ตอนที่ 65 สะสางงานช่วงเช้า
ตอนที่ 65 สะสางงานช่วงเช้า
“ยะ ใหญ่!”
เอสเตอร์อ้าปากค้างเงยหน้ามองคฤหาสน์ตรงหน้า
ส่วนผมกลับมองไปที่สวนดอกไม้ที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว
ได้เห็นอะไรแบบนี้แล้วรู้สึกสดชื่นดีจริงๆ โมอานี้ทำงานได้ดีจัง
ถ้าจะขยายพื้นที่แปลงดอกไม้ออกไปอีกโมอาจะทำไหวหรือเปล่านะ ไว้เดี๋ยวค่อยลองคุยดู
“เอสเตอร์ เข้ามาสิ”
ผมเรียกเอสเตอร์ให้ตามเข้ามาในบ้าน เธอดูประหม่ามาก
พยายามเช็ดมือเช็ดเท้าให้สะอาดที่สุด แต่ผมบอกว่าไม่ต้องเกร็งขนาดนั้น
และก็เหมือนกับทุกคนที่พึ่งเคยมาที่นี้
ที่ต่างต้องตกใจไปกับอากาศที่เย็นสบาย
วันนี้ผมกลับมาได้จังหวะที่เดเม่กับโมอาตื่นนอนพอดี
“อรุณสวัสดิ์เดเม่ โมอา”
“สวัสดีค่ะนายท่าน แล้วก็ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ”
ทั้งคู่ตอบพร้อมกันและโค้งตัวให้ผม
หลังจากแนะนำให้รู้จักเอสเตอร์แล้ว
ผมก็ให้เธอไปนั่งรอที่ห้องนั่งเล่น โดยที่คราวนี้โมอาเป็นคนเอาชาไปเสริฟ
เพราะอยากจะทดสอบมารยาทการรับแขก ที่ได้เรียนมาจากเดเม่
ส่วนเดเม่ก็เข้ามาช่วยผมเตรียมมื้อเช้าในครัว
วันนี้ผมจะทำมื้อเช้าแบบง่ายๆ โดยมีขนมปังปิ้งเป็นตัวยืนพื้น
แต่เพิ่มไข่ดาวกับไส้กรอกไป ส่วนที่ใช้
ทากับขนมปังก็มีเนยกับแยมให้เลือก แต่ที่เดเม่สนใจจนถึงขั้นตกใจ
คือวิธีตอกไข่และวิธีทอดไข่ดาว ใช่ ที่โลกนี้ไม่รู้จักไข่ดาวกันล่ะ
เมนูไข่ที่ผมเห็นมา ล้วนแต่เป็นไข่คนแบบเละๆ เท่านั้น
“นะ นายท่านเล่นกลอีกแล้ว!”
“ไม่ใช่เล่นกล มานี้สิ ผมจะสอนให้”
ผมจับมือเดเม่ไว้ และให้ควบคุมแรงที่ปลายนิ้ว
ไม่ต้องเกร็งทำให้เป็นธรรมชาติ แรกๆ ก็ทำไม่ได้
แต่ส่วนที่ตอกพลาดผมก็เก็บไว้ทำอย่างอื่นได้ เลยบอกให้เดเม่ไม่ต้องห่วงที่ทำพลาดไป
แต่เดเม่เองก็เรียนรู้เร็วจริงๆ เพียงแค่ตอกพลาดไปสิบกว่าฟอง
ก็เริ่มทำได้โดยไม่มีทั้งเปลือกติดออกมาและไข่แดงก็ไม่แตก
จากนั้นผมก็สวนวิธีทอดต่อ โดยผมทอดไว้ทั้งสองแบบ
คือแบบไข่แดงสุกและไข่แดงไม่สุก เพราะไม่รู้ใคร
ชอบแบบไหน เลยทำมันสองแบบซะเลย แถมผมใช้เนยแทนนํ้ามัน
ทำให้มีกลิ่นหอม และเป็นวิธีใหม่สำหรับโลกนี้อีกเช่นกัน
ขนาดวิธีใช้นํ้ามันทอดก็ไม่เหมือนกันแล้ว
คนในโลกนี้จะเทนํ้ามันลงไปในวัตถุดิบที่จะทอด แล้วโยนใส่กระทะร้อนๆ ทั้งแบบนั้นเลย
“หะ หอมจังเลยค่ะ!”
