ตอนที่ 85 คืนชีพศพ!
ตอนที่ 85 คืนชีพศพ!
จากที่สู้กับ Raid ศพออร์คคราวก่อน
ก็ชัดเจนแล้วว่าผมเลเวลยังน้อยเกินไป ถ้าไม่รีบตามคนอื่นให้ทัน
ผมจะกลายเป็นตัวถ่วงของปาร์ตี้ไปแทน
ถึงจะมีคิดเอาไว้บ้างก็เถอะ
ว่าสักวันหนึ่งถ้าพวกเธอเริ่มเก่งกันแล้ว และผมกลายเป็นส่วนเกินของปาร์ตี้
ก็จะให้พวกเธอเริ่มออกผจญภัยและล่ากันเองโดยไม่มีผม แต่ตอนนี้ยังก่อน
อย่างไงก็จะให้ช่วงเวลานั้นมาถึงให้ช้ากว่านี้
จริงอยู่ที่ชั้น 8 ผมไม่ควรจะออกไปล่าคนเดียว แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย
ช่องว่างก็จะไม่ลดลงสักที
ผมเปิดเรดาร์ และเคลื่อนไหวตัวแบบหลบซ่อน ไม่ปะทะกับพวกกลุ่มใหญ่
แต่หาพวกศพที่หลุดฝูงออกมาตัวสองตัว
ความได้เปรียบของผมอยู่ที่ดาบศิลาเย็น
ที่สามารถจัดการพวกศพได้ในดาบเดียว แม้แต่จะเป็นตัวที่เลเวลสูงสุดก็ไม่ต่างกัน มันทำให้ผมสู้ง่ายและเก็บเลเวล
ได้ไว แต่ว่าก็มีความเสี่ยงอยู่ เพราะถึงโจมตีจะรุนแรงแค่ไหน
แต่ความต่างของเลเวลและค่าพลังยังคงอยู่
แถมมีเกราะมังกรขั้นต้นช่วยอีก แต่ลองถอดเกราะออกสิ
ผมโดนโบกทีเดียวเดี้ยงแน่นอน เพราะงั้นผมต้องยิ่งระวัง บอกความจริงกับตัวเองเสมอ
เพื่อไม่ให้ติดประมาท
ผมพยายามหลบการโจมตีของศพ โดยคิดว่าตัวเองโดนทีเดียวตายตลอดเวลา
เป็นวิธีเดียวที่จะช่วยฝึกลับประสาทสัมผัสได้
เวลาผ่านไปกว่าชั่วโมงหนึ่ง ผมกำจัดพวกศพไปได้ราวสามสิบตัว
เพราะต้องเสียเวลาเดินแบบซ่อนตัวไปด้วย เลยฆ่าได้ค่อนข้างน้อย แถมโชคไม่ค่อยดี
เพราะไม่ได้อะไรเลยนอกจากเหรียญเงิน
แต่อย่างไงผมก็ตั้งใจจะล่าไปเรื่อยๆ
อย่างน้อยก็อยากจะได้สักเลเวลก่อนจะเช้า
ทว่าแผนการก็ล้มเหลว เพราะผมดันไปเจอศพตัวหนึ่งเข้า
เป็นศพที่มีอายุราว 17-18 เป็นเผ่าครึ่งมนุษย์ครึ่งแมว
เพราะบนเรือนผมสีชมพูอ่อนมีหูสามเหลี่ยมกำลังกระดิกอยู่
และยังหางที่ยื่นออกมาจากขอบกางเกงด้วย เธอมีหน้าตาสวยแบบสเปกผมเลย
สภาพร่างกายก็สมบูรณ์ไม่มีส่วนไหนขาดหายไป หรือแผลน่าเกลียดน่ากลัวแบบศพตัวอื่น
ผมตรวจสอบเลเวลศพมนุษย์แมวดู
