบคุมเธอ
ปลอกคอเส้นแรก ผมจะทำลายจิตใจเธอด้วยการทรมาน กับมอบความสุขไปพร้อมกันด้วยเซ็กส์ นั้นจะทำให้เธอเชื่อฟังผม
ปลอกคอเส้นที่สอง ผมจะทำให้เธอท้องและมีลูกกับผม ลูกของผมจะกลายเป็นข้อผูกมัดที่มีตัวตน จนเธอไม่อาจจะหนีไปจากผมได้
และปลอกคอเส้นสุดท้าย สิ่งที่จะทำให้เธอไม่มีทางทรยศ หรือหันคมดาบใส่ผมได้อีกเป็นครั้งที่สอง ซึ่งอีกไม่นานซารีจะต้องยอมใส่ปลอกคอเส้นนี้ ไม่ว่าเธอจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม
ก่อนจะกลับออกมา ผมได้วางขวดที่ใส่เจลหล่อลื่นเอาไว้ข้างตัวเธอ สิ่งนี้ทำมาจากชิ้นส่วนของสไลม์ และเป็นสินค้าตัวหนึ่งที่เผ่าปีศาจผลิตขึ้นมา
“คราวหน้าคราวหลัง ถ้าจะแหกหอยให้ใครอีก ก็ใช้เจลนี้ทาซะก่อนล่ะ”
แต่ไม่รู้ที่พูดไปจะเข้าหูซารีหรือเปล่า ผมเลยเขียนโน้ตทิ้งไว้ด้วย และก็กลับลงไปที่ชั้นสามเพื่อตั้งเควสกับพนักงานใหม่ ซึ่งผมบอกไปว่าถ้ามีปัญหาก็ให้ขึ้นถามซารีเอง ซึ่งพอพนักงานขึ้นไปเห็นสภาพของซารีแล้ว
ก็เดินกลับลงมาด้วยใบหน้าซีดเผือก ก่อนจะยอมรับการตั้งเควสของผม
พอเสร็จเรื่องแล้ว พวกผมก็เตรียมจะกลับ แต่มอเรียสะกิดผมขึ้นมา
“ท่านโรมะค่ะ ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเลย”
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่มอเรียกลับอมยิ้มขึ้นมา ซึ่งผมก็พอจะเข้าใจได้อยู่
“งั้นก็ต้องจูบล้างปากสินะ”
แล้วผมก็อุ้มมอเรียขึ้นมา และจูบอย่างดูดดื่มอยู่หลายนาที จนพวกฟรานต้องสะกิด เพราะถ้าพวกเธอเห็นไปมากกว่านี้ คงทนไม่ไหวและกระโดดขยํ้าผมต่อหน้าคนอื่นแน่
พอกลางคืน ผมก็ออกมาจากจวนเจ้าเมือง แต่ไม่ได้ตรงกลับปราสาทจอมมารแบบทุกที ช่วงนี้พวกผมจะพักที่ปราสาทจอมมารจนกว่าคฤหาสน์จะสร้างเสร็จ จริงๆ อยากไปพักที่โรงแรมมากกว่า แต่ห้องเต็มตลอดเลยเนี่ยสิ เดี๋ยวคงต้องสร้างห้องไว้สำหรับตัวเองและพวกสาวๆ แล้ว
ที่เดินไปกับผมตอนนี้ก็มี ฟราน เดเม่ เรโมริก้า มิริน มอเรีย เพียงเท่านี้ ส่วนที่เหลือผมให้กลับไปพักที่ปราสาทจอมมารก่อน พวกผมใส่ผ้าคลุมสีดำเพื่อปกปิดตัวเอง ขณะเดินฝ่าเข้าไปในความมืดเงียบๆ
……………
ณ.ห้องประชุมลับใต้ดิน
“แมร่งเอย!”
เสียงสบถด่าพร้อมกับทุบโต๊ะดังปัง แสดงถึงความไม่พอใจสุดขีดของหัวหน้ากิลท่านหนึ่ง
“ตอนนี้แมร่งนอกจากได้เป็นเจ้าเมืองแล้ว ยังถือครองวัตถุดิบทั้งหมดเอาไว้อีก นี้พวกเราจะทำอะไรมันไม่ได้เลยเหรอวะ!”
