ตอนที่ 55 ทางเลือกของซาคุยะ
ตอนที่ 55 ทางเลือกของซาคุยะ
พอรถม้าจอด ซาคุยะก็ฟื้นขึ้นมาพอดี
เมื่อเห็นผมเธอก็ระวังตัวขึ้นมาทันที แต่ไว้เดี๋ยวเข้าบ้านไปแล้ว ค่อยคุยกันดีกว่า
ผมเลยลงจากรถไปก่อน แล้วกินก็กระโดดตามลงมา
ตอนอยู่บนรถเธอไม่ได้พูดอะไรเลย เพราะมัวแต่ตะลึงอยู่
และพอมาเห็นคฤหาสน์เธอก็ตะลึงไปอีกรอบ
ซาคุยะเองตอนแรกไม่เต็มใจลงมา แต่พอเห็นฟรานกับดาเซสทำหน้าดุๆ
ก็ต้องยอมตามผมเข้ามาในบ้าน เพราะกลัวโดนอัดอีกรอบล่ะมั่ง
“อย่างไงฉันก็ไม่ยอมเสียตัวให้แกแน่! ฉันขอสู้ตาย”
“ตายทั้งๆ ที่ยังบริสุทธิ์อยู่ น่าเสียดายนะ”
ผมพูดออกไปเป็นภาษาญี่ปุ่น
นั้นทำให้ซาคุยะเบิกตาโพรงจ้องใส่ผมทันที
แต่ผมก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ พลางเรียกพวกไรโมดอลมารวมกัน
และชี้ไปที่กินกับซาคุยะ เพื่อให้ตัดชุด
สำหรับพวกเธอ พวกไรโมดอลเดินวนรอบๆ
ทั้งคู่จากนั้นก็พากันวิ่งหายเข้าไปในห้องตัดเสื้อทันที
“จะ เจ้านายเป็นผู้ใช้มอนสเตอร์เหรอ”
“เปล่า พวกนี้ผมแค่ชวนมาอยู่ด้วยกัน ก็เหมือนเธอนั้นแหละ”
ผมตอบกินที่กำลังสงสัยอยู่ จะว่าไปเป็นกินเองก็เป็นมอนสเตอร์
จะรู้ตัวหรือเปล่านะว่าที่นี้มีพลังของจอมมารของผมตกค้างอยู่…คงไม่มั่ง
ไม่เห็นจะโวยวายอะไรออกมาเลย
“ฟรานพากินไปเดินดูรอบๆ บ้านก่อนนะ”
ฟรานทำท่าไม่เต็มใจ
พลางมองไปที่ซาคุยะคงเพราะกลัวเธอทำร้ายผมอีกล่ะมั่ง
“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวถ้าพยศขึ้นมาอีก ผมก็จะข่มขืนเธอเลย”
พอผมบอกแบบนี้ฟรานกับรับได้ทันทีเลยแฮะ ตะกี้แค่พูดเล่นนะ
เชื่อจริงๆ เหรอ!
“ไอ้เลว! ไอ้ลามก! ดูหน้าก็รู้แล้ว
คิดซื้อฉันมาเป็นถุงเก็บนํ้าเชื้อของแกล่ะสิ! ฉันไม่ยอมหรอก!”
ส่วนซาคุยะก็ด่าผมเป็นชุด เดี๋ยวเถอะ
เป็นสาวเป็นนางมาพูดหยาบคายแบบนี้ได้อย่างไง
“มาทางนี้”
ผมบอกพลางเดินนำเข้าไปที่ห้องรับแขก
อาเดไลท์กับดาเซสตามเข้ามาด้วยเพราะความสนใจ ส่วนยูรินแยกไปทำงานต่อ
เอร่าก็คงหลบไปนอนกลิ้งที่ไหนสักแห่งในบ้านนี้แหละ
พอนั่งลงเดเม่ก็เข้ามาพร้อมกับชาที่อุ่นกำลังดีสำหรับสี่ที่พอดี
เดเม่นี้เตรียมอะไรได้ไวดีจริงๆ หรือจะต้มนํ้าและเตรียมชุดนํ้าชารอผมไว้อยู่แล้ว
อืมๆ ต้องแบบนี้สิ
ซาคุยะมองดูเดเม่ด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“เมด?”
