ตอนที่ 81 ราคาธาตุแท้ของมนุษย์

ตอนที่ 81 ราคาธาตุแท้ของมนุษย์
ผมเดินทางต่อโดยใช้รันเนอร์เวย์ ผ่านชั้น 6-7 ไป ซึ่งถึงจะใช้รันเนอร์เวย์ก็ยังต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมง กว่าจะไปถึงชั้น 8 ได้
ระหว่างทางมอเรียก็ทำตัวอย่างกับเป็นไกด์นำเที่ยว ทั้งมอนสเตอร์ พื้นที่ และไอเท็มดรอป ของชั้น 6-7 เธอบอกได้อย่างไม่มีตกหล่น ชนิดที่เหมือนเปิดบทสรุปอ่านเลย
ส่วนของชั้น 8 นอกจากมอนสเตอร์ที่คือ ศพ ที่บอกไป พื้นที่จะแบ่งเป็นสามส่วน เริ่มจากป่าที่กินพื้นที่ไปเกือบครึ่งของชั้น จากนั้นก็จะเป็นสุสานขนาดใหญ่ และสุดท้ายก็จะเป็นซากปรักหักพังแบบชั้น 3-4 และที่สุสานจะมีปริมาณของศพมากที่สุด
ส่วนไอเท็มดรอปนั้นไม่มีอะไรนอกจากเหรียญเงินเล็ก นานๆ ทีถึงจะดรอปเหรียญเงินใหญ่ ส่วนแรร์ที่ดรอปมีสองอย่างคือ การ์ดกับคริสตัลวิญญาณ
หูผมผึ่งทันทีที่รู้ว่ามันดรอปคริสตัลวิญญาณ เพราะเป็นอะไรที่ผมอยากได้มากๆ มอเรียบอกด้วยว่า อัตราดรอปของคริสตัลวิญญาณจากพวกศพค่อยข้างสูงกว่าที่อื่นด้วย แต่ก็ยังดรอปยากอยู่ดี ส่วนการ์ดค่อนข้างพิเศษ คือเป็นการ์ดที่ใช้แล้วจะสุ่มได้เงิน มีตั้งแต่ 1 รีล ไปจนถึง 1,000,000 รีล แถมเป็นการ์ดที่ใช้ซํ้าได้ เพราะมันไม่ได้เพิ่มความสามารถอะไรให้ แต่ว่ามีโอกาสที่จะมีมอนสเตอร์ระดับสูงออกมาจากการ์ดด้วย
แต่ผมว่านี้แหละแหล่งทำเงินที่ดี เพราะไม่มีไอเท็มที่กินเนื้อที่เก็บของกระเป๋า ทำให้ปักหลักระยะยาวได้
พอจบการเลคเชอร์ของมอเรียแล้ว ก็ถึงเวลาวางแผนจัดทีมกัน
โดยก่อนอื่น ผมจะลุยฝ่าเข้าไปให้ถึงพื้นที่สุดท้าย ที่เป็นพื้นที่ปรักหักพัง และจะหาจุดตั้งค่ายพัก จากนั้นค่อยแบ่งทีมออกเป็นสามทีม หมุนเวียนกันออกไปเก็บเลเวลแบบมาราธอน
แต่พื้นที่ของชั้น 8 กว้างกว่าชั้นบนๆ หลายเท่า มอเรียบอกว่าปกติจะต้องเสียเวลาทั้งวัน ถ้าจะฝ่าไปให้ถึงพื้นที่ด้านในสุด ทว่านี้ก็บ่ายแล้ว ผมอยากไปถึงให้ได้ก่อนคํ่า เลยจัดทีมลุยแบบเต็มอัตราศึก
“ฟราน ดอเรีย พวกเธอเป็นคนนำนะ ใช้ความเร็วเต็มที่ได้เลย แต่อย่าให้หลุดกลุ่มล่ะ”
“รับทราบค่ะ”
“ซาคุยะ ดาเซส เธอสองคนเฝ้าท้ายขบวน”
“ไว้ใจได้เลย”
“มอเรีย ไปคุมทางซ้ายกับผม”
“ได้ค่ะ”
“จามิร่ากับยูรินระวังทางขวา”
“อืม”
“เดเม่ มิริน ผมฝากพวกที่หลุดเข้ามาด้วยนะ ส่วนที่เหลือเกาะกลุ่มไว้ตรงกลาง และตามความเร็วของหัวแถวให้ทันนะ ไม่ต้องเน้นการโจมตี มุ่งสมาธิไปที่การวิ่งตามอย่าให้หลุดแถวก็พอ”
พวกโบสถ์ใหญ่พอเห็นว่าไม่ต้องร่วมต่อสู้และแค่ให้วิ่งตามอย่างเดียว ก็พากันยิ้มออกมาเพราะนึก
ว่าเป็นเรื่องง่ายๆ แต่เนปฟ่าเคยปาร์ตี้กับพวกผมมาก่อน เลยรู้ว่าการเคลื่อนที่แบบเต็มสปีดของปาร์ตี้ผมนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะตามให้ทัน เธอเลยเก็บอาวุธแล้วจัดรองเท้าและชุดให้ดี เตรียมวิ่งแบบลืมตาย
“ลุยเลย!”
