ตอนที่ 140 สิ่งที่อยู่ข้างในนั้น
ตอนที่ 140 สิ่งที่อยู่ข้างในนั้น
หลังมือเย็นผมเรียกประชุม สาวๆ ทุกคนมากันพร้อมหน้า
ยกเว้นเจ้าหญิงโช
“หัวข้อการประชุม…”
“วิกฤต! จะทำอย่างไงดีเมื่อต้องงดมีเซ็กส์หนึ่งปี!”
ตอนผมกำลังจะประกาศหัวข้อ
มิรินลุกขึ้นพูดตัดหน้าราวกับเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย
“คิดว่าไอ้นี้ใช้แทนได้ไหม”
อาเดไลท์หยิบดิลโด้ขึ้นมาพลางหันไปถามผู้ชำนาญการอย่างเมยอา
“อืม มันก็โอเคนะ แต่อย่างไงเทียบกับของนายท่านไม่ได้หรอก
อาจจะใช้แก้ขัดได้สองสามวัน แต่มากกว่านั้นก็ไม่ค่อยถึงแล้วล่ะ”
“เมยอา แม่ขอโทษ! ทำกับแม่มันคงไม่รู้สึกดีเลยสินะ!”
“ม ไม่ใช่ค่ะ บ แบบว่า แค่บางครั้ง
หนูชอบโดนเสียบมากกว่าเป็นฝ่ายเสียบน่ะ”
“ยัยผู้หญิงลามก”
ฟรานกับเดเม่ประสานเสียงกันออกมา ขณะที่เรโมริก้านั่งหัวเราะคิกคัก
“เดี๋ยวๆ ทุกคนอย่างหลงประเด็นสิ”
ผมเห็นว่าเริ่มออกทะเลแล้ว เลยจะดึงทุกคนกลับมา
“ใช่แล้วค่ะ ทุกคนคนหลงประเด็นไปแล้ว”
มอเรียลุกขึ้นมาทำท่าจริงจัง อืม เป็นคนที่พึ่งพาได้จริงๆ
“เรื่องเช็กส์ถึงจะขาดแคลนไปก็กัดฟันฝืนทนไปได้อย่างเฉียดฉิว
แต่ถ้าไม่ได้กลิ่นอายของท่านโรมะ แค่เดือนเดียวก็สิ้นใจแล้ว!”
ผมแทบตกเก้าอี้ เพราะหลงคิดไปว่ามอเรียจะช่วยลากทุกคนกลับเข้าฝัง
แต่ที่ไหนได้กลับพาลงไปลึกกว่าเดิมอีก
“ถ้าเรื่องนั้นฉันก็คิดไว้แล้ว
เลยขอเสนอให้ทุกคนพกสิ่งนี้ติดตัวไว้”
อาเดไลท์พูดด้วยสีหน้าซีเรียสพร้อมกับชูกางเกงบ็อกเซอร์ของผมขึ้นมา
ผมรีบลูบไปที่ก้นทันที ถึงว่ารู้สึกขาดอะไรไปอย่าง
ว่าแต่นั้นฉกไปตอนไหนฟ่ะ!
“น นี้มันสดๆ เลยนี้คะ!”
ฟรานที่จมูกดียื่นหน้าไปจนติดแล้ว
ผมนี้อายแทนจนต้องยกมือขึ้นมาปิดหน้าไว้
ระหว่างที่ทุกคนจ้องชิงกางเกงในผมในมือของอาเดไลท์ เอสเตอร์นี้นั่ง
เงียบมาตลอด ก็ยิ้มแห้งๆ แหละหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาโชว์
“ส่วนฉันแค่ได้เห็นหน้านายท่านทุกคนก็พอใจแล้วล่ะ ถึงจะเป็นแค่รูปวาดก็เถอะ”
พริบตานั้นทุกสายตาก็หันไปทางเอสเตอร์ทันที
“ขายต่อฉันเถอะเอสจัง”
มิรินไวกว่าใคร พุ่งเข้าไปหาเป็นคนแรก
“ม มีแค่อันเดียวค่ะ ขายไม่ได้”
ระหว่างที่เอสเตอร์ปฏิเสธเป็นพัลวัน
จามิร่ากับโรสลินก็หันมาพยักหน้าให้กัน ก่อนจะย่องมาจับผมมัดไว้
ทำท่าเหมือนจะจับผมยัดใส่กระเป๋าแอบพาไปด้วย จนเวเนซ่าทนไม่ไหว ต้องหันไปเตือน
