ตอนที่ 72 กระเป๋าจอมโกงอาวุธระดับ World

ตอนที่ 72 กระเป๋าจอมโกงอาวุธระดับ World
หลังจากทำยาให้เอร่าครบสิบขวด นํ้าหวานของเธอก็หมดพอดี ผมเลยย้ายไปทำงานชิ้นที่สองต่อ
งานชิ้นที่สองที่จะทำก็คือ กระเป๋านักผจญภัยแบบใหม่ เพราะตอนนี้กระเป๋าขนาดกลางไม่เพียงพอสำหรับปาร์ตี้ของผม ส่วนจะขนใบใหญ่ไปก็เสี่ยงต่อพวกมิจฉาชีพ และยังต้องใช้เก็บวัตถุดิบภายในบ้านอีก
ผมเลยต้องคิดหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพของกระเป๋านักผจญภัย ซึ่งงานนี้ผมต้องพึ่งพวกไรโมดอลด้วย ผมให้พวกเธอแยกส่วนกระเป๋านักผจญภัยขนาดเล็กออกมา ก่อนจะนำกลับเข้าไปเย็บใส่ด้านในของ
กระเป๋าใบเล็กอีกใบ เหมือนกับกระเป๋าตังที่มีหลายๆ ช่องนั้นแหละ
ผลการทดลอง…สำเร็จแล้ว!!!
กระเป๋าใบเล็กที่เคยจุได้ยี่สิบชิ้น หลังจากเย็บเพิ่มไปอีกสองช่อง เลยจุเพิ่มได้เป็นหกสิบชิ้นไปแล้ว ทว่ายังเหลือปัญหาอีกอย่างหนึ่ง นั้นก็คือนํ้าหนัก ถึงจะใส่ของได้มาก แต่ลิมิตของนํ้าหนักไม่เปลี่ยน ทว่าเรื่องนี้ผมก็คิดเอาไว้แล้ว
ปกติเวทมนต์ที่ใส่ไว้ในกระเป๋าคือเวท Stop ที่ช่วยรักษาสภาพของที่ใส่เข้าไปไว้ในสภาพเดิม แต่ตอนนี้ สกิลอุปกรณ์เวทผมเป็นเลเวลสองแล้ว เลยทำให้ใส่เวทเพิ่มลงได้อีกหนึ่งอย่าง และเวทที่ผมคิดไว้ก็คือ เวท Float เป็นเวทที่ใช้สำหรับลอยตัว หลักการทำงาน
ของมัน ตามที่ถามจากมิรินดู ก็คือการลบนํ้าหนักของวัตถุออกไปนั้นเอง!!!
แถมตอนนี้ในบ้าน นอจากมิรินแล้วยังมีเรโมริก้า ที่สามารถใช้เวทมนต์ได้ และโชคดีที่เธอมีเวท Float อยู่ด้วย แถมยังเป็นระดับ Master ซึ่งทำให้เธอควบคุมการลอยตัวได้ราวกับกำลังบินอยู่
หลังจากใส่เวท Float ลงในกระเป๋าใบเล็กรุ่นทดลอง และจัดยัดของลงไปเพื่อทดสอบนํ้าหนัก ก็ปรากฏว่ามันสามารถใส่ภูเขาทั้งลูกลงได้เลยด้วยซํ้า ไม่มีจำกัดล่ะ! กระเป๋าใบนี้ไม่มีขีดจำกัดเรื่องนํ้าหนักแล้ว
ผมเรียกเดเม่มาทันที และให้พวกไรโมดอลเย็บเอากระเป๋าใบเล็กรุ่นทดลอง ติดเข้าไปในกระเป๋าด้านหน้าของผ้ากันเปื้อน เอ่อ เหมือนกระเป๋าของโดเรXXเลยแฮะ
เดเม่ดีใจใหญ่ เพราะเท่านี้เธอก็เก็บอุปกรณ์จำเป็นไว้ติดตัวได้ตลอดเวลาแล้ว
ผมตั้งชื่อให้ซะใหม่ โดยจะเรียกมันว่า กระเป๋าจอมโกง!
