ตอนที่ 27 ธรรมชาติของแวมไพร์

ตอนที่ 27 ธรรมชาติของแวมไพร์
“ท่านโรมะยังไม่ออกมาอีกเหรอคะท่านพี่”
“มิรินเองเหรอ…ยังเลย นี้ก็สองวันแล้วสินะ”
มุเอมะมานั่งเฝ้าหน้าห้องสมุดโดยไม่ได้ลุกไปไหนมาสองวันแล้วเหมือนกัน
“พอรู้ไหมมันเกิดอะไรขึ้น”
“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่น่าจะเกี่ยวกับฟราน คงเกิดเรื่องขึ้นตอนที่ไปดันเจี้ยนกัน ส่วนตอนที่ฟรานตื่นขึ้นมา ก็เอาแต่ร้องไห้ถามอะไรไปก็ไม่ยอมตอบเลย ถึงจะโกหกไปว่าท่านโรมะไปธุระด่วนที่เมืองอื่นสองสามวันก็เถอะ แต่ถ้าไม่รีบกลับไปมีหวังแย่แน่”
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันคิดว่าน่าจะใกล้ได้เวลาที่ท่านโรมะจะออกมาแล้ว”
“เอ๋? ทำไมท่านพี่ถึงได้มั่นใจขนาดนั้น”
“อืม เดี๋ยวก็รู้เองล่ะ”
พูดยังไม่ทันขาดคำ ประตูห้องที่ถูกปิดตายก็ถูกเปิดออก
“อุตสาห์มานั่งเฝ้า ลำบากเธออีกแล้ว”
“ไม่หรอกค่ะ ฉันอยากทำเอง”
มุเอมะยิ้มให้อย่างอ่อนหวาน แล้วพูดขึ้นต่อ
“รีบปล่อยออกมาก่อนจะระเบิดดีกว่านะคะท่านโรมะ”
“อ่ะ อืม งั้นไม่เกรงใจละนะ”
ผมบอกพร้อมกับยกตัวมุเอมะขึ้นมา เธอรู้งานทันทีเลยใช้ขาเกี่ยวรอบเอวผมไว้ ส่วนผมก็ทำการยัดดุ้นเข้าไปในตัวเธอทีเดียวมิดด้าม
“มะ มิริน เดี๋ยวอีกชั่วโมงหนึ่งเธอมารับช่วงต่อทีนะ”
มุเอมะสั่งเสียไว้ ก่อนจะถูกผมอุ้มไปกระแทกไปจนไปถึงที่ห้องนอน ระหว่างทางเธอก็แตกไปสองครั้งแล้ว แถมยังเจอศึกหนักต่อเนื่องกว่าชั่วโมง
“แบบนี้เอง ขีดกำจัดของการอดเซ็กส์ของท่านโรมะอยู่แค่ที่สองวันเท่านั้นสินะ”
จากนั้นมิรินก็โดนแบบเดียวกับมุเอมะไปเหมือนกัน หลังจากปลดปล่อยพลังหื่นแบบมารธอนสองชั่วโมงติด ก็หายปวดดุ้นลงไปหน่อย นึกว่าดุ้นจะระเบิดซะแล้ว
เอาล่ะ กลับไปจัดการปัญหาให้เสร็จดีกว่า
………………
“กลับมาแล้ว!”
ผมเปิดประตูคฤหาสน์ออก แต่ไม่มีเสียงตอบรับ ผ่านไปสักพักหนึ่ง ก็มีเสียงวิ่งมาจากทั่วบ้าน
“นายท่าน!”
คนแรกที่วิ่งมาคือดาเซส เธอพุ่งเข้ามากอดขาผมไว้ทันที
“นายท่าน!!”
