ตอนที่ 121 ความคืบหน้า
ตอนที่ 121 ความคืบหน้า
10 วันผ่านไปหลังจากเริ่มก่อสร้างโรงแรม
วันนี้เป็นวันที่โรงแรมสร้างเสร็จ
และกำลังอยู่ในขั้นตอนการตบแต่งภายใน
พวกลุงออกัสก็จะเริ่มย้ายร้านกันตั้งแต่วันนี้
พวกทาสผมก็ให้ไปทำความคุ้นเคยกับสถานที่ตั้งแต่วันนี้เหมือนกัน ส่วนวันเปิดจริง
จะเป็นอีกสองวันให้หลัง
และมีอีกข่าวดีหนึ่งที่ต้องบอก ว่าผมหาผู้จัดการโรงแรมได้แล้วไม่ใช่คนอื่น…แต่เป็นอานูบิส
เจ้าตัวมาขอกับผมเองเลยว่าอยากจะทำงานที่โรงแรมด้วย
เจ้าตัวสนใจตั้งแต่ตอนผมไปขออนุญาตทำการก่อสร้างในดันเจี้ยนของเขาแล้ว
ส่วนเหตุผลเพราะมันเป็นโอกาสดีที่จะได้ทำความคุ้นเคยกับสังคมมนุษย์ในโลกนี้
ซึ่งผมเองก็ไม่มีเหตุผลต้องปฏิเสธ เพราะอย่างไงเขาก็ทำงานให้ฟรี
แถมหน้าที่นี้ก็แทบไม่ต้องทำอะไร เพราะทาสที่ผมฝึกมาเป็นพนักงาน
สามารถจัดการงานในแผนกของตัวเองได้โดยไม่ต้องรอคำสั่ง
ผมเลยให้ชุดพ่อบ้านกับอานูบิสไปใส่ และให้ท่องจำกฎและระเบียบต่างๆ ในโรงแรม
ซึ่งงานง่ายๆ แต่กลับเหมือนยากสำหรับอานูบิสเลย
ด้านโบสถ์เองตอนนี้ก็สร้างเสร็จแล้วเหมือนกัน
กำลังอยู่ในขั้นตอนไปเชิญชวนให้คนมาสมัครเรียนกัน ซึ่งผมแบ่งหน้าที่กัน
โดยพวกกรอเรียจะไปแจกใบปลิวที่ผมคิดขึ้นมาในเมือง
ส่วนผมจะไปติดต่อขอติดประกาศที่กิลนักผจญภัย เพราะอย่างไงก็ย้ายแท่นวาปร์ไปที่ติดกิลวันนี้อยู่แล้ว
วันนี้ทุกคนดูตื่นเต้นกันมากกว่าทุกวัน โดยเฉพาะพวกทาส
เพราะสิ่งที่ฝึกมาอย่างหนักตลอดเกือบสองอาทิตย์ กำลังจะได้ใช้แล้ว
ส่วนเรื่องเมนูที่เป็นปัญหาในตอนแรก ผมก็แก้ปัญหาได้แล้ว
ด้วยการไปติดเควสรับสมัครคนที่วาดรูปเป็นมาจากกิลนักผจญภัย ซึ่งมีคนมาสมัครหลายสิบคนเลย
ทำให้งานเสร็จได้ทันเวลาพอดี
โดยในเมนูอาหารในหนึ่งหน้าจะมีรูปอาหารพร้อมกับชื่ออาหารติดไว้
ซึ่งแค่เห็นรูปก็พอทำให้รู้ได้ว่าเป็นอาหารแบบไหนเลยไม่ต้องเขียนอธิบายไว้
และยังมีติดราคาบอกไว้ด้วย ทั้งเป็นแบบตัวเลข และเป็นรูปเหรียญตามจำนวนเงิน เลยเป็นเมนูที่ใช้ได้ทั้งคนที่อ่านหนังสือออกและอ่านหนังสือไม่ได้
ส่วนเมนูอีกเล่มจะเหมือนสมุดภาพ
เพราะมันจะวาดขั้นตอนการกินอาหารแต่ละชนิดเอาไว้อย่างละเอียด ผมตั้งชื่อมันว่า
คู่มือการกินอาหาร
พอตรวจดูทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว
ผมก็ออกเดินทางไปที่กิลนักผจญภัยทันที แต่คราวนี้ผมไปแค่คนเดียว เพราะสาวๆ