“แต่ห้ามใส่เยอะไปนะ เนยจะให้กลิ่นหอมก็จริง
แต่ถ้ามากไปจะทำให้เลี่ยนและรสชาติอาหารเพี้ยนได้ง่ายๆ”
“ค่ะ! นายท่านรู้ทุกอย่างเลย สุดยอดจริงๆ เลยค่ะ!”
“ไม่รู้ทุกอย่างหรอก แค่รู้เรื่องที่ตัวเองอยากรู้
เดี๋ยวอีกหน่อยเดเม่เองก็ทำได้เหมือนผมเองล่ะ”
“ถ้าหนูเรียนรู้ทุกอย่างจากนายท่านได้แล้ว หนูจะปรนนิบัตินายท่านได้ใช่ไหมค่ะ”
“อย่ารีบร้อนนักล่ะ เพราะผมชอบที่จะได้ทำอาหารด้วยกันกับเดเม่นะ”
“นายท่าน”
เดเม่ส่งสายตาหวานเยิ้มมาให้ผม
แต่ก็หวานกันได้ไม่นานเพราะไข่เริ่มไหม้แล้ว
เดี๋ยวนี้หน้าที่ในการปลุกทุกคนเป็นของไรโมดอลแล้ว
แถมยังช่วยยกอาหารไปจัดไว้บนโต๊ะให้อีก มีประโยชน์จริงๆ เลย
คริสติน่าแอบมากระซิบบอกผมว่า ตั้งแต่มาอยู่ที่นี้พวกไรโมดอลมีความสุขมาก
เพราะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ไม่โดนล่าจากพวกนักผจญภัย บรรยากาศของบ้านก็ดี
มีเจ้าของให้ความสนใจ พวกเธอ
เลยตั้งใจกันทำงานเพื่อตอบแทนทุกคนในบ้านนี้กันอย่างเต็มที่เลย
ส่วนเอสเตอร์พอเห็นมีมอนสเตอร์เดินกันเต็มบ้าน
ก็ตกใจจนหนีไปแอบหลังเก้าอี้แล้ว เลยต้องวานให้เดเม่ไปช่วยอธิบายให้ฟัง
และให้อุปกรณ์เวทที่ใช้สื่อสารกับไรโมดอลไปด้วย แต่พอชินกับไรโมดอลแล้ว
ดอเรียก็เดินลงมาพอดี เอสเตอร์ที่หันไปเห็นก็ยืนตัวแข็งทื่อแทบจะหยุดหายใจไปด้วย
“คนใหม่อีกแล้วเหรอคะ
จะมีสักวันไหมที่นายท่านกลับมาโดยไม่พาคนมาเพิ่ม”
เมยอาเดินมาเจอเอสเตอร์ก็หันมาจิกกัดผมทันที
“อุ๊! ไม่ใช่อย่างที่คิดนะ เอสเตอร์มีความสามารถที่น่าสนใจมาก
น่าจะช่วยงานพวกเราได้น่ะ”
“จะบอกว่าแค่ชวนมาช่วยงาน และนายท่านไม่ได้แตะต้องเธอเลยเหรอคะ”
เมยอาเธอนี้รู้จักผมดียิ่งกว่าตัวเองอีกนะเนี่ย
“ก็ทั้งสองงานเลย”
“…ลามก”
สั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความและโคตรเจ็บ!
“หือ คนใหม่เหรอ…เอ๋ ยังไม่ใช่นี่น่า?”
อาเดไลท์เดินลงมาเห็นเอสเตอร์ ก็ทักออกมาตามปกติ ก่อนจะเดินวนดูรอบๆ
ตัวอีกฝ่าย และส่ายหน้าออกมา
“อะไรที่ไม่ใช่เหรอ?”
ผมอดสงสัยไม่ได้
“ก็ยังไม่ใช่ผู้หญิงที่นายจะเอาเข้าฮาเร็มไง”
“แล้วรู้ได้ไงครับ”
“ดูก็รู้แล้ว ถ้าเป็นสาวๆ ที่อยู่ฮาเร็มของนาย จะต้องได้รับยาก่อน
แต่สภาพของเธอเห็นชัดๆ ว่ายังไม่ได้รับยา เส้นผมก็แห้ง ผิวก็สาก
แถมผอมเป็นซอมบี้อีก”
“ช่างสังเกตจริงๆ!”