พอมาถึงชั้น 8 ผมก็ให้สัญญาณทันที ฟรานกับดอเรียทะยานออกไปเป็นเงาวูบหนึ่ง แล้วหายไปเลย ความเร็วของพวกเธอมองด้วยตาไม่ทันแล้ว ผมต้องคอยฟังเสียงการต่อสู้และตามหลังไป
ยิ่งเป็นพื้นที่ป่าทำให้หลงกันง่ายด้วย ผมเลยต้องเปิดเรดาห์อยู่ตลอดเวลา เผื่อมีใครหลุดกลุ่มไป แต่น่าตกใจจริงๆ เพราะในเรดาร์เต็มไปด้วยจุดแดง ไม่ว่าจะตรงไหนก็เต็มไปด้วยศพ พวกมันไม่ได้รุมเข้ามาแบบไร้
ทิศทางด้วย แต่มีจับกลุ่มแล้วค่อยลุยเข้ามา หรือมีถอยหนีเมื่อเห็นท่าไม่ดี และพวกมันวิ่งได้เร็วมาก!
แต่ว่าฟรานกับดอเรียทำได้ยิ่งกว่าที่ผมคาดไว้ซะอีก ฟรานแกว่งง้าวทีเดียว ก็ถางป่าจนราบ ส่วนดอเรียสับพวกศพเป็นกองลูกเต๋าในพริบตาเดียว ซํ้ายังมีท่าเพลงดาบมากมายหลายสำนัก จนพื้นที่รอบตัวทั้งสองไม่ต่างจากการโดนคลื่นสึนามิกวาดล้างไป ด้านหน้าไม่มีแม้แต่เงาของศพหลุดเข้ามาได้
พวกศพเริ่มรู้ตัวเลยหันมาเจาะด้านข้างแทน และก็เป็นมอเรียที่โชว์ฝีมือให้ผมเห็น จุดเด่นของเธอคือความเร็วในการลงมือสังหารและลูกเล่นต่างๆ โดยที่เธอจะไม่เข้าชนตรงๆ แต่จะใช้สกิลสร้างควันออกมา แต่ควันอยู่ได้เพียงแค่ไม่กี่วินาทีก่อนจะสลายไป
แต่แค่นั้นก็เกินพอ เพราะสิ่งที่เหลือไว้หลังจากไม่กี่วินาทีจากนั้น ก็คือร่างของพวกศพที่ไร้หัวนับสิบตัว แถมยังเป็นปริศนาด้วยว่าหัวของศพเหล่านั้นหายไปไหน แต่ไม่มีเวลาให้สืบหรอก เพราะมันกำลังสลายและกลายเป็นเหรียญเงินแล้ว
ผมนอกจากจะคอยเก็บเหรียญแล้ว ก็จะคอยยืนเป็นแถวสอง และจัดการพวกที่หลุดมาจากมอเรียแต่ดาบศิลาเย็นนี้โกงจริงๆ กับศพเลเวล 38 ผมยังฟันมันฉับเดียวขาดกลางเลย แต่มีดมังกรสมุทรที่มอเรียใช้ก็ไม่ใช่เล่นๆ เธอใช้ตัดคอพวกศพได้ง่ายๆ ในทีเดียวเหมือนกัน
บางครั้งผมก็จะยินเสียงโครมดังๆ พร้อมกับมีศพจำนวนหนึ่งลอยสูงขึ้นไปบนฟ้า และมีเสียงยูรินร้องว่าตามมา
“จามิร่า เบาหน่อย แบบนั้นตามไปเก็บไอเท็มดรอปไม่ได้”
ไอ้ที่โดนส่งลอยขึ้นไปนั้นฝีมือของจามิร่าสินะ…สยองจนไม่กล้าหันไปดูเลย
แต่มิรินนี้สิ เพราะไม่มีอะไรให้ทำเลย เธอเลยเริ่มเบื่อๆ และขอสลับที่กับผมแทน ซึ่งผมก็ให้เธอแทน เพราะจะได้ไปวิ่งเก็บไอเท็มได้สะดวกหน่อย
