ตอนที่ 68 ผู้กล้าของเอร่า

ตอนที่ 68 ผู้กล้าของเอร่า
ผมกับเอร่าหันควับกลับไปทันที
คนที่ร้องทักนั้นแต่งตัวหรูหราและมีสาวๆ ล้อมหน้าล้อมหลังเป็นสิบ เอ่อ แต่สำหรับผมกลับอดคิดไม่ได้ว่า มันเหมือนหลุดมาจากโรงบาลบ้ามากกว่า อากาศก็ร้อนยังใส่ซะหลายชั้น แล้วไอ้เสื้อโค้ตขนสัตว์ที่ยาวถึงพื้นนั้นนะ นอกจากจะไม่เข้ากับคนใส่แล้ว แค่เห็นยังรู้สึกร้อนแทนเลย แต่ก็ดีอย่างนะ เพราะพวกที่แต่งตัวแบบนี้มีแต่ขุนนางเท่านั้นแหละ ทำให้แยกประเภทได้ง่ายดี
“คนรู้จักเหรอเอร่า”
ผมหันไปถามเอร่า
“…ใครอ่ะ?”
เธอหันมาถามผมกลับซะงั้น
“นี้ผมเองไง ปีเตอร์ บาลิน ผู้กล้าที่ท่านส่งมาที่นี้”
“ปีเตอร์ บาลิน…อ้อ นายนี้เอง”
เอร่าทำหน้านึกออกจนได้ แล้วก็รีบหันมาดึงแขนผมและชี้ไปที่ปีเตอร์
“โรมะ เจ้านี้ไงผู้กล้าที่ฉันเคยบอก คนที่ขายฉันไปเป็นทาสไง”
“…แล้วนี้เธอจะดีใจทำพระแสงเซเบอร์อะไร”
“เอ่อ จริงด้วย แฮะๆ!”
พอเอร่าตั้งสติได้ก็หันไปทางเจ้าผู้กล้าปีเตอร์ทันที เจ้านี้เป็นคนตะวันตกแฮะ ผมทองตาฟ้าจมูกใหญ่หน้าตกกระ
“ปีเตอร์ นายรีบส่งของวิเศษที่ฉันให้ไปคืนมาเลยนะ”
“ครับ ได้ครับ เพราะอย่างไงมันก็ใช้ไม่ได้แล้ว ดูเหมือนว่าพลังงานของมันจะหมดแล้วน่ะครับ”
นี้แก ถ้าพลังไม่หมดก็คงไม่คิดจะส่งคืนสินะ
“แน่อยู่แล้ว ของวิเศษน่ะถ้าไม่ได้รับการเติมพลังจากเทพอย่างฉัน มันก็ใช้ได้ไม่กี่ครั้งหรอกนะ”
“ว่าแล้วเชี่ยว!”
“เอา รีบส่งมาสิ ฉันจะรีบกลับไปกินมื้อเที่ยงนะ”
“คะ คือมันอยู่ที่บ้านครับ ท่านเทพช่วยตามผมกลับไปเอาได้ไหมครับ”
โกหก!
ผมดูออกได้ในทันที และมั่นใจมากด้วย ผมน่ะจับโกหกคนเก่งนะ เพราะผมต้องคอยมั่นสังเกตความพอใจของสาวๆ เพื่อให้พวกเธอมีความสุขอยู่เสมอ ฉะนั้นถ้ามีวิชาอ่านภาษากายล่ะก็ ผมคงได้คะแนนเต็มอย่างไม่ต้องสงสัย
“อืม รีบนำทางไปสิ”
ยัยเอร่านี้ก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย ถึงว่าทำไมถึงโดนหลอกไปขายได้ ช่างเถอะ ดูไปเฉยๆ ก่อนดีกว่า อย่างไงนี้ก็เป็นปัญหาของเอร่า
“ขอโทษนะเรโมริก้า ขอจัดการปัญหาทางนี้ก่อน แต่ผมสัญญาว่าวันนี้จะพาเธอไปพบฟรานแน่ๆ”
“ฉันเชื่อคำสัญญาของนาย เพราะงั้นรอได้ แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะ ฉันได้กลิ่นไม่ดีมาจากผู้ชายคนนั้น”
“อ่า ผมรู้แล้วล่ะ”
แค่ลางสังหรณ์หรือจมูกแยกกลิ่นได้จริงๆ ล่ะนั้น?