ติดงานของตัวเองอยู่ แถมอาจจะต้องใช้เวลานิดหน่อย แต่ว่าไม่ใช่คนเดียวซะทั้งหมด
เพราะเรโมริก้านอกจากเวลากินและกิจกรรมทางเพศแล้ว ก็จะมาสิงในเงาของผมตลอด
เคยถามไปเหมือนกันว่าทำไมไม่ไปอยู่ในเงาของฟราน เรโมริก้าเลยบอกว่า
“เป็นคำสั่งของท่านมุเอมะค่ะ เพราะเวลาอยู่ในเงา
นอกจากสามารถรับรู้ได้ถึงอันตรายแล้ว
เวลาท่านโรมะเกิดมีอารมณ์ฉันก็จะรู้สึกได้ด้วย จึงสามารถออกมาปรนนิบัติได้ทุกเวลา”
อืม เมื่อวันก่อนก็แวะกลับไปหามุเอมะที่ปราสาทจอมมารมาเหมือนกัน
ก็ไปเล่าเรื่องโรงแรมที่จะสร้างให้ฟัง ถึงจะรู้ว่าเธอรู้อยู่แล้วก็เถอะ
แต่ไม่เห็นเธอพูดถึงเรื่องนี้เลย
พูดถึงสถานการณ์ที่ปราสาทจอมมาร ตอนผมกลับไปแบบว่าตกใจไปเหมือนกัน
เพราะราวกับมีการบุกโจมตีเกิดขึ้น พอไตร่ถามดูถึงได้รู้ว่าเป็นฝีมือของมุเอมะ
เพราะตอนที่ผมโดนเรเดียจับตัวไว้และโดนทำอะไรหลายๆ อย่าง มันทำให้มุเอมะถึงกับคลั่ง
ทุกคนช่วยกันห้ามเธอไว้จนบาดเจ็บกันไปละนาว แถมปราสาทก็มีสภาพอย่างที่เห็น
ผมเลยต้องเรียกมุเอมะมาลงโทษ
ด้วยการใช้ดุ้นกระหนํ่าใส่จนเธอกรีดร้องลั่นปราสาท
แต่มีอีกเรื่องที่น่าปวดหัว ก็คือเรื่องของอลิซาเบธ
เนื่องจากเธอกลายเป็นพวกเสพติดการมีเซ็กส์กับผมแล้ว
ทำให้เธอไม่สามารถขาดจากการมีเซ็กส์กับผมได้
มุเอมะบอกว่าขีดจำกัดของเธอคือหนึ่งสัปดาห์ มากกว่านี้อาจถึงขั้นทำร้ายตัวเองได้
นี้ก็กะว่าถ้าวันพรุ่งนี้ผมยังไม่กลับมา ก็คงต้องไปตามแล้ว
และนี้ก็เป็นเรื่องที่ทำให้ผมเสียใจ เพราะผมไม่ได้พิศวาสอะไรอลิซาเบธมากนัก
แต่ต้องมามีอะไรกับเธอทุกสัปดาห์เป็นเรื่องที่ฝืนความรู้สึกพอประมาณ
ทว่าผลกรรมใดใครก่อ คนนั้นก็ต้องรับผิดชอบ
ผมจึงเข้าไปซั่มอลิซาเบธที่รอท่าผมอยู่แล้วจนเธอหายอยากไปเลย
มุเอมะแนะนำให้ผมพาอลิซาเบธไปเข้าฮาเร็ม
หรืออย่างน้อยก็พาไปอยู่ที่คฤหาสน์ด้วย แต่ผมยัง
ไม่แน่ใจนัก เพราะจากนิสัยของอลิซาเบธ
ผมไม่คิดว่าเธอจะเก็บความลับของผมได้ แถมมีแววจะทะเลาะกับสาวๆ คนอื่น
ผมเลยขอดูไปอีกสักระยะก่อน
พูดถึงปัญหาแนวนี้ก็ยังมีอีกสองรายที่ทำให้ผมวิตก คนแรกก็คือซาคุยะ
เพราะถ้าใช้ตรวจสอบดู จะเห็นเลยว่าสถานะของเธอขึ้นมาเป็นทาสเซ็กส์แล้ว
ตอนมีเซ็กส์กับผมเธอจะไร้ซึ่งความเขินอายแบบครั้งแรก
และไม่ว่าผมจะสั่งอะไรเธอจะปฏิบัติตามทันที ถึงมันจะวิตถารแค่ไหนก็ตาม
แต่ยังดีที่ตอนอยู่ต่อหน้าคนอื่นเธอจะไม่แสดงด้านนี้ออกมาให้เห็น
ส่วนอีกคนก็คือ เนปฟ่า
คนนี้ผมวิตกเพราะผมอ่านเธอไม่ออก โดยพื้นฐาน
