ตอนที่ 53 ร้านประมูล
ตอนที่ 53 ร้านประมูล
หลังจากส่งเควสที่กิลแล้ว ผมก็มุ่งหน้ากลับบ้านทันที
ส่วนกระจกผมขายไปครึ่งเดียว อีกครึ่งจะเก็บไว้ไปให้ยูรินเผื่อจะใช้ทำอย่างอื่นต่อ
เพราะไม่ได้สู้แบบจริงจังเท่าไรนัก เลเวลเลยไม่ขึ้นมาเลย
เลเวลสกิลก็ด้วยนิ่งสนิทเลย ไม่ไหวแฮะ ชอบหลงวัตถุประสงค์อยู่เรื่อยเลย
แต่ทำรายได้พอสมควรล่ะ ขนาดขายไปแค่กระจกนะ
ยังได้มาเกือบหมื่นรีลเลย
ผมกลับมาถึงคฤหาสน์ช้ากว่าปกติ
เพราะผมเสียเวลาไปในดันลาลาพัสค่อนข้างนาน ตอนหลงไปหลงมานั้นแหละ
แต่พอเปิดประตูออก ผมก็ได้กลิ่นหอมลอยออกมา เลยตามกลิ่นเข้าไปถึงในครัว
แล้วผมก็ได้เห็นเดเม่กับโมอาช่วยกันเตรียมอาหารเช้าอยู่
“ขอโทษทีนะ กลับมาช้าไปหน่อย เลยต้องลำบากพวกเธอเลย”
“ยินดีต้อนรับกลับค่ะนายท่าน แล้วก็ลำบากอะไรกันคะ นี้มันหน้าที่พวกหนูอยู่แล้ว”
เดเม่ดูสดใสร่าเริงกว่าปกติแฮะ
สงสัยเพราะเมื่อคืนได้จัดการความกังวลใจออกไปหมดแล้วก็ได้
พอผมมองดูเมนูที่เดเม่ทำ รู้สึกจะเป็นข้าวสวยแฮะ โอ๋
หุงออกมาได้ดีเลยนี่น่า แล้วนั้นปลาย่างสินะ อืมๆ ซุปมิโซะที่โมอาทำก็หอมดี
เรียนรู้เร็วแฮะ พอเห็นแบบนี้แล้วผมก็หมดห่วง
เลยไปล้างหน้าและขึ้นไปปลุกทุกคนแทนเดเม่
ฟรานทำหน้าตกใจมากตอนลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นหน้าผม
เพราะคนที่มาปลุกทุกทีจะเป็นเดเม่
เธอรีบปัดผมให้เข้าที่และใช้แขนเสื้อเช็ดหน้าเช็ดตาใหญ่
ผมลูบหัวเธออย่างอดไม่ไหวเพราะความน่ารัก
จากนั้นผมก็ให้ฟรานไปปลุกคนอื่นไล่จากชั้นสามลงมา
ส่วนผมลงไปปลุกดาเซสกับเมยอา แต่จังหวะไม่ดีแฮะ
ตอนเข้าไปในห้องเมยอาเธอกำลังเปลี่ยนชุดอยู่พอดี แล้วนั้นอะไรอ่ะ
กางเกงในแบบถักเชือกสีดำ!!
“กรี๊ด!! ออกไปเจ้าคนลามก!!”
ผมโดนหมอนป่าใส่จนต้องรีบหนีออกมา แต่ไม่เป็นไร
บันทึกภาพไว้ในหัวเรียบร้อยแล้ว
เมื่อทุกคนลงมากันครบ
ผมก็ตัดสินใจให้กินข้าวเช้ากันให้เสร็จก่อนดีกว่า ค่อยแนะนำพวกคริสติน่าให้รู้จัก
ไม่งั้นเดี๋ยวอาหารจะเย็นซะก่อน
“ว้าว! เดเม่เป็นคนทำเหรอเนี่ย เหมือนกับที่ท่านโรมะทำเลย”
มิรินตาลุกวาวทันทีที่เห็นข้าวสวย
“ค่ะ รับรองว่ารสชาติเหมือนกันแน่นอน
หนูจดจำทุกอย่างที่นายท่านทำได้ไม่มีขาดตกแม้แต่นิดเดียวค่ะ”
เดเม่ดูจะมั่นใจมาก
แค่ผมมองดูก็รู้ว่าข้าวสวยของเธอนั้นสมบูรณ์แบบมาก เม็ดข้าวเองก็เรียงตัวสวย
ขนาดไม่ได้ใช้ไฟที่ผมเป็นคนจุดนะ ยังสามารถกะความร้อนได้อีก ยอดเยี่ยมไปเลยแฮะ
และพอเริ่มทานกัน ทุกคนก็ร้องชมเดเม่ทันที ผมเองก็ด้วย
“อืม อร่อยมาก”
“ขอบคุณค่ะ!”