จากนั้นคงรู้สึกตัวว่าอากาศมันเย็นๆ
เลยมองขึ้นไปตรงท่อเครื่องปรับอากาศ
“แอร์?”
สีหน้าเธอยิ่งงงหนักไปกว่าเดิมอีก
“จริงๆ ก็อยากจะให้พักให้สบายก่อนล่ะนะ
แต่ดูท่าทางเธอคงระแวงผมอยู่ ถ้าไม่รีบคุยกันให้รู้เรื่อง
เกิดหนีไปจนพันธะทาสทำงานขึ้นมาเธอจะแย่ซะก่อน เอาล่ะ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย
มันเป็นมาอย่างไงทำไมผู้กล้าอย่างเธอถึงได้โดนจับมาขายให้เป็นทาสเนื้อได้”
“นายจะช่วยฉันใช่ไหม!”
“ไม่ เรื่องของผู้กล้าคนอื่นผมไม่อยากไปยุ่งด้วย
ผมต้องดูแลปกป้องฮาเร็มของตัวเองเอาไว้ จะซี้ซั้วดึงอันตรายเข้ามาหาพวกเธอไม่ได้
ส่วนที่อยากจะฟังเพราะจะได้ตัดสินใจได้ว่าจะเอาอย่างไงกับเธอต่อดี”
“…งั้นเหรอ”
ดูท่าทางเธอสิ้นหวังไปทันที แต่สุดท้ายก็เปิดปากเล่าออกมา
ซาคุยะเองก็คล้ายๆ กับพวกผม โดนอันเชิญมาแบบไม่รู้ตัว
และโดนมายกห้องเหมือนกัน ไม่สิ พวกเธอดีกว่าพวกผมเยอะ
เพราะไม่ต้องไปโผล่เอาตรงด่านสุดท้ายที่เป็นปราสาทจอมมาร
แต่พวกเธอได้ไปยังจุดที่ควรเป็นจุดเริ่มต้นจริงๆ
หรือก็คือปราสาทของพระราชาแห่งประเทศทางเหนือ เลนคาน
กรอซ่าเองก็อยู่ในเขตประเทศทางเหนือ แต่เป็นพื้นที่ปกครองแบบอิสระ
คือมีคล้ายๆ ผู้นำของเมือง และปกครองโดยใช้กฎหมายแยก
เนื่องจากเป็นเมืองของนักผจญภัย กฎหมายบางข้อเลยใช้ไม่ได้ ก็คล้ายๆ
พื้นที่การค้าพิเศษล่ะนะ
ที่นั้นพวกเธอได้รับการช่วยเหลือต่างๆ เพื่อสนับสนุนการเป็นผู้กล้า
(โชคดีจริงเฮ้ย!)
ตัวซาคุยะเป็นเหมือนผู้นำกลุ่มของผู้กล้าชุดนั้น
เพราะที่โรงเรียนเธอเป็นประธานนักเรียนด้วย
และไม่น่าเชื่อเห็นหน้าอ่อนแบบนี้ดันอายุมากกว่าผมปีหนึ่งซะได้
ช่วงแรกๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก
กลุ่มของเธอเกาะกันได้อย่างเหนียวแน่น พอเริ่มปรับตัวเข้ากลับโลกนี้ได้แล้ว
ก็เริ่มออกเดินทางไปพิชิตดันเจี้ยนต่างๆ
ปัญหามาจากคนในกลุ่มคนหนึ่ง
เขาค่อนข้างอ่อนแอเป็นได้แค่ลูกหาบในกลุ่ม ค่อยช่วยงานเบ็ดเตล็ดต่างๆ (คุ้นๆ
แฮะ…อ้อ เหมือนตูนี้เอง) จนวันหนึ่งระหว่างที่อยู่ในดันเจี้ยน
พวกเธอก็ได้ไปเจอหีบสมบัติประหลาดที่เปิดไม่ได้
เขาคนนั้นใช้เวลาทั้งหมดอยู่กับการเปิดหีบนั้น
จนสุดท้ายก็เปิดออกได้ และเขาก็ได้สกิลใหม่มา สกิลที่ชื่อว่า มารแห่งความโลภ
“!!!”