พวกผมตามปีเตอร์ไปจนถึงคฤหาสน์ของเขา ซึ่งตั้งอยู่ในแหล่งผู้มีบรรดาศักดิ์ หรือจะบอกว่าเป็นย่านเศรษฐีก็ได้ เพราะที่มีแต่คฤหาสน์หลังโตเต็มไปหมด ส่วนคฤหาสน์ของปีเตอร์ มีขนาดเล็กกว่าของผมหน่อย เป็นแบบสองชั้น ไม่มีสวน มีแค่ที่จอดรถม้าและปิดล้อมทุกด้านด้วยรั้วเหล็ก
ห่วยแตก เจ้านี้ไม่มีรสนิยมในการเลือกที่อยู่เลยสักนิด มองไปทางไหนก็เหมือนป้อมติดชายแดน ไม่มีอะไรเจริญหูเจริญตาสักนิด ดูแห้งแล้งห่อเหี่ยวพิกล
อยากกลับบ้านแล้วอ่ะ อยากนอนเล่นกลางสวนดอกไม้ที่โมอาทำเดี๋ยวนี้เลย
แถมพวกผู้หญิงของมันนี้อะไรกันอ่ะ? ไปขุดอีชะนีพวกนี้มาจากไหนฟ่ะ รูปร่างหน้าตาก็โอเคหรอก แต่ไม่ใช่แบบที่จะหาไม่ได้ ส่วนที่โคตรแย่คือมารยาทกับนิสัยเนี่ยล่ะ พอกลับถึงบ้านก็โยนข้าวของที่ซื้อมาทิ้งไว้เรี่ยราด ไม่มีแม้แต่คนรับใช้ที่ค่อยออกมาต้อนรับ
ใช่ บ้านนี้ไม่มีคนรับใช้ เพราะมองไปจุดไหนก็รกสกปรก พวกคุณเธอก็เดินฝ่ากองขยะไปนั่งแช่ที่โซฟา โดยไม่คิดแม้แต่จะช่วยรับแขกหรือทำความสะอายบ้านเลย
“เดี๋ยวก่อน! ให้ทาสสกปรกของแกรอข้างนอก!”
ปีเตอร์หันมาตะคอกใส่ผมทันที เมื่อพวกโรสลินเดินตามผมเข้ามา
“เอ่อ ฉันก็เป็นทาสของโรมะเหมือนกัน ต้องไปรอข้างนอกด้วยเหรอ?”
เอร่าชี้ไปที่พันธะทาสที่คอตัวเอง แถมยังถามด้วยสีหน้าซื่อๆ อีก
“เอ่อ ท่านเทพไม่ต้องครับ”
“ไม่ต้องห่วงหรอก รับรองทาสของผมสะอาดกว่าบ้านนายซะอีก”
ถึงเสื้อผ้าจะดูเก่าๆ ก็เถอะ แต่ผมใช้คลีนนิ่งให้พวกเธอแล้ว ทุกคนสะอาดปลอดเชื้อยิ่งกว่าผ่านห้องกักกันโรคมาซะอีก ไม่สิ ถ้าจะให้พูดแล้ว ผมกลัวทาสของผมจะสกปรกเพราะบ้านของไอ้เจ้านี้มากกว่าอีก ตั้งแต่อยู่มาสงสัยไม่เคยกวาดบ้านถูบ้านเลยมั่งเนี่ย แบบนี้แล้ว
คุณมึงจะเลี้ยงอีชะนีไว้ทำไมเยอะแยะว่ะ ไม่เห็นพวกนี้จะช่วยทำงานบ้านอะไรสักอย่าง ถ้าจะเอามาให้นอนถางขาอย่างเดียว ไปเที่ยวซ่องดีกว่าไหม จ่ายถูกไม่มีพันธะไม่ต้องรับผิดชอบอีกต่างหาก
ไม่ไหว บ้านเจ้านี้มันแหล่งรวมมลพิษชัดๆ
“แกว่าไงนะ!”