ก็เล่นใส่ของได้ไม่จำกัดนํ้าหนักแบบนี้มันโกงกันชัดๆ แถมตอนนี้ผมเริ่มทดลองมาทำกระเป๋าขนาดกลางบ้าง
โดยเอากระเป๋าของพวกเดเม่มาเย็บช่องเพิ่มไปอีกคนละสองช่อง เลยทำให้จุเพิ่มเป็นสามร้อยชิ้น มากกว่ากระเป๋าใบใหญ่อีก ส่วนกระเป๋าขนาดกลางที่เหลือ ผมให้ซาคุยะกับดอเรียไปคนละใบ เพราะเห็นว่าทั้งคู่เอาไอเท็มตอนไปดันเจี้ยนลาลาพัสใส่รถเข็นกันมา
ส่วนใบเล็กที่เหลือ ผมเก็บไว้ที่ทางเข้าประตูหน้า เพื่อใครจะออกไปซื้อของ ก็ได้หยิบเอาไปใส่ของได้ ใบ
ใหญ่ห้าใบที่ซื้อเพิ่มมา ผมไม่ได้ทำการแก้ไขให้เป็นกระเป๋าจอมโกงหรอก เพราะกะเอามาตั้งไว้ในครัวเพื่อใส่วัตถุดิบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยผมแยกไว้เลยว่าใบไหนไว้ใส่อะไร เช่น กระเป๋าใส่ผัก กระเป๋าใส่เนื้อ กระเป๋าใส่ปลา กระเป๋าใส่ของหวาน กระเป๋าใส่เครื่องปรุง และยกให้ยูรินกับพวกไรโมดอลไปคนละใบด้วย เผื่อจะใช้เก็บอะไร เท่านี้ปัญหาที่เก็บของก็หมดไป ด้วยขนาดพื้นที่จัดเก็บ ผมสามารถตุนอาหารไว้สำหรับห้าสิบคนได้หนึ่งปีเลย
เสร็จเร็วกว่าที่คิดไว้ซะอีก ผมเลยกลับไปนั่งทำอย่างอื่นต่อ โดยไปที่คอกม้าและติดอุปกรณ์เวทที่ประมูลมาไว้ใต้รถม้า จากนั้นผมลองให้เดเม่ขับรถม้าวนไปรอบๆ ลานนํ้าพุ
สำเร็จ ข้างในไม่รู้สึกถึงแรงกระแทกเลย แต่ภายนอกเดเม่บอกว่ายังสั่นอยู่ตามปกติ ผมเลยลองเรียกให้ดอเรียมาช่วยควํ่ารถม้าให้ โดยที่ผมนั่งข้างใน ผลคือ นิ่งสนิท ต่อให้รถม้าควํ่าข้างในก็ยังไม่รู้สึกอะไร แต่ตอนเปิดประตูออกมาอาจจะงงๆ หน่อย แล้วพอก้าวออกมา จะโดนสลับแรงโน้มถ่วงแบบกะทันหันจนผมล้มหน้าควํ่าไปแทน สรุปคือ ถ้ารถม้าควํ่าต้องรอให้ตั้งกลับก่อนค่อยออกมา ไม่งั้นได้มีสภาพแบบผมตอนนี้แน่
แต่เข้าใจหลักการทำงานของผ้ารองแก้วแล้ว คือถ้าวางแก้วใส่นํ้าลงบนผ้า ต่อให้ปัดแก้วล้ม นํ้าก็จะไม่หกออกมาสักหยด และจะอยู่ในแนวระนาบกับพื้นเสมอ แต่เอาเถอะแค่ทำให้ข้างในรถม้าไม่สั่นได้ก็เกินพอแล้ว เอ่อ แต่อาจจะมีคนไม่พอใจก็ได้ เช่นยูรินที่ชอบมีอะไรกับผมบนรถม้าโดยเฉพาะจังหวะรถกระแทกแรงๆ
ผมกลับเข้ามาจัดการพวกไอเท็มขยะที่กวาดซื้อมาจากของหลุดประมูลต่อ เพราะกะจัดการพวกงานค้างๆ พวกนี้ให้เสร็จวันนี้เลย พวกผ้าพอคลีนนิ่งแล้วก็ส่งให้กับพวกไรโมดอล ส่วนอาวุธก็ขนไปให้ยูรินหลอมสกัดเอาแร่ออกมา
ตอนที่กลับไปหายูรินอีกรอบ เธอก็กำลังออกมาจาก Workshop พอดี ในมือเธอถือดาบมาด้วย มันเป็นดาบที่มีสีเหมือนลายหินอ่อน ดูบอบบางเอามากๆ
“สำเร็จแล้ว!”