“แบบนั้นมันใช่วิธีแก้ปัญหาซะทีไหนล่ะ”
เหตุการณ์ยังวุ่นวายและออกทะเลลึกไปเรื่อยๆ แต่ในสุดท้ายก็ได้กลับฝังจนได้
หลังจากพูดคุยกันแล้ว ทุกคนเต็มใจเข้าไปในดันเจี้ยนจำลอง
เพราะเห็นด้วยว่าถ้ายังเลเวลน้อยแบบนี้ นอกจากจะช่วยปกป้องผมไม่ได้แล้ว
ยังจะกลายเป็นภาระให้อีก แต่ก็มีบางคนที่ไม่ได้ไป
เช่นอาเดไลท์ที่ต้องอยู่ทำงานบริหารเมือง ยิ่งช่วงผมไม่อยู่แบบนี้
ต้องยิ่งพึ่งเธอมากกว่าเดิม ส่วนเมยอากับโมอา
สองคนนี้ไม่ถนัดเรื่องต่อสู้อยู่แล้วเลยอยู่นอกประเด็นไป แต่มีคนที่จะไม่ได้ไปด้วย
นั้นก็คือเดเม่ เพราะสกิลของเธอจะทำงานก็ต่อเมื่อมีผมอยู่ด้วย
กรณีที่สกิลไม่ทำงานเธอก็แทบไม่ต่างจากคนทั่วไปเลย จึงไม่จำเป็นต้องเก็บเลเวลเลยด้วยซํ้า
แต่เพิ่มค่าภักดีเดี๋ยวก็
เก่งขึ้นมาได้เอง
แถมเพราะข้อจำกัดของอาชีพเธอทำให้เรียนรู้สกิลอื่นไม่ได้เลย
แต่เธอไม่คิดมากกลับทำให้ทุกคนต้องอิจฉาซะอีก เนื่องจากเดเม่จะได้ไปกับผมด้วย
ยังมีอีกคนที่จะไม่ได้ไปนั้นก็คืออลิซาเบธ เพราะผมให้เธอเป็นแม่ทัพดูแลเรื่องกองทหาร
หรือก็คือให้ดูแลกระทรวงกลาโหมไป ซึ่งเจ้าตัวเต็มใจรับอย่างยินดี
แถมผมยังให้เธอควบงานสร้างกองอัศวินขึ้นมาด้วย พอรอจนดาเซสกลับมาไม่ได้
กองทหาร กับ กองอัศวิน ผมแบ่งหน้าที่ให้อย่างชัดเจน
กองทหารมีหน้าที่รับมือกับศัตรูภายนอกเมือง กองอัศวินมีหน้าที่จัดการศัตรูที่อยู่ในเมือง
หรือก็คือทหารเป็นรั้วป้องกันเมือง ส่วนอัศวินดูแลความเรียบร้อยภายในเมืองคล้ายๆ
ตำรวจ ซึ่งเมื่อก่อนสองกองนี้มีหน้าที่ทับซ้อนกันมากเกินไป จนเกินกว่าทะเลาะเบาะ
แว้งกันบ่อยๆ เจ้าเมืองก็ไม่คิดจะจัดการแก้ปัญหาอะไร
ผมเลยต้องมาจัดการเองแบบนี้
ส่วนเรื่องการคุ้มกันคนที่อยู่ที่นี้ ก็ได้ทั้งเพนกวินจากเผ่ามังกร
และโกรมบิมจากเผ่าปีศาจ มาช่วยดูแลความปลอดภัยให้ โกรมบิมผมไม่ห่วงหรอก
เพราะเขาเก่งมาก เป็นเผ่าวิญญาณประเภทสิงเกราะที่เลเวลสูงถึง 400
เอาพวกผู้กล้ามารุม ยังเอาไม่ลงเลย พลังป้องกันเขาเป็นลองแค่มุเอมะ
และด้วยที่เป็นเผ่าวิญญาณ ต่อให้ร่างกายที่เป็นชุดเกราะถูกทำลายไป
ก็ยังย้ายไปสิ่งร่างสำรองที่เตรียมไว้ได้ทันที
ถ้าไม่โดนสาดด้วยเวทแสงหรือเวทศักดิ์สิทธิ์ระหว่างย้ายร่าง
เขาไม่มีทางตายโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ยังมีสกิลที่เหมาะกับการอารักขาด้วย แต่เจ้าเพนกวินเนี่ยสิ
