ตอนที่ 71 เริ่มงานกันเถอะ

ตอนที่ 71 เริ่มงานกันเถอะ
หลังจากที่ทุกคนได้พักผ่อน และสลับกันมานอนหนุนตักผมกันจนครบทุกคนแล้ว (ไม่เว้นกระทั่งอาเดไลท์กับเรโมริก้า) พวกผมก็พากันเดินกลับคฤหาสน์กัน สีหน้าทุกคนดูอิ่มเอิบมาก ทั้งอิ่มทั้ง สนุกกันเต็มที่เลย แถมยิ่งนานวันก็ยิ่งจะดูสนิทกันมากขึ้น ขนาดคนมาใหม่อย่างโรสลินกันถูกบรรยากาศดึงดูดเข้าไป จนดูกลมกลืนกับทุกคนแล้ว
แต่ตอนนั้นเองที่เรโมริก้าเดินมาอยู่ข้างๆ ผมและเตือนขึ้นมา
“ท่านโรมะน่ะใจดีกับทุกคนเกินไปแล้วนะ เดี๋ยวก็เคยตัวจนเสียนิสัยกันหมดพอดี”
“ไม่หรอกครับ ดูนั้นสิ”
ผมบอกขณะชี้ไปข้างหน้า เพราะตอนนี้กลับมาถึงคฤหาสน์แล้ว ซึ่งพอมาถึงบรรยากาศก็
เปลี่ยนไปทันที ไม่ใช่ว่าทุกคนจะดูซึมเศร้าไร้ชีวิตชีวาหรอกนะ ยังคงมีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มอยู่ แต่ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปทำงานของตนเองทันที
อย่างฟรานโดยที่ไม่ต้องบอก ก็เข้ามาจูงมือจามิร่าเพื่อพาไปสอนหนังสือให้ทันที มันเป็นข้อกำหนดของผมแบบไม่เป็นทางการไปแล้ว ว่าทุกคนจะต้องมีความรู้ขั้นพื้นฐาน อย่างตํ่าสุดคือการอ่านออกเขียนได้ ผมให้ความสำคัญกับการสื่อสารเป็นอย่างแรก และยังมีผลพลอยได้ที่จะติดตัวทุกคนไป นั้นก็คือความรู้ ถ้ามีความรู้ก็จะสามารถหางานทำได้ อนาคตพวกเธอก็จะไม่ต้องลำบากอีก
พอโรสลินเห็นแบบนั้นก็เลยขอช่วยสอนด้วยอีกคน เพราะเธอเองก็อ่านหนังสือมาเยอะ แถมรู้จักพี่สาวตัวเองดีว่าเป็นคนหัวทึบมาก ต้องค่อยๆ สอนไป
ผมให้จามิร่าเรียนหนังสือวันล่ะสองชั่วโมงตอนบ่าย พอบ่ายสามก็ให้ออกไปทำงานได้ตามปกติ เหตุผลที่ผมให้เรียนตอนบ่าย เพราะจะได้ให้หลบแดดตอนเที่ยงๆ ที่มันร้อนเกินไปด้วย
ส่วนของเอสเตอร์พออ่านออกได้นิดหน่อย เลยให้เรียนช่วงเช้าพร้อมกับเดเม่ไป
“เอสเตอร์มาเริ่มงานกันเลยเถอะ”
“ค่ะ”
เอสเตอร์พยักหน้ารับและเดินตามผมไปกับยูริน ที่ Workshop ของยูรินตอนนี้ค่อนข้างรกทีเดียว
“เริ่มแคบไปแล้ว อยากขยับขยาย Workshop ไหมยูริน”
“ดีเหมือนกัน แต่เดี๋ยวข้าทำเอง นายท่านแค่เสนอไอเดียมาก็พอแล้ว”
“ถ้าคิดจะทำออกขายจริงๆ จังๆ ในอนาคต ก็ควรทำส่วนของหน้าร้านไว้ด้วยนะ”
“เข้าใจล่ะ ไว้จะเขียนแบบไปให้ดู”
“ไม่ต้องหรอก ร้านของยูรินนี่น่า ออกแบบตามใจชอบเถอะ พื้นที่ด้านหลังบ้านส่วนนี้ผมยกให้”
“ร้านของข้า…”
ยูรินยืนนิ่งไปราวกับหุ่นยนต์ที่หยุดทำงาน จนผมต้องสะกิดเรียกเธอ
“ขอโทษที เผลอฝันกลางวันไปซะแล้ว”
“ไม่ใช่ฝันหรอก ว่าแต่เหลือลานทำบาบิคิวให้ผมหน่อยล่ะกัน ส่วนควันเนี่ย พอมีวิธีจัดการไหม”
“เรื่องควันมิรินบอกเดี๋ยวจัดการให้ได้”
“งั้นก็โอเค มาดูผลงานกันดีกว่า การสกัดแร่จากอาวุธมัจฉาเป็นไงบ้าง”
“ยิ่งกว่าที่คิดไว้ มีแร่แปลกๆ โผล่มาเพียบเลย แต่ส่วนที่ทำให้อาวุธของมัจฉามีความคมและแข็งแกร่งมาก มาจากตัวนี้”
ยูรินชี้ไปที่ก้อนแร่ที่หลอมออกมาแล้วจนมีลักษณะเป็นแท่งสี่เหลี่ยมตามแบบหล่อ มันมีสีประหลาดคือมีสีนํ้าตาลลายคลื่นผสมไปกับสีนํ้าเงินเข้ม ผมลองใช้ตรวจสอบดู
“หินทะเลลึก!?”