เอ่อ แล้วมรึงจะโมโหทำไม ผมพูดความจริงไม่ใช่เหรอ
“ปีเตอร์!”
เอร่าขึ้นเสียงล่ะ พึ่งเคยได้ยินเนี่ยล่ะ เห็นหัวกลวงๆ ไม่คิดว่าจะโกรธเป็นด้วย
“ตอนนี้โรมะคือเจ้านายของฉัน ถ้านายหยาบคายกับเขาก็เท่ากับหยาบคายกับฉันด้วย ส่วนทาสพวกนี้
ก็เพื่อนๆ ฉันทั้งนั้น ถ้านายจะไม่เข้าบ้าน งั้นเรารอตรงนี้ แล้วนายก็รีบไปเอาของวิเศษมาซะ”
โห! เฉียบขาดมาก…เดี๋ยวดิ! ตอนอยู่กับผมก็ทำตัวจริงจังแบบนี้ด้วยสิเฟ้ย!
“ขะ ขอโทษครับ! ชะ เชิญทางนี้ครับ”
ปีเตอร์รีบขอโทษเอร่า แต่ก็ไม่วายส่งสายตารังเกียจไปยังพวกโรสลิน มันพาพวกผมไปยังห้องรับแขก ที่เก้าอี้ทุกตัวมีเสื้อผ้าไม่ก็หนังสือวางทิ้งไว้…ช่างเถอะ ขี้เกียจจะบ่นแล้ว เจ้าบ้านไม่อาย แขกจะไปอายแทนทำไม แต่นี้ขนาดนํ้าก็ไม่มีเสริฟให้ ไอ้นี้มันไม่รู้จักมารยาทเลยสินะ เดี๋ยวดิ แบบนี้มันแย่กว่าเป็นทาสอีกนะเฟ้ย!
พอพวกเราจัดหาที่นั่งเองได้แล้ว เจ้าปีเตอร์ก็ทำเป็นเดินไปหาของที่โต๊ะหนังสือ แต่ผมแอบเห็นมัน
หยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋านักผจญภัยที่สะพายติดตัวอยู่ตลอดเวลา
“นี้ครับ ตาชั่งที่ไม่วันเอียงเอน”
สิ่งที่ปีเตอร์เอามาวางไว้บนโต๊ะคือตาชั่งทองคำ ซึ่งวิธีใช้ง่ายมาก เพียงแค่วางสิ่งของลงไปบนตาชั่งด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งก็จะมีของแบบเดียวกันปรากฏขึ้นมา สมมุติวางเงินลงไปกองหนึ่ง ก็จะมีเงินอีกกองโผล่ออกมา แต่ขนาดของมันค่อนข้างเล็ก คงใส่ของใหญ่ๆ ไม่ได้
“ขอคืนเลยนะ”
พอเอร่ายื่นมือออกไป ปีเตอร์ก็ดึงมันกลับทันที…ไอ้หมอนี้
“ท่านเทพช่วยแสดงวิธีเติมพลังให้ผมดูหน่อยได้ไหมครับ”
“หือ? ก็ได้อยู่หรอก”
ปีเตอร์ดันตราชั่งออกมา แต่มือข้างหนึ่งกลับจับแน่น ดูท่าจะไม่ยอมปล่อยเด็ดขาด
ส่วนเอร่าก็เพียงใช้ปลายนิ้วแตะลงไปที่ด้านบน ก็มีแสงไหลอาบไปทั่วตาชั่งจนเปลี่ยนมันให้เปล่งประกาย จนต่างจากเดิมเหมือนเป็นคนละชิ้นกันเลย