เดเม่ยิ้มแก้มแทบปริเลย ผมเองก็พลอยยิ้มไปด้วย
“โมอาเองก็ยอดเยี่ยมเหมือนกันนะครับ ขนาดพึ่งเคยทำครั้งแรก
รสชาติของซุปก็ออกมากลมกล่อมมาก”
“ค่ะ! ได้เดเม่ช่วยบอกสูตรและวิธีทำให้อย่างละเอียด เลยทำได้ทันทีเลยค่ะ”
“ขะ ข้าวสวย เจ้าสิ่งนี้เรียกว่าข้าวสวยเหรอ ทะ
ทำไมมันนุ่มหอมได้ขนาดนี้เนี่ย แถมยิ่งเคี้ยวยิ่งอร่อย
ต่างจากข้าวที่ฉันเคยกินลิบลับเลย!”
ประโยคพูดของอาเดไลท์ผมรู้สึกคุ้นมากเลยอ่ะ
คนที่รับบทอธิบายให้ฟังก็คือดาเซสเจ้าเก่า บางครั้งฟรานก็จะช่วยเสริมเป็นบางจุด
แต่มิรินนี้ชอบ
ปลามากเลยแฮะ เคี้ยวงุบงับๆ ไม่พูดไม่จาเลย นี้เธอเป็นแมวเหรอ!
จริงๆ แล้วคนส่วนใหญ่จะใส่นํ้าชาในข้าวแล้วกินกัน
แต่ผมไม่ชอบทำแบบนั้น เพราะมันเหมือนดูถูกข้าวอย่างไงไม่รู้
แถมยังเป็นท่ากินที่ไร้มารยาทสิ้นดี ครั้งหนึ่งพี่สาวผมเคยทำแบบนั้นให้ผมเห็น
ผมเลยไม่ทำอาหารประเภทข้าวอีกเลย จนกระทั่งพี่ต้องยอมเลิกพฤติกรรมการกินแบบนั้นไป
แน่นอนผมจะไม่แสดงวิธีกินแบบนั้นให้พวกฟรานเห็นเด็ดขาด
ให้มันสูญพันธุ์ไปซะไอ้วิธีกินพรรคนั้น
เช้านี้เอร่าเรียกหาไอศกรีมเป็นของหวาน
แต่มื้อเช้าผมไม่มีเมนูของหวานให้ เดเม่เองก็รู้เรื่องนี้
เพราะกินหวานแต่เช้ามันไม่ดีต่อสุขภาพและจะทำให้ขี้เกียจไปตลอดวันด้วย
ผมเลยขู่ไปว่ากินทุกวันจะทำให้อ้วนเป็น
หมู เอร่าเลยรีบปิดปากไปทันทีเลย เห็นกินจุแบบนี้แต่ก็กลัวอ้วนสินะ
ใช่ สมควรกลัวหรอก กับคนอื่นผมยังใช้แยมขาวรักษาหุ่นให้ได้
แต่ยัยนี้กินแยมขาวผมไม่ได้ ถ้าอ้วนขึ้นมาล่ะก็ จบเลย
พอจบมื้อเช้าขณะที่ทุกคนมานั่งพักที่ห้องนั่งเล่น
ผมก็หยิบกระเป๋าออกมา ทุกคนมองตามมาทันที เพราะสงสัยว่าผมจะทำอะไร
ผมหยิบเอาการ์ดหมาเลโก้ออกมาก่อน
“ฟราน เอานี้ของฝาก”
“นี้นายท่านไปเสี่ยงอันตรายในดันเจี้ยนคนเดียวอีกแล้วเหรอคะ”
“ไม่ต้องห่วงหรอก ผมไม่ได้ฝืนตัวเองเลย
แค่ไปทีตัวเองสามารถเอาตัวรอดได้สบายๆ น่ะ”
“หมาเลโก้ ดันเจี้ยนลาลาพัสชั้นหนึ่ง นั้นมันอันตรายนะ
ยังจะบอกว่าไม่ต้องห่วงอีกเหรอ”
ดาเซสนี้สมเป็นนักผจญภัยเลเวลสูง รู้ด้วยว่าหมาเลโก้อยู่ที่ไหน
“โห! แค่สัปดาห์เดียวก็ไปเริ่มที่ชั้นหนึ่งลาลาพัสแล้วเหรอคะ!