ยูรินรีบเอามาให้กับผมทันที ผมเลยใช้ตรวจสอบดู
????
ทั้งชื่อของอาวุธและค่าพลังล้วนเป็น ???? ตรงค่าพลังไม่แปลกใจหรอก เพราะตรวจสอบดูได้แค่อาวุธที่มีค่าพลังในระดับพื้นทางเท่านั้น เช่นว่า มีดเงิน พลังโจมตีของอาวุธจะอยู่ที่ 10-50 ซึ่งพลังโจมตีในอาวุธแต่ล่ะชิ้นจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความละเอียดและความสมบูรณ์ในชิ้นงาน ซึ่งถ้าค่าพลังโจมตีอยู่สูงกว่า 30 จะเป็นมีดสั้นที่เรียกว่า ของระดับมาสเตอร์พีช ซึ่งสกิลตรวจสอบไม่สามารถตรวจสอบค่าพลังได้
ส่วนอาวุธที่มีค่าพลังโจมตีสูงอยู่แล้ว เช่นง้าวที่ฟรานใช้ ผมว่าค่าพลังขั้นตํ่าสุดมากกว่าร้อยอยู่แล้ว ผมดูค่าพลังไม่ได้เช่นกัน คงต้องรอให้เลเวลตรวจสอบสูงกว่านี้ล่ะมั่ง ถึงจะเห็นค่าพลังโจมตีที่สูงกว่านี้ได้
แต่ดาบที่ยูรินส่งมาให้นั้น มีช่องสกิลว่างถึงสามสกิลแนะ! เสียดายตอนนี้ไม่มีคริสตัลวิญญาณเลย
“สุดยอดเลยยูริน มีช่องสกิลตั้งสามอันแนะ!”
“ไม่ต้องสนช่องสกิลหรอก ลองใช้ดู”
ยูรินเร่งให้ผมทดสอบใช้มันดู เอสเตอร์เองก็ทำหน้าตื่นเต้นเหมือนกัน
ผมเลยลองเหวี่ยงมันดู เบา! แค่ออกแรงนิดเดียวก็ฟันผ่าอากาศ จนดาบเคลื่อนที่ไปเร็วกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก ไม่ใช่แค่ความเบาแต่ยังความคมขนาดตัดอากาศได้อีก สมดุลของดาบก็ดีเยี่ยม ไม่ใช่ว่าเบาแล้วจะเหวี่ยงดาบแบบไร้พลัง แต่พอเคลื่อนไปในอากาศมันก็เกิดแรงหนุนขึ้นมา
“นายท่าน!”
ยูรินเรียกผมขณะโยนอิฐก่อนหนึ่งใส่ ผมฟันดาบเพื่อจะปัดมัน แต่ดาบกับไหลผ่านอิฐไปแบบไร้แรงสัมผัส ไม่ต่างจากเหวี่ยงดาบใส่อากาศเลย! ก้อนอิฐถูกตัดเรียบกริบ อะไรมันจะคมขนาดนี้!
“ส่วนความทนทานทดสอบแล้ว ขนาดทุบด้วยค้อนใหญ่ มันยังไม่มีแม้แต่รอยเลย”
“คุณภาพก็สุดยอด เล่นเอาตาข้าเกือบบอดเลย!”