ปีเตอร์มันรีบหยิบเอาเหรียญทั้งหมดที่เก็บไว้ออกมา ซึ่งมีไม่น่าถึงล้านเพราะเห็นมีแต่เหรียญทองเล็กกับมาตรฐานไม่กี่เหรียญ เจ้านี้คงใกล้ถังแตกแล้วล่ะมั่ง ระหว่างที่เจ้านั้นใช้ตาชั่ง ผมก็เปิดเรดาร์ขึ้นมา อย่างที่คิดไว้เลย พวกผมกำลังโดนล้อมอยู่…แปดคนเหรอ จะไหวเปล่าหว่า
มันหันไปมองโรสลิน ซึ่งเธอก็มองผมอยู่พอดี เลยค่อยๆ ขยับเข้ามาหา ผมกระซิบบอกที่ข้างหูเธอพร้อมกับส่งกระเป๋านักผจญภัยให้เธอไป
โรสลินกลับไปกระซิบบอกจามิร่าและส่งกระเป๋าให้อีกต่อ ที่ผมบอกไปก็คือ
พวกเรากำลังจะโดนลอบทำร้าย ศัตรูมีแปดคน ในกระเป๋ามีดาบมัจฉาเก็บไว้อยู่ ให้จามิร่าเอาออกมาใช้ทันทีถ้าศัตรูปรากฏตัว
ผมไม่รู้หรอกว่าลูกน้องของปีเตอร์เก่งแค่ไหน แต่ตัวปีเตอร์ขอบอกว่ากากมาก เลเวลแค่ 5 ไม่มีอาชีพ เสื้อผ้าหรูหราก็จริงแต่ไม่ใช่เครื่องป้องกัน อาวุธก็แค่ดาบเหล็กกล้า เจ้านี้เอาแต่ใช้ชีวิตสุขสบายจนไม่สนใจจะเพิ่มเลเวลให้ตัวเองเลย แล้วเท่าที่ดูงบของเจ้านี้ คงจ่ายได้แต่พวกปลายแถว อย่างผมกับจามิร่าคงรับมือไหว ส่วนเรโม
ริก้า ผมไม่อยู่ในฐานะที่จะสั่งอะไรเธอได้ แต่อย่างเธอดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว
ส่วนปีเตอร์พอเห็นตาชั่งกลับมาใช้งานได้ ก็ตาลุกวาวแล้วรีบดึงตาซั่งเก็บไปทันที
“เดี๋ยวสิ! ไหนว่าจะคืนให้ไง”
เอร่ายังไม่รู้อีกเหรอว่าโดนหลอกแล้วน่ะ
“ท่านเทพเอาแบบนี้ดีไหม ท่านมาอยู่กับผมที่นี้ ให้ผมได้ดูแลท่านเทพเถอะครับ”
เล่นไม้นี้เลยเหรอ หน้าแกนี้โคตรหนาเลยไอ้คุณปีเตอร์ กูนับถือ!
“ไม่เอาอ่ะ บ้านนายโคตรโสโครกเลย แถมที่นี้น่ะดูไร้ชีวิตทั้งคนทั้งบ้านเลย เทียบกับบ้านโรมะไม่ได้สักนิด ที่สำคัญตอนนี้โรมะเป็นเจ้านายและผู้กล้าของฉันแล้วด้วย”
พูดซะตรงเลย แต่เห็นด้วย ตอนเห็นพวกผู้หญิงของปีเตอร์ ผมคิดว่าพวกเธอแค่นั่งหายใจทิ้งไปวันๆ เท่านั้น ไม่มีทั้งเป้าหมายหรือความฝัน พูดตรงๆ คือผมไม่เห็นอนาคตในตัวพวกเธอเลย แต่จะดีเหรอเอร่า เป็นบอกว่าผมเป็นผู้กล้าของเธอน่ะ ถ้าเกิดรู้ว่าผมเป็นจอมมารขึ้นมา จะเป็นการทำร้ายยัยนี้ทางอ้อมหรือเปล่านะ
“ท่านเทพพูดตลกแล้ว จะบอกว่าบ้านของเจ้าหน้าหนอนนั้นดีกว่าบ้านของผมงั้นเหรอ!”