เนปฟ่าเป็นคนใจร้อนขี้โวยวาย แต่ก็มีบางมุมที่
เธอจะทำตัวเงียบๆ ไม่แสดงออก ยิ่งตอนหลังจากคืนที่ทำสงครามกันแล้ว
เธอไม่คุยแถมไม่มองหน้าผมอีกเลย ไม่สิ พยายามหลบหน้าเลยด้วยซํ้า
ทำให้ผมไม่รู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไงกันแน่ หรือว่าคืนนั้นผมทำให้เธอไม่ประทับใจ เป็นไปได้สูงเลย
เพราะมัวกันขนาดนั้นผมเลยไปใส่ใจรายละเอียดทีละคนไม่ได้
กับคนที่เป็นม้าเคยขี่มาแล้วมันไม่เป็นไรหรอก แต่กับเนปฟ่าเป็นครั้งแรก
มันต้องมีอะไรๆ ที่พิเศษหน่อย
มาคิดมุมกลับกัน ครั้งแรกของตัวเองกลับมาเจอมหกรรมเซ็กส์หมู่แบบนี้
ไม่กลัวก็แปลกแล้ว!
กลับอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ใช่ปัญหาหรอก
แต่มันมีผลกระทบกับจิตใจผมมากๆ เลย เพราะตอนนี้ค่า Lust Mastery
ของผมพุ่งกระฉูดเลย ยิ่งในคืนที่เกิดสงครามขึ้น ผมได้ค่า Lust Mastery มาอย่าง
มหาศาล แต่พอกดดูตรง Log เพื่อดูว่าได้มาจากใครเท่าไร
ผมแทบร้องไห้ออกมาเป็นสายเลือด เพราะผมได้ค่า Lust Mastery มาจากซีเอ้เยอะสุด
เยอะขนาดเอาพวกสาวๆ สามคนมารวมกันยังไม่เท่าเลย
ผมประเมินจากค่า Lust Mastery ที่ได้มาจากแต่ละคนแล้ว
สรุปว่ามันไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่ทำหรอก
แต่น่าจะขึ้นอยู่กับความวิตถารและความหื่นที่ผมระบายออกไปมากกว่า
ว่าแต่ค่า Lust Mastery ของผมตอนนี้เพียงพอจะเรียก
อัสโมเดียสออกมาได้สบายๆ เลย…แต่อย่าดีกว่า ได้กลิ่นไม่ค่อยดี
อย่าไปยุ่งด้วยเป็นดีที่สุด
กลับมาที่ปัจจุบัน ตอนนี้ผมกำลังมุ่งหน้าไปที่กิลนักผจญภัย
ซึ่งผมส่งจดหมายนัดหมายไปให้ซารีตั้งแต่เมื่อวานซืนแล้ว ซึ่งเธอก็ตอบตกลงมา
ส่วนแท่นวาปร์ผมให้สร้างเพิ่มขึ้นมาอีกอัน โดยเบอร์ 1
คืออันที่อยู่หน้าโรงแรม เบอร์ 2 คืออันที่กำลังจะเอาไปติดตั้งให้ที่กิลนักผจญภัย
และเบอร์ 3 คืออันที่ติดตั้งไว้นอกกำแพงคฤหาสน์ในจุดที่ลับตาคน จากเบอร์ 1 กับ 2
สามารถใช้งานได้โดยไม่มีเงื่อนไขอะไร แต่สำหรับเบอร์ 3
จะใช้ได้เฉพาะคนที่มีใบผ่านเท่านั้น
ซึ่งเป็นอุปกรณ์เวทที่ผมให้ทุกคนในคฤหาสน์พกติดตัวไว้ตลอด
เหตุที่ต้องทำแบบนี้
เพราะว่าต้องป้องกันคนนอกใช้แท่นวาปร์มาบุกคฤหาสน์น่ะสิ
ในขณะที่คนของผมสามารถวาปร์ไปที่กิลนักผจญภัยหรือโรงแรมได้
เลย เพราะการทำงานเป็นกะ
คนที่ไม่ได้ทำจะได้กลับมาพักที่หอพักได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง
ผมเดินเข้ามาในกิลตามปกติ แต่สายตาทุกคู่จ้องมาที่ผมทันที
โดยเฉพาะพวกพนักงานกิล รู้สึกขนลุกแฮะ
แต่ผมก็ทำเป็นไม่ใส่ใจสายตาของทุกคน
และเดินไปติดต่อพนักงานบอกว่าจะมาติดตั้งแท่นวาปร์
จุดที่จะติดตั้ง ทางกิลได้เตรียมไว้แล้ว
โดยใช้พื้นที่มุมหนึ่งของชั้นหนึ่งในการวางแท่นวาปร์
แต่จะกั้นคอกเป็นทางเข้าออกเพื่อเก็บค่าบริการ ส่วนค่าบริการนั้น ตกลงจะอยู่ที่ 50
รีลต่อคนเท่านั้น แต่สำหรับผู้ที่ไม่ใช่นักผจญภัย อัตราค่าบริการจะอยู่ที่ 100 รีล
ผมว่าแค่นี้ทางกิลก็ได้รายได้มหาศาลแล้วนะ
เพราะไม่ต้องเสียอะไรเลยนี่น่า
การติดตั้งนั้นแทบไม่ต้องเสียเวลาเลย
แค่เอาออกมาจากกระเป๋านักผจญภัย เปิดขาตั้งและตรวจดูการทำงาน
จากนั้นก็อธิบายวิธีการใช้งานให้พนักงานกิลฟังอีกครั้ง แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จ
พวกนักผจญภัยต่างพากันสนใจแท่นวาปร์เป็นอย่างมาก และอยากจะใช้ทันทีเลย
แต่ตามที่ผมตกลงกับซารีไว้ คือจะเปิดพร้อมกับที่ผมเปิดโรงแรม หรือในอีกสองวัน
เลยบอกทุกคนไปว่าตอนนี้แค่มาเทสระบบเฉยๆ
แต่ว่าหลังติดตั้งเสร็จแล้ว สายตาที่จ้องผมก็ยังไม่ลดลงเลย…แปลกๆ
มันต้องมีอะไรแน่
ผมขึ้นไปที่ชั้นสามเพื่อขอติดต่อติดใบประกาศ
โดยจะเสียค่าพื้นที่ประกาศคิดเป็นรายวัน ขนาดของใบประกาศที่ผมขอติด ตกวันล่ะ 250
รีล ซึ่งผมขอติดไว้ตลอดทั้งเดือนและจ่ายล่วงหน้าให้เลยทีเดียว
ใบประกาศผมค่อนข้างยาว
เพราะในประกาศนั้นจะอธิบายรายละเอียดทั้งหมดไว้ในการสมัครเรียน
แต่เงื่อนไขในการเข้าเรียนไม่มีอะไรมาก
เพราะไม่ต้องเสียเงินค่าเรียน และไม่จำกัดอายุผู้มาสมัคร
สถานที่ตั้งก็วาดแผนที่ให้ดูด้วย แต่ส่วนที่ยาวก็คือรายละเอียดปลีกย่อย เช่น
ถ้าเป็นเด็กในสลัมหรือคนที่ไม่มีที่อยู่ หรือไม่สะดวกในด้านใน
ให้ติดต่อมาพูดคุยกันก่อนได้ กรณีที่ผ่านการพิจารณา
ทางโบสถ์จะมีการสนับสนุนด้านความเป็นอยู่ให้จนจบการศึกษา
ซึ่งในส่วนการสนับสนุนนั้นมีผมเป็นสปอนเซอร์ให้
แต่ผมจะไม่ยื่นมือเข้าไปในยุ่งในส่วนการบริหาร
จะมีเพียงแค่นโยบายเท่านั้นที่ผมจะให้กรอเรียมาปรึกษากับผมก่อน
เพราะพื้นที่ของโบสถ์อยู่ในเขตคฤหาสน์ของผม ถ้ามีเรื่องอะไรขึ้นมา ผมต้องรับผิดชอบ
ด้วย
แต่เอาเข้าจริงกรอเรียก็ให้ผมช่วยทั้งการบริหารและนโยบายหมดอยู่ดี
หลังเสร็จธุระแล้ว ก็เหลือแต่ขึ้นไปทักทายคุยกับซารี
แต่พอผมหันไปทางบันได สายตาที่จ้องมายิ่งทวีความร้อนแรงขึ้น…อะไรกันฟ่ะเนี่ย!?