“ไม่ไหวหรอก มันมีเผ่ามังกรหนุนหลังอยู่ ทำให้มีเงินทุนไม่จำกัด ต่อให้พวกเรารวมเงินจากทุกสาขามาไว้ ก็ใช้สู้มันไม่ไหว”
“ทั้งหมดเป็นเพราะเธอนั้นแหละซารี!”
หัวหน้ากิลคนหนึ่งพุ่งเป้าไปที่ซารี ซึ่งนั่งก้มหน้าด้วยความอดทน เพราะเธอเองก็ควรจะเป็นฝ่ายที่ต้องคับแค้นมากกว่าอีก กับสิ่งที่พวกเขากระทำกับเธอ
“ถ้าตอนแรกไม่ปล่อยให้มันหนีไปได้ ก็จบเรื่องแล้วแท้ๆ”
“เธอปล่อยโอกาสดีสุดหลุดมือไป!”
ซารีอยากจะลุกขึ้นด่าจริงๆ ว่าโชคดีแค่ไหนแล้ว ที่ตอนนั้นโรมะหนีไปได้ ขืนเขาตายไปป่านี้เมืองกรอซ่ารวมถึงทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ คงได้จมอยู่ใต้มหาสมุทรด้วยนํ้ามือของเจ้าหญิงโชแล้ว
“โทษกันไปโทษกันมาก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก จากนี้ไปพวกเราจะทำอย่างไงกันต่อดี เพราะไอ้คุณเจ้าเมืองมันเล่นลดสิทธิ์ทางการค้าของพวกกิลต่างๆ ลงเพียบเลย”
“ก็ไม่เห็นต้องง้อมัน พวกเราก็แค่ถอนตัวออกมา ทิ้งเมืองนี้ไว้ให้เป็นภาระของมันซะ ถ้าไม่มีกิลคอยบริหารเมืองก็อยู่ไม่รอดหรอก”
“จะใช่เหรอ ทั้งขุนนาง ข้าราชการ รวมถึงประชาชนตอนนี้อยู่ข้างมันหมดแล้วนะ”
“ไม่เป็นไร พวกเราก็ยกเลิกการค้าขายกับเมืองกรอซ่าไปเลย ต่อให้มีเงินเยอะแค่ไหน มันก็ประคองรักษาเมืองไว้ได้ไม่นานหรอก”
“แต่พวกเราเองก็ต้องสูญเสียรายได้ไปเยอะเหมือนกันนะ อย่าลืมว่าดันเจี้ยนจำนวนมากที่อยู่รอบๆ กรอซ่าเป็นแหล่งรายได้หลักของพวกเราเลย”
“ไม่เป็นไรหรอก พวกเราย้ายไปดันเจี้ยนอื่นเอาก็ได้ ถึงจะได้รายได้น้อยลง แต่ถ้าตัดค่าใช้จ่ายบางส่วนออกไป คงพออยู่กันได้ ไว้ไอ้โรมะมันทำให้เมืองนี้ล่มจมจนตัวเองอยู่ไม่ได้ พวกเราค่อยกลับมาก็ยังไม่สาย”
“ใช่ ไม่เกินหนึ่งปีหรอก แล้วมันจะสำนึกว่ากิลของพวกเรามีความสำคัญแค่ไหน”
ซารีฟังที่ทุกคนพูดแล้วก็แทบอยากจะลุกขึ้นไปอัดปากเรียงตัว กิลอื่นก็พูดง่ายนี้ แต่สำหรับกิลนักผจญภัยไม่สามารถจะทำแบบนั้นได้ เพราะเมืองกรอซ่าคือทำเลที่ดีที่สุด ทั้งจำนวนดันเจี้ยนรวมถึงความยากง่ายของดันเจี้ยน มันเหมาะสมและลองรับจำนวนมากได้ แถมที่กรอซ่าคือสาขาหลักของกิล ขืนย้ายหนีไป จะเอาหน้าไปไว้ไหน นักผจญภัยจะเชื่อถือกิลที่สาขาหลักย้ายหนีปัญหาได้เหรอ มีปัจจัยเป็นร้อยๆ อย่างที่ทำให้ซารีไม่สามารถทิ้งกิลสาขาหลักไปได้