แล้วเดเม่ก็โผล่มาจากชั้นสอง ตรงเข้ากอดตรงเอวผม
“แง!! กลับมาได้สักที นึกว่าโดนทิ้งซะแล้ว”
ยัยเทพธิดาไร้ประโยชน์กระโดดเกาะหลังผม
“นายท่านมาแล้ว”
ดวาฟหน้าตายยืนเงยหน้าจ้องผมเขม็ง เอ่อ ไม่เข้ามากอดเหรอ เศร้าใจนิดๆ นะเนี่ย
ตอนที่ผมไม่อยู่ ยูรินได้ทำซักโครกให้เสร็จแล้วซึ่งมีติดไว้ในห้องนํ้าทั้งสามชั้นเลย ส่วนกำแพงยังไม่เสร็จแต่ว่าเริ่มก่อฐานขึ้นมาแล้วโดยมีดาเซสช่วยอีกแรง ดาเซสนอกจากช่วยทำกำแพงแล้ว ยังจัดการพวกพื้นที่หญ้ารกๆ รอบบ้านซํ้ายังจะดูแลม้าให้อีกส่วนยัยเอร่าก็เอาแต่นั่งกินนอนกินเช่นเคย
เดเม่เองก็พยายามอย่างเต็มที่ ทั้งดูแลเรื่องความสะอาดทั้งเรื่องทำอาหารให้ทุกคน แต่ผมไม่อยู่เลยมีปัญหาเรื่อง
เตรียมนํ้าอาบพอสมควร ส่วนที่แย่คือฟราน เธอไม่ออกจากห้องเลยเอาแต่ร้องไห้ตลอด ซึ่งเดเม่เองก็จนปัญญาจะช่วย
“อืม ทุกคนทำได้ดีมาก ไว้เดี๋ยวผมจะให้รางวัลนะ แต่ตอนนี้ขอไปดูฟรานก่อน”
ผมมาที่ห้องของฟราน พอเปิดเข้าไปม่านก็ปิดอยู่ เลยค่อนข้างมืด ฟรานหลับอยู่ใต้เตียง ทำอย่างกะเป็นแมวเลยแฮะ ผมก้มลงและค่อยๆ ปลุกเธอ
“ฟราน ตื่นๆ”
เมื่อได้ยินเสียงผมฟรานก็ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา ขอบตาเธอบวมแดง คงร้องไห้มาตลอดแน่เลย แต่พอเธอเห็นผม ดวงตาก็เปิดกว้างและรีบถอยเข้าไปติดมุมใต้เตียง
“ขอโทษค่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
เธอมอบกราบและขอโทษยกใหญ่ ผมถอนหายใจออกมาดังเฮือก เพราะว่าแล้วต้องเป็นแบบนี้
“นะ หนูทำร้ายนายท่าน ไม่สมควรให้อภัย ละ แล้วยังจะดูดเลือดของนายท่านอีก ซํ้ายังควบคุมจิตใจของนายท่านให้ทำตามอำเภอใจตัวเอง ทั้งๆ ที่นายท่านมีบุญคุณอันใหญ่หลวงกับหนู ตะ แต่หนูกับทำอย่างนั้นลงไป ได้โปรดลงโทษหนูด้วยเถอะค่ะ จะทรมานหนูอย่างไงก็ได้ แต่ขอร้องอย่าทิ้งหนูไปเลยนะคะ!”
“ฟราน เงียบ”
ผมสั่งออกไปเบาๆ ให้เธอหยุดกล่าวโทษและพูดอะไรน่ากลัวออกมา เธอยังหมอบกราบตัวสั่นไม่หยุด มีเสียงสะอื้นออกมาเป็นระยะ
“…คือว่า ผมผิดเองล่ะ ขอโทษนะ”
ผมเองก็ก้มหัวให้เธอเช่นกัน
“นะ นายท่านไม่ได้อะไรผิดเลยค่ะ! ตะ แต่เพราะหนูไปควบคุมจิตใจของนายท่านก็เลย”
“ไม่หรอกๆ ผมแหละผิด ทั้งๆ ที่รู้ว่าเธอเป็นแวมไพร์แต่ก็ไม่ได้เรียนรู้ทำความเข้าใจธรรมชาติความเป็นอยู่ของเผ่าพันธุ์เธอเลย จนเกิดแบบนี้ขึ้น เพราะงั้นถ้าจะผิดก็ฉันเนี่ยล่ะผิด”
พอผมกล่าวโทษตัวเอง ฟรานก็รีบคลานออกมาจากใต้เตียง และเข้ามากอดผมไว้
“ไม่ใช่ค่ะ นายท่านไม่ได้ผิด! นายท่านดีกับหนูจนเกินไปทำให้หนูเองที่ได้ใจจนแอบคิดเอาแต่ได้ไม่คิดควบคุมตัวเอง หนูเป็นทาสเลว ทำโทษหนูเถอะค่ะ ทุบตีหนูให้สมกับความเลวที่ทำลงไป”
