ตอนที่ 23 มิริน part 5
ตอนที่ 23 มิริน part 5
ผมกลับมาถึงคฤหาสน์ก็ตรงเข้าไปทำมื้อเช้าที่ครัวตามปกติ
วันนี้ผมจะทำขนมปังปิ้งทาเนยโรยนํ้าตาล กินกับนมและสลัดผัก
ว่าแต่อยากได้กาแฟจังแฮะ แต่ในตลาดก็ไม่มีซะด้วย อย่าบอกนะว่าโลกนี้ไม่มีกาแฟ
ไม่สิ คงมีแหละแค่ต้องหาให้เจอ ด้วยที่เป็นของกินง่ายๆ เลยใช้เวลาทำแปบเดียวก็เสร็จ
ทันทีที่ทุกคนลงมาพอดี
ดูท่าคอมโบระหว่างสเต็ก แช่นํ้า นมอุ่น จะทำให้ทุกคนหลับเป็นตาย
กระทั่งเดเม่ที่ปกติตื่นเช้ากว่าใครวันนี้ยังลงมาพร้อมกับคนอื่นเลย
“มื้อเช้าเสร็จแล้ว มากินกันเถอะ”
อืม รู้สึกถึงบรรยากาศตอนอยู่บ้านที่โลกเก่าเลยแฮะ
“…นายท่านค่ะ ขออภัยที่ต้องพูดจาล่วงเกินค่ะ”
“มีอะไรเหรอเดเม่”
“คือ นายท่านจะให้หนูเป็นเมดทำไมคะ เพราะทั้งอาหาร ทั้งทำความสะอาด
นายท่านทำคนเดียวหมดเลย”
“เอ๋? ก็ต้องอยู่แล้วสิ
งานของเดเม่มีแค่ใส่ชุดเมดให้ฉันดูแค่นั้นนี้”
“อึก! นี้หนูไร้ประโยชน์เหมือนคุณเอร่าเลยเหรอคะ”
เดเม่ทำท่าเหมือนจะร้องไห้
“นี้อย่าเอาฉันไปเปรียบเทียบสิ!”
“ใช่แล้วเดเม่ เปรียบเทียบแบบนั้นเสียมารยาทนะ
เธอน่ะมีประโยชน์กว่ายัยเอร่าเยอะเลย”
“แง! อย่ารุมแกล้งฉันสิ!”
“เอร่า…จนถึงตอนนี้เธอยังคิดว่าฉันแกล้งอีกเหรอ”
“ไม่ได้ยินๆๆๆ ฉันไม่ได้ยินคำพูดโหดร้ายพรรณนั้น!”
ผมเลิกสนใจยัยเทพธิดาไร้ประโยชน์และหันไปอธิบายให้เลเม่ฟัง
“ผมพูดเล่นน่ะ คือตอนนี้เหมือนว่าผมทำคนเดียวทุกอย่างก็จริง
แต่อีกหน่อยถ้าเกิดพวกเรามีสมาชิกเพิ่มมากกว่านี้ ผมก็จะทำคนเดียวไม่ไหว
ถึงตอนนั้นแหละที่เดเม่ต้องเข้ามาช่วย เพราะงั้นอย่ารีบร้อนเลย ค่อยๆ ปรับตัว
และเรียนรู้จากผมไป”
ผมพูดไปงั้นแหละ ต่อให้ในบ้านนี้อยู่กันเป็นร้อยคน
ผมคนเดียวก็ดูแลไหว ก็มีสกิลพ่อบ้านสมบูรณ์แบบอยู่นี่น่า…เดี๋ยวสิ
นี้มันสกิลขี้ข้าชัดๆ เลยนี่หว่า ทำไมพึ่งรู้ตัวฟ่ะ
“ค่ะ หนูจะพยายามเพื่อช่วยงานนายท่านให้ได้เร็วที่สุดเลย”
“ไม่ต้องรีบๆ
แล้วถ้ารู้สึกว่างผมอยากให้เดเม่ลองฝึกการเขียนกับคำนวณให้เป็นนะ
เพราะมันจะช่วยงานผมได้หลายอย่างเลย เรียนจากดาเซสก็ได้”
“หือ ฉันเหรอ? ได้สิเดี๋ยวสอนให้”
ดาเซสมัวแต่จ้องมื้อเช้าจนรู้สึกตัวช้า
“ขอบคุณค่ะ”
“งั้นก็กินกันได้แล้ว เดี๋ยวเย็นหมดซะก่อน”
“ช้าก่อน”
คราวนี้เป็นยูรินที่ยกมือขึ้นมาขัดจังหวะ