เลเวล 16 เท่าผมเลย อาวุธก็ไม่มี…ลองจับดูดีกว่า
แต่แค่เชือกคงโดนกระชากขาดแน่ เพราะศพจะมีแรงมาก
ผมเลยใช้เข็มขัดเหล็กที่ใส่อยู่แทน ส่วนวิธีจะทำให้เธออยู่นิ่งๆ ก็ง่ายสุดๆ
แค่ต้องใช้ Wall สร้าง
เป็นกำแพงเตี้ยๆ ให้เธอวิ่งสะดุด
พอเธอล้มก็โดนผมเข้าตะคลุบตัวทันที
ถึงจะเป็นศพที่ร่างกายไร้ความรู้สึกไปแล้ว
แต่เธอก็ต่อต้านน่าดูเลยแฮะ ขอบอกไว้ก่อน ผมไม่ใช่พวกชอบเอากับศพหรอกนะ
แต่พวกนี้น่ะเป็นมอนสเตอร์ เป็นศพเดินได้ แค่ไม่มีชีวิตเท่านั้นเอง
“เอ่อ ไม่อยากให้คิดว่าผมกำลังข่มขืนเลยนะ เอาแบบนี้ล่ะกัน
ผมว่าจะลองทดสอบอะไรหน่อย ถ้าสำเร็จก็ถือว่าเป็นค่าชดเชยเลยล่ะกัน”
ว่าแล้วผมก็เริ่มกระบวนการร่วมเพศ แต่ไม่ราบรื่นเอาซะเลย
เพราะเธอดิ้นไม่หยุด แถมหอยก็แห้งสนิทบวกกลิ่นเหม็นให้ด้วย
เหม็นขนาดคลีนนิ่งก็ช่วยไมได้เลยล่ะ แต่ถ้าตัดเรื่องพวกนั้นออกไป
ก็คือว่าหอยของเธอเป็นเกรตA เลย รูปร่างภายนอกภายในยอดเยี่ยม
เพราะเธอไม่มีอารมณ์ร่วมเลยสักนิด ผมเลยใช้เวลาซอยนานกว่าครึ่งชั่วโมง
ถึงจะแตกใส่ข้างในเธอไป แต่หลังจากเสร็จกิจแล้ว ก็เอานํ้าเชื้อออกมากรอกใส่ปากเธอ
ส่วนผมก็รอดูผลการทดลอง เพราะนํ้าเชื้อผมมันรักษาได้ทุกอย่าง
ผมเลยอยากรู้ว่ามันจะถึงขั้นชุบชีวิตได้ไหม
แต่ผ่านไปสามนาทีก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอยังคงสภาพเป็นศพอยู่ตามเดิม
“ว๊า ไม่ได้ผลเหรอเนี่ย เอ่อ ไม่สิ
ขืนสำเร็จนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่แน่”
ผมกำลังคิดว่าจะเอาอย่างไงกับเธอต่อดี
จะฆ่าเพื่อเอาเลเวลก็ดูโหดร้ายกับเธอไปหน่อย
แต่ถ้าปล่อยเธอก็จะหันมาเล่นงานผมอยู่ดี
“เดี๋ยวสิ…มีไอ้นั้นอยู่ด้วยนี่น่า”
ผมนึกอะไรขึ้นมาได้ เลยเริ่มคุ้ยดูในกระเป๋า
จนเจอสิ่งที่ตามหาอยู่…ยาชุบชีวิตที่ได้มาจากเจ้าหญิงโชไง
เลยต้องจับเธอกรอกอีกรอบ ตัวยาในขวดมีสีใสเหมือนนํ้าเปล่า
และมีปริมาณเพียงแค่อึกเดียวก็หมดแล้ว
“ไอ้เลว! ไอ้ชาติชั่ว! แกข่มขืนข้า!
แล้วยังให้ข้ากินนํ้าสกปรกของแกอีก! ฆ่า จะต้องฆ่าให้ได้!...เอ๋???”