ไม่มีราคากลางด้วย แปลว่ายังไม่เคยถูกค้นพบ
“อืม แค่ว่าดูนี้”
ยูรินหยิบมันขึ้นมาก้อนหนึ่ง ก่อนจะปล่อยมือจนมันตกกระแทกพื้น แต่มันแตกละเอียดทันที
“อย่างที่เห็น ลำพังหินทะเลลึกไม่มีความคงทนเลย ถ้าเอาไปทำเป็นอาวุธ มันจะพังระหว่างการทำ เลยจะต้องผสมอย่างอื่นลงไปด้วยเพื่อเพิ่มความคงทน”
“งงแฮะ ไม่ใช่ว่าหินทะเลลึกมีความแข็งแกร่งสูงหรอกเหรอ”
“ให้ดูง่ายกว่า”
ยูรินหยิบมีดที่สร้างเสร็จแล้วขึ้นมาสองเล่ม
“อันนี้ผสมเหล็กไป 5% เพื่อให้ขึ้นรูปได้ง่าย”
จากนั้นก็ใช้มีดที่ทำจากหินทะเลลึกฟันไปที่มีดธรรมดาอีกเล่ม ซึ่งมีดธรรมดาขาดกลางทันที
“อ้าว สำเร็จแล้วไม่ใช่เหรอเนี่ย!”
“เปล่า ไม่ใช่หรอก ดูต่อนะ”
ยูรินพลิกมีดและใส่มือเคาะไปบนตัวมีด แค่นั้นมันก็ร้าวและแตกทันที
“นี้แหละที่บอกว่าไม่มีความคงทน ถ้าใช้ด้านคมฟันไป ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าโดนกระแทกจากด้านข้างเบาๆ ก็พังแล้ว สรุปใช้เป็นอาวุธหรือเกราะไม่ได้”
“แบบนี้เอง ถึงต้องผสมแร่อย่างอื่นลงไปอีกหลายๆ อย่างเพื่อเพิ่มความทนทานสินะ”
“ใช่ และจากการทดลองหลายๆ แบบดู คิดว่าอัตราส่วนที่สร้างเป็นอาวุธมัจฉาน่าจะเป็นสูตรที่ดีที่สุดแล้ว”
“แย่จังนะ แบบนี้ก็พัฒนาไปต่อไม่ได้สิ”
“ขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง”
“ไม่ๆ ไม่ได้เป็นความผิดของยูรินหรอก บอกแล้วไงว่าแค่ทดลองกันดู…ว่าแต่ทำไมมันถึงเปราะแบบนี้ได้ล่ะ”
ถ้าจำไม่ผิดตอนสมัยเรียน…ความร้อน การเคลื่อนที่ การขยายตัว หินทะเลลึก เหมือนคีย์เวิร์ดจะอยู่ตรงหน้ามาตลอดเลยแฮะ
“ยูรินเดี๋ยวลองเปลี่ยนวิธีหลอมกันหน่อยนะ”
“มีวิธีไหนอีกเหรอ?”
“แปบนะ”
ผมกลับเข้าไปในบ้าน และช่วยกันแบกตู้เย็นที่ใช้ทำไอศกรีมออกมากับเอสเตอร์
“เอามาทำไม?”