พร้อมกับหยิบขนมปังปิ้งที่ทาเนยและโรยนํ้าตาลไว้ขึ้นมา
“ไอ้นี้มันอะไร”
“ขนมปังปิ้งธรรมดา”
ผมตอบพลางกัดงับเข้าให้
“งั้นไอ้ก้อนแข็งๆ ที่ข้าเคยกินนั้นมันอะไรล่ะ”
“ยูรินอย่าเอาสามัญสำนึกของอาหารที่เคยกิน
มาเปรียบเทียบกับอาหารของนายท่านเลยดีกว่านะ ไม่งั้นจะปวดหัวซะเปล่าๆ”
ดูเหมือนดาเซสจะเข้าถึงสัจธรรมแบบแปลกๆ เข้าให้แล้ว
ตอนนี้ทุกคนเริ่มลงมือกินแล้ว เสียงกัดขนมปังดังกร๊อบแทบจะพร้อมๆ
กัน แต่แล้วมันก็เงียบไปเลย ก่อนที่บรรยากาศเดิมๆ
ที่เกิดขึ้นเหมือนทุกมื้อจะเริ่มต้นขึ้น
“อร่อย! ทั้งที่กรุบกรอบแต่ทำไมถึงนุ่มนิ่มด้วยล่ะ งงไปหมดแล้ว อ่า
นํ้าตาทำไมถึงไหลไม่หยุดเลย”
ผมขี้เกียจว่าดาเซสแล้ว เลยกินไปเงียบๆ แทน
พลางคิดไปว่าวันนี้จะทำอะไรต่อดี
“ที่ทาไว้ด้านบนก็หวานมากเลยค่ะ เข้ากันที่สุดเลย
ว่าแต่นี้ใช่ขนมปังจริงๆ เหรอคะ”
ฟรานถึงจะเริ่มมีภูมิคุ้มกันของอร่อยจนไม่ร้องไห้แล้ว
แต่ก็ยังมีท่าทางตื่นเต้นดีใจอยู่
“ถึงเป็นขนมปังก็มีหลายแบบน่ะ ขึ้นอยู่กับแป้งและวิธีหมัก ไว้ว่างๆ
จะสอนวิธีทำให้”
“หนูก็ทำได้เหรอคะ!”
“ถ้าได้ฝึกแล้วใครๆ ก็ทำได้ ยิ่งถ้าชำนาญแล้วหลับตายังทำได้เลย”
เดเม่ดูจะทึ่งเอามากๆ ช่วยไม่ได้ล่ะนะ
ก็อาหารข้างนอกมันไม่ได้เรื่องจริงๆ นี่น่า มื้อแรกที่ผมยอมเสียเงินไปตั้งเยอะ
ก็เพื่อเหตุนี้แหละ พอรู้ว่าอาหารทั่วไปกระเดือกไม่ลง
ก็ต้องเริ่มคิดวิธีที่จะทำกินเองขึ้นมา ดีที่มีกระเป๋านักผจญภัย
ทำให้เก็บวัตถุดิบไว้ได้หลายๆ แบบโดยไม่ต้องกลัวเสื่อมคุณภาพ
อย่างนมเนี่ยมีพอกินไปอีกหลายวันเลยทีเดียว
จริงสิจะว่าไปเคยจดให้เดเม่ไปซื้อไอ้นั้นมาด้วยนี่น่า
ผมลุกขึ้นไปค้นในกระเป๋าจนเจอของที่ต้องการ มันคือนํ้าผึ้ง
“มีใครจะเติมอีกไหม”
พอผมถามไปทุกคนยกมือขึ้นทันที
เพราะผมสั่งไว้แล้วว่าต้องกินให้อิ่มทุกมื้อห้ามเกรงใจเด็ดขาด
เพราะเรื่องปากท้องเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องมาอันดับแรก
“งั้นคราวนี้ลองราดเจ้านี้ดู”
ผมวางขนมปังปิ้งและตักนํ้าผึ้งราดไป
คราวนี้ทุกคนอร่อยซะจนจ้องมาที่กระปุกนํ้าผึ้งในมือผมเลย
“นายท่านไอเท็มวิเศษนั้นมันคืออะไรกัน”
ยูรินถามหน้าตายพลางชี้มาที่ขวดนํ้าผึ้ง
“นํ้าผึ้งไง”
“อ่ะ! วะ วัตถุดิบที่แพงๆ นั้นนะเหรอคะ!”
