ตอนที่ 43 การประลองที่ร้อนระอุ

ตอนที่ 43 การประลองที่ร้อนระอุ
อืม พอเริ่มมีคนเยอะขึ้น ก็เริ่มจ่ายงานได้เหมาะกับคนมากขึ้นแล้ว
“วันนี้จะไปหาคุณปลากันไหมคะนายท่าน”
ฟรานเข้ามาถามแถมเตรียมอาวุธไว้พร้อมแล้ว สงสัยอยากกินราเม้งอีก
“ไม่ล่ะ วันนี้จะไปลงดันเจี้ยนกันแค่ตอนบ่าย แต่ฟรานจะไปเล่นที่นํ้าตกก็ได้นะ”
“ถ้านายท่านไม่ไป หนูก็ไม่ไปค่ะ”
อยากให้ฟรานตามใจตัวเองกว่านี้เหมือนกันนะ วันนี้เดเม่ต้องขับรถม้าพาโมอาไปซื้อดอกไม้ในเมือง พอไม่ต้องสอนหนังสือฟรานเลยว่าง ก็อยากจะให้เธอไปวิ่งเล่นข้างนอกมากกว่ามาหมกตัวอยู่แต่ในบ้านนะ แต่ผมก็ไม่อยากบังคับให้เธอทำอะไรที่เธอไม่อยากทำหรอก เพราะผมชอบที่เห็นเธออยู่ใกล้หูใกล้ตาเหมือนกัน
ผมขึ้นห้องมาพร้อมกับให้มิรินตามมาด้วย แต่พอปิดห้องมิรินก็เริ่มถอดเสื้อผ้าทันที ผมเลยต้องรีบห้ามไว้ เพราะไม่ได้เรียกมาทำลูกกัน แต่จะให้เธอช่วยเรื่องทำอุปกรณ์เวทต่างหาก
อุปกรณ์อย่างแรกที่จะทำคือ กรอบใส่คอเลกชั่นของผม เมื่อคืนผมถามมอเรียเกี่ยวกับกระเป๋านักผจญภัยดู จากที่ผมคิดว่ามันคงลงเวทไว้สองอย่าง แต่กลับคิดผิด เพราะมันใส่ไว้เวทเดียว คือ Stop เป็นเวทที่ปกติไว้หยุดเป้าหมายในชั่วอึดใจ พอมาใส่ลงกับวงจรเวท เลยทำให้หยุดสภาพของทุกอย่าง
ที่ใส่เข้าไปได้ ผมก็จะใช้หลักการนั้นทำกรอบใส่คอเลกชั่นเหมือนกัน
อ้อ ส่วนที่กระเป๋าใส่ของขนาดใหญ่ได้ เป็นเพราะหนังที่มาใช้ทำมีคุณสมบัติปรับขนาดวัตถุได้ ส่วนรายละเอียดนั้นเป็นความลับของผู้คิดค้นมันขึ้นมาอยู่
ผมลอกสูตรวงจรเวทของกระเป๋ามาใส่ด้านหลังกรอบรูป ที่ประกอบขึ้นเอง เมื่อวานตอนไปซื้อตะเกียงก็ไปหามา แต่ไม่เจอ โดยเฉพาะกระจกเป็นสินค้าที่ไม่มีขาย ผมเลยต้องให้ยูรินทำให้ ดีที่เธอรู้วิธีทำ
แล้วก็ให้มิรินใส่เวท Stop ลงไป จากนั้นผมนำกางเกงในของเทพเมดิซออกมาจากกระเป๋า มันยังอุ่นๆ อยู่เลย ตรงเป้าก็ยังมีนํ้าเยิ้มอยู่ ผมรีบเอามันใส่เข้าไปในกรอบกระจกทันที ได้ผล! สภาพของกางเกงในลามกของเทพสาวบริสุทธิ์ที่เปียกนํ้าเงี่ยนถูกหยุดนิ่งในสภาพเดิมเหมือนตอนใส่
ในกระเป๋า เพียงแต่ตอนนี้ผมสามารถเชยชมมันได้ตลอดเวลา
ผมทำออกมาอีกหลายอันเผื่อในอนาคตด้วย และไม่ลืมเอากางเกงในของคายุนที่เป็นคอเลกชั่นชิ้นแรกมาใส่ แต่กลิ่นมันจางลงไปแล้ว ช่วยไม่ได้แค่นี้ก็โอเคแล้ว