ที่สำคัญทุกคนประเมินโรมะตํ่าเกินไป ซารีรู้ในข้อนั้นเป็นอย่างดี โรมะไม่ใช่แค่มีคนหนุนหลังที่ดี แต่ตัวเขาเองก็มีความสามารถที่น่ากลัว แค่เห็นการสร้าง
โรงแรมยูโทเปียขึ้นมา ทุกคนก็น่าจะเข้าใจศักยภาพของโรมะได้แล้ว เพราะแค่เขาวางแนวทางให้และช่วยบริหารเพียงไม่กี่วัน โรงแรมก็สามารถอยู่ด้วยตัวเองได้อย่างมั่นคงแล้ว
โรมะไม่ใช่คนที่จะทำอะไรฉาบฉวย แต่เขาจะวางรากฐานไว้อย่างมั่นคง และวางเป้าหมายไว้ที่อนาคต มีการคิดแผนและดำเนินการจัดการอย่างรัดกุม ที่เธอหลอกล่อโรมะได้สำเร็จ ไม่ใช่เพราะเขาทำพลาดอะไรหรอก เพียงแต่เธอใช้ช่องว่างในความเป็นคนจริงใจของโรมะเล่นงานเขา ซึ่งนอกเหนือจากวิธีนี้แล้ว เธอไม่เห็นช่องที่จะใช้เล่นงานโรมะได้อีกเลย
เพราะงั้นสิ่งที่พวกหัวหน้ากิลคิดอยู่ในตอนนี้ล้วนผิดถนัด อย่าว่าแต่เมืองเลย ต่อให้เป็นประเทศทั้งประเทศ โรมะก็สามารถปกครองได้ และไม่ใช่
แค่ทำให้อยู่รอดไปวันๆ แต่เขาจะเนรมิตให้สิ่งที่อยู่ในมือเขา กลายเป็นแดนสวรรค์เช่นเดียวกับที่โรงแรมยูโทเปียเป็น
เจ้าเมืองแบบที่ทุกคนรู้จัก จะบริหารงานไม่เป็น มีปัญหามาหนึ่งอย่างก็แก้ไปหนึ่งอย่าง ที่เหลือก็เอาแต่นอนกินภาษีไปวันๆ และจัดงานเลี้ยงสังสรรค์หรูหราทุกวัน แต่ตั้งแต่โรมะเป็นเจ้าเมืองมา เคยมีงานเลี้ยงอะไรให้เห็นไหม ก็ไม่มี แค่วันแรกก็เรียกประชุมขุนนางแล้ว แถมยังจิกหัวใช้ทำงานแบบไม่เกรงใจใครเลย ใครไม่ทำงานเขาก็จะตัดออกนอกสาระบบไป เขาทำงานตั้งแต่เช้าจรดมืด มีคนวิ่งเข้าออกจวนเจ้าเมืองทั้งวันจนบันไดแทบพัง เห็นแค่นี้ยังไม่รู้กันอีกเหรอว่าโรมะเป็นนักบริหารมืออาชีพ และเป็นคนทำงานจริงๆ ไม่ใช่เก่งแค่ชี้นิ้วสั่ง
ครึ่งปี…นั้นคือเวลาที่ซารีคิดไว้ ภายในครึ่งปีโรมะจะพัฒนาเมืองกรอซ่าไปถึงจุดที่รุ่งเรืองสุดขีด ชนิดที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ต้องอะไร แค่วันนี้วันเดียว เขาก็มากำราบเธอซะอยู่หมัด ซํ้ายังมัดมือชกให้ทำงานให้อีก เธอรู้ตัวเลยว่ากำลังถูกผู้ชายคนนี้ชักใยอยู่ แต่รู้ทั้งรู้ก็ปฏิเสธไม่ได้ พออคติของเธอถูกทำลายไป ด้วยการทรมานที่สุดแสนโรคจิตของเขา ก็ทำให้เธอเห็นผลประโยชน์มากมายที่เขาเอามากองไว้ให้ตรงหน้า มันเย้ายวนจนเธอไม่อาจทำอะไรได้ นอกจากหมอบคลานไปกับพื้นเพื่อรับมันเอาไว้ และทำเป็นหูตาบอดไปกับบางเรื่อง
