ตอนที่ 54 ผู้กล้าในกรง

ตอนที่ 54 ผู้กล้าในกรง
จากนั้นพวกผมก็นั่งรอให้ห้องจนถึงเวลาประมูล ยูรินบอกว่า การประมูลมีความเสี่ยงมาก เพราะบางครั้งก็จะมีการเอาสินค้าด้อยคุณภาพปนออกมาด้วย เพราะงั้นเลยต้องมีคนกลาง พอจ่ายเงินให้คนกลางแล้ว เขาจะคอยให้สัญญาณมาว่าของชิ้นไหนเป็นของดีหรือของชิ้นไหนปล่อยออกมาหลอกขาย แต่คนกลางก็มีพวกชอบหลอกกินเงินสองต่อ คือรับเงินจากทั้งคนที่มาประมูลและคนที่เอาสินค้ามาประมูล เลยไม่สามารถเชื่อใจได้ร้อยเปอเซ็น
ดีที่ยูรินรู้จักคนกลางที่ไว้ใจได้คนหนึ่ง เลยติดต่อให้มาช่วยในการประมูล โดยค่าตัวของเขาอยู่ที่ 5,000 รีล ซึ่งแพงเอาเรื่อง แต่ตอนเรียกเข้ามาเพื่อตกลงธุรกิจกัน ผมสังเกตเห็นชัดเลยว่าเขาแอบชอบยูรินอยู่
แถมยูรินเองก็ดูจะพูดคุยสนิทกับอีกฝ่ายด้วย ที่สำคัญมียิ้มให้อีก…หึงอ่ะ
พอเขากลับออกไป ผมก็ดึงตัวยูรินเข้ามาหาทันที
“สนิทกันจังเลยนะ”
ผมบอกขณะดึงกางเกงเธอลง และแหวกกางเกงในเธอยัดดุ้นเข้าไปทันทีโดยไม่เล้าโลม
“อะ อืม พวกเรา ขะ เข้าเมืองมาพร้อมกัน ละ แล้วเคยเช่าห้องอยู่ด้วยกัน”
“หา! เคยอยู่ด้วยกันมาก่อนเลยเหรอ!”
ผมยิ่งฟังยิ่งโมโหเลยกระแทกดุ้นใส่แรงขึ้นอีก
“ตะ แต่ไม่มีอะไรกันนะ! ขะ เขาไม่ได้แตะต้องข้าเลย”
“ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ!”
“หะ หึงเหรอ? นี้นายท่านหึงข้าอยู่ใช่ไหม”
“ก็ใช่น่ะสิ!”
พอบอกออกไปเท่านั้น ยูรินก็ลุกพรวดขึ้น และหันหน้ากลับมาทางผม และจับดุ้นผมเสียบเข้าไปในหอยเธอใหม่
“หึงข้า นายท่านหึงข้า!”