เพนกวินที่เป็นลูกน้องของเจ้าหญิงโช มีเลเวลเฉลี่ยอยู่ที่ 10
เท่านั้นเอง ถึงจะฉลาดและช่วยงานทั่วไปได้ แต่จะให้มาสู้นี้ผมว่ามันไม่น่าจะไหว
แต่เวเนซ่าหัวเราะ และบอกว่าถ้าผมประมาทแบบนี้ จะโดนพวกเพนกวินฆ่าเอาได้
เพราะเพนกวินเองถูกนับเข้าวงศ์วานอารักษ์ของเผ่ามังกร
ทำให้มันได้รับความสกิลพิเศษที่เรียก ร่างที่แท้จริง
สรุปคือตอนนี้มันเป็นร่างที่ใช้ทำงานเอกสารและรับใช้ แต่เวลาสู้เพนกวินจะใช้สกิล
ร่างที่แท้จริง ซึ่งรูปร่างมันไม่ต่างจากอสูรกายยักษ์
เพียงแค่ตัวเองก็ถล่มเมืองได้สบายๆ แล้ว แถมนี้อยู่กันเป็นโขยง
คนที่มาหาเรื่องพวกเพนกวินก็เท่ากับมารนหาที่ตายชัดๆ
ส่วนคนที่ไปฝึก ในนั้นมีคนที่ตั้งท้องลูกของผมอยู่ ผมเลยจะห้าม
แต่เวเนซ่าเองก็บอกต่อว่าไม่ต้องเป็นห่วง มุเอมะเตรียมจัดการเรื่องนั้นไว้แล้ว
คนที่ท้องอยู่
จะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ แถมในดันเจี้ยนเองก็เข้าออกได้ตลอด
ถึงคนที่ต้องคลอดลูกจะไม่สามารถไปถึงระดับ 500 ได้
แต่ก็น่าจะได้อะไรกลับมาบ้างจากดันเจี้ยนจำลอง
ด้านสาวๆ ที่ผมไปทำให้ท้องไปทั่ว
เมยอาเองก็เตรียมรับเรื่องนี้ไว้แล้ว ด้วยการไปสอบถามความสมัครใจ
ซึ่งจะแบ่งเป็นกรณีๆ ไป แต่ทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด
และถ้าใครอยากให้ผมรับผิดชอบ ผมก็พร้อมจะเลี้ยงดูทั้งแม่และลูก
เพียงแต่คิดว่าไม่มีหรอก เพราะไม่มีใครอยากเสี่ยงโยนลูกตัวเองเข้าเป็นเผ่าปีศาจ
กำหนดการเดินทางนั้นเร็วกว่าที่ผมคิดไว้
เพราะมันคือพรุ่งนี้เช้าเลย เหตุที่ต้องให้รีบไป เพราะว่าทุกคนจะต้องไปเตรียมความพร้อม
ที่ปราสาทจอมมาร
ก่อนประมาณหนึ่งอาทิตย์
โดยระหว่างนั้นมุเอมะจะคอยฝึกให้กับทุกคนด้วยตัวเอง
ถึงแม้ผมจะเป็นกังวลหลายอย่าง แต่เวเนซ่าบอกว่าให้ผมวางใจ
เพราะทุกอย่างเตรียมการไว้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะที่ไปอยู่ที่ปราสาทจอมมาร
จะมีมุเอมะกับปีศาจระดับสูงคอยดูแลใกล้ชิด
ถ้าไม่ใช่หายนะระดับที่เหนือกว่าอลิซาเบธ ไม่มีทางที่จะทำอันตรายพวกเธอได้
และถึงเกิดมีจริงๆ เธอก็จะกลับไปช่วยได้ในทันที
“ส่วนพวกเราก็ต้องออกเดินทางเหมือนกัน
ฉันจะฝึกสำนึกแห่งศาสตร์ให้ระหว่างที่เดินทางไปตามล่าพวกออร์คเผ่าต่างๆ”
“…เวเนซ่า ผมขอเวลาสักเดือนหนึ่งได้ไหม ไม่สิ แค่ครึ่งเดือนก็พอ”
“ทำไมเหรอ?”