“นี้มันยิ่งกว่าที่คิดไว้ซะอีก! จริงสิ ยูริน ตั้งชื่อดาบเล่มนี้ให้หน่อย”
“…ดาบศิลาเย็น”
“ศิลาเย็นเหรอ…”
ผมลองจับที่ใบดาบ รู้สึกเย็นจริงๆ ด้วย และพอตรวจสอบดูอีกที ชื่อมันก็ขึ้นมาแล้ว
ดาบศิลาเย็น ระดับ World
เอ๋? มีคำว่าแปลกๆ โผล่มาด้วย
“ยูริน ลองตรวจสอบดูหน่อยสิ เห็นคำแปลกๆ มาด้วยหรือเปล่า”
ยูรินใช้สกิลตรวจสอบกับดาบศิลาเย็นตามที่ผมบอก และดวงตาที่นิ่งสนิทของเธอ ก็ขยายจนโตขึ้นมาเป็นเท่าตัว
“อะ อาวุธระดับ World!!!”
“เห็นเหมือนกันใช่ไหม แล้วมันคืออะไรเหรอ?”
“อาวุธระดับ World เป็นอาวุธที่จะมีชิ้นเดียวในโลกเท่านั้น อาวุธของผู้กล้าที่ใช้ล้มจอมมารที่แล้วๆ มาก็เป็นอาวุธระดับ World ทั้งนั้น”
“หรือก็คือจะไม่มีทางสร้าง ดาบศิลาเย็น ขึ้นมาได้อีกแล้วเหรอ”
ว่าแต่ถ้ามีพลังขนาดที่ว่าจริง แล้วมาให้จอมมารอย่างผมถือมันจะดีเหรอเนี่ย
“สร้างได้ แต่คงได้ในระดับคุณภาพที่ตํ่ากว่า ดาบเล่มนี้ข้าทุ่มเททุกอย่างลงไป ข้าใส่ความตั้งใจลงไปทุกครั้งที่ลงค้อน ทั้งหมดเพื่อตอบแทนสิ่งที่นายท่านทำให้กับข้า จนรู้สึกได้เลยว่าไม่สามารถทำออกมาได้แบบนี้อีกแล้ว”
“ยูริน…ขอบใจนะ”
เล่นพูดแบบนี้ผมคงเอาไปขายหรือยกให้คนอื่นไม่ได้แล้วล่ะ
“เดี๋ยวจะทำฝักดาบให้”
“อ่ะ เดี๋ยวก่อนยูริน มาดูของพวกนี้ก่อนสิ”
ผมเทเอาพวกอาวุธพังๆ ออกมา และอธิบายวัตถุประสงค์ให้ยูรินฟัง
“แบบนี้เอง ได้แร่ดีๆ มาในราคาถูก กำลังอยากได้แร่มาผสมกับหินทะเลลึกอยู่พอดี”
ยูรินดูท่าจะถูกใจแฮะ ส่วนเอสเตอร์เองก็เปิดผ้าปิดตาและมองดูกองซากอาวุธ ก่อนจะรีบชี้ไปที่หอก
“หอกอันนี้ยังมีแสงสดใสอยู่ ถ้าซ่อมได้จะต้องเป็นของดีแน่ๆ”
“จัดไปเลย ยูรินซ่อมได้ใช่ไหม”
“ได้อยู่แล้ว”
ตอนนี้โปรเจคผลิตอาวุธไปได้สวยทีเดียว พอมีเอสเตอร์เข้ามาช่วย ก็ทำให้หาอาวุธดีๆ ที่พอซ่อมได้มาอีกทาง คาดหวังได้สินะเนี่ย
วันนี้มีแต่เรื่องดีๆ โชคกำลังเข้าข้างผมเหรอเนี่ย ไม่สิ ไม่ใช่โชคหรอก มันมาจากความพยายามของทุกคนต่างหาก
ผมคิดว่าเย็นนี้จะต้องตอบแทนทุกคนสักหน่อย เลยขอยูรินให้ช่วยทำกระทะใบใหม่ให้ พออธิบายไปยูรินก็ทำหน้าสงสัย เพราะมันไม่เหมือนกระทะที่ใช้ในครัวเลย แต่เธอก็ทำให้ทันที ถ้าเป็นพวกข้าวของเครื่องใช้ เธอจะทำได้เร็วมาก เพราะตอนอยู่กับนายช่างใหญ่ เธอก็ได้ทำแต่งานพวกนี้จนชำนาญ