ผมผงะเลย เหมือนมารแห่งราคะของผมสินะ!
มันเป็นสกิลที่เพียงแค่แตะถูกตัวใคร
ก็จะขโมยสกิลของคนคนนั้นไปได้ทันที ยิ่งแตะนานเท่าไร
ก็ยิ่งโดนเอาสกิลไปเยอะเท่านั้น (พลังโกงกว่าของตูอีก
ไม่ใช่เหรอนั้น! ไม่สิ…ของเราไม่ใช่ขโมย แต่ได้รับมาต่างหาก)
ตอนนั้นพวกซาคุยะไม่ทันคิดอะไร กลับมองว่าเป็นสกิลที่มีประโยชน์
เพื่อใช้เอาสกิลของมอนสเตอร์มาใช้ได้
จนคืนหนึ่งที่พอทุกคนหลับไป เขาคนนั้นก็ได้แอบย่องไปขโมยสกิลของทุกคนมา
ซํ้ายังใช้สกิลที่ขโมยมาอย่าง Lock Lv ซึ่งเป็นสกิลที่ทำให้ Lv ลดลง 50
หนึ่งเป้าหมาย แต่เพราะใช้คู่กับ
สกิล Over skill ทำให้การแสดงผลของสกิลก่อนหน้าให้ผลเป็นสองเท่า
กับ
สกิล Chain target ทำให้การแสดงผลของสกิลส่งผลกับทุกเป้าหมาย
ทุกคนในกลุ่มเลยโดน Lock Lv จนถึงขั้นติดลบ
และไม่สามารถเก็บเลเวลเพิ่มได้ พอทุกคนลืมตาตื่นขึ้นมาทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเป็นนรก
เขาคนนั้นใช้สกิลที่แย่งไปข่มขู่พวกซาคุยะ
ว่าถ้าอยากให้ปลดล็อคเลเวลและคืนสกิลให้ ก็ต้องทำตามที่สั่ง
เขาใช้เหตุนี้ขืนใจพวกผู้หญิงอย่างทารุณ ส่วนพวกผู้ชายก็ถูกใช้เป็นของเล่น
ให้เข้าไปสู้กับมอนสเตอร์ทั้งๆ ที่โดนล็อคเลเวลอยู่
ส่วนซาคุยะกับพวกผู้หญิงกลุ่มหนึ่งตัดสินใจหนีออกมา
แต่ระหว่างทางเพื่อนๆ ของเธอก็ถูกมอนสเตอร์ฆ่าตาย จนมีแต่เธอเท่านั้นที่เหลือรอดมาได้
แต่ถึงรอดมาได้ เมื่อขาดพลังไปก็ไม่สามารถจะหาเงินได้
เธอต้องทนท้องหิวจนเกือบอดตาย สุดท้ายก็โดนพวกพ่อค้าทาสจับมาเป็นทาส
เพียงเพราะอาหารขยะจานเดียว
“…เข้าใจล่ะ”
ผมถอนหายใจออกมา แต่ทั้งดาเซสและอาเดไลท์โกรธแค้นแทนจนกำหมัดแน่น
ก็สมควรจะโกรธหรอก
“บอกตามตรงนะ ผมมีวิธีจะส่งเธอกลับโลกเดิมได้
เธอล่ะต้องการจะกลับโลกเดิมไหม”
“ไม่! ฉันไม่มีหน้ากลับไปพบครอบครัวของเพื่อนๆ ที่ตายไปหรอก
ฉันจะอยู่ที่นี้แล้วฆ่าไอ้ชั่วนั้นให้ได้!”
“งั้นก็ตามใจ แต่ผมไม่ช่วยเรื่องล้างแค้นหรอกนะ ทว่า…”
ผมหันไปมองเดเม่ ซึ่งเธอเข้าใจทันที
เลยรีบเข้ามาปลดกางเกงผมแล้วดึงดุ้นออกมาดูด
“นะ นายทำอะไรนะ ไอ้โรคจิต!”