ยูรินเป็นฝ่ายขย่มแทนไปแล้ว ดวงตาของเธอดูน่ากลัวนิดหน่อยแฮะ เหมือนอะไรบางอย่างกำลังจะระเบิดออกมาเลย ดูท่าเธอจะชอบที่ผมแสดงความหึงหวงออกมา เธอเล่นควบจนไม่สนใจสายตาคนอื่นเลย อาเดไลท์ถึงจะชินแล้ว แต่พอเห็นการขย่มที่รุนแรงแบบนี้ก็อดจะตื่นเต้นไม่ได้
รอบนี้ผมเสร็จพร้อมกับยูรินเลย ด้านในมดลูกเธอบีบรัดหัวดุ้นของผมแรงกว่าทุกครั้ง ผนังช่องคลอดเองก็บีบตัวแน่นไม่ยอมคลายออกเลย
“ข้าเป็นของท่านคนเดียว ทั้งความบริสุทธิ์ของข้า ทั้งหัวใจของข้า เป็นของนายท่านโรมะเพียงคนเดียว”
ยูรินบอกกับผมพลางกอดรัดผมจนแน่น
“อืม ขอโทษนะที่ผมเป็นผู้ชายขี้หึง”
“นายท่านหึงก็เพราะรัก ข้าดีใจมากๆ”
พอยูรินลุกออกไปผมก็พึ่งสังเกตเห็นกิน เธอคงพึ่งเคยเห็นการร่วมรักเลยตกใจจนหางพองเลย จากนั้นพักหนึ่งประตูห้องก็ถูกเคาะ คนที่เข้ามาคือคนกลางเพื่อนของยูริน เขาชื่ออิลิท
เขานำใบรายการสินค้าที่จะประมูลรอบนี้มาให้ พร้อมกับรายละเอียด โดยสินค้าอันไหนเป็นของปลอมหรือด้อยคุณภาพ เขาก็กาเครื่องหมาย X ทับไว้
แต่เขาก็ยํ้าว่า หลังประมูลเสร็จ ให้ทำลายกระดาษแผ่นนี้ทิ้งทันที เพราะจริงๆ ที่นี้ห้ามเอาข้อมูลสินค้าไปปล่อยให้คนที่มาประมูลเด็ดขาด
ระหว่างที่คุยกับอิลิทอยู่ ยูรินก็กอดผมไว้ตลอดเลย สงสัยกลัวผมหึงอีกล่ะมั่ง ก่อนจะกลับอิลิทเลยถามผมว่าเป็นอะไรกับยูริน แต่กลับเป็นยูรินที่ตอบให้แทน
“นายท่านเป็นทุกอย่างของข้า”
ผมเขินเลยเล่นพูดต่อหน้าแบบนี้
พออิลิทเดินคอตกออกไป พวกผมก็มานั่งตรวจดูรายการสินค้าที่จะประมูล ผมให้ทุกคนดูด้วย เผื่อมีอะไรที่อยากได้กัน ส่วนผมดูพวกคริสตัลวิญญาณ ซึ่งจะมีเอา
ออกมาประมูล 5 ชิ้น ราคาเริ่มต้นที่ หนึ่งแสนรีล กฎก็เหมือนการประมูลที่โลกผมเลย แข่งกันเสนอราคา ใครให้มากสุดได้ไป
ทั้ง 5 ชิ้นที่เอาออกมาประมูลนั้นเป็นของดีหมด เลยไม่มีอะไรต้องห่วง ผมเลยไปดูสินค้าอย่างอื่นแทน มีการ์ดด้วยแฮะ แต่คุณสมบัติที่บวกไม่โดนใจ ผมเลยไม่สนใจ
ส่วนใหญ่เป็นทาสจริงๆ ด้วย มีทั้งทาสต่อสู้ที่เลเวลสูง ทาสสะสม หรือทาสเนื้อที่หน้าตาดีและยังบริสุทธิ์ พวกนี้ครองพื้นที่การประมูลเกือบทั้งหมดเลย
แต่ขณะมองไล่ผ่านๆ ตาไป ผมก็ไปสะดุดตรงชื่อหนึ่ง มาชิบะ ซาคุยะ…คนญี่ปุ่น! หรือว่าเป็นผู้กล้า!? แล้วทำไมโดนเอามาประมูลในหมวดทาสนื้อได้ฟ่ะ!
ผมมาร์คไว้เลย ไม่รู้ล่ะว่าเพราะอะไรแต่ถ้าเป็นคนญี่ปุ่นเหมือนกัน ผมต้องประมูลเธอมาให้ได้ แต่ราคา
เริ่มต้นก็ 10ล้านแล้ว ผมไม่แน่ใจว่าจะมีเงินพอไหม ถ้าไม่พออาจจะต้องหาวิธีอื่น
ฟรานเห็นผมมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาเลยถามด้วยความเป็นห่วง ผมเลยบอกไปตามตรงว่างานนี้อาจมีผู้กล้าโดนเอามาประมูลด้วย แถมน่าจะเป็นคนบ้านเกิดเดียวกับผมอีก
“ดะ เดี๋ยวนะ นี้นายก็เป็นคนที่ถูกอันเชิญมาจากต่างโลกเหรอ หะ หรือว่าจะเป็นผู้กล้าเหมือนกัน!”