ตอนนี้ซารีไม่แคร์เลยว่าพวกกิลต่างๆ จะตัดสินใจทำอะไรกัน เพราะตราบใดที่เธอยังอ้าปากรับอาหารที่โรมะป้อนให้ กิลนักผจญภัยก็สามารถอยู่ต่อไป
ได้ แม้จะไม่มีกิลใดให้การสนับสนุนเลย แต่ว่าเธอก็ยังคงรู้สึกต่อต้านในเรื่องนี้ และถ้ามีหนทางไหนที่ดีกว่า เธอจะรีบคว้ามันเอาไว้ทันที แต่ไม่ว่าจะคิดหรือมองไปทางไหน ซารีก็ไม่เห็นวิธีที่จะดีไปกว่าสิ่งที่โรมะให้กับเธอเลย
ที่ซารียอมมาเข้าประชุมสภาใต้ดิน ทั้งๆ ที่รู้ว่าเสี่ยง ก็เพราะกำลังมองหาตัวเลือกอื่นอยู่นั้นเอง แต่ดูท่าความตั้งใจของเธอจะเสียเปล่าแล้ว เพราะพวกหัวหน้ากิลอื่นๆ ไม่ได้สำเหนียกเลยว่าตัวเองกำลังเจอกับอะไรอยู่ ขืนทำอย่างที่ว่า และทิ้งเมืองนี้ไป โรมะจะยิ่งทำงานได้ง่ายขึ้น ส่วนพวกเขาก็ถูกลิดรอนอิทธิพลไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายจะเป็นเพียงกิลเล็กๆ ไร้กำลัง รอวันโดนโรมะเขี่ยทิ้งให้กลายเป็นปุ๋ยอยู่ข้างทาง แต่เธอจะพูดอย่างไงดีให้ทุกคนเข้าใจในเรื่องนี้…เป็นไปไม่ได้ คนพวกนี้โง่เกินกว่าจะทำความเข้าใจสิ่งที่เหนือกว่าตัวเองได้
ตอนที่ซารีถอนหายใจอย่างท้อแท้ออกมานั้นเอง หัวหน้ากิลคนหนึ่งก็กระอักเลือดออกมา ก่อนจะลงไปชักกระตุกคาโต๊ะ คนอื่นๆ เองก็เริ่มมีอาการออกมาเหมือนกัน ทั้งกระอักเลือดและชัก ก่อนจะขยับร่างกายไม่ได้ ซารีรีบตรวจดูคนที่นั่งข้างๆ เธอ ซึ่งพบว่าเขายังไม่ตาย ประสาทสัมผัสยังทำงานอย่างครบถ้วน เพียงแต่ไม่สามารถควบคุมร่างกายให้ขยับได้
ซารีรีบอุดจมูกทันที เพราะรู้ว่านี้คือการวางยา แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมถึงมีแต่เธอที่ไม่เป็นอะไรเลย
“ไม่ต้องปิดจมูกหรอกซารี เธอจะไม่เป็นอะไร”
เสียงหนึ่งพูดขึ้นมา และเธอก็รู้ทันทีว่าเป็นฝีมือใคร
“โรมะ!”
ถึงจะเรียกแบบหวนๆ ออกไป แต่ซารีไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมแค่ได้ยินเสียงเขาและได้เห็นแววตาคู่นั้น ตัวของเธอร้อนรุ่มขึ้นมา กางเกงในของเธอเปียกแฉะไปด้วยนํ้าหวานที่ไหลออกมาราวกับปัสสาวะราด
“ผมเองล่ะ ดีจังทุกคนอยู่กันครบเลย งั้นเรามาเปิดศาลกันเลยดีกว่า”
……………….