“ปกติเวลาหล่อเย็นจะใช้นํ้าใช่ไหม”
“ใช่”
“งั้นเปลี่ยนมาเอาเข้าตู้เย็นแทน”
ยูรินทำหน้างงๆ แต่ก็ทำตามที่ผมบอก คือหลอมไปตามปกติ แต่ตอนขึ้นรูปและทำการหล่อเย็น แทนที่จะจุ่มลงไปในนํ้า ก็เอามาวางไว้ในตู้เย็นแทน
พอนำออกมาสีสันของหินทะเลลึกดูสดใสยิ่งกว่าเดิม ออกเป็นประกายเลยล่ะ ผมให้ยูรินทดสอบอีกครั้ง ด้วยการปามันลงพื้น ที่แตกกับเป็นพื้นแทนรอบนี้
“สำเร็จแล้ว! ได้อย่างไงกัน!”
“เอ่อ ผมก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน ประมาณว่าโมเลกุลของหินทะเลลึกมันจะไม่จับตัวกันในสภาพอุณหภูมิแบบปกติน่ะ จะต้องเป็นในสภาพอุณหภูมิเย็นจัดแบบใต้ทะเลลึก ทำให้ช่องว่างของโมเลกุลหดตัว”
“ไม่เข้าใจ โมเลกุลคืออะไรเหรอ?”
“ก็ถึงบอกไงว่าผมไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน เอาเป็นว่าหินทะเลลึกมันทนทานขึ้นเมื่อถูกอากาศเย็น เข้าใจเท่านี้ก็พอแล้ว”
“นายท่านลํ้าลึก”
“แต่เดาๆ เอาจากชื่อของแร่น่ะ แต่ตอนนี้ลองทำอาวุธขึ้นมาหน่อยสิ ฉันจะให้เอสเตอร์ทดสอบอะไรบางอย่างด้วย”
“ข้าเหรอ!?”
“ใช่”
ผมยังไม่อธิบายอะไร รอจนยูรินหลอมดาบขึ้นมาเล่มหนึ่งก่อน ซึ่งเพราะแค่จะใช้ทำการทดสอบ เลยไม่ได้ตีคมดาบ ยูรินลองใช้มันฟันใส่ดาบเหล็กธรรมดาดู ผลปรากฏกว่าดาบเหล็กแตกเป็นชิ้นๆ ทันที นี้ขนาดยังไม่ได้ตีคมดาบเลยนะ แล้วพอทดสอบความทนทานดู มันทนทานยิ่งกว่าแร่มิธริลซะอีก
“เอสเตอร์ ใช้พลังของเธอดูดาบเล่มนี้หน่อย”
“อืม…ก็ดีนะ”
เอสเตอร์ดึงผ้าปิดตาออก และจ้องมันพักหนึ่งก่อนจะตอบออกมา
“อธิบายให้ละเอียดหน่อยสิ”
“ก็ดูดี มีแสงสว่างอยู่ แปลว่าเป็นของดี แต่ว่า…ก็ยังไม่ค่อยชัดเท่าไร”
“แปลว่าสว่างได้กว่านี้อีกเหรอ”
“ใช่ๆ แบบนั้นแหละ”
นั้นแหละ ผลการทดลองของเอสเตอร์ประสบผลสำเร็จแล้ว เพราะเธอสามารถบอกคุณภาพ
ของวัตถุได้ แถมแม่นยำยิ่งกว่าเครื่องตรวจวัดที่ลํ้าสมัยซะอีก
จากนั้นผมก็ให้ยูรินลองใหม่อีกครั้ง โดยผมจะปรับวงจรเวทในตู้เย็นเพื่อเปลี่ยนอุณหภูมิดู ซึ่งก็เป็นอย่างที่คิดไว้ ยิ่งอากาศเย็นเท่าไร คุณภาพของหินทะเลลึกก็จะยิ่งดีขึ้น หลังทดลองอยู่เป็นสิบๆ รอบ ก็ถึงขั้นที่ทำให้เอสเตอร์ต้องหลับตาหนี
“สะ แสบตา!”