อาเดไลท์หัวไวดีเหมือนกัน ถึงขั้นนี้แล้วคงต้องบอกไป
“ใช่ครับเป็นคนจากต่างโลก แต่ว่าเป็นผู้กล้าปลายแถวเท่านั้นแหละครับ สกิลที่ผมมีก็คือทักษะพ่อบ้าน ไม่มีความสามารถในการต่อสู้เลย เพราะงั้นอย่าเอาผมไปรวมกับผู้กล้าคนอื่นเลยจะดีกว่านะ”
“จะว่าไปเอร่าก็เคยบอกว่านายท่านเป็นผู้กล้านี่น่า”
ฟรานเองก็ทำท่านึกขึ้นได้ เลยหันไปมองเอร่า
“ก็ใช่น่ะสิ แต่ไม่มีใครเชื่อฉันเลย!”
“ก็เอร่าไร้ประโยชน์ไม่น่าเชื่อถือ”
ยูรินตอกกลับให้ จนเอร่าทรุดลงไปร้องไห้
“อ่า แต่บอกไว้ก่อนนะครับ ผมไม่สนใจจะทำตัวแบบพวกผู้กล้าเลย จริงอยู่ผมเป็นนักผจญภัย แต่ผมมีแนวทางของตัวเอง ฉะนั้นห้ามเรียกผมว่าผู้กล้าเด็ดขาด ไม่งั้นเดี๋ยวมีปัญหาตามมาแน่ๆ”
ทุกคนรับปากผม แถมไม่ซักไซ้ด้วย ดีจริงๆ เพราะตอนนี้ผมยังไม่อยากบอกแนวการการปรองดอง ของเผ่าปีศาจกับมนุษย์หรอก ผมว่ามันหนักเกินไปที่จะยอมรับได้ในตอนนี้ เพราะสามัญสำนึกของทุกคนยังมองว่าปีศาจเป็นตัวร้ายที่ต้องกำจัดอยู่
พอได้เวลาประมูล บรรยากาศก็คึกคักขึ้นมาทันที การแข่งขันราคาเป็นไปอย่างดุเดือด โดยเฉพาะพวกอุปกรณ์เวท ชิ้นหนึ่งนี้ใช้เวลาประมูลแข่งกันนานเกือบสิบนาทีเลย
จากนั้นก็ถึงคิวของผม คริสตัลวิญญาณ ชิ้นแรกถูกนำออกมา ผมไปยืนตรงหน้ากระจก เพื่อเตรียมยื่นราคา วิธียื่นราคานั้นทำได้ด้วยใช้สัญญาณนิ้ว
กฎของที่นี้คือ การเพิ่มราคาจะเพิ่มทีละ 10% จากราคาตั้งต้น สมมุติชูหนึ่งนิ้ว ก็คือเพิ่ม 10% ชูห้านิ้ว ก็คือ 50% สูงสุดที่เพิ่มราคาได้ต่อครั้งคือ 100% อย่างคริสตัลวิญญาณราคาเริ่มต้นคือ หนึ่งแสน ทุกครั้งที่เพิ่ม 10% คือเพิ่มทีละหมื่น ผมมองลงไปข้างล่าง เห็นมีคนสองสามกลุ่ม ผลัดกันชูทีละนิ้ว ราคาตอนนี้เป็น แสนหกแล้ว
แบบนี้เอง
ผมอ่านเกมออกแล้ว เลยชูขึ้นไปสิบนิ้วทันที
พอมีการขานราคาล่าสุด เลยเกิดเสียหือกันขึ้นมาทันที เพราะราคาพุ่งไปเป็น สองแสนหกแล้ว