ผมเดินมายังทางลับใต้ดิน ที่นี้กว้างใหญ่พอสมควร มีทางเข้าออกไปทั่วทุกจุดของเมือง ต่อไปผมจะเปลี่ยนที่นี้เป็นท่อระบายนํ้าหลักของเมืองดีกว่า
ระหว่างคิดใช้ประโยชน์จากทางลับ สมาชิกคนหนึ่งของสภาใต้ดิน ซึ่งตอนนี้โดนเรโมริก้าสะกดจิตให้
เป็นทาสอยู่ ก็เดินนำพวกผมมาถึงสถานที่จัดประชุม ซึ่งเป็นตอนที่ยาพิษออกฤทธิ์พอดีเลย ส่วนเรื่องการวางยาพิษ ผมก็ให้พวกที่โดนโดนสะกดจิตเตรียมไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ยังดูเป็นปกติดีอยู่ นั้นก็คือซารี เหตุที่เธอไม่โดนพิษ เพราะผมให้ยาแก้พิษกับเธอไปตั้งแต่เมื่อตอนกลางวันแล้ว ขณะที่กำลังเล่นกับลิ้นของเธอ ผมก็ใช้นิ้วที่เคลือบไว้ด้วยยาแก้พิษ แตะลงไปด้วย ซึ่งมีผลอยู่ราวสิบสองชั่วโมง
ผมเดินเข้าไปหาซารี และผลักเธอออกไป ก่อนจะนั่งแทนที่ของเธอพร้อมกับยกขาขึ้นพาดไว้บนโต๊ะ มองดูเจ้าพวกสารเลวที่คิดจะเล่นงานผมด้วยความเพลิดเพลิน
“ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ไม่ใช่พิษที่ทำให้ถึงตายหรอก ทุกอย่างยังปกติดี เพียงแค่ขยับตัวไม่ได้เท่านั้นเอง”
“นี้แก! รวมหัวกันเล่นงานพวกข้าเหรอ!”
หัวหน้ากิลคนหนึ่งเหลือบตาไปทางซารีด้วยแววตาอาฆาต
“ม ไม่”
ซารีพยายามจะแก้ตัว แต่การที่เธอไม่ได้ติดพิษก็เป็นหลักฐานมัดตัวไปแล้ว เธอหันมามองผมด้วยสีหน้าแววตาที่ตกใจสุดขีด เหมือนเธอจะรู้ตัวว่าโดนผมแทงข้างหลังเข้าให้แล้ว นี้คือปลอกคอเส้นที่สามที่ผมเตรียมไว้ให้เธอ ในเมื่อเธออยากเป็นจูดาส ผมก็จะให้เธอเป็น ตอนนี้เธอคือจอมทรยศในสายตาทุกคนไปแล้ว
“ไม่ต้องกลัวซารี ผมจะดูแลเธอเป็นอย่างดี รวมถึงกิลนักผจญภัยด้วย”
ตอนแรกซารีทำท่าโมโห เหมือนอยากจะโจมตีใส่ผม แต่แล้วเธอก็ทำท่าหมดแรง และยอมจำนนโดยไร้ซึ่งคำพูด
“ถ้ารู้ตัวแล้วก็ดี งั้นมาทำงานของเธอซะ”
ผมชี้ไปที่พื้นตรงเท้าผม ซารีเลยเดินมาคุกเข่าลงแบบไร้เรี่ยวแรง ผมรูดกางเกงลงงัดเอาดุ้นออกมา และจับหัวเธอให้อมมันเข้าไป ซารีไม่เคยทำ Blow job มาก่อน ผมเลยต้องจับหัวเธอให้ขยับเอง
แต่พอโดนดุ้นผมเสียบเข้าปากไปเท่านั้นแหละ ซารีก็สะท้านไปทั้งตัว เพราะจุดไวต่อสัมผัสของเธอคือลิ้น เมื่อจุดนั้นได้มาสัมผัสโดยตรงกับดุ้น เธอถึงกับออกอาการเมาดุ้นขึ้นมาทันที และเพียงไม่นานเธอ
ก็ทำเป็นและผมก็ไม่ต้องใช้มือช่วย ปล่อยให้เธอทำของเธอไป ส่วนผมก็จะได้มาจัดการสะสางบัญชีหนี้ค้างให้มันจบๆ ไป
“แกจะเอาอย่างไงกับพวกข้าว่ะ!”
“ผมกำลังเปิดศาลอยู่ ถึงจะเป็นแค่ศาลเตี้ยก็เถอะ ถ้าผมไม่อนุญาตให้พูด ก็หุบปากไว้ซะ”
ผมบอกพลางหยิบบัญชีหนังหมา(บัญชีดำที่จดชื่อคนที่หมายหัวเอาไว้)ออกมากางออก
“อย่าคิดว่าพวกข้าจะกลัวแกน่ะโว้ย!”