มิรินงอนผมนิดหน่อย ที่ไม่เอากางเกงในของเธอเข้าคอเลกชั่นด้วย แต่พอผมบอกไปว่าก็ของมิรินมันต้องไว้ออกศึกนี้ ขืนเอามาแขวงไว้เฉยๆ ก็เสียดายแย่ เธอเลยกลับมาอารมณ์ดีได้
แต่นี้แค่งานชิ้นแรก ผมยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำเลย
งานชิ้นที่สอง คือปรับปรุงตะเกียง ผมนำวงจรเวทที่หมุนเวียนเวทใช้งานแบบเดียวกับกระเป๋านักผจญภัยมาใช้กับตะเกียง ซึ่งมันได้ผล ตะเกียงจะให้แสงสว่างได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องเติมเวทแสงเข้าไปใหม่ ผมเลยทำการผลิตจำนวนมากทันที โดยให้ฟรานช่วยเข้าไปติดไว้ในห้องทุกห้องของบ้าน
ตามทางเดิน ตามห้องชั้นล่างทุกห้อง ติดไว้ที่นํ้าพุ ติดไว้ที่หน้าประตู และในอนาคตผมจะติดไว้ที่กำแพงและสวนด้วย แต่ด้วยที่ต้องทำเยอะ เลยทำให้มิริน Mp หมด ผมเลยให้เธอพักก่อน ส่วนผมไปทำงานชิ้นที่สามต่อ ซึ่งต้องให้ยูรินช่วย
ยูรินวันนี้ยังคงอยู่ที่เดิม แต่เธอผลิตอิฐได้เป็นจำนวนมากแล้ว จนเรียงเป็นตั้งๆ อยู่ข้าง Workshop มันเยอะจนเผลอคิดไปว่ายูรินจะสร้างกำแพงเมืองหรือไง
พอเธอสังเกตผมก็เดินเข้ามาเองทันที ถึงหน้าจะไม่ยิ้ม แต่ผมกลับรู้สึกว่าเธอกำลังอารมณ์ดีมาก คงเพราะเมื่อวานได้ดื่มเหล้าล่ะมั่ง
ผมนำแบบแปลงออกมา แล้วให้ยูรินลองดูว่าทำได้ไหม
“ขอยี่สิบนาที”
เฮ้ย เร็วแบบนั้นเลยเหรอ!
จะไม่ให้ตกใจได้ไง ที่ผมให้ยูรินทำน่ะ คือท่อแอร์ที่จะต่อไปทุกจุดของคฤหาสน์เลยนะ ว่าไงดีล่ะ แบบว่ามันร้อนอ่ะ ยิ่งตอนคํ่าๆ ที่พวกเราเล่นเซ็กส์หมู่กัน ตอนนั้นอ่ะร้อนสุดๆ เลย ฉะนั้นแอร์จำเป็นมาก
แต่เพราะต้องมีการติดตั้งไว้บนเพดานด้วย เลยต้องให้ดาเซสวางมือจากงานก่อกำแพง และให้เข้ามาช่วยผมกับยูริน
พอมิรินฟื้นพลังเวทได้แล้ว ผมก็ให้เธอใส่เวทลดอุณหภูมิแบบคงที่ไว้ที่ 23 องสา ใส่ไว้ในลูกแก้ว จากนั้นผมก็นำลูกแก้วใส่ไปในท่อแอร์ที่เชื่อมต่อไปจุดต่างๆ ของบ้าน ความเย็นก็จะแผ่กระจายไปทั่วบ้านแล้วคราวนี้ หลังจากรอไปสักพักหนึ่ง…เย็นสะใจสุดๆ ทุกคนถึงกับอึ้งไปกับผลงานชิ้นนี้ แต่พอมีท่อเหล็กติดไว้บนเพดานทั่วบ้านมันดูไม่สวยเลย ไว้เดี๋ยวค่อยหาอะไรมาแปะทับหรือทาสีกลบอีกที
แต่ตอนนี้ก็ไม่ต้องทนร้อนกันแล้ว
ยังๆ ผมยังมีไอเดียอีกอย่าง เลยทำอุปกรณ์เวทชิ้นที่สี่ต่อทันที ซึ่งมันก็คือตู้แช่แข็งที่ผมจะไว้ทำไอศกรีม