เอ่อ ผมก็อยากร้องเอ๋ด้วยเหมือนกัน เธอคืนชีพได้จริงๆ ด้วยแฮะ!
ยาชุบชีวิตของเจ้าหญิงโชสุดยอด ไอ้นํ้าเชื้อลูกพ่อแกแพ้แล้วล่ะ
“อย่างไงก็ดีใจด้วยนะ ที่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง”
“อะ อืม ข้าต้องขอบคุณท่านสินะ
งั้นที่ทำกับข้าเมื่อกี้เพื่อช่วยข้าเหรอ?”
“ครึ่งหนึ่งเท่านั้นแหละ ส่วนอีกครึ่งแค่อยากมีอะไรกับเธอ”
“…ท่านนี้เถรตรงเกินไปแล้ว แต่ช่วยปล่อยข้าสักทีได้ไหม”
“ปล่อยแล้วอย่าอัดผมนะ”
“ข้าเป็นคนรู้สำนึกคุณคน นอกจากจะไม่อัดแล้ว
ข้าอยากจะชดใช้หนี้ครั้งนี้ให้ด้วยซํ้า”
“ผมชื่อโรมะ เธอล่ะชื่ออะไร”
ผมแนะนำตัวขณะเริ่มแกะเข็มขัดที่มัดแขนเธอออก
“ข้าราก้า ว่าแต่ตอนนี้เป็นปีอะไรแล้ว”
“ปีหัวหมูป่าที่ 344 ผ่านช่วงเก็บเกี่ยวประจำปีมาได้สองเดือนแล้ว”
“นี้ข้าเป็นศพอยู่นานตั้งสองร้อยปีเลยเหรอเนี่ย
งั้นตอนนี้ครอบครัวของข้าก็คง…”
“เสียใจด้วย แต่ถ้าไม่มีที่ไป จะมาอยู่กับผมก็ได้นะ”
“ข้ายังไม่ได้ตอบแทนให้เลย
นี้ยังจะต้องติดหนี้บุญคุณท่านเพิ่มอีกเหรอ”
“งั้นเอาแบบนี้ไหม ผมมีสองอย่างให้เลือก อย่างแรกมาทำงานให้ผม
ส่วนเธอทำอะไรได้บ้างไว้ค่อยดูกัน แล้วอย่างที่สองมาเข้าฮาเร็มผม”
“ฮาเร็ม? ท่านเอาจริงเหรอ”
“เอาจริงสิ เธอสวยตรงสเปกผมเลย แถมหูกับหางเธอก็ดูน่ารักดีออก”
“นะ น่ารัก! ขะ ข้าเป็นแค่พวกครึ่งสัตว์นะ
แล้วงานที่ว่าเนี่ยหรือว่าจะจับข้าไปเป็นทาส!”
“ใช่ซะที่ไหนล่ะ เอาเป็นว่าไม่ต้องระแวงผมหรอก
ส่วนจะตัดสินใจอย่างไงค่อยๆ คิดไปก่อน ไม่ต้องรีบให้คำตอบตอนนี้ก็ได้”
“อะ อืม งั้นข้าขอติดตามท่าน ข้ามีฝีมือพอสู้ได้
เรียกใช้ได้ตามสบายใจเลย”
“โอ๋! งั้นก็ดีเลย ผมว่าจะทดลองคืนชีพศพอีกที เธอช่วยหน่อยนะ”
“ให้ช่วยหยุดอีกฝ่ายไว้สินะ ได้สิ”
จากนั้นผมก็เปิดเรดาร์และออกหาพวกศพที่แตกกลุ่มออกมา
ระหว่างนั้นก็พยายามทำความรู้จักกับราก้าไปด้วย
เท่าที่พูดคุยกัน ทำให้รู้ว่าก่อนที่จะตาย
ราก้าเคยเป็นนักผจญภัยมาก่อน แต่เพราะถูกคนในปาร์ตี้หักหลัง ด้วยการวางยาพิษเธอ
และเอาศพมาทิ้งไว้ที่ชั้นนี้ ส่วนสาเหตุที่โดนหักหลังก็เพราะเรื่องเงินๆ ทองๆ
นั้นแหละ
ผลประโยชน์นั้นถือเป็นภัยอันดับหนึ่งของนักผจญภัยเลย
ต่อให้คนที่ปาร์ตี้ด้วยเป็นเพื่อนที่โตมาด้วยกัน