พอเริ่มว่างผมก็เหลือบไปดูพวกดาเซสที่อยู่ปิดท้ายแถว ซึ่งพวกเธอทำงานได้ดีมาก เพราะทั้งดาเซสและซาคุยะต่างลงมือรัดกุมมาก พวกเธอจะลงมือใส่ศัตรูตัวเดียวกัน และจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุด ถึงซาคุยะจะไม่มีสกิลเลยเพราะโดนขโมยไปหมด แต่ร่างกายเธอยังจดจำการใช้อาวุธได้อยู่ แถมหอกกัมปนาทเองก็ดีสมเป็น
ระดับ Epic ขนาดยังไม่ได้ใช้สกิลออกมาก็ฆ่าศพได้ง่ายๆ แล้ว
แต่ที่แย่คือกลุ่มพวกโบสถ์ใหญ่เนี่ยสิ บางคนเริ่มหมดแรงจนเปลี่ยนไปเป็นเดินแล้ว ขนาดพวกอาเดไลท์ที่มีเลเวลน้อยกว่าเป็นสิบ ยังวิ่งตามหัวแถวทันเลย
“…เดเม่ ไปบอกพวกฟรานให้หยุดรอตรงเขตเข้าสุสานก่อน”
“ค่ะ”
เดเม่รับคำสั่งผมเสร็จ ก็เปลี่ยนจากการเดินเร็ว เป็นวิ่งถีบตัวทะยานไปอย่างรวดเร็ว
ผมย้ายไปที่แถวหลัง เพราะตอนนี้ความเร็วตกลงแล้ว และศพที่ตามมาจะรุมจากด้านหลัง ซาคุยะ
ทำท่าไล่ผมกลับไปทันที พร้อมกับหยุดวิ่งและชี้หอกไปทางพวกศพที่ตามมา
“จะใช้ระเบิดกัมปนาทเหรอ!”
พอรู้ว่าซาคุยะจะทำอะไร ผมกับดาเซสเลยรีบวิ่งให้พ้นระยะอย่างสุดฝีเท้า จนมาเจอนักบวชสาวคนหนึ่งที่หมดแรงจนหลุดมาจากกลุ่ม ผมเลยให้ดาเซสอุ้มเธอไปด้วย
จากนั้นไม่กี่วินาทีก็เกิดเสียงดังจนแก้วหูลั่น จุดสีแดงแสดงตำแหน่งของมอนสเตอร์ในเรดาร์ผม หายเรียบไปพร้อมกัน! พร้อมกับเซนเซอร์หาสมบัติผมบอกว่าข้างหลังมีไอเท็มตกเพียบ
ด้วยความงก ผมเลยวิ่งวกกลับไป โดยให้ดาเซสล่วงหน้าไปก่อน
สภาพที่เห็นตอนกลับมาจุดที่ซาคุยะยืนอยู่ มันกลายเป็นหลุมอุกกาบาตไปแล้ว แถมรอบๆ อย่างกะโดนพายุถล่มเข้าใส่แนะ ต้นไม้โค่นจนราบไปหมดเลย
“ไปเก็บไอเท็มกันเถอะ รู้สึกว่ามีแรร์ดรอปหลายชิ้นด้วยล่ะ”
ผมชวนยาคุยะที่ยืนอึ้งอยู่ให้ตามไปด้วย ดูท่าเธอเองก็คงไม่รู้ว่ามันจะรุนแรงแบบนี้เหมือนกัน ไอเท็มโดนแรงระเบิดซัดกระจายไปทั่วเลย ผมเลยตามเก็บแค่พวกแรร์ไอเท็ม และให้ซาคุยะเก็บเหรียญเท่าที่เจอ ซึ่งเฉพาะตรงนี้ก็ได้หินคริสตัลวิญญาณมาสองก้อน กับการ์ดอีกหนึ่งใบแล้ว แต่ผมเก็บคริสตัลไว้ก่อน เพราะต้องหารแบ่งกับพวกเนปฟ่าด้วย