“มีปัญหาที่ผมยังจัดการไม่เสร็จ”
“…อ้อ เจ้าพวกนั้นสินะ”
“รู้ด้วยเหรอ”
“ไม่รู้ก็แปลกล่ะ เอาเถอะจะให้ช่วยอะไรก็บอกล่ะกัน แต่บอกไว้ก่อนนะ
ฉันเคยขยี้เจ้าพวกนั้นไปรอบหนึ่งแล้ว แต่ตัวตนของศัตรูจริงๆ
มันจับต้องหรือทำลายไม่ได้ด้วยสิ ลำบากหน่อยนะ”
“เรื่องนั้นคิดไว้แล้วล่ะ ผมเลยขี้เกียจไปยุ่งกับพวกมันไง”
“ฮ่าๆๆ แต่จะหนีก็หนีไม่พ้นสินะ”
เจ้าพวกนั้นที่ผมกับเวเนซ่ากำลังพูดถึงกันอยู่ ก็คือพวกโบสถ์ใหญ่
เพราะป่านี้พวกกรอเรียคงไปแจ้งให้ทางนั้นรู้แล้ว ไม่สิเผลอๆ
ข่าวทางนี้น่าจะไปถึงไหวกว่า
ซะอีก บวกกับคดีเก่าที่ผมทำไว้กับอาร์คบิชอปเรเดีย
ผมว่าทางโบสถ์ใหญ่จะต้องมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่แน่
และผมก็กำลังรอดูการเคลื่อนไหวนั้นอยู่
เหตุที่ผมช่วยซารีพัฒนากิลนักผจญภัย
เพราะผมเสียเกราะป้องกันตัวอย่างโบสถ์ของกรอเรียไป
ทำให้ต้องทิ้งแผนเก่าและเริ่มหาทางอื่นแทน
ซึ่งที่พอจะใช้แทนกันได้ก็คือกิลนักผจญภัย
และนี้จะเป็นเกราะที่ต่างขั้วกว่าเดิม
จากที่ใช้กรอเรียเป็นเกราะขั้วบวกเพื่อชนกับโบสถ์ใหญ่ที่เป็นขั้วบวกเหมือนกัน
ทำให้ไม่เกิดการปะทะกัน แต่คราวนี้ผมใช้ซารีและกิลของเธอ ซึ่งเป็นขั้นลบ
เมื่อมันมาเจอกับขั้วบอกของโบสถ์ใหญ่ มันจะพุ่งชนกันจนแหลกลาญ
จากเดิมที่กิลนักผจญภัยไม่อยากยุ่งกับโบสถ์ใหญ่
ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายเป็นองค์กรที่ใหญ่กว่า และ
กลัวตัวเองจะพ่ายแพ้แต่อย่างใด
เพียงแต่กิลนักผจญภัยมองโบสถ์ใหญ่เป็นลูกค้ารายหนึ่ง
เลยพยายามรักษาระดับความสัมพันธ์เพื่อผลประโยชน์เอาไว้
แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว
เพราะผมคือถังผลิตเงินเดินได้
กิลผจญภัยไม่ต้องการเสียผมไปอย่างแน่นอน ซํ้าเควสเกินกว่าครึ่งในตอนนี้
ก็มาจากนโยบายที่ให้การสนับสนุนที่ผมตั้งขึ้นมา เกิดผมหลุดออกจากตำแหน่งเจ้าเมือง
นโยบายก็ต้องยกเลิก และเควสก็จะหายไปจากกิลครึ่งหนึ่งในพริบตาเดียว
เพราะงั้นต่อให้ต้องเสียอะไร
กิลนักผจญภัยก็ต้องทำทุกวิถีทางที่จะรักษาเก้าอี้ผมเอาไว้
นอกจากนี้ผมยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเอาไว้
ด้วยการออกทุนและวางแผนจัดสร้างโรงเรียนนักผจญภัยขึ้นมา
ซึ่งตัวผมที่เป็นเจ้าของครึ่งหนึ่งไม่ได้รับ
ผลประโยชน์อะไรเลย
รายได้และผลประโยชน์ทั้งหมดจากโรงเรียนจะตกไปที่กิลนักผจญภัยทั้งหมด
การกระทำที่ไม่แสวงหากำไร มันช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับผมในสายตานักผจญภัย
นั้นทำให้พวกเขาเต็มใจช่วยเหลือผม
นักวางแผนที่ดีต้องไม่เอาอารมณ์เข้ามาเป็นบรรทัดฐานในการคิด
นั้นคือเหตุที่ผมเลือกจะให้อภัยกับซารี ถึงแม้เธอจะทรยศผม เพราะเธอยังมีประโยชน์
ไม่เหมือนพวกหัวหน้ากิลคนอื่นๆ ที่จะมีหรือไม่มี ก็ไม่ต่างกันเท่าไร ถึงขาดไปก็หาคนใหม่มาแทนได้
ตรงกันข้ามกับซารี ความสามารถ ประสบการณ์ ชื่อเสียง กระทั่งร่างกาย
ทุกอย่างของซารีมีประโยชน์เอามาใช้ได้หมดเลย
และผลของการตัดสินใจเลือกของผมครั้งนี้ มันกำลังจะผลิดอกออกผลแล้วในไม่ช้านี้
วันรุ่งขึ้นหลังจากส่งพวกสาวๆ ไปปราสาทจอมมาร ในสภาพที่ลํ่าลากันจนนํ้าตาท่วมทุ่งแล้ว
ผมก็รอประจำการที่คฤหาสน์ ส่วนซารีก็กลับไปทำงานที่กิลตามปกติ
“ตอนนี้ว่างๆ อยู่มาเริ่มกันเลยดีกว่า”
“เริ่มอะไรเหรอ?”