ท่านโรมะจะพัฒนาเร็วไปแล้วหรือเปล่าเนี่ย”
มอเรียเองก็ทำท่าเป็นห่วงผมเหมือนกัน
“น่าๆ ผมไม่รีบเป็นอะไรไปหรอก
ผมยังอยากมีอะไรกับพวกเธอเยอะกว่านี้อีก”
เจอคำพูดตรงๆ แบบไร้ยางอายของผมเข้าไป ทุกคนเลยพากันหน้าแดงกันหมด
“งั้นหนูขอใช้เลยนะคะ”
“อืม”
ผมพยักหน้าแล้วดูฟรานใช้การ์ดจนมันแตกละเอียดไป
“แล้วก็ยังมีอีกนะ”
ผมเปิดกระเป๋าออกอีกครั้ง แล้วค่อยๆ หยิบเอาพวกไรโมดอลออกมาทีละตัว
“นี้มันไรโมดอล!”
ทุกคนที่รู้จักต่างลุกขึ้นตั้งท่าสู้ขึ้นมาทันที
“เดี๋ยวก่อนสิ พวกนี้เป็นสมาชิกใหม่นะ ผมไปชวนมาจากลาลาพัสเองเลย”
พอผมบอกทุกคนก็คลายความระวังลง พวกไรโมดอลดูจะเป็นฝ่ายกลัวซะเอง
เลยไปยืนกอดกันกลมซ่อนตัวอยู่ด้านหลังผม
“เอ๋? ชวนมา? นี้ท่านโรมะคุยกับมอนสเตอร์ได้ด้วยเหรอคะ”
มอเรียทำหน้าสงสัย
“อืม ได้เฉพาะบางพวกน่ะ”
“นี้มัน…ไม่ปกตินะคะ”
“อ่า ผมไม่ปกติล่ะ”
“ยอมรับหน้าตาเฉยเลยนะ”
เมยอาถอนหายใจใส่ผม สงสัยจะโกรธเรื่องเมื่อเช้าอยู่ ไม่สิ
คงรวมเรื่องเมื่อคืนไปด้วยแน่ๆ
จากนั้นพอคริสติน่าออกมาเป็นคนสุดท้าย
ทุกคนก็ต้องทำหน้าตกใจอีกครั้ง
“Raidไรโมดอล! อ่ะ ไม่สิ รู้สึกจะต่างไปนิดหน่อยนะ?”
ดาเซสจ้องใส่คริสตาน่าใหญ่
แต่คริสติน่าก็แนะนำตัวไปได้อย่างเหมาะสม
“ฉันชื่อคริสตาน่า เคยเป็น Raidไรโมดอล
แต่ตอนนี่ได้โรมะช่วยทำให้กลายเป็นออโตมาต้าไปแล้ว จากนี่จะอยู่ที่นี้
ขอฝากตัวด้วยนะ”
“สวัสดีค่ะ”
ทุกคนเห็นท่าทางมีมารยาทของคริสติน่าแล้ว เลยต้องคำนับให้ตามไปด้วย
“แล้วก็ จากนี้ไปถ้าพวกเธออยากจะได้ชุดอะไร
ก็ให้บอกพวกไรโมดอลได้เลยนะ”
“โห! สุดยอดเลยค่ะ”
มิรินคงคาดไม่ถึง ว่าผมจะเอาพวกมอนสเตอร์มาเป็นช่างตัดเสื้อประจำบ้านได้
“…สวัสดีค่ะ”
ฟรานพยายามเข้าไปทักไรโมดอลตัวหนึ่ง แต่เพราะสื่อสารกันไม่เข้าใจ
เลยไร้การตอบสนอง ว่าแล้วถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องอย่างไงก็ลำบากอยู่ดี
“เดี๋ยวนะฟราน ผมนึกอะไรออกแล้ว”
ผมหยิบม้วนผ้าออกมา และให้พวกไรโมดอลช่วยตัดเป็นแทบริบบิ้นแบบผูกข้อมือหรือพันรอบคอให้
จากนั้นก็ลงวงจรเวทไป และตอนใส่เวทผมนึกถึงสกิล Doll contact
และหวังว่ามันจะใช้ได้ พริบตานั้นก็รู้สึกมีอะไรเกิดขึ้นกับแทบผ้า
เลยลองใช้ตรวจสอบดู มันขึ้นมาว่าเป็นอุปกรณ์เวทที่มี Doll contact ติดอยู่ไปแล้ว