“ใจเย็นก่อน นี้เป็นสกิลของผมเอง
เป็นสกิลที่ทำให้นํ้าเชื้อของผมมีผลในการรักษาแถมยังล้างผลของสกิลอื่นได้ด้วย”
“มันจะไปมีสกิลอุบาทแบบนั้นได้อย่างไงกัน!”
“เสียใจครับแต่มีไปแล้ว”
“นายท่านไม่ได้โกหกนะ
พวกเราที่นี้ส่วนใหญ่ก็ได้นายท่านรักษาให้ด้วยวิธีนี้”
ดาเซสช่วยพูดให้ จนซาคุยะเริ่มทำหน้าสับสนว่าควรเชื่อดีไหม
“ผมน่ะคงช่วยเอาสกิลของเธอกลับมาไม่ได้
แต่แค่ล้างการปลดล็อคเลเวลน่าจะช่วยได้”
“แค่นั้นก็พอแล้ว!”
“ฟังก่อน ผมมีทางให้เธอเลือกอยู่ โอ๋ แปบ เดเม่ผมขอเร่งหน่อยนะ”
เดเม่ดูดเก่งแล้วล่ะ แต่ผมอยากให้มันเสร็จเร็วๆ
เลยจับหัวเธอกระแทกเอง
แต่เดเม่ก็ตอบสนองทันทีด้วยการเร่งดูดผมแรงขึ้นและเป็นจังหวะตามที่ดุ้นแทงเข้าออกคอเธอ
หลังจากผ่านไปห้านาทีผมก็ดึงหัวเธอออก แล้วหยิบเอาแก้วชาขึ้นมา ปล่อยนํ้าเชื้อใส่จนเต็มถ้วย
“มะ ไม่น่าเชื่อ นี้มันเยอะจนผิดปกติแล้ว”
“อ่ะ เรื่องยิบย่อยไม่ต้องสนใจหรอก เอาล่ะนี้คือทางเลือกของเธอ”
“อย่างแรก ดื่มนี้ซะ แล้วเธอจะได้เลเวลคืนมา
จากนั้นก็ไปหาเอร่าให้ทำลายพันธะทาสซะ เธอก็จะเป็น
อิสระ ผมจะถือว่าพวกเราไม่เกี่ยวข้องกันอีก เธอจะออกไปล้างแค้นใครอะไรที่ไหนก็ตามใจ”
“…แล้วอีกทางล่ะ”
ซาคุยะมองนํ้าเชื้อในถ้วยชาแล้วถามต่อ คงเพราะไม่อยากดื่มล่ะมั่ง
“ก็ไม่ต้องดื่ม แล้วใช้ชีวิตอยู่ที่นี้ไป ไม่ต้องเป็นทาสเนื้อหรอก
เพราะที่นี้ผมไม่บังคับข่มเหงใคร ก็มีอิสระในขอบเขตที่ผมกำหนด และคงต้องให้อยู่ในสถานะทาสล่ะนะ
แต่ว่า...คนที่อยู่ที่นี้ผมถือว่าเป็นคนของผม
แล้วถ้าใครหน้าไหนมันบังอาจมาแตะต้องคนของผม ต่อให้เป็นไอ้ผู้กล้าเวรที่ไหน
ผมจะทำให้มันได้เห็นนรกของจริง”
ผมพูดจริง ความรู้สึกนั้นก็ออกมาจากใจจริงๆ
จนสร้างแรงกดดันให้ทุกต้องกลืนนํ้าลายดังเฮือก
“เท่านี้แหละครับ พวกเราคุยกันจบแล้ว ที่เหลือเธอก็ตัดสินใจเองเลย”
แต่พอผมจะลุกขึ้น ซาคุยะก็จับถ้วยชาและกระดกนํ้าเชื้อผมลงไป
สีหน้าเธอตอนแรกเหมือนฝืนใจสุดขีด แต่พอได้ลิ่มรสชาตินํ้าเชื้อเข้าไป
ก็เปลี่ยนเป็นดื่มอย่างเอร็ดอร่อยจนถึงกับต้องเลียปาก