“ก็เริ่มทำให้ Lust mastery ของนายกลับมาไง”
“…พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ผมว่ามันแปลกล่ะ ช่วงนี้ผมก็มีอะไรพวกสาวๆ ทุกวันเลยนะ
แถมจำนวนครั้งที่ทำต่อวันก็ค่อนข้างเยอะ แต่ไม่เห็น Lust mastery จะกลับมาเลย”
“เจ้าโง่ มันไม่เกี่ยวกับจำนวนครั้งที่ทำสักหน่อย”
“เอ๋? แล้วมันเกี่ยวกับอะไรล่ะ”
“…ความพึงพอใจ”
“???”
ผมทำหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
เพราะสำหรับผมก็ต้องพึงพอใจที่ได้ทำกับพวกสาวๆ อยู่แล้ว
“อธิบายไปก็เสียเวลา ฉันเลยไปตามตัวช่วยมาให้แล้ว”
เวเนซ่าพูดยังไม่ทันขาดคำ ก็มีแขกมาหา
เดเม่เลยเป็นคนเดินอออกไปรับแขกให้ ซึ่งคนที่มาก็ไม่ใช่ใคร แต่เป็นชีเอ้
“เอ่อ ทำไมต้องเป็นชีเอ้ด้วย”
ผมถามขณะที่ชี้ไปที่ชีเอ้ที่ทำหน้างงเหมือนกัน นี้คงโดนเรียกมาแบบไม่ได้ถูกบอกอะไรไว้เลยล่ะมั่ง
“ฉันมีสกิลวิเคราะห์โครงสร้างจิตใจอยู่นะ
แค่เรื่องอะไรที่ทำให้นายพึงพอใจได้ ทำไมฉันจะไม่รู้ล่ะ”
“ด เดี๋ยวก่อน”
“โฮะๆๆ ไม่ต้องอายไปหน่อยน่า เพราะฉันเข้าใจนาย
เลยรู้ว่านี้ไม่ใช่การเบี่ยงเบนทางเพศหรือรักร่วมเพศ แต่เพราะจิตใจของนายตอบสนองต่อความเย้ายวน
ในแบบเพศตรงข้ามที่มาจากอีกฝ่าย สรุปก็คือ ในสายตาของนาย
ชีเอ้น่ะดูน่ารักน่าอึบเหมือนผู้หญิงไงล่ะ”
ผมเถียงเวเนซ่าไม่ออกเลย นี้เธอวิเคราะห์โครงสร้างจิตใจผมได้จริงๆ
เหรอเนี่ย รู้สึกเหมือนโดนแอบเข้ามาดูความลับอย่างไงไม่รู้สิ
ส่วนชีเอ้พอได้ยินที่เวเนซ่าพูด
ตรงชายกระโปรงบริเวณหว่างขาก็นูนออกมาเล็กน้อย…นี้ถึงกับพร้อมรบเลยเหรอ
“เอา อีกฝ่ายก็พร้อมแล้ว จะรอช้าอยู่ทำไม”
เวเนซ่าสั่งพร้อมกับจับผมแก้ผ้าทันที
ส่วนซานูน่าก็ทำงานเข้าขากับเวเนซ่ามาก ตอนนี้เธอไปเลื่อนเก้าอี้อีกตัวมา ให้ชีเอ้นั่งลง
โดยเธอจับขาทั้งสองข้างยกขึ้นโน้มไปทางด้านหลัง
ทำให้ผมเห็นส่วนล่างของชีเอ้ชัดถนัดตา
ดุ้นเล็กๆ
น่ารักของชีเอ้กำลังสั่นกระตุกอยู่ในกางเกงในสีชมพูแบบซีทรู
ถึงวันนี้จะเป็นแบบเอวตํ่า แต่ดุ้นก็ยังซ่อนตัวอยู่ในกางเกงในได้อย่างมิดชิด
แต่เพราะมันค่อนข้างรัดและเป็นแบบซีทรูเลยเห็นรูปทรงได้อย่างชัดเจน
ขณะเดียวกับเดเม่ก็ไปดึงเสื้อคลุมที่เหมือนชุดวันพีชออก
จนเหลือแต่บราที่เข้าชุดกับกางเกงใน ถึงแม้ชีเอ้จะไร้ซึ่งหน้าอก
แต่บราก็ดูเข้ากับตัวเธอดี
ถึงเธอจะมีส่วนที่เป็นผู้ชายที่กำลังแข็งตุงอยู่ในกางเกงใน แต่มันยิ่งทำให้ดูอีโรติกเอามากๆ
ผมเดินเข้าไปหาพร้อมกับวางดุ้นที่ขนาดต่างกัน
ราวเหมือนไม้จิ้มฟันกับกระบอกไฟฉาย ผมเริ่มถูดุ้นไปเบาๆ ทว่าชีเอ้กับเกร็งกระตุก