“แต่พามาด้วยแบบนี้…จะให้มาช่วยงานหรือรอให้อีกฝ่ายตัดสินใจล่ะ”
“โห! รู้ขนาดนี้ไม่ต้องให้ผมบอกแล้วมั่ง!”
“นั้นสินะ คงทั้งสองอย่างเลยล่ะสิ”
สุดยอด! อาเดไลท์นี้อ่านผมขาดยิ่งกว่าเมยอาอีกแฮะ
แถมเธอยังหันไปทักทายกับเอสเตอร์แล้ว
“สวัสดีค่ะ ฉันอาเดไลท์”
“อะ เอสเตอร์”
เอสเตอร์ไม่คุ้นเคยกับมารยาทในวงชนชั้นสูง เลยพูดออกไปแบบห้วนๆ
กับอาเดไลท์ที่อายุน้อยกว่า แต่เอสเตอร์กลับรู้สึกเกรงใจซะแทน
“ไม่ต้องเกร็งนะ ที่นี้ไม่มีพิธีรีตองอะไรกันหรอก
ส่วนอะไรที่ไม่เข้าใจก็ถามพวกฉันได้ค่ะ”
ได้อาเดไลท์ดูแลแขกให้แบบนี้ ผมรู้สึกวางใจขึ้นมาเลย
เพียงแต่ว่ามาดสง่าภูมิฐานของอาเดไลท์ก็มาจบลงที่โต๊ะอาหารจนได้
“นะ นี้มันไข่เหรอ! มีทั้งสีขาวสีส้ม นะ น่ากินจัง!
แล้วทำมันติดอยู่ด้วยกันล่ะ ทำได้อย่างไง!!??”
อาเดไลท์ถามเป็นชุด แต่เจอถามแบบนี้ไปผมก็อธิบายไม่ถูกแฮะ
เลยสาธิตวิธีทำกันบนโต๊ะให้ทุกคนดูกันไปเลย
“นายท่านเล่นกลอีกแล้ว!”
ฟรานร้องออกมาด้วยความตกใจ
“ไม่ใช่เล่นกล! แค่วิธีทำอาหารเท่านั้นล่ะ!”
พอเสร็จแล้วก็มานั่งอธิบายเรื่องไข่แบบสุกและไม่สุก
และผมก็ไม่บังคับให้กินอันที่ไม่ชอบหรอกนะ
ส่วนที่เหลือผมจะเอาไปทำเป็นแซนวิซตุนไว้ในกระเป๋า เป็นเสบียงตอนฉุกเฉิน
แต่ผลปรากฏว่า…เรียบเลย ทุกคนกวาดเรียบทั้งแบบสุกและไม่สุก
พอผมถามว่าชอบแบบไหนกว่ากัน
ทุกคนก็ทำหน้าแบบคิดหนัก
ผมเลยสรุปได้ว่าพวกเธอชอบหมดล่ะไม่ว่าแบบไหน มีรีเควสซะอีก
ว่าอยากให้ขนมปังแผ่นใหญ่กว่านี้
เอสเตอร์แอบเอาขนมปังเก็บไปด้วย ผมเลยบอกว่าไม่ต้องซ่อนไว้หรอก
กินให้อิ่ม ส่วนถ้าจะเอากลับผมมีให้ต่างหาก
ส่วนแยมนี้ได้รับความนิยมยิ่งกว่าเนยซะอีก แค่มื้อเดียวก็แทบหมดกระปุกเลย
สงสัยต้องเร่งการผลิตซะแล้ว
พอกินกันเสร็จผมก็ใช้คลีนนิ่งและปล่อยให้พวกไรโมดอลยกจานไปเก็บให้
ถึงพวกเธอจะตัวเล็ก แต่ทำงานกันเป็นทีม เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว
ขนาดที่เก็บจานอยู่สูง ก็ยังกระโดดต่อตัวกันขึ้นไปได้อย่างกับนักกายกรรม
ส่วนพวกที่อยู่ด้านล่างก็จะล่อนจานขึ้นไปให้ แค่ดูวิธีเก็บจานของพวกเธอก็เพลินแล้ว
แถมชุดที่สั่งตัดไว้ก็เสร็จแล้วด้วย ทั้งของกินทั้งของซาคุยะ
จะว่าไปพวกไรโมดอลนี้ใส่เสื้อผ้ากันไม่ซํ้าวันเลย
