ตอนที่ 40 ลูปันชั้นสาม

ตอนที่ 40 ลูปันชั้นสาม
พวกเราลงไปผ่านทาง รันเนอร์เวย์ ที่ช่วงเวลาดึกแบบนี้ยังมีคนใช้อยู่เยอะกว่าตอนกลางวันซะอีก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกที่กลับออกมาจากชั้นล่างแล้วสวนทางกัน หือ พวกนักผจญภัยเลเวลสูงๆ นี้ท่าทางแตกต่างจากพวกผมเลยแฮะ ทั้งของส่วมใส่ทั้งบรรยากาศ
พอมาถึงชั้นสามออกัสก็พาไปจุดที่ใช้ล่าประจำ มันเป็นสวนขนาดใหญ่ที่มีสุสานตั้งอยู่รอบๆ พวก Wererat จะอยู่กลุ่มแค่สองสามตัวเท่านั้น ต่างจากจุดอื่นๆ ที่อยู่กันห้าถึงหกตัว
จากนั้นการล่าก็เริ่มต้นขึ้น ลุงออกัสกับเมดารินเป็นแนวหน้าอย่างที่คิด อาวุธของออกัสคือขวานใหญ่ ส่วนของเมดารินคือดาบใหญ่ ส่วนแถวกลางคือผมที่ยืนเฉยๆ กับกาอินที่คอยยิงธนูใส่ ส่วนเนปฟ่ากับชีเอ้ยืนอยู่แถวหลัง เนปฟ่าเป็นผู้ใช้เวทมนต์แฮะ ส่วนชีเอ้เป็นนักบวชจริงๆ ด้วย แถมยังใช้เวทมนต์ดีบัพได้นิดหน่อย
แต่หลังจากสู้ได้ไปสองสามรอบ ผมก็เข้าใจอะไรบางอย่าง…ปาร์ตี้นี้โคตรอ่อนเลย ออกัสช้ามาก กว่าจะเหวี่ยงขวานออกไปได้ Wererat ก็โจมตีใส่ก่อนแล้ว ในสิบครั้งจะจามโดนสักครั้ง ส่วนของเมดารินเรียกว่าไม่มีเชิงดาบเลย เอาแต่เหวี่ยงใส่ตรงๆ ใช้แรงเข้าว่า
ส่วนกาอินจะว่าไงดีล่ะ ปกติล่ะมั่ง ก็ยิงแม่นดีเข้าเป้าทุกดอก แต่ว่า…มอนสเตอร์ไม่เห็นกระจุยแบบตอนที่เดเม่ยิงใส่เลย?
แถวหลังอย่างเนปฟ่าเองใช้เวทได้สองชนิดคือ เวทลูกไฟกับเวทใบมีดสายลม แต่ว่าเธอยิงได้สองสามทีก็ลงไปหอบแล้ว…มาน่าน้อยหรือไงนะ ส่วนของชีเอ้ก็ยังประสานงานไม่ดี เวลาจะฮิลก็ต้องวิ่งไปแนวหน้า เลยวิ่งๆ ถอยๆ ดูวุ่นวายสับสน ทำให้เนปฟ่ากับกาอินเสียสมาธิจนยิงพลาดก็มี เรียกได้ว่ากะจังหวะเข้าไปช่วยรักษาไม่เก่งเลย
“สุดยอด! ไม่เคยฆ่าเจ้าพวก Wererat ง่ายขนาดนี้มาก่อนเลย เพราะนายแท้ๆ”
ลุงออกัสหันมาชมผมใหญ่ เดี๋ยวนะ นี้ง่ายแล้วเหรอ ปกติพวกลุงสู้กันอีท่าไหนเนี่ย ไม่เข้าใจอ่ะ ผมไม่เข้าใจสักนิด หรือว่าสามัญสำนึกผมผิดเพี้ยนไปแล้ว
“อ่ะ เลเวลอัพแล้ว เอ๋? นี้มันอัพง่ายกว่าปกติหรือเปล่านะ?”
กาอินพูดขึ้นมาอย่างสงสัยหลังจากกำจัด Wererat กลุ่มที่ห้าไป
“อ่ะ อัญมณีเลือดดรอปอีกแล้ว! แถมดรอปทีสองอันเลย? มีแบบนี้ด้วยเหรอ?”
เมดารินยืนทำหน้าสงสัยขณะผมเข้าไปเก็บอัญมณีใส่กระเป๋า
ไม่บอกเรื่องสกิล เทรนเนอร์กับพวกดรอปของไปดีกว่าแฮะ
“ไม่ไหวแล้ว พักกันก่อนเถอะ!”