หลักการก็เหมือนแอร์ แต่เป็นตู้ปิดทึบและเพิ่มความเย็นของเวทมนต์ที่ใส่ลงไป แล้วไหนๆ จะทำแล้ว ผมเลยทำออกมาอีกตู้ โดยความเย็นจะแตกต่างกัน ตู้สองนี้ผมใส่ความเย็นไว้เพื่อแช่พวกนํ้าดื่มที่เป็นขวดๆ เพื่อใครกลับมาเหนื่อยๆ จะได้ดื่มนํ้าเย็นๆ ให้ชุ่มปอด ส่วนพวกอาหารแช่แข็งไม่จำเป็น เพราะเก็บไว้ในกระเป๋าดีกว่า เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว
จากนี้ไปกลางวันทุกคนก็ไม่ต้องทนร้อน กลางคืนก็จะมีแสงสว่าง และผมจะได้ทำไอศกรีมสักที
แต่ดูเหมือนว่าแอร์จะทำให้คนบางคนเสียนิสัยแล้วสิ ยัยเอร่านี้พอติดแอร์แล้ว ก็เอาแต่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาที่ห้องนั่งเล่น ไม่ยอมลุกไปไหนเลย เอาเถอะ คิดว่าเลี้ยงแมวไปก็แล้วกัน
แถมพอทำทุกอย่างเสร็จ เลเวลอุปกรณ์เวทของผมก็ขึ้นมาเป็นสองเลย…เฮ้ย! เอาจริงดิ ไหนว่าขึ้นเป็นเลเวลสองยากจนแทบเป็นไปไม่ได้ไง…อย่างไงก็เก็บไว้เป็นความลับก่อนล่ะกัน ตอนนี้ไม่มีอะไรที่ต้องการเพิ่มแล้วด้วย
“นายท่านคะ มีแขกมาหาค่ะ”
ฟรานเข้ามาตามผมที่กำลังยืนชื่นชมตู้เย็นในห้องครัวอยู่
“ใครเหรอ?”
“ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลยค่ะ แต่ตะโกนเรียกนายท่านมาตั้งแต่ตะกี้แล้ว”
“มาหาเรื่องเหรอ? พวกไหนอีกล่ะเนี่ย”
ผมเดินออกไปแบบเซ็งๆ โดยมีทุกคนตามหลังมา ดาเซสเตรียมพร้อมรบเต็มทีเชียว
พอออกมาที่หน้าบ้าน ก็เจอ…เซนทอร์ล่ะ ครึ่งคนครึ่งม้าเซนทอร์!
แต่นั้นไม่ใช่เรื่องน่าแปลก แต่เซนทอร์ที่อยู่ตรงหน้าผม เป็นเซนทอร์สาวสวย ไว้ผมทรงหางม้า แถมส่วมชุดกิโมโนพกดาบคาตานะแบบซามูไรด้วย!!!
“ข้ามาหาชายผู้มีอาวุธในตำนานโรมะ! ปรากฏตัวออกมาซะ!”
เสียงเธอค่อนข้างห้าว แต่นํ้าเสียงยังดูหญิงสาวไร้เดียงสาอยู่ ว่าแต่ตะกี้นี้มัน…ฉายาตูนี้หว่า
ผมหยิบบัตรออกมาดู แล้วไอ้ฉายาบ้าบอคอแตกนั้นก็ยังปรากฏอยู่บนบัตร ผมเลยถอนหายใจและเข้าไปหาเซนทอร์สาว
“มีธุระอะไรเหรอครับ”
“เจ้าเหรอโรมะ! ข้าคือดอเรีย นักสะสมอาวุธดอเรีย จงมาดวลกับข้าซะดีๆ”
“เอ่อ เดี๋ยวนะ อาวุธที่คุณอยากได้นี้คือ”
“ก็อาวุธในตำนานที่เจ้ามีไงล่ะ!”
พรืด!!
ฟรานแอบหัวเราะล่ะ ดูเหมือนจะคิดออกเป็นคนแรก ไม่แปลกเพราะไปกิลบ่อยๆ คงได้ยินเรื่องฉายาผมมาบ้างแล้ว
“อ่า จะเอาจริงเหรอ?”
“ถ้าข้าไม่เอาจริง จะมาหาเจ้าถึงนี้ทำไม!”
“เข้าใจแล้วครับ งั้นเชิญมาเอาไปได้เลย”
ผมถอดกางเกงลง พร้อมกับโชว์ดุ้นที่ตั้งตรงพร้อมสู้
โครม!