ผมเอาไปผูกที่ข้อมือของฟราน และให้เธอลองทักอีกฝ่ายดูใหม่
“สวัสดีค่ะ”
“สะ สวัสดีค่ะ”
ไรโมดอลตอบกลับมา ฟรานดีใจมากเลยเข้าไปกอดไรโมดอลตัวนั้นขึ้นมา
ระหว่างนั้นผมก็ทำอุปกรณ์เวทแปลภาษาเพิ่ม และใส่ให้กับทุกคน
“ไม่ชอบให้กอดหรือเปล่า”
ไรโมดอลไม่สามารถแสดงสีหน้าได้ ฟรานเลยถามออกไปเพราะความสงสัย
“เปล่า ชอบมากเลย พวกเราเป็นตุ๊กตาเลยต้องการสัมผัสจากเจ้าของ
เชิญกอดพวกเราได้ตามสบายเลยค่ะ”
“ดีจัง หนูฝันไว้ว่าอยากได้ตุ๊กตามาตั้งนานแล้ว ขอบคุณนะคะนายท่าน”
“อืม แต่ถึงพวกนี้จะเป็นตุ๊กตาแต่ก็มีความรู้สึกเหมือนพวกเรานะ
ทำอะไรก็นึกถึงความรู้สึกอีกฝ่ายด้วย”
“ค่า!”
“พวกเธอชอบดื่มนํ้าชาไหม”
อาเดไลท์เข้าไปคุยกับพวกไรโมดอลดูบ้าง
“ชอบๆ”
พวกไรโมดอลยกมือกันใหญ่
เลยมีส่วนหนึ่งเดินตามอาเดไลท์ออกไปปูเสื่อตั้งวงนำชากันที่สวน
ถึงพวกไรโมดอลจะดื่มกินไม่ได้ แต่พวกนี้กินเอาความรู้สึกร่วมเข้าไปแทน
อย่างแค่ไปนั่งร่วมวงนํ้าชาด้วย พวกนี้ก็จะได้ความรู้สึกเหมือนได้กินได้ดื่มจริงๆ
พริบตาเดียวไรโมดอลทั้งหมดก็ถูกสาวๆ พาตัวไปกันหมดแล้ว
ท่าทางจะเข้ากันได้ง่ายกว่าที่คิดอีกแฮะ แถมไม่ถึงครึ่งวัน
ไรโมดอลทุกตัวก็มีชื่อกันหมดแล้ว แต่ผมจำไม่ไหวหรอก
ส่วนคริสติน่าไปติดหนึบกับยูริน
แล้ว แถมขนาดตัวยังพอๆ กันอีก สุดท้ายก็กลายเป็นลูกมือของยูรินไป
ผมเคลียร์ห้องที่ชั้นหนึ่ง
ซึ่งเป็นห้องเก็บโต๊ะเก้าอี้ที่ไม่ได้ใช้ ผมขนมันไปไว้นอกบ้าน
และฝากให้ยูรินช่วยสร้างห้องเก็บของไว้ที่ด้านหลังบ้านเพิ่มให้หน่อย
ยูรินไม่บ่นเรื่องที่ผมชอบโยนงานให้เธอตลอด
แถมยังออกจะชอบที่ได้สร้างนู้นสร้างนี้ด้วย
ส่วนห้องเดิมที่ใช้เก็บโต๊ะเก้าอี้ ผมก็ยกให้พวกไรโมดอล
เป็นWorkshop ตัดเสื้อของพวกเธอไป
พลางเอาม้วนผ้าและอุปกรณ์ตัดเย็นออกมากองไว้ที่มุมหนึ่งของห้อง
ตอนนี้ในบ้านไม่ว่าพวกฟรานจะเดินไปไหน ก็จะมีไรโมดอลเดินตามไปด้วย
ไม่ก็กำลังถูกอุ้มอยู่ บรรยากาศดูสดใสขึ้นมากทีเดียว
ส่วนผมก็เอาหน้ากากมาใส่ตามเดิมแล้ว
เพราะพลังชาร์ตเต็มตอนกลับมาถึงพอดี สาวๆ ไม่มีใครว่าอะไรหรอก
ทำเหมือนปกติทุกอย่าง ค่อยโล่งอกหน่อย
วันนี้ผมคิดว่าจะไม่ไปลงดันเจี้ยนเพื่อหลบหน้าพวกเนปฟ่า
แถมตอนนี้ยังเช้าอยู่ แต่ไม่มีอะไรทำเลยว่างสุดๆ ผมเลยชวนยูรินไปร้านประมูลด้วยกัน