ดูเหมือนเดเม่จะจำรายการของที่ตัวเองไปซื้อมาได้หมดเลยแฮะ
“แพงนี้เท่าไรเหรอ”
ดาเซสหันไปถาม
“ขะ ขวดหนึ่งก็…30,000 ค่ะ”
ทุกคนพอรู้ราคาเข้าไปถึงกับแทบสำลักออกมา
“นะ นี้ฉันกินของแพงขนาดนั้นลงไปเหรอเนี่ย จะ จะทำอย่างไงดี”
ฟรานหันซ้ายหันขวาอย่างรนราน น่ารักจนอยากจะกอดเลยแฮะ
“ไม่เป็นไรหรอก ราคาไม่สำคัญขอแค่พวกเธอชอบก็พอแล้ว”
“นายท่าน”
ฟรานมองผมด้วยดวงตาเป็นประกาย แต่แล้วก็เหมือนเช่นทุกที
“เติมอีก!”
มีแต่ยัยเอร่านี้เท่านั้นแหละ ที่ทำให้ผมรู้สึกว่าไม่คุ้มค่า
“เอานี้”
ผมวางขนมปังปิ้งเปล่าๆ ลงไปให้
“เอ๋ แล้วที่ทาด้านบนล่ะ”
“ของเธอแค่นี้ก็พอแล้ว”
“ไม่เอานะ! ทำไมล่ะ อย่าลำเอียงสิ ให้ฉันอีกเถอะนะ”
“ทำดีกับเธอแบบนั้นสิถึงเรียกว่าลำเอียง!”
ผมจับขนมปังยังใส่ปากเอร่าไป แต่มันทำให้เงียบได้เลยแฮะ
เธอกินขนมปังไปเหมือนกระรอกไม่มีผิด ดูเหมือนแบบเปล่าๆ ก็ชอบสินะยัยนี้
สุดท้ายผมก็ยอมแพ้และราดนํ้าผึ้งให้
“คราวหน้าลองทำแยมดูดีกว่าแฮะ”
ผมเริ่มนึกถึงเมนูต่อไป แถมถ้าผมทำขนมปังกับแยมทิ้งไว้เยอะๆ
เวลาผมไม่อยู่ พวกเธอก็ยังเอาออกมากินกันได้ทันที
เป็นอาหารสำรองที่ไม่เลวเลยทีเดียว
“ฟรานกับเดเม่ดื่มนมให้หมดเลยนะ”
ผมเห็นว่าพวกเธอยังไม่แตะนมเลย จึงต้องเตือนออกไป
“ค่ะ!”