พอหัวหน้ากิลคนหนึ่งซึ่งเป็นเผ่าดวาฟพูดออกมา ฟรานก็เดินตรงเข้าไปหาพร้อมกับคีมหนีบในมือ ก่อนจะจัดการถอนฟันให้ฟรีไม่คิดเงิน เสียงร้องของดวาฟ
ที่ว่ากันว่าอึดถึกและทนที่สุด น่าจะดังขึ้นไปถึงเมืองด้านบนเลยทีเดียว
หลังจากฟรานถอนฟันให้เสร็จ เดเม่ก็เดินมาพร้อมกับเข็มและด้าย และทำการเย็บปากของดวาฟคนนั้นไว้อย่างแน่นหนา
“ถ้ามีใครอยากถอนฟันอีก ก็เชิญพูดออกมาได้เลยนะ”
“…”
ภายในห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงแค่เสียงสะอื้นไห้ออกมา
“ทั้งนี้ผมจะไม่นับเรื่องที่พวกคุณสุ่มหัววางแผนเรื่องร้ายๆ กันตอนนี้หรอกนะ เพราะไม่มีโอกาสที่
พวกคุณจะได้ทำตามแผนแล้วล่ะ งั้นมาเริ่มจากจำเลยคนแรก หัวหน้ากิลการโรงแรม โจฮา”
ผมมองไปทางชายหน้าแหลม ที่พอถูกเรียกชื่อ ก็ถึงกับปัสสาวะราดออกมา
“ด้วยคดี…ช่างหัวแมร่ง ก็รู้ๆ กันอยู่แล้วล่ะเนอะว่าใครทำอะไรบ้าง อย่าเสียเวลาเลย มาลงโทษกันดีกว่า”
ผมยิ้มบอก พร้อมกับที่ฟรานหยิบถังนํ้ามันออกมาจากในกระเป๋า และราดลงบนตัวของโจฮา แต่ก่อนที่จะจุดไฟ เดเม่ก็จับยัดยาฟื้นฟูระดับสูงให้ดื่มไปก่อน
“ผมผิดไปแล้ว! จะไม่ทำอีกเด็ดขาด ปล่อยผมไปเถอะ! พระเจ้า! ไม่นะ!”
“ศาลไม่รับฟังคำแก้ตัว”
ผมบอกพร้อมกับที่มิรินใช้เวทมนต์สร้างลูกไฟเล็กๆ เท่ากับหัวไม้ขีด ก่อนจะโยนใส่โจฮา ร่างของเขาลุกไหม้ด้วยเปลวไฟทันที แต่เขายังไม่ตาย มีเพียงแต่เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทรมาน พร้อมกับกลิ่นเนื้อมนุษย์ย่างลอยตลบอบอวนไปทั่วห้องประชุม เล่นเอาหัวหน้ากิลคนอื่นๆ พากันอาเจียนออกมา
กว่าโจฮาจะตายเพราะถูกเผาทั้งเป็น ก็กินเวลาไปหลายสิบนาที เพราะตราบใดยาฟื้นฟูยังไม่หมดฤทธิ์ Hp ของโจฮาก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พอๆ กับที่ลดลงไปเพราะถูกไฟครอก ระหว่างรอให้เสียงร้องของโจฮาเงียบ ผมก็รู้สึกว่าปากของซารีที่ดูดดุ้นผมอยู่สั่นกระตุกแถมยังกัดลงมาเบาๆ ด้วย ผมจึงก้มหน้าลงไปต่อว่าเธอ