และพ่นนํ้าจนซึมผ่านกางเกงในออกมา
กางเกงในซีทรูที่เปียกยิ่งทำให้เห็นดุ้นสีชมพูอ่อนๆ เหมือนผิวเด็กของซีเอ้ชัดขึ้น
ซึ่งตอนนี้มัน
กำลังอ่อนตัวลง ซีเอ้ทำหน้าเสียใจออกมาทันที
เพราะเธอตื่นเต้นเกินเลยเสร็จเร็วไปหน่อย แถมยังไงก็หนีพ้นความเป็นชายไม่ได้
ทำให้เธอไม่สามารถทำให้มันกลับมาแข็งได้
และผมเองก็ไม่อยากทำให้สภาพที่ชีเอ้ไม่มีอารมณ์ร่วมด้วย
“ฮุฟุๆๆ ไม่ต้องห่วง มีซานูน่าอยู่ด้วยซะอย่าง”
เวเนซ่าหัวเราะพร้อมกับส่งสายตาไปให้ซานูน่า
แต่เธอก็ไม่ได้ขยับตัวทำอะไร ที่ขยับมีเพียงดุ้นของชีเอ้ที่กำลังมาแข็งได้อีกครั้ง
แต่ผมรู้ว่าซานูน่าทำอะไร เพราะผมได้กลิ่นฟีโรโมน
ซึ่งกลิ่นนี้คงจะไปกระตุ้นชีเอ้โดยตรง แถมยังจะดูแรงไปหน่อยด้วยซํ้า
เพราะชีเอ้ทำหน้าเหมือนเสี้ยนจัด
และรีบแหวกขอบกางเกงในออกโชว์รูก้นของเธอให้ผมเห็นทันที
จากนั้นผมก็ปฏิบัติการทะลวงก้นชีเอ้ จนทำให้ร่างกายเล็กๆ
และแสนบอบบางนั้นบิดเบี้ยวไปมา เสียงร้องน่ารักราวกับดารา AV
ซึ่งดังในช่วงแรกค่อยๆ เบาเสียงลงไปทุกครั้งที่เธอเสร็จ จนสุดท้ายกลายเป็นแค่เสียงหอบหายใจ
จำนวนครั้งที่ชีเอ้เสร็จนั้นมากกว่าสิบครั้งไปแล้ว
ปริมาณอสุจิที่หลั่งออกมาตอนครั้งล่าสุดนับเป็นหยดได้ คงพ่นออกมาจนหมดไข่แล้วแน่ๆ
ส่วนผมเสร็จไปแล้วรอบหนึ่ง และนํ้าเชื้อก็ลงไปอยู่ในท้องชีเอ้ทุกหยด
“เอ่อ คิดว่ามากกว่านี้จะเป็นอันตรายต่อร่างกายแล้วล่ะค่ะ”
ซานูน่าเตือนขึ้นมาขณะมองสำรวจตัวชีเอ้
ที่ถึงจะยังมีสติอยู่แต่จิตใจถูกเผาไหม้ไปด้วยไฟราคะแล้ว
“เป็นไง ได้ Lust mastery คืนมาหรือยัง”
เวเนซ่าถามขึ้นขณะที่ผมถอนดุ้นออกมาจากตูดของซีเอ้
จนเกิดเสียงที่ฟังดูน่ากลัวขึ้นมา รูตูดของชีเอ้บานออกจนหุบไม่ลง เดเม่รีบเข้ามาเช็ดทำความสะอาดให้ทันที
ถึงจริงๆ ผมจะใช้คลีนนิ่งทำความสะอาดได้
แต่เดเน่ชอบทำความสะอาดให้ผมด้วยมือเธอเองมากกว่า โดยเฉพาะตอนได้ขัดถูจรวดของผม
สีหน้าเธอจะเคลิ้มไปเลย ส่วนสำหรับคำถามของเวเนซ่า ผมได้เพียงแค่ส่ายหน้าแทนคำตอบ
“อืม…ยังไม่พอสินะ ซานูน่าเจ้าหนูนี้ต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานไหม”
“เอ่อ จากสภาพแบบนี้คงเป็นเดือนๆ น่ะค่ะ กว่าจะกลับมามีเช็กส์ได้
แต่นั้นไม่น่าห่วงเท่ากับสภาพ
ของทวารหนักหรอกค่ะ จากนี้ไปคงควบคุมการขับถ่ายไม่ได้แน่
ต้องใส่ผ้าอ้อมไปอีกนานเลย น่าสงสารจริงๆ”
ซานูน่าที่เป็นซักคิวบัสยังรู้สึกขนลุกกับภาพที่ได้เห็น
ขณะที่พูดไปยังใช้มือปิดก้นตัวเองไปด้วยเลย
“ไอ้เจ้าบ้านี้เล่นซะพังเลยเหรอ
ดุ้นของแกมันเป็นสัตว์ประหลาดหรือไงห่ะ!”