“อืม ดื่มเยอะๆ จะได้โตเร็วๆ”
พอผมพูดไปแค่นั้น ทั้งคู่ก็รีบวางแก้วนมลงทันที
“นะ นายท่านคะ นะ หนูไม่ดื่มนมได้ไหมคะ”
ฟรานถามเสียงสั่นออกมาเหมือนกลัวอะไรบางอย่างอยู่
“อ้าว ทำไมล่ะ ไม่ชอบเหรอ”
“มะ ไม่ค่ะ ชอบมากเลย แต่ว่า…ถ้าดื่มเยอะแล้วตัวโตขึ้นมา
นายก็จะไม่รักหนูอีก ขะ ขอตัวเล็กแบบนี้ดีกว่าค่ะ”
พอได้ยินที่ฟรานบอก
คนที่ตัวโตสุดอย่างดาเซสถึงหันมามองผมด้วยสายตาเป็นกังวล
จนแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว
“อ่ะ จริงอยู่ที่ผมชอบเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ
แต่ถึงพวกเธอตัวโตขึ้นผมไม่ได้รักน้อยลงหรอกนะ
ตรงกันข้ามถ้าพวกเธอกินอาหารไม่เพียงพอ จนโตขึ้นมามีร่างกายที่ไม่สมบูรณ์
แบบนั้นผมยังจะรู้สึกแย่กว่าอีก ผมน่ะแค่ได้เก็บเกี่ยวความสุขไปกับช่วงเวลาที่พวกเธอค่อยๆ
เติบโตขึ้นก็พอใจแล้ว เพราะฉะนั้นมานี้เลย”
ผมจับตัวฟรานมานั่งบนตัก และลูบหัวเธอเบาๆ
อืมเกจความสุขเพิ่มขึ้นแล้ว
“ทีนี้ก็เลิกซึมแล้วดื่มนมซะ ใครไม่ดื่มจะโดนงดมื้อเย็นนะ”
พริบตาเดียวนมหายไปแล้ว…นี้มื้อเย็นของพวกเธอมันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ
หลังจากมื้อเช้าแล้ว ผมก็เรียกให้ยูรินมาคุย เพราะมีงานให้เธอทำ
ผมเอาแบบซักโครกที่ผมวาดเองให้เธอดู เพื่อดูว่าเธอจะทำออกมาได้ไหม
“ทำได้ ว่าแต่เจ้าสิ่งนี้ไว้ใช้ทำอะไรเหรอ”
“ไว้เดี๋ยวลองใช้ดูก็จะเข้าใจเอง แต่ต้องใช้อะไรบ้าง”
“ของส่วนใหญ่ใช้ไม้ที่ตัดเอาจากป่าใกล้ๆ คฤหาสน์ได้
ส่วนที่เหลือต้องไปซื้อเอาจากร้านวัสดุ”
“เยี่ยม ต่อไปก็กำแพงรอบคฤหาสน์
คิดว่าต้องใช้แรงงานกับงบเท่าไรถึงทำได้”
“ข้าทำคนเดียวได้ งบเท่ากับศูนย์ ขอแค่มีดินข้าก็สร้างอิฐขึ้นมาได้
ส่วนเหล็กที่ใช้ทำประตู นายท่านก็เอาแร่ดิบที่ได้จากในดันเจี้ยนมาให้ข้าก็แล้วกัน”
“โห ยูรินเธอนี้สุดยอดไปเลยแฮะ”
ผมลูบหัวเธอด้วย แต่เธอส่งเสียงหือออกมาทำให้ผมต้องหยุดมือทันที