เนปฟ่าทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นหลังจากกลุ่มที่หก คนอื่นเองก็เห็นด้วยเพราะต่างโทรมกันไปหมดแล้ว
…เอาจริงดิ แล้วที่พวกฟรานเดินไล่สับพวกมอนสเตอร์เป็นชั่วโมง แบบไม่มีหอบเลยนั้นมันอะไรกันฟ่ะ!
“…ลุง ปกติล่ากันแบบนี้ตลอดเลยเหรอ”
“อืม ไม่หรอก วันนี้น่ะทำได้เยี่ยมไปเลยนะ ปกติพวกฉันจะฆ่าพวกมันกลุ่มสองกลุ่มก็จะหลบไปพักกันแล้ว”
“สุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะ มีไม่กี่ปาร์ตี้หรอกนะที่จะทำได้แบบพวกเรา”
“อืม ใช่ หายากมากเลย”
เอาไงกับพวกนี้ดีฟ่ะ ช้าเป็นเต่าคลานแบบนี้ถึงเช้าเลเวลตูก็ไม่ขึ้น
“เอ่อ ลุง ขอแนะนำอะไรหน่อยได้ไหม”
“หือ ได้สิ ว่ามาเลย”
“ลุงเปลี่ยนอาวุธเถอะ”
“หา! ไม่ได้โว้ย นี้มันของรักของข้าเลยนะ”
“ละ เหรอ งั้นพี่สาว เวลาสู้ยืนตั้งรับไว้ดีกว่าไหม”
ผมสิ้นหวังกะลุงไปล่ะ เลยหันไปบอกเมดารินแทน
“ไม่เอา! ยืนเฉยๆ ก็โดนมันโจมตีน่ะสิ!”
…ไอ้เจ้าพวกนี้ไม่เข้าใจอะไรเลยนี่หว่า!
ช่างเถอะ ถือว่าเป็นประสบการณ์ไปล่ะกัน
ผมทำใจได้แล้วพลางยืนดูพวกเขาสู้กับมอนสเตอร์อย่างยากลำบากแสนเข็นต่อไป แต่แล้วจู่ๆ ก็มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น
เพราะตาลุงออกัสดันไปแหกปากเสียงดัง จนเรียกเอากลุ่ม Wererat อีกกลุ่มเข้ามา แถมเมดารินชอบพุ่งเข้าไปหามอนสเตอร์ เลยไม่สังเกตการณ์การเคลื่อนไหวของพวกมันให้ดี จนทำให้พวกมันหลุดมาที่แถวหลังด้วย
พอไม่มีกำแพงมนุษย์ช่วยกันมอนสเตอร์ให้ กาอิน ก็เริ่มรนและความแม่นยำลดลง เขายิงพลาดไปสองดอกติด
ส่วนยัยเนปฟ่าแทนที่จะร่ายเวทเตรียมไว้ กลับเอาแต่โวยวายอยู่ได้ ช่วยไม่ได้แฮะ…
ผมชักดาบและเดินเข้าไปหา Wererat สองตัวที่หลุดเข้ามา พอเข้าใกล้ระยะก็หยุดยืนอยู่กับที่ วิธีนี้จะทำให้รับมือกับศัตรูจำนวนที่มากกว่าได้ดีกว่าการพุ่งเข้าชน
โชคดีที่ผมเห็นพวกลุงสู้กันจนเบื่อแล้ว เลยพอรู้ว่าพวก Wererat เคลื่อนไหวกันอย่างไง ผมตั้งรับโดยคอยระวังมีดของพวกมัน และรอกระทั่งมันโจมตีมา ผมก็โยกตัวหลบไปด้านหลัง มีดเฉียดตัวผมไป แน่ล่ะ ก็มีดน่ะระยะโจมตีสั้นเพียงแค่การโยกตัวก็หลบพ้นแล้ว
พอมันเสียหลักเพราะโจมตีพลาดแล้ว ผมก็ฟันใส่ข้อมือมันจนขาดทันที สมเป็นดาบมัจฉาคมดีจริงๆ แต่ว่าผมไม่อาจกำจัดมอนสเตอร์ได้ในดาบเดียว ผมเลยฟันไปที่ขามันต่อเพื่อหยุดการเคลื่อนไหว จากนั้นก็ปิดฉากด้วยการตัดคอของมันอย่างแม่นยำ สามดาบเหรอเนี่ย ถ้าเป็นฟรานฉับเดียวก็จบ
แล้วแท้ๆ ผมหันไปทาง Wererat อีกตัวที่ชะงักไป และทำแบบเดิมซํ้าอีกรอบ
แน่ล่ะผมไม่ชอบเจ็บตัว แค่โดนไอ้วัวบ้านั้นชนมาทีเดียวก็เข็ดแล้ว เพราะงั้นผมเลยต้องสู้แบบตั้งรับและคอยสวนกลับตอนศัตรูเสียสมดุล แถมมอนสเตอร์น่ะชอบวิ่งเข้าใส่อยู่แล้ว วิธีผมเลยได้ผลเป็นอย่างดี
“สะ สุดยอด! นายนี้มันโคตรเก่งเลยไม่ใช่เหรอ!”