ตอนแรกว่าจะให้เดเม่ขับรถม้าไปให้ แต่เจ้าตัวบอกจะอยู่ทำมื้อเที่ยงรอผม
เลยให้ดาเซสไปแทน ฟรานก็ไม่ต้องถาม ผมไปไหนเธอไปด้วยอยู่แล้ว
มอเรียเองก็ออกไปทำงานแต่เช้าแล้ว
มิรินเองก็ยุ่งอยู่กับการจัดหนังสือในห้องสมุดกับเมยอาและเหล่าไรโมดอล
ส่วนโมอาก็อยากจะจัดสวนให้เสร็จในวันนี้เลย เพราะมีพวกไรโมดอลช่วยอีกแรง
ดอเรียเองก็กำลังจัดคลังแสงอยู่และขออาวุธของพวกผมไปบำรุงรักษาให้อีก
เลยไม่ได้มาด้วย
คนที่ตามมาด้วยเลยเป็นอาเดไลท์ที่อยากจะไปเปิดหูเปิดตาดูการประมูล
กับเอร่าที่จะตามออกไปเที่ยวเล่นเอาสนุก
ร้านประมูลนั้นอยู่ทางทิศใต้ของเมือง
เลยเสียเวลาเดินทางนานกว่าปกตินิดหน่อย แล้วผมก็พกเงินมาด้วยพอสมควร
เผื่อเจออะไรน่าสนใจจะได้ประมูลมาเลย แต่หลักๆ ที่จะประมูลก็คือคริสตัลวิญญาณล่ะนะ
ว่าจะซื้อไปกักตุนไว้มากหน่อย ทุนที่เอามาด้วยเลยมี 50ล้านรีล
ก็เป็นส่วนที่เหลือจากการได้ส่วนลดของอาเดไลท์มา
ร้านประมูลนั้นเป็นอาคารใหญ่ที่กินเนื้อที่ทั้งช่วงตึกในแถบนั้นทั้งหมด
เรียกว่ากว้างใหญ่สุดๆ ทางเข้าจะมีแจกแผนที่บอกโซนต่างๆ
เพราะที่นี้มีตั้งแต่โซนจัดแสดงสินค้า โซนประมูล โซนของหลุดประมูล โซน
แลกเปลี่ยน โซนร้านอาหาร และอีกหลายๆ อย่าง แถมในแต่ละวัน
จะมีตารางเวลาที่ใช้ในการประมูลแต่ละรอบบอกไว้ด้วย ตอนนี้พึ่งจะเก้าโมงเช้า
ประมูลรอบแรกจะเริ่มตอนสิบโมง พวกผมเลยยังมีเวลาอยู่พอสมควร
เลยพากันไปเดินดูที่โซนจัดแสดง
แต่ไม่ว่าจะเดินไปไหน กลุ่มผมก็ตกเป็นเป้าสายตาตลอด เพราะแค่ฟราน
อาเดไลท์กับเอร่าเดินด้วยกันก็โคตรเด่นเลย
ดาเซสเองก็ดึงดูดความสนใจไม่น้อยในมาดอัศวินสาว
ส่วนยูรินถึงจะน่ารักแต่ก็โดนรัศมีสามคนด้านบังหมด
เลยเดินอยู่กับผมที่ด้านหลังแบบไม่เป็นที่สนใจนัก
ที่โซนจัดแสดงสินค้า ส่วนใหญ่กว่าครึ่งที่เอามาโชว์
ล้วนเป็นทาสทั้งนั้น ตรงนี้ถ้าถูกใจก็จะสามารถซื้อได้เลย
สินค้าที่มีจำนวนลองลงมาก็คือพวกอาวุธเครื่อง
ป้องกันที่หายาก เป็นของที่ได้จากดันเจี้ยนระดับสูง
ส่วนที่มีน้อยสุดแต่ว่าราคาแพงสุดก็คืออุปกรณ์เวทมนต์ ตอนเดินๆ ดู
ผมก็เหลือบไปเห็นมือถือที่ผมหลอกขายไปตอนมาที่เมืองนี้ครั้งแรกด้วย
ราคาที่ตั้งแสดงไว้คือ 1,000 ล้าน!! นี้ราคาดีดตัวขึ้นไปเป็นเท่าหนึ่งแล้วเหรอ!