“ทำได้ที่ไหนล่ะ ไอ้ที่ผมช็อคก็เรื่องทำร้ายเธอเนี่ยล่ะ เรื่องโดนสกิล Mind Control กลับดีซะอีก เพราะได้มีประสบการณ์การโดนสกิลสายควบคุมจิตใจดูบ้าง แล้วก็นะฟราน บางทีการที่คนเราจะแอบคิดหวังสิ่งใดไว้มันไม่ใช่ความผิดหรอก”
“แต่ว่าหนู”
“ฟังก่อนๆ คือตอนที่เธอได้รับผลข้างเคียงจาก Dawn of love เธอรู้สึกมีอารมณ์ขึ้นมาจนควบคุมไม่ได้เลยใช่ไหม”
“ค่ะ”
ฟรานพยักหน้ารับอย่างอายๆ
“ตอนนั้นอารมณ์ทางเพศของเธอพึ่งขึ้นถึงขีดสุดน่ะ เลยไปกระตุ้นความเป็นแวมไพร์ในตื่นตัวถึงขีดสุดไปด้วย ตลอดสองวันมาเนี่ย ฉันศึกษาข้อมูลของแวมไพร์มาแล้ว ทำให้รู้ว่าแวมไพร์น่ะมีนิสัยชอบดูดเลือดคู่รักเวลาร่วมรักกัน เพราะงั้นที่เธอดูดเลือดฉันไป ถือเป็นเรื่องธรรมดามาก”
“นะ หนูไม่เคยเห็นรู้เรื่องนี้เลย”
“ไม่รู้ก็ไม่แปลกหรอก ก็เหมือนพ่อแม่ไม่ได้สอนลูกหรอกว่า เวลากลางคืนพ่อกับแม่เล่นท่าอะไรกันบ้าง มันน่าอายไง
ก็เลยไม่ได้บอก ปล่อยให้ถึงเวลาแล้วก็เรียนรู้ด้วยตัวเอง ฉันเองกว่าจะค้นเจอก็ลำบากแทบแย่ ต้องไปอ่านพวกบันทึกประจำวันของเจ้าพวกแวมไพร์ลามกถึงจะรู้เรื่องนี้มา”
“นะ นายท่านทำเพื่อหนูทั้งๆ ที่หนูเอาแต่ร้องไห้ทำอะไรไม่ได้เลย ละ แล้วถึงจะเป็นเรื่องปกติ แต่หนูก็ดูดเลือดนายท่านไป!”
“แล้วฉันดูผิดปกติตรงไหนหรือเปล่าล่ะ เห็นไหมก็ยังแข็งแรงดีอยู่ แผลที่เธอกัดดุ้น ก็ได้สกิลรักษาหายทันทีตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ฉะนั้นฟราน เธอไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรทั้งนั้น ต่อไปเธอต้องทำแบบนั้นกับฉันอีก”
“หา! ไม่ได้หรอกค่ะ หนูทำไม่ได้ หนูทำร้ายเจ้านายไม่ได้!”
“ไม่ใช่ทำร้าย อืม ว่าไงดีล่ะ อ้อ ใช่ ฟรานรู้ใช่ไหมเวลายัยดาเซสถึงจุดสุดยอดแล้วจะชอบทำอะไรออกมา”
“ค่ะ ดาเซสนิสัยไม่ดี ชอบข่วนหลังนายท่าน”
“ฮ่าๆๆ นั้นแหละ แวมไพร์เวลาถึงจุดสุดยอดก็จะชอบดูดเลือด เธอคงอึดอัดที่ต้องเก็บกั้นอารมณ์แบบนั้นมาตลอดสินะ อารมณ์เลยค้างอยู่เป็นช่วงๆ ถึงว่าช่วงหลังมานี้เธอเสร็จเร็วเกิน เพราะอารมณ์ไม่ได้ปล่อยให้ถึงขีดสุดทุกครั้งนี้เอง ฉะนั้นจากนี้ไป ขอสั่งว่า ดูดเลือดผมซะ แล้วถึงจุดสุดยอดไปพร้อมกัน”
“นายท่าน”
“แล้วอีกเรื่องหนึ่ง”
ผมกระแอมทีหนึ่งก่อนจะพูด เพราะเรื่องนี้ค่อนข้างทำให้คิดหนักเลยทีเดียว
“ตอนที่ผมถูก Mind control เข้าไปเลยพึ่งได้รู้…จริงแล้วฟรานน่ะชอบให้ผมทำรุนแรงตอนมีอะไรกันใช่ไหม”
“…”
ฟรานหน้าแดงจนถึงใบหู ก่อนจะค่อยๆ พยักหน้า
“นะ หนูกลัวนายท่านจะเห็นหนูเป็นเด็กผู้หญิงร่าน ละ เลยไม่กล้าบอก”