ขาอ่อนจนล้มไปแล้วล่ะ เอ่อ พึ่งเคยเห็นม้าล้มก็วันนี้แหละ
“จะ จะ จะ เจ้าจะเอาไอ้ของสกปรกแบบนั้นออกมาให้ข้าดูทำไม!!!”
“อ้าว ก็นี้ไงอาวุธในตำนานของผม นี้มาโดยไม่รู้เรื่องอะไรเลยเหรอ?”
“มะ ไม่จริงน่า!”
“ไม่เชื่อก็ไปถามที่กิลสิครับ”
“นี้ข้าโดนหลอกหรือเนี่ย!”
“แทนที่จะบอกว่าโดนหลอก ผมว่าคุณไม่ได้ศึกษารายละเอียดของข้อมูลให้ดีก่อนมากกว่านะ”
“…ขออภัย เป็นความผิดของข้าเอง”
ดูเหมือนจะไม่ใช่คนที่คุยไม่รู้เรื่องแฮะ แถมน่าตาสวยแบบคนญี่ปุ่นด้วย สาวม้าที่ไว้ผมหางม้าเหรอ?
“ไม่เป็นไรครับ งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะ”
แต่ตอนที่พวกผมกำลังจะกลับเข้าบ้านกัน ดอเรียก็ตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง
“เดี๋ยว! อาวุธนั้น!”
เธอชี้ไปที่ดาบของดาเซส
“ดาบมัจฉาทำไมเหรอครับ?”
“ใช่จริงๆ ด้วย ดาบของชาวมัจฉาที่ว่าหายสาบสูญไปแล้ว ดาบที่มีอยู่แค่ในเรื่องเล่า มาอยู่ที่นี้ได้อย่างไง?”
“…คงไม่ใช่อยากได้หรอกนะครับ”
“อยากได้สิ! ขอร้องล่ะ มาประลองกับข้า ข้าขอเอาดาบอินายูชิเล่มนี้เป็นเดิมพัน”
ดอเรียหยิบดาบคาตานะเล่มหนึ่งออกมาปักลงบนพื้น ยูรินรีบเข้ามาจับแขนผมไว้ทันที
“หนึ่งในสามดาบพิฆาต ขึ้นชื่อเรื่องความคมขนาดฟันเกราะเหล็กกล้าขาดเป็นสองท่อนได้ในดาบเดียวเลย”
“ของดีขนาดนั้นเลยเหรอ”
“อืม ดี แถมคนที่ตีมันขึ้นมาก็ตายไปแล้ว วิธีสร้างเลยสาบสูญไปด้วย อีกสองเล่มก็หักไปตอนสู้กับขุนพลปีศาจ
ตอนนี้เลยเหลือเป็นเล่มสุดท้ายแล้ว ราคาตอนนี้ไม่สามารถประเมินได้เลย”
เอาไงดีล่ะ ดาบมัจฉาน่ะแค่ลงไปล่าอาร์มฟิชก็ได้มาล่ะ แต่ว่าเราให้ดาเซสไปแล้วไม่สมควรเอาคืน ความรู้สึกสำคัญกว่าคุณค่า หรือจะเอาของเราแทน อ่ะ ถ้าดอเรียรู้ว่าเป็นดาบโหลที่หาได้เรื่อยๆ มีหวังไม่ยอมเดิมพันแล้วด้วยแน่ แต่ระหว่างที่คิดอยู่นั้น ดาเซสก็เดินมาอยู่ข้างผมแล้ว
“เอาดาบของฉันไปเดิมพันเลยค่ะนายท่าน ฉันไม่คิดว่านายท่านจะแพ้หรอก”
“เอาอะไรมามั่นใจขนาดนั้นน่ะ”
“เพราะนายท่านจะไม่ยอมให้ฉันต้องเสียความรู้สึกที่ต้องเสียดาบเล่มนี้ไปเด็ดขาด”
ดาเซสนี้ดูเหมือนบ้าๆ บอๆ แต่ก็มีบางแง่มุมที่คิดอะไรลึกซึ้งเหมือนกันนะเนี่ย เอาสิ ในเมื่อเธอเชื่อในตัวผมแบบนี้แล้วล่ะก็ ผมจะตอบรับความรู้สึกนั้นเอง
“ตกลงมาประลองกัน แต่จะประลองกันอย่างไง”
พอผมรับคำท้า ดอเรียก็ยิ้มอย่างยินดี และหยิบดาบที่ปักอยู่ขึ้นมา
“ง่ายๆ ก็จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขอยอมแพ้หรือว่าสู้ไม่ไหวแล้ว!”