ผมเอากระทะที่ยูรินทำให้ มาลงวงจรเวท แล้วก็ไปรบกวนเรโมริก้าให้ช่วยใส่เวทมนต์ลงไปอีกครั้ง
“หาเนื้อเพิ่มอีกหน่อยดีกว่า”
ผมไปดูในกระเป๋าวัตถุดิบ ส่วนของเนื้อที่ล่ามาคราวก่อน ใกล้จะหมดแล้ว ผมเลยคิดว่าจะไปล่าวัวหาเนื้อกับเนยมาเพิ่มสักหน่อย
แต่ยูรินกำลังยุ่งอยู่ ส่วนฟรานก็กำลังนอนหนุนตักเรโมริก้าอยู่ ผมเลยไม่อยากปลุกเธอ เลยไปกันกับเดเม่แค่สองคน
พอเดินผ่านถนนออกมา ก็เห็นพวกดาเซสกำลังทำกำแพงอยู่ แถมท่าทางจะใกล้เสร็จแล้วด้วย เพราะตอนนี้ทุกคนที่ว่างงานอยู่ก็มาช่วยกันหมด ทั้งโมอา โรสลิน จามิร่า ซาคุยะ ดอเรีย กิน เอร่า…เอ่อ รายสุดท้ายมานั่งเล่นด้วยมากกว่าจะมาช่วยแฮะ
“นายท่านจะออกไปข้างนอกเหรอ”
ดาเซสพอเห็นผมเดินมาก็ร้องทักทันที
“อืม จะออกไปล่าเนื้อมาเพิ่มน่ะ”
“เนื้อ! หรือว่าคืนนี้จะเป็นสเต็กเนื้อ!”
พอพูดถึงสเต็กหลายคนก็พากันนํ้าลายไหล แต่คนที่ไม่รู้จักก็ได้แค่เอียงคนด้วยความสงสัย
“เปล่าๆ ไม่ใช่สเต็กหรอก แต่รับรองอร่อยไม่แพ้กัน”
“อย่างไงอาหารของนายท่านก็อร่อยทุกอย่างอยู่แล้ว”
ดาเซสท่าทางราวกับจะรอให้ถึงมื้อเย็นไม่ไหว แต่ระหว่างที่หยุดคุยกันอยู่นั้นเอง เมยอาก็วิ่งตามหลังผมมาทัน และรีบทักขึ้นมา
“นายท่าน ที่ให้ทำเสร็จแล้ว”
เมยอาชูสมุดเล่มหนึ่งขึ้นมา มันเป็นข้อมูลของทุกคน ทั้งอายุ ถิ่นกำเนิด และวันเกิด
“ขอบใจนะเมยอา ทำเร็วดีจริงๆ”
ผมพึ่งวานให้เธอทำเมื่อตอนบ่ายนี้เอง ถึงจะไม่ได้ทำยากอะไร แต่ต้องคอยวิ่งไปถามทีละคน มันเป็นงานที่ยุ่งยากทีเดียว ผมรับมาพลิกดู จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่เดเม่ เพราะของเธอไม่มีทั้งถิ่นกำเนิดและวันเกิดเขียนไว้
“คือหนูถูกนายผู้หญิงเก็บมาเลี้ยงค่ะ นายผู้หญิงบอกว่าเจอหนูถูกทิ้งไว้ที่ข้างถนน เลยไม่มีข้อมูลอะไรเลย ต้องขอโทษด้วยค่ะ”
“เอ่อ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องขอโทษหรอก”
ผมทำหน้านึกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะใส่วันเกิดของเดเม่ลงไปเอง มันคือวันแรกที่เธอมาอยู่กับผม
“จากนี้ไปเธอมีวันเกิดแล้วนะ”
“ขอบคุณค่ะนายท่าน!”