แต่ว่ามันใช้ไม่ได้แล้วนี้ แค่ดีไซน์แปลกตาเท่านั้นแหละ คงมาตั้งหลอกขายอีกต่อแน่ๆ
ระหว่างเดินๆ อยู่ก็มีคนมาสะกิดเรียก เพื่อติดต่อขอซื้อทาสของผม
โดยเฉพาะฟรานที่มีคนเสนอราคาให้ถึง 200ล้านรีล ซึ่งเป็นค่าตัวทาสที่แพงสุดในประวัติการณ์เลย
ตอนแรกที่ได้ยินราคาที่เสนอให้ ฟรานถึงกับหน้าซีดเพราะกลัวผมจะตกลงขายเธอ
แต่ผมตอบไปทันทีแบบไม่ต้องคิดว่าอย่างไงก็ไม่ขาย ทาสของ
ผมไม่ว่าคนไหนก็ไม่ได้มีไว้ขาย
ฟรานเลยยิ้มออกแล้วเข้ามากอดแขนผมไว้แน่น
พอเดินๆ ดูสักพัก ผมก็เจออันที่ผมสนใจ ทาสล่ะ
เธออยู่ในกรงขนาดเล็กที่ไม่ค่อยมีคนสนใจ แต่ที่เรียกความสนใจจากผมได้ในตอนแรกก็คือ
ปลายหางสีเงินที่ยื่นออกมาจากกรง พอผมก้มลงไปมอง ก็เห็นสาวน้อยวัยประมาณ 5-6
ขวบที่มีใบหูสีเงินตั้งขึ้นมาบนเรือนผมสีเดียวกัน
แถมยังมีหางฟูฟ่องดูนุ่มนิ่มอีกเก้าหาง จิ้งจอกเก้าหางล่ะ! แถมราคาแค่ 1000 รีลเอง
ทำไมถูกจังฟ่ะ ออกจะน่ารักน่ากอดจะตาย!
ผมสงสัยมากเลยตรงเข้าไปถามพ่อค้าทาสที่เป็นเจ้าของทันที
คำตอบที่ได้คือ พ้นวันนี้ไป เจ้าจิ้งจอกเก้าหางตัวนี้ก็จะตายแล้ว
สำหรับคนที่จะซื้อไปก็แค่เอา
ไปเล่นสนุกวันเดียวแล้วทิ้งเลย แถมยังเด็กเกินไป
ราคาเลยตกลงมาถึงขนาดนี้
จิ้งจอกเก้าหางนั้นเป็นบอสของดันเจี้ยนป่า
แต่ตัวที่จับมาได้นั้นเป็นบอสใหม่ที่พึ่งเกิด เลยยังมีอายุน้อยและไม่มีพลังอะไร
ทว่ามอนสเตอร์ในดันเจี้ยนนั้น ถ้าออกมาข้างนอกก็จะต้องตายภายในสองถึงสามวัน
เพราะขาดพลังที่ได้จากดันเจี้ยน โดยเฉพาะจิ้งจอกเก้าหางนั้นเป็นมอนสเตอร์ที่ต้องการกินพลังชีวิตที่เข้มข้นอยู่ทุกวัน
โดยไม่รอช้าผมตัดสินใจซื้อทันที หางพวกนั้นมันน่ากอดจะตายไป
อย่างไงก็ไม่ปล่อยไปแน่ แต่พอจ่ายเงินแล้วทำพันธะทาสเสร็จ
ผมก็สังเกตเห็นว่าเธอตัวผอมมาก แก้มซูบตอบดวงตาไร้แววด้วย คงใกล้ถึงขีดสุดแล้วมั่งเผลอๆ
ไม่น่าพ้นวันนี้
เดี๋ยวนะ รู้สึกว่าจะมีให้เช่าห้อง VIP ด้วย
ผมเปิดเรดาร์ขึ้นมาและหาตำแหน่งห้องที่ว่า ซึ่งก็มีจริงด้วย