เสียดายแฮะ เลือกแบบนี้เหรอ งั้นก็ช่วยไม่ได้ต้องปล่อยไปล่ะนะ
ผมแอบเสียดายในใจ
แต่ว่าซาคุยะกลับลุกขึ้นแล้วตรงเข้ามาคุกเข่าตรงหน้าผม
“ขอโทษนะ แต่ฉันขอเลือกทางที่สาม”
“ทางที่สาม? ว่ามาครับ”
“อย่างไงฉันก็อยากได้เลเวลคืนมา
เพราะการไร้พลังจนทำอะไรไม่ได้เลยมันน่าเจ็บปวด แต่ฉันรู้ว่าถึง
ได้พลังคืนมาแล้ว ก็ไม่สามารถเอาชนะไอ้เจ้าหมอนั้นได้
เลยจะขออยู่ที่นี้ต่อไป แล้วถ้าสักวัน…สักวันหนึ่งถ้าฉันเจอกับไอ้เจ้านั้น
นายจะช่วยฉันสู้กับมันได้ไหม”
“แบบนี้เอง…แต่ถ้าเธออยู่ที่นี้เธอต้องอยู่ในฐานะทาสนะ
เพราะผมจะไม่ช่วยออกไปตามหาเจ้านั้นเด็ดขาด แต่ถ้าสักวัน เกิดบังเอิญผมไปเจอกับมัน
แน่นอนผมจะลงทัณฑ์เจ้านั้นให้เธอเอง”
“ขอบคุณมากค่ะ!”
จากนั้นผมก็ให้ดาเซสพาซาคุยะไปเลือกห้อง
และพออยู่กันสองคนอาเดไลท์ก็พูดขึ้นมา
“ไหนๆ ก็จะช่วยแล้ว น่าจะช่วยให้ถึงที่สุดนะ”
อาเดไลท์ทำท่าเหมือนอยากให้ผมช่วยเธอล้างแค้นมากกว่า
“การล้างแค้นมันได้แค่ความสะใจเท่านั้นแหละครับ
แต่หลังจากล้างแค้นแล้วล่ะ คิดไหมว่าซาคุยะจะอยู่อย่างไง
ผมอยากจะให้เธออยู่ที่นี้จนกว่าจะค้นหาเป้าหมายในชีวิตตัวเองให้เจอซะก่อน
อย่างน้อยก็อยากให้ปลงเรื่องเพื่อนที่จากไป และคิดถึงหนทางการกลับบ้าน แล้วก็นะไม่ต้องห่วงหรอก…ตราบใดที่ไอ้เจ้าสารเลวนั้นยังใช้ชื่อผู้กล้าอยู่
มันได้เจอผมแน่”
“อะไรทำให้มั่นใจแบบนั้น”
“…แค่ลางสังหรณ์ครับ”
ไม่หรอก เพราะผมคือปลายทางที่ผู้กล้าทุกคนมุ่งหน้าไปหาต่างหาก
“แต่นายนี้ก็ยังคิดอะไรลึกซึ้งเหมือนเคยเลยนะ
ฉันเองต่างหากที่คิดอะไรง่ายไป”
อาเดไลท์ก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด
ที่ตัวเองหลงไปกับอารมณ์โกรธจนคิดถึงแต่ทางแก้แค้น
“ไม่หรอกครับ เพราะผมเป็นแค่ไอ้คนลามก
ผมเลยไม่คิดเรื่องอื่นที่จะมาทำลายความสุขของผม ก็เท่านั้นเอง”
“งั้นคุณคนลามก จากนี้ฉันคงต้องขอเรียนรู้จากนายเยอะๆ แล้วล่ะนะ”
“ครับ ด้วยความยินดี แต่ผมว่าไปช่วยเดเม่เตรียมมื้อเที่ยงดีกว่า
พอดีมีเมนูที่คิดว่าต้องทำให้สำหรับซาคุยะสักหน่อย”
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น