ที่ผมต้องเสนอทับไปทีเดียวเยอะๆ แบบนี้ เพราะไอ้ข้างล่างมีกลุ่มหนึ่งที่มันฮั้วกัน เป็นวิธีที่ดูออกง่ายมาก ด้วยการทับราคาในเกณฑ์ตํ่าสุดไป เพื่อดูคู่แข่งว่ามีใครบ้าง จากนั้นถ้ามีคู่แข่งเพิ่มราคาขึ้นมา ก็จะให้คนอื่นที่ฮั้วกันอยู่ เสนอราคาแข่งไป เพื่อดูเพดานเงินสูงสุดที่อีกฝ่ายจะเสนอได้ จริงอยู่ที่ว่าชิ้นแรกอาจจะขาดทุน แต่ว่าสินค้ามันมีตั้งห้าชิ้น ด้วยวิธีนี้จะทำให้ประมูลชิ้นที่เหลือได้ด้วยเงินจำนวนน้อยที่สุดได้
แต่ผมดัดหลังพวกมัน ด้วยการเพิ่มเพดานราคาให้มันสูงเวอร์ไปเลย นั้นไง เสนอตามมาแล้ว พอไอ้
กลุ่มฮั้วที่ผมจับตาดูอยู่พยักหน้าให้กัน มันก็ชูนิ้วขึ้นอีกครั้ง ผมเลยทับกลับไปทันทีอีกสิบนิ้ว ราคาพึ่งขึ้นเป็นสามแสนเจ็ด พวกมันนั้นปาดเหงื่อกันแล้ว คงเป็นเพดานราคาที่ไม่ได้คาดไว้แน่ๆ ผมเลยเดินกลับมานั่งที่
“นายท่านจะดีเหรอ ประมูลชิ้นแรกก็ตั้งราคาไปแพงขนาดนั้นแล้ว”
ดาเซสเดินเข้ามาถามผมด้วยความเป็นกังวล
“ไม่หรอก นี้ถูกกว่าที่ผมคิดไว้อีก แถมผมไม่คิดจะซื้อชิ้นแรกอยู่แล้ว”
ขณะที่ผมพูดอยู่นั้น เพดานราคาก็ปรับเพิ่มขึ้นอีกเป็น สามแสนแปด แต่ผมไม่ทับเพิ่มล่ะ ปล่อยให้พวกมันซื้อไปพร้อมกับเสียเงินทุนก้อนใหญ่ เป็นการตัดกำลัง และจากนี้พวกมันจะไม่กล้าเสนอราคาสู้อีก เพราะพวกมันรู้ล่ะว่าผมมีเพดานเงินอยู่ที่สามแสนอัพ ในขณะที่พวก
มันเสียเงินทุนไปมากโขแล้ว ขืนมาสู้กับผมที่ราคาสามแสน มันล้มละลายแน่
และจากนั้นก็เป็นไปตามที่ผมคาดไว้ พวกกลุ่มฮั้วหยุดการแข่งราคาทันที เพราะมันมีสิทธิจะโดนผมทับราคาเพิ่มจนพวกมันกระเป๋าฉีกได้ ผมเลยได้มาสามชิ้นในราคาชิ้นละแค่ หนึ่งแสนสามหมื่นเท่านั้น ส่วนอีกชิ้นผมให้คนอื่นที่ตั้งใจประมูลอย่างยุติธรรมได้ไป เพราะผมล่ะเกลียดพวกฮั้วกันที่สุด เพราะมันไม่ยุติธรรมสำหรับคนที่ตั้งใจเล่นอย่างตรงไปตรงมาน่ะสิ
แต่ต่อไปต่างหาก การต่อสู้ของจริง เพราะราคามันไม่ใช่น้อย การเสนอราคาขึ้นไปในแต่ละครั้ง หมายถึงเงินจำนวนหลักล้าน และผมมีเพดานเงินที่ถือว่าไม่มากแต่ก็ไม่น้อย ทว่าสินค้ามีชิ้นเดียว การต่อสู้ต้องดุเดือดแน่
ผมรอกว่าครึ่งชั่วโมง กว่าจะถึงคิวที่ มาชิบะ ซาคุยะ จะถูกนำออกมาประมูล เธอเป็นคนญี่ปุ่นจริงๆ ด้วย ทั้งจากใบหน้าและสีผม เธอเป็นเด็กสาวท่าทางเรียบร้อยไว้ผมยาว อายุน่าจะน้อยกว่าผมสักปีสองปี แต่เธอนั่งขดอยู่ในกรงเพราะถูกจับถอดเสื้อผ้าออกหมด ทาสที่ถูกนำขึ้นประมูลจะไม่ได้ใส่อะไรเลย เพื่อให้ผู้เข้าประมูลตรวจดูสินค้าได้ทุกซอกทุกมุมเพื่อหาตำหนิ