สงสัยต้องไปหาผ้ามาเพิ่มให้อีกแล้ว
หลังมื้อเช้าอาเดไลท์มาเตือนผมเรื่องกิน ว่าผมไม่ควรให้กินนั่งดูดนํ้าเชื้อผมแบบนี้ให้แขกเห็น
ผมก็เห็นด้วย เลยว่าจะทำใส่ขวดสำรองไว้ให้กรณีที่ผมไม่อยู่ด้วย
อย่างไงนํ้าเชื้อผมก็คงทนเก็บไว้ได้นานอยู่แล้ว ยิ่งใส่ไว้ในกระเป๋านักผจญภัยด้วย
ส่วนเอสตอร์ผมให้ฟรานพาไปนอนก่อน
เพราะเมื่อคืนก็อยู่กับผมตลอดไม่ได้นอนเลย แต่อาจเพราะกินจนอิ่มแล้วก็ได้
ท่าทีระแวงของเธอเลยลดน้อยลง ออกจะเป็นแบบเกรงใจมากกว่า
“แล้วก็ ดาเซส เดเม่ เมยอา ผมวานพวกเธอหน่อย”
“โอ๋ บอกมาได้เลย”
“นายท่านสั่งมาได้เลยค่ะ”
“จะสั่งทำเรื่องลามกให้ล่ะสิ”
“เอ่อ ดาเชสกับเดเม่ผมขอบคุณล่วงหน้านะ ส่วนเมยอาตกเบ็ดให้ดูหน่อยสิ”
เพียะ!
โดนเมยอาตบหน้าล่ะ ก็สมควรแล้วดันไปพูดเรื่องต้องห้ามออกมาเองนี้ผม
แต่การได้ยิกๆ ยอกๆ กับเมยอาก็ถือว่าเป็นความสุขของผมเหมือนกันนะ
จากนั้นผมก็จ่ายงานให้พวกเธอ
โดยให้ออกไปซื้อของพร้อมกับพามอเรียไปส่งด้วย
แล้วให้ซื้อกระเป๋านักผจญภัยมาเพิ่มอีก โดยให้ซื้อใบใหญ่มาห้า
ใบกลางกับใบเล็กอย่างล่ะสิบ เพราะว่าจะทดลองทำอะไรสักหน่อย เงินทุนก็มีแล้วด้วย
ดาเซสนั้นผมวานให้เอาเงินที่ได้มาเมื่อวาน
ไปฝากไว้ที่ร้านแลกเปลี่ยนเงิน
ส่วนเดเม่ผมให้ไปซื้อของที่ผมจดให้เหมือนเดิม
ซึ่งมีทั้งของกินและก็ของใช้
เมยอาเลยได้รับหน้าที่เอาปลาไปขาย
โดยปลาสายรุ้งแบบทั้งตัวผมเก็บไว้แค่ตัวเดียวที่เหลือเอาไปขายหมด
ที่ต้องให้เมยอาไปขายแทนเดเม่ เพราะพ่อค้าจะได้จำหน้าไม่ได้
ไม่งั้นเดี๋ยวให้คนเดิมไปขายตลอด จะถูกจับตาเอาได้
แล้วผมยังให้เมยอาทำบัญชีค่าขนมให้กับทุกคนด้วย
โดยผมตั้งวงเงินไว้ให้คนละล้านรีล แน่นอนว่าผมให้มีบัญชีของเมยอาด้วย
ส่วนถ้าเงินของใครหมด ผมจะคอยเติมให้เองตามความเหมาะสม
พอนึกได้ว่ายังอยากจะเพิ่มสวนดอกไม้ขึ้นอีก เลยถามโมอาดู
เธอเลยบอกว่ามีพวกไรโมดอลช่วย จะเพิ่มสวนอีกก็ได้พวกเธอดูแลไหว
แต่ก็แนะนำผมว่าลองทำเป็นซุ้มดอกไม้ดู ซึ่งผมก็บอกว่าให้โมอาจัดไปตามที่เห็นควรได้เลย
งบไม่จำกัด ขอแค่ดูร่มรื่นสบายตาและน่าอยู่ก็พอ
โมอาเลยติดรถม้าไปกับพวกดาเซสด้วยอีกคน
ส่วนของยูรินผมมีงานให้เธอทำเหมือนกัน
“หา! หมดเลยเหรอ!”