เวเนซ่าบอกพร้อมกับหันมาตบใส่ดุ้นผม
แต่เพราะแรงเหวี่ยงกับทำให้ดุ้นผมสะบัดกลับมาฟาดเข้าเต็มหน้าของเวเนซ่าจนทรุดลงไปกับพื้น…แล้วทำไมต้องทำสีหน้าฟินขนาดนั้นด้วยฟ่ะ!
งานนี้ไม่ใช่แค่ผมทำชีเอ้พังหรอก แต่ผมทำเธอเกือบตายด้วย เพราะพลัง
Hp ของเธอลดลงไป
ตลอดระหว่างที่โดนผมกระแทกใส่
ดีที่เวเนซ่าสังเกตเห็นและใช้สกิลรักษาเธอไว้ให้เป็นระยะ
“จะหาพวกผู้ชายที่จิตใจเป็นผู้หญิง แถมรูปร่างแบบนี้ก็ไม่ได้หาได้ง่ายๆ
ซะด้วย เผลอๆ เจ้านี้จะมีตัวเดียวในโลกด้วยซํ้านะคะ”
ผมเห็นด้วยกับที่ซานูน่าบอก
เพราะระดับความเป็นสาวดุ้นของชีเอ้เกิดระดับสูงสุดไปแล้ว
รูปร่างของเธอทั้งนุ่มนิ่มขาวใสและมีส่วนเว้าส่วนโค้งเหมือนผู้หญิง
แถมขนก็ไม่มีจนเรียกได้ว่าไม่มีฮอโมนของเพศชายอยู่เลย
ที่สำคัญเสียงของเธอก็ฟังดูไพเราะเร้าอารมณ์ยิ่งกว่าผู้หญิงจริงๆ ซะอีก
และถ้าเกิดไม่มีไข่สองฟองนั้นอยู่
มองผิวเผินอาจทำให้คิดว่าเธอแค่เป็นผู้หญิงที่ปุ่มคริใหญ่กว่าปกติเท่านั้น
ขนาดผ่าตัดแปรงเพศยัง
ไม่ได้เท่านี้เลย พอคิดแบบนั้นแล้วผมกับซานูน่าก็พากันถอนหายใจออกมาพร้อมกัน
“…ช่วยไม่ได้แฮะ สงสัยต้องใช้วิธีสุดท้ายแล้ว”
“ยังมีอีกเหรอ!”
“มี แต่เป็นวิธีที่ไม่ค่อยดีเท่าไร และนายอาจจะไม่ชอบใจด้วย”
“งั้นขอปฏิเสธ”
“เฮ้ย! ยังไม่ทันบอกเลยว่าวิธีอะไร”
“ก็เห็นชัดๆ ว่าเป็นวิธีที่เป็นมลภาวะต่อจิตใจของผม”
“แค่นิดๆ หน่อยๆ ไม่เป็นไรหรอกน่า”
“…งั้นว่ามา จะใช้วิธีไหน”
“ให้ซานูน่าระงับการทำงานบางส่วนของนาย”
“ส่วนไหน”
ผมเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดีแล้วสิ
“ความรัก”
“หา!? แล้วนั้นมันเกี่ยวอะไรด้วยเนี่ย ผมงงแล้วนะ”
“เจ้าเด็กไร้เดียงสา ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ
ว่านายน่ะชอบใส่ความรักลงไปในการมีเซ็กส์!”
“!!!”