ผมก้าวขึ้นบันไดพลางเหลียวมองหลังไปด้วย
ในแววตาของทุกคนแฝงความปรารถนาบางอย่างไว้ แต่ผมดูไม่ออก
ได้แต่เพิ่มการตื่นตัวขึ้นมาเท่านั้น
เมื่อขึ้นมายืนอยู่หน้าประตูเข้าห้องทำงานของซารี
ผมก็เกิดความรู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมา เพราะพอก้าวเข้าห้องนี้แล้ว สกิลผมก็จะใช้ไม่ได้
แถมยังโดนซารีมองทะลุด้วยสกิลปริศนาของเธออีก
เอาน่า คราวก่อนก็รอดออกไปได้ คราวนี้ก็เหมือนกันนั้นแหละ
ผมเคาะประตู และเว้นช่วงก่อนจะเปิดประตูเข้าไปอย่างอาจหาญ
ก่อนจะรีบปิดมันลงอย่างขวัญกระเจิง
ถึงจะแค่แวบเดียว แต่ตะกี้หลังประตูมีเด็กสาวแสนสวยยืนยิ้มให้ผมอยู่
ทั้งๆ ที่ตรงสเปกแต่ไม่รู้ทำไม สัญชาตญาณผมมันกรีดร้องราวกับเจอเสือจ้องเขมือบ
“โรมะ มาแล้วทำไมไม่เข้ามาล่ะ”
เสียงของซารี? เอ๋ เสียงเด็กลงมากเลยนะ
ผมเปิดประตูอีกครั้งโดยเก็บความประหลาดใจและสงสัยเอาไว้
คราวนี้เด็กสาวแสนสวยมายืนใกล้กว่าเดิมซะอีก ผมเห็นชัดถนัดตาจนแน่ใจว่าเธอคือซารีแน่ๆ
ถึงจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยก็เถอะ
ที่ผมจำได้เพราะโครงหน้ากับสีผม
แต่ส่วนอื่นนี้ผมไม่มั่นใจว่าใช่เธอสักนิด ใบหน้าเธอดูเด็กลงสักสิบปี ไม่สิ
ยี่สิบปีเลย! หน้าเด้งอย่างกับเด็กทารกไม่มีผิด ผ้าคาดตาก็ไม่ได้ใส่แล้ว
ดวงตาของเธอกลับมาเป็นปกติ ผิวที่ค่อนข้างแห้งและหย่อนตามอายุ
กลับมาขาวใสนุ่มลื่นไร้ซึ่งรอยแผลเป็น
ส่วนเสื้อผ้าก็ต่างไปจากเดิม จากชุดทำงานแบบผู้ชาย
เปลี่ยนมาเป็นชุดโกธิคโลลิต้าสีดำแบบเดียวกับที่ฟรานใส่
“ฉันดูเป็นไงบ้าง”
“จำแทบไม่ได้เลยครับ”
“ดีหรือไม่ดีล่ะ”
“ดีมากๆ เลย ดีเกินไปด้วยซํ้า!”
“ฮุๆๆ ต้องขอบคุณยาที่โรมะให้ไว้น่ะ พอใช้แล้วก็เป็นแบบนี้เลย”
“เอ่อ แล้วชุดนั้น”
“ชอบใช่ไหมล่ะ ฉันให้ลูกน้องไปสืบมาเลยนะ
ว่าโรมะชอบผู้หญิงแต่งตัวแบบไหน แรกๆ ก็กลัวจะไม่เข้ากับตัวเองเหมือนกัน”
“เข้าสิ เข้าสุดๆ เลย!”