ผมจึงเรียกทุกคนมารวมกัน แล้วตรงไปที่ห้องนั้น ค่าเช่าห้อง VIP
คือชั่วโมงล่ะ 2,000 รีล ผมจ่ายไปทันทีสำหรับสามชั่วโมง ที่นี้เป็นห้องใหญ่ที่ติดกระจกลงไปมองการประมูลด้านล่างได้
แถมยังร่วมประมูลผ่านห้องนี้ด้วย ความกว้างจุได้ประมาณสิบคน
มีโซฟาและมีบริการเครื่องดื่มฟรี
พอมาถึงผมก็อธิบายเรื่องแม่หนูจิ้งจอกเก้าหางนี้ให้ทุกคนฟังทันที
และไม่ต้องอธิบายให้มากความ ทุกคนรู้ว่าผมจะทำอะไร
ยูรินกับฟรานเลยตรงเข้ามาถอดกางเกงผมทันที
ช่วงแรกฟรานใช้ปากดูดให้ผม
จากนั้นยูรินก็ถอดกางเกงในออกมาแล้วครอบใส่พร้อมกับชักว่าวให้
ฟรานเลยเปลี่ยนไปดูดไข่ผมเล่นแทน อาเดไลท์ชินแล้วล่ะมั่ง
เลยนั่งลงดูอย่างสนใจแต่ไม่ถามอะไร ส่วนเอร่ากับดาเซสทำท่าเหมือนอยากจะช่วยตัวเองเต็มแก่แล้ว
พอผมจะแตกก็รีบลุกขึ้น
ปรับขนาดดุ้นแล้วแทงเข้าไปในปากของแม่หนูจิ้งจอกเก้าหางทันที
ผมแทงจนสุดลำจนดุ้นลงไปในคอเธอ ผมอยากจะให้แน่ใจว่าเธอจะกินมันลงไปให้หมด
ผมปล่อยนํ้าเชื้อออกไปแบบเต็มที่
เพราะไม่มีอะไรที่จะมีพลังชีวิตมหาศาลมากไปกว่านํ้าเชื้อผมอีกแล้ว ผมดึงดุ้นออกมา
แม่หนูจิ้งจอกเก้าหางก็สำลักออกมานิดหน่อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองผม
“เป็นไงบ้าง รู้สึกดีขึ้นไหม”
ผมถามไปแต่ก็รู้คำตอบได้ด้วยการมองดูตัวเธอ
ที่ตอนนี้เริ่มกลับมามีเนื้อมีหนังและสีหน้าดูสดใจขึ้น ได้ผลจริงๆ ด้วย
“ตะ ตะกี้ให้หนูกินอะไรไปเหรอคะ
มันให้พลังชีวิตที่มหาศาลมากกว่าในดันเจี้ยนตั้งหลายเท่าเลย”
ถ้าจำไม่ผิด เผ่าพันธุ์จิ้งจอกเก้าหาง เป็นพวกที่มีภูมิปัญญาสูง
สามารถพูดได้หลายภาษารวมถึงภาษามนุษย์ด้วย คุยกันได้แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย
“ที่ให้กินไปคือนํ้าเชื้อของผมเองล่ะ”
“นะ นํ้าเชื้อ!!”
พอพึ่งรู้ตัวว่ากินอะไรลง
เธอก็ทำหน้าเหมือนอยากจะอาเจียนออกมาทันที
“นี้ทำไมต้องให้เธอกินนํ้าเชื้อนายด้วยล่ะ”
อาเดไลท์เองก็ไม่เข้าใจ
“นํ้าเชื้อของนายท่านเป็นยาค่ะ รักษาได้ทุกอย่าง”
ฟรานช่วยอธิบายให้
“จริงเหรอ!”