เนปฟ่าตะโกนขึ้นมาเป็นคนแรกอย่างตกใจสุดขีด จากนั้นทุกคนก็รุมมาที่ผมทันที
“หน้าไม่ให้เลย แต่ทำไมเก่งแบบนี้เนี่ย!”
ลุงออกัสทุบหลังผมใหญ่เลย
“ทำได้ไงน่ะ! โยกหลบแล้วฟันฉับๆ ใส่เลยน่ะ เท่ห์ไปเลยอ่ะ”
เมลาดินพยายามทำเลียนแบบท่าทางของผมแต่ไม่ได้ใกล้เคียงซะเลย
“ตะกี้นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว ขอบใจที่ช่วยนะ”
กาอินชอบคุณผมด้วยแววตาประทับใจ
“…”
ชีเอ้ไม่พูดอะไร เพียงแค่มองมาแบบทึ่งๆ เหมือนกัน
ครั้งแรกเลยล่ะ…นี้เป็นครั้งแรกเลยนะที่รู้สึกว่าตัวเองเก่งจริงๆ ผมดีใจจนแทบกลั้นนํ้าตาไม่อยู่เลยล่ะ ทั้งๆ ที่ตอนอยู่กับพวกฟรานผมเป็นได้แค่ไอ้อ่อน ทำได้แค่เป็นกาฝากดูดเลเวลพวกเธอเท่านั้นเอง
“เก่งแบบนี้ขึ้นไปอยู่แถวหน้าด้วยเลยสิ”
เนปฟ่าบอกซึ่งผมก็กะทำแบบนั้นอยู่แล้ว แต่ว่าเรื่องอะไรจะยอมเหนื่อยคนเดียวล่ะ
“ได้ครับ แต่ว่าผมมีวิธีทำให้พวกเราล่าได้เร็วขึ้น สนใจไหมครับ”
ทุกคนพยักหน้ารับทันที ก็นะกับคนที่ดูมีฝีมือพูดอะไรไปคนอื่นเขาก็ฟัง ลองเป็นไอ้ลูกหาบคนตะกี้สิ พูดอะไรไปเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาหมด
วิธีของผมไม่ได้ยุ่งยากเลย แค่ปรับเปลี่ยนวิธีสู้ของพวกเราเท่านั้น
ลุงออกัสในเมื่อไม่ยอมทิ้งขวาน ผมเลยให้ลุงแกไม่ต้องเหวี่ยง เพราะเหวี่ยงไปก็ไม่โดน แต่ให้ใช้วิธีพุ่งชนใส่มอนสเตอร์เลย เพราะตัวลุงแกใหญ่อยู่แล้ว พอศัตรูเซหรือล้ม ค่อยใส่ขวานฟันไป แบบนี้มีโอกาสโดนมากกว่า
ส่วนเมดารินเธอไม่มีเชิงดาบ จะให้ทำแบบผมก็ไม่ได้ แต่เธอมีเกราะเหล็กอยู่ มีดของ Wererat ทำอะไรเธอได้ไม่มาก เพราะเลยบอกให้เธอห้ามโจมตีจนกว่าจะถูก
Wererat โจมตีใส่ก่อน เพราะการพุ่งใส่แบบไม่คิดของเธอนั้นแหละที่ทำให้พลาดระยะลงดาบดีๆ ไป
ของกาอิน ผมว่าเขาเก่งอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นไปได้อยากให้เล็งไปจุดสำคัญมากกว่านี้ เช่นดวงตาหรือขา เพราะทำให้ศัตรูชะงักหรือหยุดเคลื่อนไหวไปได้ตัวหนึ่ง ส่งผลมหาศาลต่อทีม และอย่าสุ่มสี่สุ่มห้ายิงไปจนเรียกมอนสเตอร์มาหาตัวเอง
เนปฟ่านั้นผมต้องสอนเยอะหน่อย แต่โชคดีที่เธอยอมฟัง ผมบอกเธอว่าให้ยิงเวทเปิดไปครั้งเดียวพอ จากนั้นให้ร่ายเวทรอไว้รับมือกรณีที่มอนสเตอร์หลุดมาจากแถวแรก ถ้าสามารถใช้เวทหนึ่งครั้งต่อหนึ่งการต่อสู้ เธอก็จะใช้เวทได้ต่อเนื่องนานขึ้นเยอะเลย