“เอ๋? จะดีเหรอ”
“ไม่ต้องห่วง ข้าจะออมมือให้โดยใช้แค่สันดาบเท่านั้น”
“เปล่า แบบว่า ถ้ากฎแบบนั้นทางผมจะได้เปรียบนะ”
“ก็ต้องการแบบนั้นอยู่แล้ว ถ้าไม่มีอะไรสงสัยแล้ว มาประลองกัน!”
ดอเรียถีบตัวด้วยสี่เท้า พุ่งทะยานอย่างงดงามเข้าใส่ผม
“สัมผัสแห่งราคะ 20%”
แปะ กรี๊ด! โครม!
พอผมแตะมือไปโดนตัวของดอเรียเธอก็กรี๊ดออกมาและล้มโครมลงไปจนดาบหลุดมือ จบแล้วล่ะ เล่นมาท้าดวลโดยไม่รู้ระบุให้ละเอียดแบบนี้ก็เข้าทางผมสิ ถ้าสู้โดยไม่เลือกวิธีการล่ะก็ ผมมั่นใจว่าไม่มีทางแพ้ใครแน่
“ยะ ยัง ข้ายังไม่ยอมแพ้”
ดอเรียยังดื้อและลุกขึ้นมา แต่ตัวเธอสั่นและเรี่ยวแรงหายไปหมดแล้ว หน้าเธอแดงจัด
“อืม ผมก็ไม่ได้กะให้เธอยอมตั้งแต่แรกแล้วล่ะ เลยปรับพลังแค่ 20% เอาล่ะ ถึงเวลาของจริงล่ะ”
ผมเดินอ้อมไปด้านหลังเธอแล้วดึงชายของกิโมโนที่คลุมหลังของเธอออก
“กะ แก จะทำอะไรน่ะ!”
“ทำอะไรเหรอ ก็ผสมพันธุ์กับเธอไง”
“หา?”
ผมปัดหางม้าสีขาวของเธอออก ส่วนที่เป็นม้าของเธอมีขนสีขาวล้วน และตรงหอยของเธอก็ใหญ่และมีสีชมพูเข้ม มีนํ้าไหลออกมาเพราะโดนกระตุ้นอารมณ์ไปก่อนหน้านี้
“ไม่นะ! อย่าเอาไอ้ของใหญ่ๆ นั้นเข้ามาในตัวข้านะ”
“ช้าไปแล้ว การประลองของจริงน่ะ จะเริ่มจากนี้ต่างหาก”
ผมจ่อดุ้นผมเข้าถํ้าของเธอไป ตรงปากช่องคลอดเธอมีกล้ามเนื้อที่บีบรัดมากกว่าของมนุษย์ กว่าจะแหวกเข้าไปได้ ก็ต้องออกแรงพอสมควร แต่พอเข้าไปแล้ว มันก็พุ่งพรวดทีเดียวเข้าไปจนมิดด้าม
“อี๋!!!”
เธอกรีดร้องออกมา
“มะ ไม่นะ เป็นครั้งแรกของข้าแท้ๆ อะ ไอ้ชั่ว!”