เดเม่รีบเช็ดนํ้าตาที่ไหลพรากออกมา วันนี้เดเม่ร้องไห้บ่อยไปแล้วแฮะ
ผมพาเดเม่ออกไปล่าวัวกันต่อ โดยงานนี้เป็นผมที่จัดการคนเดียว เพราะต้องการทดสอบดาบศิลาเย็น ซึ่งผลมันยิ่งกว่าที่คาดซะอีก เพราะเพียงแค่ฟันลงไปเบาๆ ก็ผ่าร่างวัวจนขาดกลางเลย ถึงเพราะเลเวลจะเพิ่มขึ้นมาจากครั้งก่อนด้วยก็เถอะ แต่หลักๆ มันมาจากดาบศิลาเย็นเนี่ยล่ะ
เพื่อทดสอบความแรง ผมเลยเปลี่ยนไปใช้มีดมังกรสมุทรดู อันนี้ก็แทงทีเดียวจอดเหมือนกัน แต่ไม่ขนาดตัดผ่าร่างได้เหมือนดาบศิลาหิน เดเม่ที่ยืนดูอยู่ตบมือและชมผมใหญ่เลย เอ่อ เขินๆ แฮะ เหมือนมีสาวๆ มาคอยเชียร์ตอนแข่งกีฬาไม่มีผิด
ด้วยที่ผมจัดการพวกวัวได้ในทีเดียว เลยไม่ต้องล่อมาทีละตัว และเดินฝ่าไปกลางฝูงมันได้เลย ส่วนเดเม่ก็มีหน้าที่เดินเก็บพวกไอเท็มดรอปใส่กระเป๋า ซึ่งของเดเม่นั้นมีทั้งกระเป๋าจอมโกงทั้งแบบใบเล็กและใบกลางเลย แต่เห็นว่าใบเล็กแค่ใส่ข้าวของเครื่องใช้ประจำตัว พื้นที่ก็เกือบจะเต็มแล้ว
การล่าคราวนี้ไม่ได้ทั้งเลเวลและสกิลอะไรเพิ่มขึ้นมา แต่ใช้เวลาน้อยกว่าตอนมาคนเดียวเยอะเลย เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงผมก็เก็บวัตถุดิบได้ตามเป้าแล้ว อ้อ
แถมโชคดีได้คริสตัลวิญญาณมาก้อนหนึ่งด้วย เป็นก้อนแรกเลยที่ได้นอกพื้นที่ดันเจี้ยนนํ้าตก
ผมใช้มันกับดาบศิลาเย็นทันที สกิลที่ปลดล็อคออกมาได้คือ
Perfect Sword (Passive skill) เพิ่มพลังโจมตีถาวรให้อาวุธ 1,000
…ไม่รู้จะบอกไงดีเลย แค่ไม่มีสกิลก็รู้สึกว่าพลังโจมตีมันโหดมากแล้วนะ นี้ยังได้สกิลที่บวกความโหดที่ว่าไปอีก อืม แบบนี้สินะความรู้สึกของพวกที่ได้สกิลโกงๆ มา
ผมลองทดสอบอีกครั้งกับพวกวัวที่น่าสงสาร แต่ไม่รู้สึกถึงความต่างเลย บางทีต้องไปลองกับตัวที่เก่งกว่านี้
หลังจากเสร็จธุระกับพวกวัวแล้ว ผมก็ชวนเดเม่กลับทันที จริงๆ อยากจะทำกับเดเม่สักรอบก่อนกลับนะ แต่แถวนี้มีปาร์ตี้อื่นมาล่าวัวเหมือนกัน ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกหน้าใหม่รุ่นเดียวกับผมเนี่ยล่ะ
ตอนที่ผมเดินผ่านไป ก็เห็นปาร์ตี้ขนาดสามคน ซึ่งล้วนแต่เป็นเด็กอายุ 14-15 กำลังช่วยกันล่าวัวอยู่ พวกนี้ทำได้ไม่ดีเท่าไร เพราะคนที่เป็นตัวล่อขยับตัวช้าไป เลยโดนวัวพุ่งชนเข้าไป กระเด็นมาทางผมพอดี เลยรับตัวไว้ไม่ให้ไปกระแทกพื้น