“อืม มากๆ เลยด้วย”
เอร่าตอบแบบไม่ต้องคิด
“ชิ ถ้างั้นแกก็ขายท่านเทพคืนมาให้ฉันซะ”
จู่ๆ ก็หันมาสั่งผมเลย
“เอาสิ 100ล้านรีล ห้ามต่อ”
“โรมะ! จะขายฉันจริงเหรอ! แถมทำไมราคาขึ้นอีกต่างหาก ซื้อฉันมาแค่ 10ล้านรีลเองไม่ใช่เหรอ”
“ตอนซื้อน่ะใช่ แต่ไหนจะค่ากินอยู่หลับนอน ค่าเสื้อผ้า ค่าขนม ค่าทำขวัญจิตใจอันแสนเปราะบางของฉันอีก คิดว่ามันฟรีหรือไงยัยเทพไร้ประโยชน์”
“อึก! อันอื่นไม่เถียง แต่ค่าทำขวัญนี้อะไรอ่ะ”
ผมเลิกเล่นมุกกับเอร่าและหันไปเอาคำตอบจากปีเตอร์
“ไง มีปัญญาจ่ายหรือเปล่า และบอกก่อนนะ 100ล้านน่ะราคาของวันนี้ พรุ่งนี้ก็จะราคาเพิ่มขึ้นอีก เพราะฉันเลี้ยงยัยนี้อย่างดี เหมือนกับขุนหมูอ้วนๆ ไว้รอเชือดกินเลยล่ะ”
“หมู! นี้ฉันเป็นหมูเหรอเนี่ย!”
เอร่าสลดจนคอตกไปแล้ว
“…นี้แกไม่คิดจะขายอยู่แล้วใช่ไหม”
“อ้าว ก็รู้นี้หว่า แบบนี้ก็พูดกันง่ายหน่อย เอร่าเป็นของฉันแล้ว และฉันไม่มีนโยบายขายทาสตัวเองให้ใคร โดยเฉพาะแก หลอกเอร่าไปขายแล้วยังมีหน้าจะชวนกลับมาอยู่ด้วยกันอีก เอร่าจะคิดอย่างไงฉันไม่รู้ แต่ฉันรับไม่ได้ว่ะ”
“โรมะ”
“ตะ ตอนนั้นเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน!”
“เข้าใจผิดอีท่าไหนว่ะ ยัยนี้ถึงได้กระเด็นไปเป็นทาสได้”
“คะ คือ”
“โรมะช่างมันเถอะ ตอนนั้นถึงฉันจะโกรธมากก็เถอะ แต่พอไปอยู่กับโรมะฉันก็ลืมๆ มันไปหมดแล้วล่ะ ยังต้องขอบคุณปีเตอร์ด้วยซํ้าที่ทำให้ได้ไปเจอกับนาย”
“…นี้เป็นปัญหาของเธอ ถ้าเธอบอกว่าไม่เอาเรื่อง ฉันก็จะไม่ยุ่งอีก ส่วนแกก็รีบๆ คืนตาชั่งมาได้แล้ว”
ผมหันไปเร่งปีเตอร์ แต่ก็รู้หรอกว่ามันไม่คืนให้แน่ แค่อยากให้เรื่องมันจบเร็วๆ เลยจุดชนวนซะเอง
“คืนให้ก็โง่แล้ว! แกไม่รู้หรอกว่าสิ่งนี้มันทำเงินให้กับฉันได้มากแค่ไหน”
“เหรอ งั้นบอกหน่อยสิได้แค่ไหน”
“หกร้อยล้านไง! ถ้าใช้เหรียญทองคำขาวทั้งหมดวางลงไป มันเป็นจำนวนสูงสุดที่ทำได้ในแต่ละครั้ง”
“น้อยกว่าที่คิดไว้เยอะเลยแฮะ”