“ใช่หมดนี้เลย”
ผมเอาพวกอาวุธชุดเกราะมัจฉาที่ไม่มีช่องสกิลออกมากองไว้ตรงหน้ายูริน
ที่ผมจะให้ยูรินทำก็คือ เอาพวกมันไปหลอมเพื่อสกัดแร่ออกมา
เพราะอาวุธมัจฉามีความคมและ
ทนทานกว่าเหล็กกล้าซะอีก
แปลว่ามันต้องมีส่วนผสมของแร่บางอย่างที่ดีมากๆ อยู่แน่
“แต่ถ้าเอาไปขายจะได้เงินเป็นจำนวนมาก แล้วเอาไปประมูลซื้อของดีๆ
มาได้”
“ไม่ล่ะ ผมมองถึงอนาคตข้างหน้าด้วย
ถ้ายูรินสามารถผลิตสินค้าที่เป็นออริจินอลของตัวเองได้ ก็สามารถทำเงินได้มหาศาลแน่
แต่นั้นหมายถึงในอนาคตล่ะนะ ตอนนี้ไม่ต้องคิดไปถึงขั้นนั้นหรอก
แค่ใช้พวกนี้ฝึกฝีมือทดลองตามที่ต้องการได้เลย”
“…นายท่านฉลาด ข้าจะไม่ทำให้ผิดหวัง”
“อย่ากดดันตัวเองให้มากนักนะ
ผมให้ยูรินทำเพราะมันเป็นงานที่ยูรินชอบ
ส่วนความสำเร็จมันเป็นแค่ผลที่ตามมาเท่านั้น”
“อะ อืม!”
ยูรินดึงคอผมลงไปหอมแก้ม ก่อนจะรีบยกเอากองอาวุธวิ่งหายเข้าไปใน
Workshop ของตัวเอง
ส่วนผมคิดว่าจะไปที่ร้านประมูล เพราะอยากได้คริสตัลวิญญาณเพิ่ม
เลยไปชวนคนอื่นๆ ดู
ฟรานผมขอให้เธออยู่ดูแลบ้านแทนดาเซส ส่วนมิรินกระซิบบอกผมว่า
วันนี้จะกลับไปที่ปราสาทจอมมาร ไปเยี่ยมมุเอมะและจะขอเรียนเวทมนต์ใหม่ๆ ด้วย
จะกลับมาตอนเย็นเลย
ส่วนดอเรียผมวานให้เธอที่ดันเจี้ยนลาลาพัส
เพื่อล่ามอนสเตอร์หาผ้ามาให้พวกไรโมดอล จริงๆ เธอบอกว่าไปคนเดียวไหวสบายมาก
แต่ผมไม่อยากเสี่ยงเลยให้พาซาคุยะกับกินไปด้วย ซาคุยะนี้ดีใจจนกระโดดเลยแฮะ
พอลองชวนอาเดไลท์ดู เธอดันหมดความสนใจร้านประมูลแล้ว
เลยจะขออยู่บ้านนั่งอ่านหนังสือแทน
ฉะนั้นคนที่จะไปกับผมเลยเป็นเอร่าคนเดียว…เอาเถอะ ถือว่าพาสุนัขไปเดินเล่นล่ะกัน
ตอนแรกผมคิดว่าเธอจะบังคับให้ผมแวะซื้อของกินให้ตามข้างทางซะอีก
แต่นี้ตรงกันไปที่ร้านประมูลเลย พอถามดู เอร่าบอกว่าเคยมาลองซื้อทานดูแล้ว
ตอนที่ผมให้เป็นวันหยุดคราวก่อน แถมไม่มีอันไหนอร่อยสู้ที่ผมทำได้เลย
เธอจึงหมดความสนใจเรื่องอาหารนอกบ้านไปแล้ว
“แล้วนี้จะตามไปร้านประมูลทำไมล่ะ?”