“เป็นผู้หญิงที่ลามกจริงๆ เลยนะซารี แค่ดูดดุ้นผมก็ถึงกับเสร็จเองเลยเหรอ”
ซารีตอบผมด้วยการตวัดลิ้นไปรอบๆ ดุ้นผม ดูเหมือนเธอจะติดใจจนหยุดตัวเองไม่อยู่แล้ว แต่ผมก็ปล่อยให้เธอทำต่อไป และหันกลับขึ้นมาตัดสินคดีต่อ เพราะเสียงร้องของโจฮามีแต่เสียง ฟรี้ เบาๆ ออกมา เพราะหลอดลมคงถูกเผาจนเกรียมหมดแล้วล่ะมั่ง
“จำเลยคนที่สอง หัวหน้ากิลช่างตีเหล็ก โบรัม”
ผมหันไปยิ้มให้ทางดวาฟที่ถูกถอนฟันไปในตอนแรก ถึงจะพูดไม่ได้เพราะโดนเย็บปากอยู่ แต่สีหน้านี้แววตานี้แสดงความตื่นกลัวแบบสุดขีด
แต่เพราะปากถูกเย็บอยู่ ผมเลยต้องใช้วิธีฉีดยาให้แทน แน่นอนว่าเป็นยาฟื้นฟูระดับสูง จากนั้นฟรานกับเดเม่ก็ถือค้อนตีเหล็กขึ้นมา
“เมื่อก่อนนอกจากจะกีดกันไม่ยอมให้ยูรินขึ้นเป็นนายช่างใหญ่แล้ว ตอนนี้ยังมากล่าวหาพวกผมแบบไม่มีมูลความจริงอีก เพียงเพราะแค่อิจฉาที่ทางผมสามารถทำอาวุธที่ดีกว่าออกมาได้ เพราะงั้นนี้คือโทษที่แกจะได้รับ”
พอผมพูดจบ ฟรานกับเดเม่ก็สลับกันหวดค้อนลงบนตัวของโบรัม เสียงทุบเนื้อและเสียงกระดูกหักดังประสานเสียงกันอย่างลงตัว บางครั้งก็มีลูกกระตาหลุดกระเด็นออกมาบ้าง กระดูกทิ่มเนื้อออกมาบ้าง ตับไตไส้พุ่งทะลักออกมาทางปากหรือก้นบ้าง แต่ตราบใด Hp ยังไม่หมดก็ยังจะไม่ตาย
การลงทัณฑ์ของผมโหดเหี้ยมราวกับการลงทัณฑ์จากนรก จนเริ่มมีคนสติแตกหัวเราะออกมาทั้งนํ้าตา
และพอผมจะเรียกชื่อจำเลยคนต่อไป หัวหน้ากิลที่เป็นหญิงสาวคนหนึ่งก็รีบตะโกนออกมา
“ท ท่านโรมะ! ดิฉันยอมรับผิดทุกอย่างแล้ว ได้โปรดใช้ฉันเป็นนางบำเรอของท่านด้วยเถอะค่ะ ทั้งรูปร่างหน้าตาและลีลาบนเตียงฉันเก่งกว่ายัยซารีอีกนะคะ”
“หา!?”
ผมตะวัดเสียงแบบไม่พอใจทันที พร้อมกับดึงแขนของซารีให้ออกมาจากใต้โต๊ะ ผมถอดกางเกงเธอออก ซึ่งตอนนี้มันเปียกโชกเลย จากนั้นหันหน้าเธอออก
และช้อนแขนยกเธอขึ้น ในสภาพถางขาออกโชว์น้องสาวให้ทุกคนดูอย่างเต็มตา
“อย่าเอาหอยโสโครกของเธอ มาเทียบกับหอยเรียบเนียน และนูนเหมือนหอยเด็กสาวอย่างนี้เชี่ยวนะเฟ้ย!”