“ข ขอบใจ แต่อายุปูนนี้แล้ว มาแต่งตัวแบบนี้น่าอายเป็นบ้า”
“งั้นก็ต้องรีบทำให้หายอาย”
ผมไม่รอช้า ตรงเข้าไปจับเธอหันไปกดกับโต๊ะ โดยให้โก้งโค้งก้นมา
ผมถกกระโปรงเธอขึ้นและจับดุ้นเขี่ยไปที่ปากถํ้า ซึ่งมันแฉะพร้อมรับทำศึกแล้ว
“อะไรกัน แฉะตั้งแต่ก่อนผมมาอีกเหรอ”
“โธ่ อย่าพูดสิ! ฉันรอมาตั้งหลายวัน พอคิดว่านายจะมาวันนี้
ตรงนั้นมันก็คันตลอดเลย”
“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจะทำให้หายคันเอง”
“ด เดี๋ยววันนี้จะใช้สกิลก็ได้นะ”
ซารีบอกแบบเขินๆ แต่ไม่หันมามองผม แต่หูเธอแดงแล้ว
พอตรวจดูพึ่งรู้ตัวว่าสกิลใช้ได้ตามปกติ แบบนี้ก็สนุกสิ
ผมไม่รีรอจะใช้สกิลมารราคะเพื่อปรับขนาดดุ้นทันที
และใช้สกิลเพื่อเพิ่มสารหล่อลื่นในช่องคลอดของซารีด้วย
วันนี้ผมเลยสามารถกระหนํ่าได้หนักๆ โดยไม่ต้องกลัวว่าเธอจะเจ็บ
ซารีเองก็รู้ว่าทุกอย่างมันต่างไปจากคราวก่อน ถ้าครั้งก่อนเรียกว่าสุดยอด
ครั้งนี้คือที่สุดของยอดแล้ว*
*แอบฮ่าคนแปล ดันแปลมาได้ ที่สุดของแจ้
ซารีเสร็จติดต่อกันจนแทบคลั่ง
ยิ่งตอนผมแหย่นิ้วเข้าไปในปากและเขี่ยนิ้วเธอเล่นพร้อมกับใช้กระตุ้นความรู้สึกเล่นน้อย
แต่นั้นเธอก็ถึงกับฉี่แตกออกมา
ผมต้องรีบใช้คลีนนิ่งจัดการกับฉี่ของซารีไปด้วย
เพราะนี้เป็นพื้นไม้ ปล่อยไว้เดี๋ยวมีซึมลงไปชั้นล่างแน่
แต่ซารีนี้สิไม่สนใจอะไรแล้ว เธอร้องออกมาไม่เป็นภาษา
และใช้มือจิกโต๊ะทำงานจนแหลกไปหลายส่วน
ซารีเสร็จถี่จนผมนับไม่ถูกว่าเธอเสร็จไปกี่ครั้ง
แต่สกิลแจ้งเตือนว่ามันถึงลิมิตของเธอแล้ว ผมเลยต้องหยุด
แต่ก็ยังแช่ดุ้นไว้ในถํ้าของเธอ พวกเรายังกอดก่ายกันในท่านั้น
ขณะที่นํ้าเชื้อผมก็ไหลไปตามง่ามขาของเธอ
“การติดตั้งแท่นวาปร์มีปัญหาไหม”
“ไม่มีสักนิด”
“แล้วโรงแรมเป็นอย่างไงบ้าง”
“สร้างเสร็จแล้ว เหลือแต่ตกแต่งภายในและตรวจสอบขั้นสุดท้าย
อีกสองวันก็พร้อมเปิด”
“งั้นฉันจะปล่อยข่าวตั้งแต่วันนี้เลยนะ พอวันเปิดจะได้มีแขกเลย”
“ขอบใจมากเลย แต่ซารีเองก็ไปด้วยสิ ผมจองห้องสวีทไว้ให้แล้ว”
“จะดีเหรอ แขกน่าจะเยอะอยู่นะ”
“ไม่เป็นไรๆ ผมสร้างไว้ลองรับคนได้เป็นพัน”
“ถ้างั้นไม่เกรงใจล่ะ อยากลองชิมอาหารที่เขาลํ่าลือกันของโรมะด้วย”
“โอ้ว ได้เลยเดี๋ยวจะทำสุดฝีมือให้กินเอง”
พวกเราคุยกันไปเรื่อยๆ ทั้งสภาพแบบนั้น ทั้งเรื่องานเรื่องส่วนตัว
จนผมนึกขึ้นได้ว่ามีอีกเรื่องที่น่าสงสัย
“ตั้งแต่เดินเข้ามาก็โดนจ้องแปลกๆ ซารีพอรู้ไหมว่าทำไม”
“โดนจ้องเหรอ…สงสัยจะเพราะเรื่องนั้นล่ะมั่ง”
ซารียิ้มแข็งๆ ออกมา
“เรื่องนั้น?”