ท่าทางจะสาหัสเอาเรื่อง ผมเข้าใจดีเลยล่ะ เคยโดนมาเหมือนกัน แถมสถานการณ์เริ่มแย่ เพราะพวกนี้อยู่ใกล้ฝูงวัวมากเกินไป ตัวอื่นๆ เริ่มทำท่าขยับเข้ามาช่วยพรรคพวกแล้ว
“นายท่านคะ ขอช่วยเด็กพวกนี้ได้ไหมคะ”
เดเม่ถามกับผม คงสังเกตเห็นเหมือนกัน ว่าถ้าทิ้งไว้เด็กพวกนี้ไม่รอดแน่
“เอาสิ”
ผมตอบขณะหยิบยาฟื้นพลังขึ้นมา กรอกให้กับเด็กหนุ่มที่พึ่งโดนวัวพุ่งชน ส่วนเดเม่ไม่ได้ขยับออกไป เพียงแต่หยิบอาวุธออกมาจากกระเป๋าตรงผ้ากันเปื้อน
ที่เธอหยิบออกมาไม่ใช่ธนู แต่เป็นหัวลูกศรที่หักแล้ว เหมือนเธอจะเก็บเอาพวกลูกศรที่พังไป เอาไว้ด้วยทั้งหมดเลย เดเม่จับหัวลูกศรก่อนจะสะบัดมือออกไป ทั้งรวดเร็วและเรียบง่าย แต่หัวลูกศรพุ่งทะลุหัวของวัวราวกับถูกยิงด้วยลำแสง วัวตัวอื่นก็มีซะตากรรมแบบเดียวกับ ทุกตัวตายด้วยการซัดหัวลูกศรของเดเม่เพียงครั้งเดียว แถมระยะไกลสุดที่เธอปาได้คือเกือบห้า
สิบเมตรทีเดียว หรือว่านี้เป็นผลของสกิล Battle maid lv2 ไม่อยากจะคิดแล้วล่ะ น่ากลัวจริงๆ
ไม่ใช่ผมที่ตะลึงหรอกนะ พวกเด็กๆ ก็พากันตะลึงไปด้วย จนมีคนทำอาวุธหลุดมือเลย
“เมดล่ะ!?”
“เมดจริงๆ ด้วย!”
“อายุก็พอๆ กับพวกเราด้วยนะ”
ทุกคนมองมาที่เดเม่ โดยไม่มีผมอยู่ในสายตาเลย เฮ้ย ผมก็ช่วยรักษาแล้วไง ไม่เห็นความสำคัญเลยเหรอ
แต่เดเม่กลับไม่สนใจสายตาที่รุมจ้องเลย เธอมองมาที่ผมและชวนออกเดินทางต่อ แต่ก่อนจะไปผมใช้ตรวจสอบกับพวกเด็กๆ ดู
“…พวกเธอยังเลเวลน้อยเกินไป ควรไปเก็บเลเวลที่ลูปันชั้นหนึ่งต่ออีกสักหน่อยก่อนนะ”
“เห็นไหม ฉันบอกแล้วมันเร็วไป”
เจ้าคนที่โดนวัวชนรีบหันไปบอกพวกเพื่อนๆ
“แต่ฉันอยากกินเนื้อนี่น่า แถมที่ลูปันพวกเราแทบไม่ได้อะไรกลับมาเลย”
“งั้นก็เอาเนื้อที่ดรอปไปด้วยสิ พวกพี่ได้มาพอแล้ว”
ผมชี้ไปยังพวกไอเท็มดรอปที่มาจากฝีมือของเดเม่
“หะ ให้พวกเราจริงเหรอ!”
“อืม เอาไปเลย”
ผมบอกเสร็จก็เดินจากมาทันที แต่ถึงจะไม่ต้องหันไปดู ก็รู้ว่าพวกเด็กๆ กำลังดีใจมาก จะว่าไปเนื้อพวกนี้ก็มีราคาอยู่พอสมควรนี่น่า รายได้ดีกว่าลูปันชั้นหนึ่งแบบเทียบไม่ติดเลย
แต่การที่เดเม่เสนอตัวออกไปช่วยคนอื่นเนี่ย ถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดีแฮะ


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 4 พลังของมารราคะ

ตอน 150

ตอนที่ 149 เหตุบังเอิญ