ผมตะโกนว่าพร้อมกับเสียบดุ้นเข้าไปในหอยของซารีทีเดียวมิดด้าม ซารีเลยกรีดร้องแบบสะใจออกมา
“ข้างในก็ตอดดีจริงๆ ที่สำคัญหน้าตาร่านๆ แบบนี้มันโคตรเร้าอารมณ์เลย”
ผมที่โดดดูดมาจนเกือบจะเสร็จก่อนหน้าแล้ว เลยสอยใส่จนนํ้าแตกยัดจนเต็มมดลูกของซารี
“เฮ้ อย่าพึ่งหลับ”
ผมตบแก้มซารีเบาๆ ก่อนจะกลับมานั่งลงและให้เธอดูดดุ้นผมต่อ
“อย่างที่ว่าไป ฉันไม่สนใจข้อเสนอของเธอ อยู่เฉยๆ รอรับการลงโทษซะ ไม่งั้นเธอจะได้รับบทลงโทษที่ทรมานกว่าที่ควรเป็นซะอีก”
สิ้นหวัง หวาดกลัว เสียใจ นั้นคือสิ่งที่แสดงออกมาทางแววตาของทุกคนในห้องเวลานี้ ไร้ซึ่งการเมตตาและโอกาสในการดิ้นรน ขุนนรกแห่งการลงทัณฑ์ของผมยังคงดำเนินต่อไปตลอดทั้งคืน
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะโดนโทษจากผม สำหรับพวกหัวหน้ากิลที่แค่มีส่วนรู้เห็นและออกเสียง แต่ไม่ได้มีความบาดหมางอะไรลึกซึ้งกับผม จะปล่อยตัวไปโดยไม่ลงโทษอะไร เพียงแต่ผมได้เอาครอบครัวลูกเมียของพวกมันมา และเก็บไว้เป็นตัวประกันที่ปราสาทจอมมาร โดย
ที่ผมจะให้พวกมันนั่งในตำแหน่งเดิม และทำงานไปแบบเดิม เพียงแต่ห้ามออกจากเมือง ห้ามกระด้างกระเดื่องหรือทรยศผม และต้องทำงานให้กับผม ถ้าผิดจากนี้แม้แต่เพียงนิดเดียว โทษทัณฑ์นั้นจะตกไปสู่ครอบครัวและลูกเมียของพวกมัน
ทว่าผมก็รับปากว่าจะไม่แตะต้องตัวประกันแม้แต่ปลายเล็บ และจะดูแลเลี้ยงดูให้การศึกษาเป็นอย่างดี แถมพอครบสิบปี ผมก็จะปล่อยทุกคนเป็นอิสระ
หัวหน้ากิลที่รอด ต่างกลัวผมจนแค่ได้ยินชื่อก็ถึงกับขี้ราดกันแล้ว อย่าว่าแต่เรื่องคิดทรยศเลย แค่แอบด่าผมในใจยังไม่กล้าเลย เพราะภาพนรกแตกในคืนนี้จะติดตาฝั่งใจพวกเขาไปชั่วชีวิต พวกมันไม่อยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง ขนาดที่ยอมฆ่าตัวตายดีกว่าจะโดนการลงทัณฑ์จากผม นอกจากนี้ผมยังกุมชีวิตครอบครัวของพวกมันไว้
อีก พร้อมกับยังให้ความหวังไว้ ด้วยระยะเวลา 10 ปี ตอนนี้พวกหัวหน้ากิลเลยเป็นเหมือนผึ้งงานให้กับผม ที่ทั้งซื่อสัตย์และขยันยิ่งกว่าทาสซะอีก
ส่วนเจ้าพวกที่โดนผมลงทัณฑ์จนเสียชีวิตไป ผมก็หาคนที่ไว้เสียบแทนที่ไว้แล้ว แถมทุกคนล้วนแต่เป็นคนที่โดนเรโมริก้าสะกดจิตไว้เป็นทาส เลยไม่ต้องห่วงเรื่องการโดนทรยศหรือขัดคำสั่งเลย ซํ้าถ้ามีเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากล ก็จะรีบมารายงานให้ฟังทันที
ด้านซารีตอนนี้ถูกผมส่วมปลอกคอ และโดนต้อนเข้ามุมไปแล้ว ที่เหลือก็ค่อยๆ ฝึกจนเธอเชื่อง แต่อย่างไงซะผมก็ยังไม่ไว้ใจเธอ เรื่องที่ผมปล่อยให้หัวหน้ากิลบางคนรอด ก็เพื่อเป็นชนักติดหลังซารีเอาไว้ วันใดที่เธอคิดกำแหงขึ้นมาอีก ผมจะใช้ชนักอันนี้ฝั่งเธอให้จมดินไปเลย
เพียงเท่านี้ผมก็ปิดบัญชีเรียบร้อย ทั้งบุญคุณความแค้นทั้งหมดถูกลบออก ล้างหน้าไพ่และเริ่มต้นเกมส์ใหม่


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 4 พลังของมารราคะ

ตอน 150

ตอนที่ 149 เหตุบังเอิญ