แต่ลองได้เห็นทรัพย์สินจำนวนมากอยู่ตรงหน้า ก็
พร้อมจะหักหลังกันได้ในทันที
และนี้เป็นเหตุผลที่ผมเลือกจะสร้างฮาเร็มทาสในตอนแรก
เพราะถ้าเป็นทาสอย่างน้อยก็มีหลักประกันว่าจะไม่หักหลังล่ะนะ
พอเดินๆ มาผมก็เจอเป้าหมายต่อไป นอกจากจะแยกออกมาตัวเดียวแล้ว
ยังอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีศพอื่นอยู่ใกล้ๆ ด้วย ทำเลเหมาะจริงๆ
ผมให้สัญญาณราก้าอ้อมไปอีกทาง พอประจำที่แล้ว ผมก็กระโดดออกไปเป็นตัวล่อ
แต่พอเห็นศพตัวนี้ ผมก็ต้องขมวดคิ้วด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง
เพราะมันดันเป็นศพของนักบวชสาวที่มาด้วยกันกับผม
“ที่ตายไปสองเป็นนักบวชสาวเหรอเนี่ย น่าเสียดายแฮะ
นึกว่าเป็นพวกไอ้ตัวผู้ซะอีก”
ระหว่างที่ผมพึมพำอยู่คนเดียว ศพนักบวชสาวก็โจมตีใส่ผมทันที
แต่ยังไม่ทันได้ถึงตัว ก็โดนราก้าที่ย่องมาจากข้างหลังขัดขาจนล้มซะก่อน
ผมช่วยขึ้นไปนั่งทับตัวไว้ขณะให้ราก้ามัดมือมัดเท้าไป เธอใช้เชือกได้คล่องมาก
จนไม่ต้องใช้เข็มขัดเหล็กของผม ก็มัดศพได้อยู่หมัด
“คนรู้จักเหรอ?”
ราก้าเห็นผมจ้องอีกฝ่ายด้วยสีหน้าปั้นยาก
เลยมองออกว่าผมรู้จักอีกฝ่าย
“ไม่เชิงหรอก”
แล้วผมก็เล่าเรื่องพวกจากโบสถ์ใหญ่ให้ฟัง
ราก้าพอรู้ว่าพวกนี้เป็นคนเชิดเงินผมไป ก็โกรธแทนขึ้นมา คงเพราะคล้ายๆ
กับกรณีของเธอล่ะมั่ง
“ฆ่าเลยเถอะ คนแบบนี้ไม่ควรจะไปช่วยไว้”
“ก็คิดอยู่ เพราะยาชุบชีวิตผมเหลือแค่สี่ขวด
ต้องมาใช้กับคนแบบนี้รู้สึกไม่ค่อยคุ้มเลย”
“งั้นตามนั้น ข้าจะลงมือให้เอง”
“เดี๋ยวๆ ถึงใจจริงผมจะไม่อยาก
แต่ชุบขึ้นมาแกล้งเล่นมันน่าสนุกกว่านะ”
“…จริงของท่าน”
ราก้าอมยิ้มแล้วถอยออกไปยืนดู
เธอคงเข้าใจล่ะว่าพวกโบสถ์นับถือพระเจ้า แต่การที่ถูกคนธรรมดาอย่างผมชุบชีวิตให้
ศรัทธาที่มีคงได้สั่นคลอนกันบ้างล่ะ
ผมหยิบยาชุบชีวิตออกมาและกรอกใส่ปากเธอไป ถ้าจำไม่ผิด
เคยได้ยินพวกนักบวชคนอื่นๆ เรียกเธอว่า ครีเรน่า
หลังกรอกยาไปแล้ว พวกผมก็รอดูผลกัน แต่ผ่านไปหลายนาที
ครีเรน่าก็ยังเป็นศพแบบเดิม
“เอ๋? ทำไมไม่ได้ล่ะ”
หรือว่าจะไม่ได้ชุบได้ทุกคน ระหว่างที่ผมคิดอยู่นั้น ราก้าก็เข้ามาบอก
“บางทีอาจเป็นเพราะยังไม่ได้ดื่มนํ้าสกปรกของท่าน”
“นํ้าเชื้อผมไม่สกปรกนะ! นํ้าเชื้อเหรอ?