แต่การโฆษณาสินค้ากลับไม่ได้บอกเรื่องที่เธอเป็นผู้กล้าออกมาเลย หรือว่ายังไม่มีใครรู้ ผมใช้ตรวจสอบกับเธอ ตรงอาชีพของเธอขึ้นมาเป็นผู้กล้าจริงๆ เพียงแต่ตรงสกิลของเธอกลับว่างเปล่า แถมเลเวลไม่แสดงเหมือนกับถูกล็อคอยู่
ถึงจะถูกบอกว่าเป็นสินค้าประเภทสาวบริสุทธิ์ และซาคุยะค่อนข้างจะสวย แต่ว่ากลับได้รับความสนใจ
น้อยกว่าที่คิดไว้ เหตุผลง่ายมาก นมเธอเล็กไง คัพA ได้มั่ง พวกที่ชอบซื้อทาสเนื้อร้อยทั้งร้อยเน้นนมโต
พอมีคนเสนอราคาสองสามรอบก็เงียบไปเลย ผมเลยเข้าไปเสนอราคาบ้างก่อนจะโดนเคาะขายไป ผมเสนอไปจนราคาอยู่ที่ สิบห้าล้าน ก็ไม่มีใครสู้ราคาอีกเลย…เศร้าแทนซาคุยะจัง
พวกผมเลยกลับออกจากห้อง VIP เพื่อไปจ่ายเงินที่ด้านหลังพร้อมกับรับสินค้าทั้งหมด จริงๆ ผมไม่อยากจะทำพันธะทาสกับซาคุยะหรอก แต่ถ้าไม่ทำก็จะรับตัวเธอออกไปไม่ได้ ไว้เดี๋ยวให้เอร่าทำลายพันธะทาสให้ทีหลังก็แล้วกัน
แต่พอปล่อยซาคุยะออกมาจากกรง เธอก็ตรงเข้ามาทำร้ายผมทันที แต่ยังไม่ทันถึงตัวก็โดนดาเซสกับฟรานซัดควํ่าจนสลบไปก่อนแล้ว
“เบาๆ มือหน่อยสิ”
ผมเตือนออกไป ขณะที่เอาผ้ามาห่อตัวเธอไว้และให้ดาเซสแบกขึ้นบ่า
“ขอโทษที ต้องรีบหยุดไว้น่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวพันธะทาสจะทำงานจนหัวเธอหลุดซะก่อน”
ดาเซสให้เหตุผลที่สมเหตุสมผลออกมา แต่ฟรานเนี่ยสิ
“บังอาจจะทำร้ายนายท่าน หนูไม่ฆ่าตายคามือก็ถือว่าเบามือที่สุดแล้วค่ะ”
อืม…กับพวกที่คิดร้ายกับผมเนี่ย เธอไม่ปรานีเลยสินะ
พอได้ตัวซาคุยะแล้ว พวกผมก็กลับกันทันทีเลย จะได้ไปทันมื้อเที่ยงที่เดเม่ทำด้วย
ตอนอยู่ในรถม้า ผมก็ทำการสำรวจร่างกายของซาคุยะดู เหมือนเธอถูกจับอดอาหารมาพักใหญ่เลย เพราะร่างซูบผอมมากแถมเหมือนจะมีอาการขาดนํ้าด้วย ตามตัวมีรอยโดนทุบตีอยู่บ้าง แต่ไม่ร้ายแรง คงเพราะไม่อยากทำให้สินค้าเสียหายมากล่ะมั่ง