“ฉันจะเอาเจ้านี้ไปประมูลไงล่ะ”
เอร่าเปิดห่อผ้าที่สะพายหลังออกมาให้ดู
ข้างในเป็นรูปวาดภาพเหมือนของเอร่า แถมมีลายเซ็นด้วย
“ทุกคนชอบว่าฉันเป็นตัวไร้ประโยชน์
คอยดูเถอะพอรูปวาดของฉันจะทำเงินได้อย่างมหาศาล จนทุกคนต้องหันมานับถือฉัน ฮ่าๆๆ”
“เอาตามที่สบายใจเลย”
ผมเหนื่อยใจกับยัยนี้จริงๆ แต่ไม่แน่แฮะ
พวกบูชาเธออย่างอาเดไลท์ก็มีนี่น่า บางทีอาจจะขายได้แพงก็ได้นะ
พอไปถึงร้านประมูลผมเลยให้เอร่าเอาภาพไปลงทะเบียนไว้ก่อนเลย
กฎการฝากประมูลเข้าใจได้ง่ายและค่อนข้างยุติธรรม
ข้อแรกคือสินค้าที่ฝากประมูลจะได้รับการประกัน
โดยทางร้านจะออกใบรับรองให้ เพราะงั้นไม่ต้องกลัวว่าจะโดนขโมยหรือโดนโกง
ข้อสอง เจ้าของจะเป็นฝ่ายตั้งราคาต้นขึ้นมา โดยที่ทางร้านจะได้ 10%
ของราคาที่ขายได้
ข้อสาม สินค้าจะถูกลงทะเบียนเป็นระยะเวลาสามวัน
โดยที่จะถูกนำออกมาประมูลวันละสองรอบ จนเมื่อครบสามวันแล้ว
ถ้าสินค้ายังไม่ถูกประมูลออกไป ร้านจะหักค่าธรรมเนียมเป็น 10%
ของราคาที่เจ้าของตั้ง
กฎข้อนี้มีไว้เพื่อป้องกันการตั้งราคาสินค้าที่แพงเกินเหตุจนขายยาก
และกรองสินค้าขยะที่ไม่เป็นที่ต้องการออกไป
ข้อสี่ สินค้าที่ไม่ถูกประมูลออกไปตามเวลาที่กำหนดไว้
และจ่ายค่าธรรมเนียมแล้ว เจ้าของสามารถเลือกได้ว่าจะเอาสินค้าคืนเลย
หรือจะปล่อยไปสู่ขั้นตอนของหลุดประมูล
ของหลุดประมูลนั้น จะถูกลดราคาลง 5% ในทุกๆ ชั่วโมง
จนกว่าจะมีคนซื้อ โดยคนที่เสนอราคาจะได้ไปทันที โดยไม่ต้องประมูลแข่งกัน
เพราะงั้นเลยแข่งกันที่ความเร็วและความใจปลํ้ามากกว่า
เพราะถ้ามัวแต่รอให้ลดราคาไปจนถูกๆ แล้วค่อยซื้อ ก็จะโดนตัดหน้าไปซะก่อน
ในแง่ความดุเดือดแล้วตลาดของหลุดร้อนแรงกว่าเวทีประมูลซะอีก
“เข้าใจแล้วนะเอร่า อย่าตั้งแพงนักล่ะ
เดี๋ยวจะโดนค่าธรรมเนียมฟันเละเอา”
“อืมเข้าใจแล้ว”
“แล้วจะตั้งราคาเท่าไรคะ”
พนักงานที่รอกรอกราคาลงในใบรับรองเงยหน้าขึ้นมาถาม
“หนึ่งล้านรีล!”
“พึ่งบอกไปว่าอย่าตั้งแพง!”
ผมสับกะโหลกเอร่าทันที
“นี้ก็ถูกแล้วนะ! ดูสิมีลายเซ็นของฉันด้วย”
“เอาเถอะๆ แต่บอกก่อนนะถ้าขายไม่ออก เธอต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเองนะ
หักจากบัญชีเงินค่าขนม”
“อึก! อำมหิต!”
“นี้เธอเองก็คิดว่าจะขายไม่ออกด้วยไม่ใช่เหรอ!”
ผมยืนเถียงกับเอร่าอยู่จนไม่รู้ว่าข้างล่างมีแถวมาต่อเริ่มยาวแล้ว
พนักงานเลยต้องเร่งพวกผม สุดท้ายก็ตั้งไปที่หนึ่งล้านรีล
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น