แต่ต้องให้เธอกินเข้าไปไม่เห็นได้ผลเลยนะ”
“ตอนที่ดื่มนํ้าสก…นํ้าเชื้อท่านข้ารู้สึกได้ถึงพลังชีวิต”
“พลังชีวิต…เริ่มจะเข้าใจแล้วล่ะ ยาชุบชีวิตจะไม่มีผล ถ้าในร่างกายนั้นไร้ซึ่งพลังชีวิตแล้วสินะ
เพราะงั้นถึงใช้กับคนที่พึ่งตายใหม่ๆ ได้ แต่ใช้กับศพที่ตายนานแล้วไม่ได้”
“เท่าที่ข้าเคยได้ยินมาตอนเป็นนักผจญภัย เห็นว่ายาชุบชีวิตจะให้ผล
เพียงแค่ในสิบนาทีแรกหลังตายแล้ว”
“นั้นคือขีดจำกัดของการคืนชีพตามปกติสินะ…ช่วยไม่ได้แฮะ ถึงจะไม่ได้รู้สึกพิศวาสอะไรยัยนี้
แต่ต้องให้ช่วยรีดนํ้าเชื้อออกมาล่ะนะ”
ว่าแล้วผมก็ทำการขืนใจศพนักบวชสาว โดยมีราก้าช่วยจับแขนไว้ให้
แต่ครีเรน่าดิ้นจนผ้าคลุมศีรษะหลุดออก เห็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นเธอชัดๆ
เพราะปกติพวกนักบวชสาวจะแต่งตัวรัดกุม มีให้เห็นผิวกายเพียงแค่บริเวณใบหน้าเท่านั้น
ส่วนผมต้องเก็บไว้ในผ้าคลุม
ครีเรน่ามีผลยักสกสั้นสีแดง หน้าตาเธอเหมือนสาวบ้านนอก
ไม่ได้สวยอะไรแต่ก็ไม่ได้ขี้เหร่ ส่วนรูปร่างก็ไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไร
เธอค่อนข้างผอมแห้ง หน้าอกเล็กไม่เข้ากับตัว สะโพกใหญ่ไม่สมส่วน
ขนตรงหอยเยอะอีกต่างหากหัดตัดบ้างสิเฟ้ย!
แต่พอผมใส่ดุ้นเข้าไป ก็พึ่งนึกเรื่องสำคัญออก
แต่ช่างเถอะเพราะสายไปแล้ว ก็ผมพึ่งชิงเอาความบริสุทธิ์ของเธอมาไงล่ะ
สำหรับพวกนักบวชไม่ว่าชาย
หรือหญิง ศีลพรหมจรรย์ถือเป็นเรื่องสำคัญ
เพราะมีคำสอนว่านักบวชคือผู้อุทิศตนให้กับพระเจ้า นั้นรวมถึงร่างกายด้วย
เรื่องความเชื่อของเธอไว้เอาไปแก้กันเอาเองล่ะกัน
เพราะอย่างไงเธอก็ตายไปแล้ว พระเจ้าคงไม่ปรารถนาจะอึบศพแบบผมหรอก
แต่ว่าไม่สนุกเลย ให้นอนดิ้นๆ แบบราก้ายังดีซะกว่า
แต่นี้พอโดนผมเสียบเข้าไป ก็แน่นิ่งแกล้งเป็นศพ…ไม่ใช่แกล้งสิ
ต้องบอกนอนนิ่งสมเป็นศพจริงๆ
“เอ่อ ราก้าช่วยหน่อยได้ไหม แบบนี้ทั้งคืนผมก็คงไม่เสร็จ”
“…ขะ ข้าเหรอ!?”