บางทีทัวร์รอบนี้ผมอาจจะได้กำไรกว่าที่คิดก็ได้แฮะ
ขนาดผมเสียเวลาเก็บไอเท็มกัน ยังตามพวกกลุ่มตรงกลางทันก่อนถึงเขตสุสานเลย จะไหวไหมเนี่ยเจ้าพวกโบสถ์ใหญ่
พอกลับมารวมกลุ่มกันได้ครบหมดทุกคนแล้ว ผมก็หาจุดพักที่ไม่ค่อยมีศพอยู่ใกล้ๆ แต่หายากเอาเรื่อง เพราะไม่ว่าตรงไหนก็มีแต่ศพเต็มไปหมด
พวกที่เลเวลน้อยอย่างอาเดไลท์ถึงจะตามได้ทัน แต่ก็หอบไปเหมือนกัน สงสัยจะเร็วไปหน่อยแฮะ แต่จากนี้เดินไปก็คงได้มั่ง เพราะทำเวลากันได้ดีทีเดียว
ผมตรวจสอบดูผลลัพธ์ที่ได้มา พวกคณะโบสถ์ใหญ่เลเวลอัพกันถ้วนหน้า เนปฟ่ากับชีเอ้ก็ด้วย แต่ของผมไม่อัพแฮะ…เป็นคนเดียวที่ไม่ได้รับผลของเทรนเนอร์นี้ เศร้าโคตร
ส่วนของพวกผมที่เลเวลอัพก็เริ่มจากพวกอาเดไลท์ที่จากเลเวลสองเป็นเลเวลหกเลย เอสเตอร์จากสี่เป็นเจ็ด กินเพิ่มเป็นแปด ยูรินเพิ่มเป็นสิบแปด ส่วนเดเม่กับฟรานเลเวลยี่สิบ ส่วนพวกเลเวลแถวบนมีแต่ดาเซสที่อัพเป็นสามสิบแปด
แต่ไอเท็มนี้สิ ได้มารวมกับที่ผมเก็บมาก่อนหน้านี้
-เหรียญเงินเล็ก 219 -เหรียญเงินใหญ่ 15 -คริสตัลวิญญาณ 4 -การ์ด 1
ใช้แล้วได้เงินสินะการ์ด…
“ยูรินๆ มาเล่นอะไรเสียวๆ กันไหม”
“อืม”
ยูรินเดินมาหาพร้อมกับเตรียมถอดกางเกงลง แต่ผมรีบยกมือห้ามไว้
“ไม่ใช่แบบนั้น! นี้ต่างหาก”
ผมหยิบการ์ดออกมา ยูรินเลยทำหน้าเหมือนพึ่งนึกได้ และมองไปที่แหวนที่ใส่อยู่
พวกสาวๆ สนใจเลยมามุงดูด้วย จริงๆ ผมมีสกิล Lucky gold อยู่เหมือนกันถ้าใส่แหวนก็น่าจะเพิ่มโชคให้อีก แต่ผมไม่อยากจะให้ยูรินถอดออกมา เลยใช้วิธีจับการ์ดคนละด้านและใช้มันพร้อมกัน และเหรียญที่พวกผมได้จากการ์ดก็…
ตูม!!
เสียงการ์ดระเบิด! พร้อมกับยูรินถูกทับด้วยเหรียญจำนวนมหาศาล
“…”
ทุกคนอึ้งไป…ฟรานเป็นคนแรกที่ตั้งสติได้ เลยรีบมาดึงผมออกมาจากกองเหรียญ
“นายท่านเจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ”
“ไม่ๆ แค่ตกใจนิดหน่อยนะ ยูรินโอเคไหม”
ผมหันไปลากยูรินออกมาด้วย ผมน่ะยังดีแต่ยูรินนี้สิโดนกลบมิดหัวเลย
“ของจริงหรือเปล่า?”