“ก็เรื่องที่ฉันใช้ยาของโรมะแล้วตัวเองกลับมาเป็นสาวไง
พอพวกพนักงานกิลเห็นก็ดันรู้ทันทีเลยว่าฉันมีอะไรกับนายแล้ว
ซํ้ายังพูดกันปากต่อปากจนรู้กันไปหมด ว่าถ้าได้หลับนอนกับโรมะแล้ว จะทำให้
กลับมาเป็นสาวได้ ไม่แปลกล่ะที่ตอนนี้พวกสาวๆ
ในเมืองจะจ้องนายแบบนั้น ระวังอย่าไปไหนมาไหนคนเดียวตอนกลางคืนล่ะ
โดนฉุดไปข่มขืนข้างทางฉันไม่รู้ด้วยนะ”
“ขนาดนั้นเลยเหรอ”
“โธ่ มีใครไม่อยากกลับไปสาวบ้าง ไม่สิ
สำคัญกว่านั้นคือไอ้นี้ต่างหาก อร๊างงงง!”
ซารีบอกพร้อมกับเริ่มโยกเอวเพื่อขยับดุ้นผมในช่องคลอดของเธอ
เพียงแค่ขยับเบาๆ เธอก็เสียวจนนํ้าตาไหลเลย
“ผู้หญิงคนไหนถ้าต้องตายโดยยังไม่โดนดุ้นของนายเสียบ
มีหวังไม่ได้ไปสู่สุขคติแน่”
“ล้อเล่นแรงไปแล้วนะ”
“ฉันพูดจริงๆนะ อ๊า!”
ผมเห็นว่าซารีเริ่มมีอารมณ์อีกแล้ว เลยเริ่มโยกต่อ
แต่รอบนี้ทำแบบช้าๆ ให้ได้ลิ่มรสเธอนานๆ
“ก็ขนาดฉันเป็นคนใจแข็ง ยังโดนดุ้นนายทิ่มซะสติกระเจิดกระเจิง อา!
เชื่อเถอะที่พูดไปไม่ได้เกินจริงหรอก อี๊!!!”
อืม…ไม่ใช่แค่ใจแข็งหรอก
แต่เพราะซารีไม่มีจุดจีแถมจุดกระตุ้นยังอยู่ในที่แปลกๆ
เธอเลยไม่เคยได้สัมผัสรสสวาทอย่างแท้จริง จากนี้ไปผมคงต้องเสียบเธอบ่อยๆ
เพื่อชดเชยอดีตที่เสียไป ส่วนผู้หญิงคนอื่น ไม่รู้สิ ถ้าเสนอตัวมาผมก็ไม่เกี่ยงหรอก
แต่ต้องดูด้วยว่าจะมีผลกระทบอะไรกับสาวๆ ในฮาเร็มผมไหม ก็ความสุขของสาวๆ
ของผมต้องมาก่อน
ผมคิดอะไรเพลินๆ จนกระแทกจนซารีนํ้าแตกไปอีกรอบ กะจะสอยนานๆ
สักหน่อย แย่เลย
ก่อนจะกลับ ซารีก็ได้เตือนผมเรื่องสำคัญ
“โรมะระวังตัวไว้ด้วยนะ ถ้ากิจการของนายไปได้ดี
พวกกิลการโรงแรมจะต้องยื่นมือเข้ามาแน่”
“ผมเองก็คิดอยู่เหมือนกัน…ตอนแรกก็ว่าจะไปเข้ากิลนั้นอยู่หรอก
แต่พอถามข้อมูลจากมอเรียดูแล้ว ไม่ค่อยถูกใจเท่าไร”
ก็กิลการโรงแรมบริหารงานแบบนักธุรกิจหน้าเลือดชัดๆ คิดค่าบริการแพง
แถมคุณภาพไม่ดี ขนาดพวกโรงแรมเล็กๆ แบบกิจการครอบครัวก็ยังไปละลาน
“งั้นเอาแบบนี้ไหม”
ซารีดึงกระดาษออกมาอีกแผ่น แต่มันดูเหมือนใบสมัครแฮะ
“นายก็ตั้งกิลของตัวเองขึ้นมาเลยสิ”
ข้อแนะนำของซารีก็น่าสนใจอยู่หรอก
แต่ผมไม่มั่นใจว่าจะบริหารกิลได้ดีน่ะสิ