ชีเอ้เองผมบอกให้เธอยืนเฉยๆ ไม่ต้องวิ่งขึ้นวิ่งลงเพราะมันทำให้คนอื่นเสียสมาธิ ส่วนถ้าใครบาดเจ็บ ก็ให้เป็นฝ่ายนั้นค่อยๆ ถอยหามาให้รักษาที่แนวหลัง แนวหน้าตอนนี้มีสามคนแล้ว เพราะงั้นผลัดกันขึ้นกันลงได้สบาย แถมการไป
รักษาที่แนวหน้านอกจากจะได้ผลที่ไม่ค่อยดีแล้ว ตัวเธอยังเสี่ยงต่อการถูกโจมตีเองด้วย
พอจัดระเบียบทีมเสร็จ พวกผมก็เริ่มการล่าต่อ ซึ่งผลออกมาดีจนพวกออกัสแทบไม่เชื่อว่าเป็นตัวเองคนก่อนหน้านี้
กลุ่มของ Wererat ไม่เพียงพอต่อการล่าของทีมผมอีกต่อไปแล้ว ผมเลยแนะนำให้ย้ายไปจุดที่มี 5-6 ตัวแทน ซึ่งถึงจะตึงมืออยู่บ้าง แต่ก็สู้ได้แถมทำเวลาได้ดีอีกต่างหาก ดูมีความเป็นทีมเวิรก์ขึ้นมากว่าเดิมมาก และเมื่อเห็นว่ากำลังจะพลาดพรั้งผมก็จะใช้ Glory ออกไป
“ตะกี้นี้มันอะไรกันนะ! แสงตะกี้แล้วพลังที่เพิ่มขึ้นนี้มันอะไรกัน”
ออกัสที่พึ่งเหวี่ยงขวานสับจน Wererat กระเด็นตะโกนถามขึ้นอย่างตกใจ เพราะตะกี้เข้าเสียหลักจนโดน Wererat โดนเข้าใส่จนนึกว่าจะแย่ซะแล้ว
“Glory น่ะครับ เป็นบัพช่วยเพิ่มค่าพลังได้หนึ่งนาที”
ผมบอกไปขณะจัดการพวก Wererat ที่เหลือ อ่ะ รู้สึกจะง่ายขึ้นแฮะ ดาบเดียวก็ฆ่าได้เลย เพราะ Glory เลเวลสูงขึ้นล่ะมั่ง
แต่กว่าผมจะรู้ตัว ทุกสายตาก็จ้องมาทางผมแล้ว
“นายมันจะสุดยอดเกินไปแล้วมั่ง มีทั้ง Leadership ใช้ดาบก็เก่ง แถมยังมีบัพอีก”
เนปฟ่าเดินมาวนดูรอบๆ ตัวผมแบบยิ่งระแวงหนักกว่าเดิม ดูท่าเด่นเกินไปก็เป็นผลลบนะ
คนอื่นๆ ก็สงสัยไม่ต่างกัน เอ๋? หรือว่ามีความสามารถหลายๆ อย่างมันแปลก จะว่าไปผมก็แปลกจริงๆ แหละ เพราะผมสามารถได้รับสกิลมาจากผู้หญิงที่ผมมีอะไรด้วยได้
แต่ผมก็ไม่คิดจะบอกความลับตัวเองให้ใครรู้ เลยบ่ายเบี่ยงหัวเราะกลบเกลื่อนไป แล้วก็ชวนทุกคนไปล่าต่อ พอเจอมอนสเตอร์เดี๋ยวก็คงลืมๆ กันไปเอง
จากที่ทุกคนคิดว่าจะใช้เวลาห้าถึงหกชั่วโมง กลับจบได้ในชั่วโมงครึ่ง ตอนเดินกลับขึ้นมาทุกคนเลยพูดคุยกันสนุกสนาน เพราะยังตื่นเต้นกับการล่าครั้งนี้ไม่หาย พวกเธอทำได้ดีจนเกิดความมั่นใจขึ้นมาบ้างแล้ว
ส่วนผมแย่หน่อย เพราะแทบไม่ได้อะไรเลย เลเวลขึ้นมาเพียงแค่หนึ่ง ส่วนสกิลไม่มีอันไหนที่เลเวลอัพเลย
เสียเวลาชะมัด


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 4 พลังของมารราคะ

ตอน 150

ตอนที่ 149 เหตุบังเอิญ