แล้วผมก็ใช้นิ้วแหวกฝาหอยที่ปิดสนิทของเธออกเพื่อดูภายใน ขนของเธอยาวลงมารอบฝา เลยต้องแหวกขนเธอไปด้วย อืมภายในยังไม่บุบสลาย ไม่ได้ถูกข่มขืนหรือล่วงละเมิดทางเพศอะไรมาสินะ
“นี้นายไปแหวกดูแบบนั้นทำไม ไหนว่าจะช่วยเธอไง”
อาเดไลท์ต่อว่าผมซะแล้ว
“แค่ตรวจดูว่าโดนข่มขืนมาหรือเปล่าน่ะครับ”
“นี้นายตรวจดูเป็นด้วยเหรอ”
“เป็นสิครับ”
แต่ผมไม่บอกไปหรอกนะว่าเป็นได้อย่างไง เพราะมันเป็นเรื่องแบบว่าค่อนข้างเป็นความลับที่บอกใครไม่ได้น่ะ
“งั้นตรวจดูให้ฉันบ้างสิ”
“ฮะๆๆ จะตรวจทำไมล่ะครับ ไม่มีใครไปแตะต้องอาเดไลท์ซังสักหน่อย”
“แค่อยากให้นายมั่นใจว่าฉันบริสุทธิ์อยู่เหมือนกัน”
“เรื่องนั้นผมเชื่ออยู่แล้วครับ ไม่จำเป็นต้องตรวจดูสักนิด”
“งั้นเหรอ”
แล้วอาเดไลท์ก็ไม่ซักอะไรผมอีก แต่เธอจะเชื่อใจผมเกินไปหน่อยแล้วนะ ขนาดให้ผู้ชายมาตรวจช่องคลอดให้เนี่ย แต่ผมเข้าใจความกังวลของเธอนะ อาเดไลท์คิดว่าผมไถ่ตัวเธอมาจากซ่อง โอกาสที่เธอจะเป็นสาวบริสุทธิ์ตามหลักแล้วเป็นไปไม่ได้เลย ถึงจะเป็นนางโลมที่ไม่ได้รับแขกก็เถอะ แต่ส่วนใหญ่ถ้ายัดเงินมากๆ หน่อย ก็ต้องยอมเสียตัวกันทั้งนั้น สรุปคือ อาเดไลท์กังวลว่าผมจะคิดว่าเธอไม่ใช่สาวบริสุทธิ์นั้นเอง
แต่ก่อนจะกลับผมแวะร้านเสื้อก่อน เพราะถึงจะให้พวกไรโมดอลตัดชุดให้ ก็ต้องใช้เวลาบ้าง ผมเลยให้ฟรานกับเอร่าลงไปซื้อชุดมาให้กินกับซาคุยะใส่ไปก่อนชุดหนึ่ง
ระหว่างรอผม ยูรินก็กระโดดขึ้นตักผม และรีบทำการร่วมรักเวอร์ชั่นเร่งด่วนไปอีกรอบ วันนี้เธอฟิตจัง
เลยแฮะ สงสัยยังติดใจเรื่องที่ผมหึงอยู่ล่ะมั่ง คือตอนนี้ไม่ได้คิดมากแล้วล่ะนะ แถมพอเสร็จแล้วเธอยังปล่อยให้ดุ้นผมเสียบคาอยู่แบบนั้นตลอดทางกลับบ้าน ตอนรถกระแทกแรงๆ ก่อนถึงบ้าน ยูรินเลยเสร็จไปอีกรอบหนึ่ง
อาเดไลท์เลยหันมาว่าผมทันที ว่าให้เผลาๆ ลงหน่อย เพราะเธอเห็นผมทำมาทั้งวันเลย จะว่าไงดีล่ะ นี้คือปกติของผมกับพวกสาวๆ แล้วล่ะนะ คือถ้าอีกฝ่ายมีความต้องการผมจะไม่ขัดเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนเมื่อไร ก็พร้อมจะจัดให้เสมอ


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 4 พลังของมารราคะ

ตอน 150

ตอนที่ 149 เหตุบังเอิญ