ที่ดูแลเผ่าปีศาจได้ก็เพราะมีมุเอมะกับลูกน้องเก่งๆ ค่อยจัดการให้ทั้งหมด
ผมแค่นั่งๆ นอนๆ กลิ้งไปกลิ้งมา…ไม่ๆ แบบนั้นก็เหมือนเอร่าสิ เอาแค่นั่งเฉยๆ
เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เคารพบูชาเท่านั้น
“ถ้านายมีองค์กรเป็นของตัวเอง ก็เท่ากับมีกำลังหนุน
ซํ้ายังสร้างเครือข่ายพันธมิตรขึ้นมาได้ เช่นว่า มาจับมือกับกิลนักผจญภัยของฉัน”
“โอ๋! แบบนี้เอง น่าสนแฮะ
แต่รู้สึกว่าจะต้องเสียภาษีด้วยนี้ใช่ไหม”
“ใช่แล้วล่ะ
กิลจะต้องจ่ายภาษีรายปีให้กับเจ้าเมืองผ่านทางกิลนักผจญภัย
ซึ่งทางกิลนักผจญภัยจะได้ส่วนแบ่งมานิดหน่อย
แลกกับการตรวจสอบสภาพการเงินของกิลต่างๆ ให้”
“แล้วต้องจ่ายมากจ่ายน้อยอย่างไงเหรอ”
“ขึ้นอยู่กับการประเมินน่ะ เช่นฐานที่มั่น จำนวนสมาชิก Rank ของกิล
รายได้ต่อปี กะแค่คราวๆ แล้วจัดเจ็บตามสมควร แต่ฉันแนะนำให้โรมะตั้งกิล
เพราะอย่างไงนายต้องเสียภาษีทาสอยู่แล้ว แต่ถ้านายเอาทาสมาเข้ากิล
ก็จะไม่ต้องจ่ายภาษีทาสอีก และจะบอกให้นะ ทาสของโรมะน่ะถูกประเมินไว้สูงมาก
ภาษีทาสก็จะมากตามไปด้วย เพราะงั้นจ่ายภาษีกิลถูกกว่าเยอะ”
“จะว่าไปเมยอาก็เตือนๆ ผมเรื่องภาษีทาสอยู่เหมือนกัน
ไม่คิดว่าจะถึงขนาดนี้ งั้นคงต้องตั้งกิลจริงๆ แล้วแฮะ
เพราะในอนาคตผมอาจจะซื้อทาสเพิ่มอีก”
“งั้นก็ไปคิดชื่อกิลกับสัญลักษณ์มาซะ
เรื่องอื่นฉันจัดการให้เรียบร้อยแล้ว ส่วนฐานกิลจะใช้ที่คฤหาสน์หรือที่โรงแรมล่ะ”
“เอาที่คฤหาสน์ดีกว่า เวลามีเรื่องได้จัดการศพสะดวกหน่อย”
“ฮะๆ อย่าลงมือให้เกินเลยไปนักล่ะ ไม่งั้นเรื่องมาถึงฉันแน่”
“เอาไปบอกพวกที่ชอบมาหาเรื่องผมดีกว่า แต่คนละที่มาเนี่ย
มีแต่พวกหยาบคายพูดไม่รู้เรื่อง”
“ไม่หรอก ก็โรมะน่ะสุภาพอ่อนโยนเกินไปต่างหาก”
“ม มั่งนะ”
พอโดนชมต่อหน้าแบบนี้ เล่นเอาเขินเหมือนกันแฮะ
จากนั้นผมขอตัวกลับออกมา
แต่เรื่องชื่อกิลกับสัญลักษณ์นี้คงต้องเอาไปปรึกษากับทุกคนก่อน
ตอนเดินผ่านมาชั้นล่างก็โดนมองอีกแล้ว จริงๆ ด้วยแฮะ
สายตานี้ราวกับจ้องเหยื่ออันโอชะไม่มีผิด รีบกลับบ้านก่อนมืดดีกว่า ถึงการโดนสาวๆ
ข่มขืนจะไม่เลวก็เถอะ แต่การมีเซ็กส์กับคนแปลกหน้ามันมักจะตามมาด้วยปัญหาเสมอ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น