“ไอ้นี้แหละยูริน! สภาพที่ดีที่สุดของหินทะเลลึก”
พอผมบอกยูรินก็รีบจดสูตรทันที โดยเฉพาะตัวเลขความเย็นที่ผมตั้งไว้ จากนั้นก็ถึงเวลาหลอมอาวุธจริงๆ ขึ้นมาจากหินทะเลลึกที่มีความบริสุทธิ์ถึง 99.99% เรียกได้ว่าแทบจะไม่ได้ผสมอะไรลงไปเลย
ผมทิ้งให้เอสเตอร์อยู่ช่วยยูริน และคอยตรวจดูทุกขั้นตอน ถ้าเห็นตอนไหนคุณภาพเริ่มตกลงก็ให้บอกยูรินทันที เอสเตอร์ดูจะถูกใจงานนี้แบบสุดๆ เพราะเธอไม่คิดมาก่อนเลย ว่าตาที่เห็นแต่ลางร้ายของเธอจะใช้ประโยชน์แบบนี้ได้ด้วย
ส่วนค่าจ้างของเธอ ผมให้ราคาเดียวกันหมด คือหนึ่งหมื่นต่อเดือน เหตุที่ผมให้ราคาเดียวกัน เพราะถึงทุกคนจะมีงานประจำของตัวเองแล้ว แต่เมื่อไรก็ตามที่ว่างจากงานของตน พวกเธอก็จะไปช่วยงานของคนอื่นทันที เลยสมควรที่ทุกคนจะได้รับเงินที่เท่าเทียมกัน
ผมกลับเข้ามาในคฤหาสน์ เพื่อทำการทดลองของตัวเองต่อ มีสองชิ้นที่อยากทำให้เสร็จวันนี้ ผมเริ่มจากความเร่งด่วนในการใช้งานก่อน นั้นก็คือการปรุงยา
ผมไปขอนํ้าหวานของเอร่าที่เก็บสะสมไว้…ไม่น่าเชื่อ เกือบเต็มขวดเลยล่ะ สรุปยัยเอร่านี้ตกเบ็ดวันล่ะกี่รอบเนี่ย!
สูตรตัวยากับวัตถุดิบผมได้มาครบแล้ว เลยใช้สกิลที่พึ่งได้มา สกิลผลิตยา มันต่างจากการทำด้วยมือมากทีเดียว เพราะสกิลนี้จะคำนวณปริมาณของส่วนผสมให้เองอย่างแม่นยำ และลดขั้นตอนยุ่งยาก อย่างการบดหรือการกลั่นออกไปได้ด้วย คล้ายๆ กับสกิลพ่อบ้านของผมตอนที่ใช้ทำอาหารสรุปขอเพียงแค่มีสกิลผลิตยา ไม่ต้องรู้วิธีทำก็ได้ ขอแค่รู้ส่วนผสมกับชื่อวัตถุดิบก็พอแล้ว
ไม่ถึงนาทียาขวดแรกที่ทำจากนํ้าหวานของเอร่าก็เสร็จออกมา ผมเอายากรอกใส่หลอดเปล่า ซึ่งเก็บมาจากพวกขวดยาฟื้นพลังใช้แล้วนั้นแหละ กับเอา
กระจกที่เก็บได้จากในดันเจี้ยนลาลาพัสไปให้ยูรินทำขวดออกมาให้ ตอนนี้เลยมีขวดเปล่าสำรองไว้เพียบเลย
ผมใช้ตรวจสอบดูก่อนเพื่อความชัวร์
ยาตำรับลับ สูตรพิเศษ I สามารถใช้ฟื้นพลังให้กับเผ่าเทพและภูติได้ 200-300 หน่วย ส่งผลทันที
สำเร็จแล้ว!
ผมรีบนำยากลับลงไปหาเอร่าที่ห้องนั่งเล่นทันที
“เอร่า ยาเสร็จแล้ว มาทดลองเร็ว”
“เอ๋ นี้ฉันต้องดื่มนํ้าของตัวเองจริงๆ เหรอ รู้สึกไม่ค่อยดีเลยอ่ะ”
“หนวกหูน่า เอายื่นมือมา”
เอร่าถึงจะบ่นแต่ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ผมใช้มีดบาดที่ปลายนิ้วเธอ ให้มีแผลเล็กๆ จากนั้นก็ให้เธอดื่มยาลงไป บาดแผลที่ปลายนิ้วหายวับไปทันทีที่ยาลงคอไป
“ดีกว่ายาฟื้นฟูของมนุษย์ซะอีกแฮะ”
“โรมะ! สุดยอดไปเลย นายนี้มันหมอเทวดาชัดๆ สนใจจะมาเป็นเทพโอสถบนสวรรค์ไหม!”
“อย่าเลย เชื่อเถอะเพื่อนๆ เธอบนสวรรค์ไม่มีใครต้อนรับฉันแน่ เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปทำยาเพิ่มให้อีก ส่วนเธอเวลาจะไปไหนก็ให้พกติดตัวไปด้วยอย่างน้อยก็สักขวดนะ”
“รับทราบเจ้าค่ะ!”

เท่านี้ผมก็หมดห่วงเรื่องเอร่าไปได้หน่อยแล้ว ถึงจะทีละก้าว แต่ผมก็ต้องมุ่งหน้าสร้างความมั่นคงให้กับทุกคนต่อไป

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 4 พลังของมารราคะ

ตอน 150

ตอนที่ 149 เหตุบังเอิญ