“อืม ก็เธอนั้นแหละ”
“ตอนเป็นศพข้าไม่รู้สึกอะไรก็จริง
แต่ใช่ว่าข้าจะชอบเรื่องแบบนี้นะ”
“งั้นขอแค่หน้าอกก็ได้”
“หน้าอก??”
“อืม แค่หน้าอก”
ถึงจะทำท่าเอียงอาย
แต่สุดท้ายราก้าก็ยอมดึงเสื้อลงเปิดหน้าอกให้ผมดู ทว่าเธอเข้าใจผิดไปหน่อย
ผมไม่ใช่แค่จะดูหรอกนะ
ผมดึงดุ้นของออกมาจากหอยครีเรน่า และเสียบไปตรงร่องนมของราก้าแทน
เธอตกใจจนหน้าซีดตัวแข็งทื่อ แต่ก็ไม่ได้ขยับหนี ผมจับมือสอนให้เธอเล่นนมหนีบ
ถึงจะดูไม่ค่อยเต็มใจแต่ก็ไม่ได้รังเกียจ ผมเลยสอน
เธอใช้ปากดูดส่วนหัวที่โผล่ออกมาด้วย ระหว่างนั้นผมก็จับหูเธอเล่น
มันนิ่มกว่าหูแมวจริงๆ ซะอีกแฮะ
ระหว่างนั้นผมก็สำรวจดูร่างกายราก้าไปด้วย หูเธอไม่ได้มีสองแบบ
แต่มีเฉพาะหูแบบแมวเท่านั้น ร่างกายส่วนอื่นก็ไม่มีอะไรต่างจากมนุษย์แล้ว
ส่วนหางนั้นงอกออกมาจากส่วนก้นกบ เห็นว่าลำบากในการหาเสื้อผ้าใส่
ที่จะไม่ให้กดทับหางเอาเรื่อง
ถึงจะพึ่งหัดเล่นนมหนีบกับดูดดุ้น แต่ราก้าก็ทำได้ดีลิ้นเธออุ่นๆ
แล้วก็นิ่มมาก ดีไม่ใช่ลิ้นสากๆ แบบแมว ไม่งั้นดุ้นผมถลกแน่
แล้วผมก็กำลังจะเสร็จเลยให้ราก้าไปช่วยจับครีเรน่าอ้าปากออก
แล้วผมก็รีดนํ้าเชื้อยิงเข้าปากเธอไป แต่ต้องกรอกยาชุบชีวิตเพิ่มไปอีกขวด
เพราะฤทธิ์ยาก่อนหน้าคงหมดไปแล้ว
มันได้ผลร่างกายของครีเรน่าเริ่มรักษาตัวเอง ผิวซีดๆ
กลับมามีสีเลือดอีกครั้ง และตามมาด้วยเสียงด่าทอแบบเดียวกับราก้าเลย อืม ข่มขืนศพนี้ไม่ดีสินะ
เพราะถึงไม่รู้สึกอะไร แต่ก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองอยู่
“แก! ไอ้ชาติชั่ว แกเอาความบริสุทธิ์ของฉันไป!”