“เพราะไม่บอกนั้นแหละเลยเก็บกด จนตอนเลือดแวมไพร์ตื่นขึ้นมา เธอเลยระบายสิ่งที่อัดอั้นเอาไว้ออกมา แล้วก็นะ…คือว่า จริงๆ แล้ว ผมเองก็ชอบทำอะไรรุนแรงเหมือนกัน Mind control น่ะไม่ได้ควบคุมความคิดหรือออกคำสั่งอะไรได้ มันเพียงดึงเอาด้านมืดในจิตใจออกมาและหยุดสติการยับยั้งชั่งใจเอาไว้
อีกอย่าง…ไม่ต้องกลัวว่าผมจะมองเธอเป็นผู้หญิงร่านหรอก มันเป็นธรรมชาติของแวมไพร์ด้วยเหมือนกัน เพราะมีการฟื้นตัวที่รวดเร็ว แวมไพร์เลยจะได้รับความสุขจากความเจ็บปวดเวลาร่วมรัก”
“จะ จริงเหรอคะ”
“ชัวร์ เรื่องศึกษาหาข้อมูลผมเก่งนะจะบอกให้ แล้วก็นะ ผมเองเคยบอกด้วยเหรอว่าไม่ชอบผู้หญิงเซ็กส์จัด แล้วจากนี้ไปผมจะทำกับเธอแบบรุนแรงอย่างที่ชอบล่ะนะ”
“นายท่าน”
ฟรานเริ่มยิ้มออก สีหน้าเธอดูดีขึ้นมาแล้ว
“ความรักที่ดีต้องเกิดจากการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เพราะงั้นค่อยๆ เรียนรู้ไปด้วยกันนะ”
“ค่ะ นายท่าน”
แล้วผมก็ดึงฟรานเข้ามาจูบ เพียงแต่จูบตามปกติตัวเธอก็สั่นสะท้านขึ้นมาทันที
“ฟานยืนขึ้นหน่อย”
ผมบอกขณะนั่งดูฟรานยืนขึ้น จากนั้นผมก็มุดเอาหัวเข้าไปใต้กระโปรงของเธอ พร้อมกับกดหน้าใบเข้าไป
ตรงสามเหลี่ยมแห่งความลับ พร้อมสูดดมกลิ่นของฟรานที่แสนคิดถึง
“นะ นายท่านคะ นะ หนูไม่ได้อาบนํ้ามาเลยตั้งสองวัน มะ มันสกปรก”
“ไม่เป็นไร มีกลิ่นฉี่ผสมอยู่หน่อยๆ ก็ไม่เลว หืออะไรกันเนี่ย กลิ่นแบบนี้”
ผมกดจมูกเข้าไปในร่องแล้วสูดหายใจเต็มแรง จนฟรานร้องอี๊ด้วยความเสียวออกมา
“กลิ่นนี้หรือว่าจะช่วยตัวเองด้วยตอนผมไม่อยู่”
“ขะ ขอโทษค่ะ! เวลานะ หนูนึกถึงใบหน้านายท่านขึ้นมาเมื่อไร ตรงนั้นมันก็จะคันยิบๆ ขึ้นมาเลย”
“หุๆๆ เด็กลามก ไว้คราวหลังผมจะลงโทษให้ช่วยตัวเองให้ผมดูล่ะนะ”
ผมบอกเสร็จก็เอาหัวออกมาจากใต้กระโปรงของฟราน ค่อยสดชื่นขึ้นหน่อย อย่าไงก็ขาดไม่ได้จริงแฮะ จริงๆ ก็อยากจะจับเธอกดแล้วปลดปล่อยความหื่นออกมาหรอกนะ แต่ตอนนี้มีเรื่องที่ต้องรีบจัดการก่อน
“ฟรานเดี๋ยวมากับผม มีเรื่องต้องทดสอบกันหน่อย”
“ค่ะ”
ท่าทางเธอกลับมาร่าเริงเหมือนเก่าแล้ว ค่อยยังช่วยหน่อย
ผมตามทุกคนออกมาที่ด้านนอกของคฤหาสน์ และพาไปตรงลานกว้าง
“เดี๋ยวผมจะขอทดสอบสกิลใหม่หน่อย แต่สกิลนี้มีผลข้างเคียงอยู่บ้าง เลยต้องให้พวกเธอช่วย”
“ค่ะ”
ทุกคนขานรับเป็นเสียงเดียวกัน ผมใช้ตรวจสอบกับฟรานดูแล้ว มีสิ่งที่น่ากลัวเกิดขึ้น เพราะค่าพลังเธอเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ที่น่าได้จาการที่ดูดเลือดผมไป ตอนที่ซื้อฟรานมาพ่อค้าทาสก็บอกไว้แล้วว่าเธอไม่ดื่มเลือดของมนุษย์ เลยอ่อนแอ สรุปที่ผ่านมานั้นคือสภาพที่อ่อนแอสุดของเธอสินะ แล้วตอนนี้คือสภาพที่แท้จริง…โหดเป็นบ้า