“ความรักจะสร้างกำแพงขวางสัญชาตญาณดิบของนายเอาไว้
และจะมีเซ็กส์โดยใช้ความพึ่งพอใจของอีกฝ่ายเป็นที่ตั้ง เข้าใจไหม คำว่าของ
อีกฝ่ายน่ะ ไม่ใช่ของนาย ตะกี้ก็เหมือนกันถึงจะเหมือนว่านายใส่แบบเต็มที่จนไม่สนใจอีกฝ่ายก็เถอะ
แต่นายก็ยังปรับแรงและชะลอเป็นบางครั้งอยู่
และยังเก็บงำความต้องการส่วนลึกสุดของตัวเองเอาไว้
เพราะนายกลัวว่านายปล่อยมันออกมาจะเป็นการทำร้ายคนที่นายรักหรือทำให้คนอื่นเกลียด”
อีกครั้งที่ผมเถียงไม่ออก
“เข้าใจแล้วหรือยังล่ะ ว่าความรักไม่ใช่เซ็กส์
บางครั้งความรักนอกจากจะไม่ช่วยเติมเต็มความต้องการทางเพศแล้ว
มันยังเป็นเครื่องกีดขวางทำให้นายรู้สึกเก็บกดด้วย อ้อ
แต่บางครั้งความรักมันก็จะเพิ่มความอร่อยในการมีเซ็กส์ได้เหมือนกันนะ
ถ้านายโชคดีพอจะเจอคนที่มีรสนิยมทางเพศตรงกัน เพียงแต่สำหรับ
นายฉันว่ายาก ไม่สิ ไม่มีใครรับเซ็กส์ดิบๆ
ที่นายซ่อนเอาไว้ได้หรอก”
“…ถ้ารู้แล้วยังจะใช้วิธีนี้อีกเหรอ”
“ฮุๆๆ ต้องบอกว่าใช้วิธีนี้ได้ เพราะมีฉันอยู่ล่ะนะ”
“เหอะๆ ไม่ไหวหรอกน่า”
“เรื่องนั้นฉันเป็นคนตัดสินใจเอง ไม่ใช่นาย ถ้าเกิดไม่ไหวจริงๆ
ฉันยังใช้กำลังหยุดนายได้อยู่นะลืมแล้วเหรอ”
“…ก็จริงนะ แต่ขอบอกไว้ก่อนนะ
ว่าฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำอะไรรุนแรงกับเธอบ้าง”
“นั้นแหละที่ต้องการ ใส่มาเต็มที่เลย
ให้สมกับที่ฉันรอคอยมานานแสนนานทีเถอะ”
…ผมพยักหน้ารับ ทั้งๆ ที่ใจหนึ่งก็ร้องห้ามตัวเองเอาไว้ แต่อีกใจมันก็คึกคะนองราวกับกำลังรอช่วงเวลานี้อยู่เช่นกัน
สุดท้ายผมเลือกที่จะปลดปล่อยตัวเองออกจากกรง
พอเห็นผมตกลงซานูน่าก็เริ่มลงมือทันที
แต่พอผมถูกสกิลของเธอแทรกแซงเข้ามาในตัว สถานะจอมมารก็เริ่มทำงานเพื่อต่อต้านทันที
แต่ผมสั่งปิดมันเพราะนี้คือความสมัครใจของผมเอง
ตัวผมค่อยๆ รู้สึกว่าบางอย่างกำลังหายไปจากตัวเอง
ความรู้สึกบางอย่างหยุดทำงาน สมองผมคิดน้อยลง
ผมรู้สึกตัวแต่ควบคุมตัวเองไม่ได้…ไม่สิ
ไม่เหลือเจตจำนงในการควบคุมตัวเองอยู่แม้แต่เศษเสี้ยว
ดูเหมือนซานูน่าจะไม่ใช่แค่หยุดความรู้สึกรักของผม แต่
เป็นการหยุดการทำงานของความมีเหตุมีผล ความชั่งใจ ศีลธรรม
รวมถึงความเป็นมนุษย์ด้วย
ผมรู้แล้วว่าอะไรที่อยู่ข้างในตัวผม มันคือสัตว์
รากฐานของสิ่งมีชีวิตทีมีความต้องการอันแรงกล้า
วิญญาณที่สะท้อนถึงความต้องการในมีการมีชีวิตและความรุนแรง
ร่างกายผมเริ่มขยับ มันพุ่งตรงเข้าไปหาเวเนซ่าทันที
ราวกับเธอเป็นอาหารที่ดูน่าอร่อยที่สุด
ในแววตาของผมเห็นสีหน้าที่ดูตกใจและหวาดกลัวของเธอขึ้นมา
รอยยิ้มที่ดูเฉิดฉายและมั่นใจในตัวเอง…หายไปแล้ว
เสียงร้องของเวเนซ่าดังสะนั่น
แต่เสียงนั้นยิ่งทำให้ผมรู้สึกดีและยิ่งบ้าคลั่งกว่าเดิม แต่ถามกลาง
เสียงร้องนั้น ก็มีเสียงที่น่ารำคาญมาคอยขัดจังหวะเป็นพักๆ
<<เงื่อนไขครบถ้วน ได้รับสกิล Adjust Sex Power>>
<<เงื่อนไขครบถ้วน ได้รับสกิล Absorb Sex Energy>>
<<เงื่อนไขครบถ้วน ได้รับสกิล Protection of Sex>>
<<เงื่อนไขครบถ้วน ทำการรวมสกิล Adjust Sex Power-Absorb Sex
Energy-Protection of Sex ได้รับสกิล Sex Master>>
<<เงื่อนไขครบถ้วน ได้รับสถานะร่วมกับมหาบรรพกาลอสูร
Baphomet>>
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น