“ไม่ชอบสินะ”
ผมเกือบลืมไปเลย ว่ายูรินน่ะเป็นป้าโลลิที่เป็นรุ่นแม่ผมได้เลย
ต้องมาโดนคนรุ่นลูกมาลูบหัวคงรู้สึกไม่ดีจริงๆ
“ไม่ใช่ไม่ชอบ”
เธอตอบก่อนจะค่อยๆ ดันหัวไสไปกับมือ
ผมเลยลูบเธอต่อแบบเดียวกับที่ทำให้ฟราน
“อะ ออกไปซื้อของกันเลยไหม”
ยูรินถามผมขึ้นมา ไม่รู้ทำไมต้องถามเสียงสั่นแบบนั้นด้วย
โกรธอะไรอยู่หรือเปล่าไม่รู้
แต่ผมก็ออกไปซื้อของในเมืองพร้อมกับยูริน โดยคราวนี้ให้ดาเซสเป็นสารถีให้
ส่วนเดเม่ให้อยู่เรียนวิธีเขียนกับฟรานที่บ้าน ซึ่งผมจะสลับหน้าที่กันว่า
การสอนหนังสือช่วงเช้าฟรานจะรับผิดชอบ ส่วนช่วงบ่ายดาเซสจะดูแล
พอขึ้นมาบนรถม้าปุ๊บ ยูรินก็ขึ้นมานั่งบนตักผมทันที
ซึ่งผมคิดว่าเธอชอบนั่งตัก เลยไม่ได้ว่าอะไร จนพอดาเซสสั่งขยับรถม้า
และข้างในเริ่มสั่นเบาๆ ตรงก้นของยูรินก็เบียดเข้ากับดุ้นของผม
จากนั้นเธอก็ขยับไปมาเบาๆ อ้อ เข้าใจล่ะ ดูเหมือนยูรินจะเข้าใจอะไรผิดอยู่แฮะ
“เอ่อนี้ยูริน คือไม่ต้องทำแบบนี้ทุกครั้งที่นั่งรถม้าก็ได้นะ”
“มะ ไม่อยากทำกับข้าแล้วเหรอ”
นํ้าเสียงของยูรินดูผิดหวังมาก หรือว่าที่เข้าใจผิดจะเป็นผมเอง
“เดี๋ยวนะ…ที่ทำคราวก่อนไปเธอไม่ชอบไม่ใช่เหรอ”
“เปล่า”
เธอส่ายหน้า
“ฮุๆๆ งั้นก็แปลว่าฉันทำได้ตามใจชอบเลยสินะ”
คราวนี้ยูรินไม่ตอบ ผมพอเริ่มจะเข้าใจขึ้นบ้างล่ะ
เวลายูรินเขินเธอจะเงียบ แล้วผมก็พึ่งสังเกตว่าวันนี้เธอแต่งตัวแต่งต่างจากปกติ
เรียกว่าไงดีล่ะ พยายามให้ดูน่ารักที่สุดล่ะมั่ง
เธอยังคงใส่สปอร์ตบรา วันนี้เป็นสีแดงแต่ตามขอบมีระบายอยู่โดยรอบ
ส่วนปกติที่ชอบใส่กางเกงขาสั้น ก็เปลี่ยนมาเป็นกระโปรงยีนแบบยาวแค่หนึ่งฝ่ามือ
ซึ่งพอล้วงมือเข้าไปใต้กระโปรงผมพบว่ามีอะไรแปลกๆ เลยค่อยๆ
ถกกระโปรงเธอขึ้นมา…พระเจ้าช่วย
เส้นด้ายขอรับ
วันนี้ยูรินใส่กางเกงในเส้นด้าย คือไม่ต้องบอกนะ
มันไมได้ช่วยปิดบังพื้นที่อะไรเลย
แถมขนอ่อนสีแดงบริเวณเนินเขาที่โนกนูนก็หายเรียบไปแล้ว นี้เธอโกนทิ้งเหรอ!