อาเดไลท์ถามขณะหยิบขึ้นมาดูเหรียญหนึ่ง
“ใช้ตรวจสอบดูแล้ว ของแท้ค่ะ”
มอเรียตอบเสียงสั่น
เมื่อรู้ว่าเหรียญพวกนี้เป็นของจริง นั้นก็หมายความว่า พวกผมพึ่งได้เงินที่มากกว่าคราวที่ได้จากเจ้าหญิงโชมาซะอีก ถึงจะมีเหรียญทุกประเภทปนๆ กันอยู่ แต่มองด้วยตาก็รู้แล้วว่า มีเหรียญทองคำขาวอยู่ด้วยเยอะแค่ไหน
เนปฟ่ากับชีเอ้เป็นลมไปแล้ว คงเพราะไม่เคยเห็นเงินกองโตแบบนี้มาก่อนแน่
แต่เพราะเสียงดังตอนการ์ดระเบิดออก พวกโบสถ์ใหญ่เลยเดินเข้ามาดูด้วย แต่พอเห็นเงินกองโตก็รีบตะโกนขึ้นมาเลย
“พวกนายรีบถอยออกไปซะ! นี้เป็นเงินที่พระเจ้าประทานให้! พวกเราจะเก็บไปส่งให้ทางโบสถ์ใหญ่เอง!”
“ขอซักตุบได้ไหม”
ซาคุยะหันมาถามผม เพราะคงตั้งแต่ตอนกินข้าวล่ะ ที่นักบวชชายคนนี้ลุกขึ้นมาโวยวาย
“ใจเย็นเจ๊ ไว้เดี๋ยวมีมวยจะเรียกคนแรก ตอนนี้ปล่อยผมจัดการก่อน”
ผมถอนหายใจและเดินเข้าไปหาพวกนักบวช ที่มายืนขวางกองเหรียญเอาไว้
“ตามสัญญาเราตกลงว่าจะหารกันตามจำนวนคนนะครับ”
“นายจะขัดพระประสงค์ของพระเจ้าเหรอ!”
“เอ่อ ขอดูเอกสารที่มีลายลักษณ์อักษรของคำสั่งพระเจ้าที่ว่าได้ไหมครับ”
“แก! บังอาจดูหมิ่นพระเจ้าเหรอ”
“ผมแค่ถามหาเอกสารเพื่อยืนยันเท่านั้น เหมือนสัญญาฉบับที่พวกเราทำไว้ไง”
“อย่ามาหยามกันนะ! แกคิดจะเป็นศัตรูกับทางโบสถ์ใหญ่หรือไง”
“ก็ได้ๆ เชิญเอาไปเลยครับ แต่ว่า…แบบนี้ก็ถือว่าผิดสัญญา”
ผมบอกเสร็จก็พยักหน้าให้พวกสาวๆ และพากันเดินแยกออกมา
“ดะ เดี๋ยว พวกแกจะไปไหน!”