คือว่าไงดีล่ะ ตอนแรกผมแค่กะยอกเธอเล่นนะ แต่พอใส่เข้ามาแล้ว ผมลืมทุกอย่างเลย ข้างในเธอมันร้อนมาก ร้อนจนแทบลวกดุ้นผมจนสุกเลย ปุ่มพังพืดเองก็ดูดยึดดุ้นไว้จนขยับแทบไม่ได้ ที่สำคัญมันเข้ากันได้พอดีเลย ช่องคลอดเธอกับดุ้นผม ราวกับมันเกิดมาคู่กัน สารเคมีที่ตรงกัน
ดอเรียเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน สิ่งที่เข้ามาในตัวเธอ มันเหมือนสิ่งที่เข้ามาเติมส่วนที่ว่างเปล่าข้างในให้เต็มพอดี เธอไม่อาจขัดขืนได้แม้แต่น้อย
“แบบนั้นอันตรายไม่ใช่เหรอ ขืนโดนดีดใส่ เผลอๆ ถึงตายเลยนะ”
มิรินกระซิบถามดาเซส แต่เธอหันมายิ้มให้
“ไม่หรอก เจอดุ้นของนายท่านเสียบเข้าไปเมื่อไรก็คือจบแล้ว เธอเองก็น่าจะรู้ดีไม่ใช่เหรอ ไม่มีใครต้านทานดุ้นนายท่านได้หรอก”
“ก็จริงนะ”
มิรินเลยนั่งลงดูเหมือนกับฟรานและยูริน ส่วนเมยอาตะโกนด่าว่าวิตถาร ก่อนจะวิ่งหนีเข้าบ้านไป ส่วนเอร่าก็เอาแต่นอนกลิ้งอยู่ในบ้านไม่ยอมออกมา
ผมเริ่มขยับเอว แต่ปุ่มดอเรียดูดแรงขึ้นอีก แต่พอผมออกแรงมากขึ้นก็เริ่มขยับได้ ผมสอยเอวช้าๆ แต่เร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ เสียงร้องของดอเรียจากด่าทอผม ก็เริ่มเป็นเสียงร้องครวญคราง
ผมกระแทกเอวใส่กว่าสิบนาที สีหน้าผมเริ่มแสดงถึงความเสียวออกมา เพราะนี้เป็นหอยที่เข้ากับผมจนให้ความรู้สึกที่ดีมากๆ แต่อาการของดอเรียหนักกว่าอีก เธอ
ร้องแบบสะใจและโยกสวนผมหนักขึ้นๆ เสียงเนื้อพวกเรากระแทกกันดังป๊าบๆ จนแสบหน้าขาไปหมด
“ดี! ดาบของเจ้าดีเหลือเกิน! สะใจข้าจริงๆ! แทงอีก แทงใส่ข้าอีก! แทงดาบของเจ้าเข้ามาในฝักดาบของข้าเลย!”
นี้เป็นครั้งแรกที่ผมกลั้นไม่อยู่ ผมกระฉูดนํ้าเชื้อใส่ข้างในดอเรีย ซึ่งพอเธอรับนํ้าอุ่นๆ ของผมไป เธอก็แตกตามทันที แต่ผมยังไม่หยุด ผมติดใจหอยของเธอมาก มันเอาสนุกดีจริงๆ เสียวจนกลั้นไม่อยู่เนี่ย ผมไม่ได้เจอมานานมากแล้ว
แต่รอบสองผมเริ่มอึดขึ้น ในขณะที่ความอดทานของดอเรียหมดไปตั้งแต่รอบแรกแล้ว พอเธอแตกรอบสองก็หมดแรงจนทรุดทั้งสี่ขาลงกับพื้น ผมย่อตัวลงไปสอยเอวต่ออีกสองสามทีก่อนจะแตกตามเธอไป
ตอนที่ผมดึงดุ้นออกมานั้น เนื้อในของเธอติดออกมาจนหุ้มดุ้นผมเอาไว้อยู่เลย ต้องใช้มือรูดมันถึงยอมหลุด ดอเรียนอนลิ้นห้อยตาลอย แต่ยังพอจะมีสติเหลืออยู่
“ยังสู้ไหวไหม”
“มะ ไม่ไหวแล้ว ขะ ข้าขอยอมแพ้ ดาบในตำนานของเจ้าสุดยอดจริงๆ”
“งั้นจากนี้ไป ทั้งดาบทั้งตัวเธอเป็นของผมแล้วนะ”
“ตะ ตกลง”
ดอเรียตอบก่อนจะสลบไป ผมเลยต้องช่วยกันสามคนแบกดอเรียไปนอนในห้องนั่งเล่น พอเอร่าเห็นก็มานอนหนุนเธอใช้ต่างหมอนแทนซะงั้น ตอนนั้นพวกเดเม่กลับมาพอดี และเธอกับโมอาก็ไม่เคยเห็นเซนทอร์มาก่อน เลยพากันเข้ามาลูบคลํ่าแบบสนใจ ส่วนดอเรียเพราะพึ่งเสร็จมากับผม สัมผัสก็เลยยังไวอยู่ พอโดนสัมผัสไปเลยครางออกมาเบาๆน่าสงสารแฮะ


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 4 พลังของมารราคะ

ตอน 150

ตอนที่ 149 เหตุบังเอิญ