“ฟรานบอกว่านายท่านชอบแบบนี้”
ยูรินบอกสั้นๆ ก่อนจะก้มหน้าลงไป
“อืม ชอบมากเลยล่ะ หอยของเธอเหมือนของเด็กเล็กอยู่แล้ว
ยิ่งพอไม่มีขนแบบนี้ยิ่งดูเหมือนเด็กไปใหญ่ แต่ที่หลังไม่ต้องโกนนะ
เพราะผมก็ชอบขนนิ่มๆ ตรงนี้ของเธอเหมือนกัน”
ยูรินพยักหน้าเบาๆ
“ว่าแต่ เธอมีกางเกงในแบบนี้ด้วยเหรอ”
“ไว้ออกศึก”
ตอบสั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความเลย
แบบนี้ตอนนี้คือตั้งใจมาออกศึกเต็มที่เลยสินะ
งั้นผมก็ต้องจัดทัพรบกับเธอเต็มกำลังเหมือนกัน
ระหว่างเดินทางเข้าไปในเมือง ผมก็จัดยูรินไปสองยก
จนแยมขาวเต็มท้องเธอเลย แถมพอถึงทีแล้ว ต้องรออีกพักหนึ่ง
เพราะหัวนมของยูรินมันยังแข็งจนดันสปอร์ตบราออกมา
ดูท่ายูรินจะมีความต้องการทางเพศสูงเอาเรื่อง เพียงแต่ต้องอ่านสีหน้าเธอให้ออกก่อน
เพราะผมไม่อยากจะโจมตีตอนที่เธอไม่ต้องการ
อีกอย่างตะกี้ผมลองเพิ่มขนาดของดุ้นขึ้นอีกนิดหนึ่ง ปรากฏว่าเธอยังรับมันไหวอยู่
ร่างกายของดวาฟนี้ช่างน่าทึ่งจริงๆ
แถมอีกนิด ผมรู้ความลับแล้วว่าทำไมพวกดวาฟตายด้าน จริงๆ
ไม่ได้ตายด้านหรอก แต่จุดจีสปอตของพวกเธอมันอยู่ในมดลูกต่างหาก
อย่างยูรินผมต้องแทงดุ้นไปให้ถึงด้าน
ในสุดของมดลูก เธอถึงจะเริ่มคลั่ง จริงๆ ทำแบบนี้บ่อยๆ ไม่ดีเลย
แต่ด้วยร่างกายของดวาฟเรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องปกติก็ได้
พอยูรินสงบลงพวกเราก็ซื้อของที่ต้องการได้จนครบ
สมเป็นดวาฟที่รู้แหล่งจริงๆ จากนั้นพวกผมก็ตรงกลับบ้านทันที
ขากลับยูรินขึ้นมานั่งบนตักผมอีกแล้ว เอ่อ นี้อย่าบอกนะว่า…
ใช่แล้วล่ะ เธอต้องการอีกแล้ว
แถมคราวนี้เธอจับดุ้มผมให้มุดเข้าไปเองเลย แบบไม่รอให้ค่อยๆ กลืนเข้าไปด้วย
แม้จะทำกันหลายครั้งจนเธอเริ่มจะชินกับดุ้มผมแล้ว
แต่เสียงร้องเหมือนโดนข่มขืนของเธอก็ยังคงเหมือนเดิม
ผมจำได้ว่ายูรินบอกว่าดวาฟจะอึดมาก ทำได้ทั้งวันเลย
ผมชักอยากรู้ว่ามันจริงไหม เลยจัดไปแบบต่อเนื่องไม่หยุดสามยกติดๆ กัน ผลปรากฏว่า
ผมต้องอุ้มยูรินลงจากรถม้าแล้วพาไปนอน จนงานก่อสร้างวันนี้ไม่คืบหน้าเลยแม้แต่น้อย
อืมขีดจำกัดของยูรินอยู่ที่ 5 ยกสินะ
ก็ไม่ต่างจากพวกฟรานเท่าไรนี่นะ สรุปว่าโม้สินะ
ตอนที่ผมกำลังขนของไปเก็บ เดเม่ก็วิ่งมาตามผม และบอกว่ามีแขกมาหา
ใครอีกแล้วล่ะเนี่ย
พอผมเดินไปหาที่ห้องรับแขก ก็แทบปิดประตูห้องนั้นและขังคนนั้นไว้ข้างในตลอดไปเลย
คนที่มาคือมิริน ว่าแต่เธอมาที่นี้ทำไมกัน
คงไม่บังเอิญรู้ตัวจริงผมแล้วหรอกนะ…เอ่อ ไม่สิ รู้แล้วแน่ๆ
ก็ไม่ได้ห้ามพวกมุเอมะบอกนี่น่า สะเพร่าจริงๆ เลยผม เอาไงดีล่ะเนี่ย
แต่ตอนที่ผมคิดวิธีรับมืออยู่นั้น ประตูห้องก็ถูกเปิดออก
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น