“ก็สัญญาพวกเราจบลงแล้วนี้ เพราะงั้นก็ทางใครทางมัน”
ใช่ ไม่แคร์หรอก ผมรู้วิธีหาเงินแล้ว จะทำใหม่เอาก็ได้ แต่พวกโบสถ์ใหญ่เนี่ยสิ ไม่มีพวกผมจะกลับ
ออกไปได้เหรอ ไม่ไหวหรอก ตายกลางทางแน่ๆ บางคนเริ่มรู้ตัวแล้ว เลยรีบกระตุกแขนเตือนนักบวชชายกันใหญ่
“ระ รางวัล พวกเราจะเพิ่มรางวัลให้”
“หา? อย่ามากวนตีนนะ เงินที่นายจะเพิ่มให้น่ะ ไม่ใช่เงินที่อ้างชื่อพระเจ้าให้มาหรอกเหรอ”
เจอผมย้อนให้ พวกนักบวชชายก็ได้แต่ทำท่าอึกอัก จะเถียงกับผมเหรอ รอชาติหน้าเถอะ ผมน่ะต้องเถียงสู้กับพวกพี่ๆ ทุกวันนะ แล้วพี่ผมแต่ละคนเนี่ย ฝีปากคมกริบทั้งนั้น ยิ่งพี่สาวคนโตที่เป็นทนายความ ถกเถียงกันทีแทบจะตั้งโต๊ะโต้วาทีกันเลย
“ไปกันเถอะ ดอเรียฝากแบกเนปฟ่ากับชีเอ้ไปด้วยนะ”
“รับทราบ”
ดอเรียหยิบสองคนที่สลบขึ้นไปนอนพาดบนหลังตัวเอง และคณะของผมก็เตรียมจะออกเดินทาง แต่นักบวชหญิงที่เป็นหัวหน้ารีบออกขวางผมไว้
“รอเดี๋ยวค่ะ ขอฉันคุยกับเขาก่อน”
“รีบๆ หน่อยนะครับ ผมอยากไปถึงจุดตั้งค่ายก่อนคํ่า”
ผมตกลงหยุดรอ แต่พวกสาวๆ คงอยากทิ้งพวกนี้ไปเต็มที่แล้ว
นักบวชหญิงรีบเข้าไปพูดให้นักบวชชายเลิกอ้างสิทธิในเงิน แต่เสียงในกลุ่มเริ่มแตกเป็นสองกลุ่ม คนที่เห็นด้วยกับนักบวชหญิงที่เป็นหัวหน้า มีเพียงอัศวินท่าทางนิ่งๆ สองคน กับนักบวชหญิงอีกคน เสียงเลยแบ่งเป็นครึ่งๆ แถมเริ่มคุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว มีคำแปลกๆ อย่างนอกรีดบ้างล่ะ ขัดพระประสงค์บ้างล่ะ
ส่วนผมไม่มีปัญหาอะไร ถึงไม่มีพวกโบสถ์ใหญ่ ผมก็กะจะอยู่เก็บเลเวลให้ทุกคน อย่างน้อยผมก็อยากจะเลเวลยี่สิบก่อนกลับออกไป
การโต้เถียงผมดูแล้วคงไม่จบง่ายๆ เลยเข้าไปเสนอต่อนักบวชหญิงที่เป็นหัวหน้า ว่าพวกเธอไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญากับผม ถ้าจะไปต่อกันแค่กลุ่มของเธอก็ได้อยู่
“แต่ว่านี้เป็นเงินของพวกคุณ”
“เรื่องเงินผมไม่ใส่ใจหรอก พวกเธอล่ะว่าไง”
ผมหันไปถามพวกสาวๆ ซึ่งทุกคนก็ยิ้มแล้วพากันตอบเป็นไปในทางเดียวกันหมด
“ไม่เห็นสนเลย”
“เงินแค่นั้นเดี๋ยวนายท่านก็หาได้อีกค่ะ”
“ถือว่าใช้เงินก้อนนั้นซื้อ เพื่อดูธาตุแท้ของคนล่ะกัน”
พอได้ยินคำตอบของพวกผมทุกคนแล้ว นักบวชหญิงที่เป็นหัวหน้า ก็พยักหน้ารับข้อเสนอของผม และหันไปเตือนสตินักบวชชายตัวหัวโจกเป็นครั้งสุดท้าย แต่พวกนั้นก็ยังไม่ยอมปล่อยเงิน และคิดว่าตัวเองสามารถรอดกลับไปได้สบายๆ
จริงอยู่ที่ว่าพวกเขาสามารถขนเงินไปได้หมด เพราะเหรียญเวลาใส่ลงในกระเป๋ามันจะนับตามชนิดเดียวกัน เช่นเหรียญเงินเล็กจะนับเป็นหนึ่งชิ้น ไม่ว่าจะใส่ไปกี่เหรียญเงินเล็กก็จะนับเป็นชิ้นเดียวเพราะงั้นช่องเก็บเงินจะใช้สูงสุดเพียงแค่แปดชิ้นเท่านั้น ส่วนเรื่อง
นํ้าหนัก ถ้าแชร์ๆ กันไปก็ได้อยู่ ถึงพวกนักบวชจะมีแค่กระเป๋าขนาดเล็กก็เถอะแต่ปัญหาคือพวกนี้จะฝ่าฝูงศพออกไปได้อย่างไงต่างหาก


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 4 พลังของมารราคะ

ตอน 150

ตอนที่ 149 เหตุบังเอิญ