อาเดไลท์ตกใจจนก้มลงมองดุ้นผมที่ยังแข็งสู้ชีวิตอยู่ตลอดเวลา
เดี๋ยวนี้เธอมองดุ้นผมตรงๆ โดยไม่อายแล้วแฮะ
“นี้หนูเป็นทาสของคุณแล้วสินะคะ”
เหมือนจะพึ่งรู้ตัวเธอแตะไปที่คอตัวเองที่มีพันธะทาสติดอยู่
“ใช่แล้วล่ะ ว่าแต่เธอมีชื่อว่าอะไรเหรอ ผมชื่อโรมะ”
“ชื่อ?? ไม่มีหรอกค่ะ แต่ทุกคนเรียกหนูว่า พญาจิ้งจอกเงินเก้าหางเก้าตะวันเก้าจันทรา”
“ยาวไป! งั้นผมตั้งชื่อให้เอง อืม…กิน จากนี้ไปเธอชื่อว่ากิน
ผมตั้งตามสีผมที่เป็นสีเงินของเธอล่ะนะ”
“กิน…ชื่อของหนู ขอบคุณมากค่ะเจ้านาย”
“ไม่เป็นไร แล้วตอนนี้เป็นอย่างไงยังหิวอีกไหม”
“ถ้าได้กินอีกหน่อยก็คง…อ่ะ ไม่ค่ะ! หิวแล้วค่ะ”
พอกินนึกได้ว่าที่ตัวเองกินคือนํ้าเชื้อผม เลยรีบปฏิเสธทันที
“ไม่ต้องเกรงใจน่า ถ้าเธอท้องว่างจนตายไปล่ะก็ คนที่ลำบากคือผมนะ”
รอบนี้ผมให้ดาเซสเข้ามาทำให้บ้าง
เธอดูดดุ้นผมอย่างเอาเป็นเอาตายมาก เธอดูดแรงจนแก้มตอบเข้ามาและปากยื่นติดหนังดุ้น
ใบหน้าตอนนี้ดูโคตรลามกเลย ไม่เหลือมาดอัศวินสาวสุดเท่ห์ตะกี้เลยสักนิด
ส่วนอาเดไลท์หันไปถามฟรานว่าทำไมต้องเอาดุ้นผมเข้าปากด้วย ฟรานเลยตอบไปสั้นๆ ว่า
“เพราะมันทำให้นายท่านมีความสุขค่ะ”
จากนั้นฟรานก็มายืนบนที่วางแขน กางขาออกแล้วค่อมหน้าผมไว้
ถลกกระโปรงขึ้นแล้วให้ผมดมสามเหลี่ยมแห่งความลับของเธอ
ช่างรู้งานอะไรเช่นนี้เพราะกลิ่นของฟรานมันกระตุ้นให้ผมเสร็จเร็วขึ้นอีก
พอผมจะเสร็จยูรินก็เข้าไปล็อคตัวกินเข้ามา
แล้วให้อ้าปากอมดุ้นผมเข้าไปแทนอาเซส ผมฉีดนํ้าเชื้อใส่ปากเล็กๆ ของเธออีกรอบ
แต่พอเข้าปากเท่านั้น ท่าที
ขัดขืนของกินก็หายไปทันที เธอจับดุ้นผมด้วยสองมือ
แล้วดูดนํ้าเชื้อผมไปอย่างหิวกระหายจนไม่เหลือสักหยด พอเธอดึงปากออกมา
ผมก็สังเกตเห็นว่าผมของกินเริ่มเปล่งประกายออกมาราวกับมีออร่าเลย
“ละ เหลือเชื่อ พลังเพิ่มขึ้นมามหาศาลเลยค่ะ”
“งั้นก็ดีล่ะ เอานี้จะแนะนำให้รู้จักคนที่เหลือนะ”
ผมแนะนำให้กินรู้จักกับพวกฟราน ซึ่งพอรู้จักกันแล้ว
ทุกคนก็พุ่งเป้าไปที่หางที่โบกไหวๆ อย่างน่ารักนั้นทันที อ้าวเฮ้ย!
ผมเล็งไว้ก่อนแล้วนะ โดนแย่งไปซะแล้ว กินดูเขินๆ
แต่ก็ยอมให้ทุกคนจับและเอาหน้าเข้าไปถูเล่นกับหางของเธอ
เรื่องชุดนี้ไว้กลับไปให้พวกไรโมดอลจัดการล่ะกัน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น