แต่นอกจากนั้นเธอยังได้สกิลใหม่มาด้วย นั้นก็คือ Mind control lv 1 แต่ยังมีเรื่องน่าห่วงอีกอย่างคือค่าพลังของฟรานมีค่า Charm เพิ่มขึ้นมาซึ่งผมไม่เคยเห็นจากใครมาก่อน พอถามดาเซสดูเธอเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อนเหมือนกัน เรื่องนี้ไว้ผมค่อยศึกษาดูอีกที บางทีมุเอมะอาจจะรู้ก็ได้
“ฟราน ตอนนี้ใช้ Mind control ได้คล่องแล้วหรือยัง”
“หลังจากนั้นหนูก็ไม่ได้ใช้อีกเลยค่ะ แต่คิดว่าสามารถใช้ได้แน่นอนค่ะ”
“ดี งั้นเริ่มทดลองเลย ว่าแต่ในกลุ่มเรานี้มีใครที่มีค่าความรักกับผมน้อยที่สุดกันล่ะ”
ผมมองเรียงตัวไป ดาเซสตัดทิ้ง เพราะผมดูออกว่าเธอติดใจผมอยู่มาก ส่วนเดเม่น่าจะออกไปในแนวให้ความนับถือเชื่อฟัง ที่เหลือก็ยูรินกับเอร่าตัวไร้ประโยชน์ ผมเลือกยูริน เพราะเอร่าเป็นเผ่าเทพไม่รู้จะมีผลอย่างอื่นตามมาหรือเปล่า เลยไม่เสี่ยงดีกว่า
“ยูริน ช่วยหน่อยนะ”
“อืม”
“Dawn of Love!”
พอผมใช้สกิลนี้ออกไปออร่าสีทองก็ห่อหุ้มร่างของยูรินไว้แบบคราวก่อน จากนั้นผมใช้ตรวจสอบดู อ้าว…นี้มันอะไรกัน
ค่าพลังของยูริน X9 ทุกอย่าง นี้เยอะกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก สรุปคือเธอชอบผมเกือบจะเท่าๆ กับที่ฟรานรู้สึกกับผมเลยเหรอเนี่ย คิดคาดแฮะ
“ยูริน รู้สึกเป็นไงบ้าง”
“สุดยอดค่ะ รู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นมาอย่างมหาศาลเลย”
“ฟราน เดี๋ยวพอสกิลหมดเวลาลง แล้วผลข้างเคียงเริ่มแสดงออกมา ตอนนั้นให้ใช้ Mind control เลยนะ”
“อ้อ เข้าใจแล้วค่ะ!”
ฟรานเข้าใจวัตถุประสงค์ของผมแล้ว ถ้าทำได้ก็จะกลายเป็นว่าลบข้อเสียของสกิลนี้ออกไปทันที
“ยูรินเองก็พยายามควบคุมสติตัวเองไว้ด้วยนะ”
“ควบคุมอยู่แล้ว”
เธอตอบแบบง่ายๆ หน้าตายเช่นเคย จากนั้นพอสกิลหมดเวลาลง ยูรินก็เริ่มขยับตัว เธอถอดสปอร์ตบราออกพร้อมกับกางเกงขาสั้น จนเหลือแค่กางเกงในลายทางสีดำขาว แล้วเดินมาทางผม
“ยูรินเองก็ไม่ไหวเหรอเนี่ย เอาเลยฟราน”
ผมหันไปให้สัญญาณ ทันใดนั้นดวงตาของฟรานก็เปลี่ยนเป็นสีแดงและส่องประกายออกมา ร่างของยูรินหยุดเดินและยืนนิ่งทันที
“ได้ผล!”
ผลลัพธ์ออกมาน่าดีใจ แต่ฟรานกลับแสดงสีหน้าไม่ดีออกมา
“ไม่ค่ะนายท่าน ถึงดึงสติกลับมาได้ก็จริง ตะ แต่ว่าร่างกาย”
“แบบนี้เอง ถึงจิตใจจะควบคุมได้ แต่ร่างกายยังคงมีการตอบสนองต่อความรู้สึกที่รุนแรงอยู่ดีสินะ”
ผมสรุปผลการทดลองได้แล้ว



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 4 พลังของมารราคะ

ตอน 150

ตอนที่ 149 เหตุบังเอิญ