ครีเรน่าร้องห่มร้องไห้ใหญ่ แต่ช่วยดูสถานการณ์ด้วยสิ
“เอ่อนี้ ถ้าขืนยังเสียงดังล่ะก็ จะเจอศพรุมเข้ามาฆ่าอีกรอบนะ
แล้วผมไม่ยอมเปลื้องยากับเธอเป็นขวดที่สามหรอก”
พอโดนผมทักไป ครีเรน่าก็รีบยกมือขึ้นปิดปากทันที เอ่อ
ยังดีพอมีสมองอยู่หน่อย
แต่ถึงจะเบาเสียงลงแต่เธอก็ยังไม่เลิกด่าท่อผมอยู่ดี
แถมยังเริ่มหนักข้อดึงเอาพระเจ้ามาเกี่ยวอีก
“การสร้างชีวิตเป็นงานของพระเจ้า! แกบังอาจลบลู่พระองค์!”
“เดี๋ยวๆ ใจเย็นเจ๊ การสร้างชีวิตน่ะเป็นเรื่องของผู้ชายอึบผู้หญิง
แล้วฉีดนํ้าเชื้อให้เข้าไปให้เกิดการผสมพันธุ์ต่างหาก หรือถ้าจะเชื่อในมุมของเธอ
แบบนี้ไม่เท่ากับว่าพระเจ้าแอบเล่นชู้หรอกเหรอฮ่าๆๆ”
“แกไอ้มารศาสนา!”
ครีเรน่าทนกับคำพูดผมไม่ไหว เลยพุ่งเข้ามาจะทำร้าย แต่โดนราก้าเตะสวนใส่ท้องจนลงไปนอนจุกกับพื้น
“ยัยนี้แกล้งสนุกอย่างที่ท่านว่าจริงๆ ด้วย แต่มารยาทแย่ชะมัด
ขนาดคนที่ชุบชีวิตให้ยังจะกล้าทำร้ายอีก”
“เห็นด้วย แถมยังกินไปตั้งสองขวด”
เอาเป็นว่าเลิกแกล้งเธอก่อนดีกว่า
“ฟังนะ เรื่องที่มีอะไรกับผมน่ะ ถ้าผมไม่พูดเธอไม่พูด
ก็ไม่มีใครรู้ ใช่ พระเจ้าก็ไม่รู้หรอกนะ
นอกจากเธอจะไปนอนถางขาให้พระเจ้าเสียบล่ะก็นะ”
“แก! เลิกดูหมิ่นพระองค์สักที!”
“ได้ๆ โทษทีผมคิดไงก็พูดไปตามที่คิดนั้นแหละ
ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรหรอก แต่จะยอมให้ความร่วมมือได้ไหม ถ้ายอมเป็นเด็กดีล่ะก็
ผมจะลบความทรงจำก่อนหน้านี้ไปให้หมดเลย”
ครีเรน่าทำหน้าคิดหนัก ก็สมควรหรอก
เพราะถ้าโบสถ์ใหญ่รู้ว่าเธอไม่บริสุทธิ์แล้ว ก็จะต้องถูกขับออกจากโบสถ์ใหญ่แน่
แถมยังจะต้องโดนลงโทษข้อหาหันหลังให้พระเจ้าอีก
งานนี้มีแต่เสียทางรอดเดียวก็คือทางที่ผมเสนอไปนั้นแหละ
“…ไม่ได้โกหกแน่นะ”
“ยื่นหมูยื่นแมว ตราบใดที่เธออยู่ในโอวาทผม
เธอก็จะเป็นสาวบริสุทธิ์ไปตลอดกาล”
“…มีใครเคยบอกไหม ว่าท่านนี้โคตรแสบเลย”
“นั้นชื่อเล่น ที่พวกที่บ้านเรียกผมเลยล่ะ”
ผมไม่ใส่ใจที่ราก้าจิกกัดผมมาหรอก ก็ผมเป็นไอ้ตัวแสบจริงๆ นี่น่า
เล่นข่มขืนแล้วยังหลอกแบล็คเมล์อีก
“กะ ก็ได้ ฉันตกลง”
แล้วผมก็ได้ทาสนอกสังกัดแบบไม่เป็นทางการมาแล้วหนึ่งคน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น