ผมคำนวณดูแล้ว เจ้านี้ไม่มีเงินขนาดนั้นหรอก เพราะตอนขายเอร่าได้อย่างมากก็แค่ 5-8ล้าน แล้วตาชั่งใช้ได้แค่ไม่กี่ครั้ง อย่างดีก็ได้แค่ร้อยล้าน แต่มันคงใส่
เหรียญอื่นปนๆ กันไปเพื่อดูจำนวนสูงสุดไว้ล่ะมั่ง ช่างเถอะ แต่เจ้านี้อยู่ในสภาพถังแตกแน่ๆ ดูจากบ้าน เครื่องแต่งกาย พวกผู้หญิง
“จะบอกอะไรไว้ประดับความรู้นะ ผู้กล้าน่ะจะมีค่าพลังที่เพิ่มมาตอนเลเวลอัพ มากกว่าคนปกติบนโลกนี้ แถมยังมีสกิลระดับขี้โกงติดตัวกันไว้คนละสกิลด้วย ถ้าแกใช้จุดได้เปรียบตรงนั้นลงไปทำเงินในดันเจี้ยน ก็ไม่ต้องมานั่งพึ่งของวิเศษเพียงชิ้นเดียวแล้ว อ่ะ โทษทีพูดกับคนโลภมากแบบแกไปก็คงไม่เข้าใจอยู่ดี เอาขอบอกอีกครั้ง ส่งตาชั่งคืนให้เอร่าซะ แล้วเรื่องจะได้จบๆ กันไป”
“ไม่มีทาง! จับตัวพวกมันไว้!”
มาแล้ว เคาะระฆังเริ่มกันสักที
แล้วพวกกลุ่มชายหน้าโหดก็วิ่งกรูกันเข้ามาในห้อง แต่ทางพวกผมเตรียมตัวไว้แล้ว จามิร่าดึงตัวโรส
ลินมาข้างหลังพร้อมกับดึงดาบออกมาจากกระเป๋านักผจญภัย ส่วนผมก็ดึงให้เอร่ามาอยู่ข้างหลังผมเช่นกัน
แต่ก่อนจะที่จะมีการเริ่มลงมือลงไม้กัน ผมก็ยกมือขึ้นเพื่อขอเวลานอก
“เฮ้ย ไอ้คุณปีเตอร์ เดี๋ยวฉันจะสอนวิธีใช้เงินให้แกดู”
ผมแสยะยิ้มให้ จากนั้นก็หันไปบอกกับพวกกลุ่มชายหน้าโหด
“พวกนายถูกจ้างมาเท่าไร”
“…สองหมื่น”
“งั้นเอานี้”
ผมหยิบเหรียญทองมาตรฐานออกมาแปดเหรียญ แล้วโยนให้พวกมันไปคนละเหรียญ เงินที่ได้นั้น
มากกว่าค่าจ้างที่พวกมันได้จากปีเตอร์ถึงห้าเท่า ไม่ตาลุกกันได้อย่างไง
“รับเงินแล้วก็กลับบ้านไปซะ ได้ทั้งเงินแล้วไม่ต้องมีใครเจ็บตัวด้วย นี้คือข้อเสนอดีสุดที่ฉันให้ได้ แต่ถ้าพวกนายยังงี่เง่าจะสู้ต่อก็เอา เพราะทางฉันมีเผ่ายักษ์เลเวลสามสิบอยู่ด้วย ส่วนฉันเองก็เป็นผจญภัยที่เปลี่ยนอาชีพมาแล้ว ถึงจะไม่มั่นใจ 100% ว่าจะชนะพวกนายได้ทุกคน แต่เชื่อเถอะ งานนี้ไม่มีใครกลับออกไปได้ครบส่วนแน่”
พอได้ยินที่ผมบอกกลุ่มชายหน้าโหดก็พากันทิ้งอาวุธ แล้วโค้งหัวให้ผมก่อนจะพากันเดินออกไปอย่างเงียบๆ เล่นเอาปีเตอร์อ้าปากค้างไปเลย
“เฮ้ย ไอ้คุณปีเตอร์ แกน่ะยึดติดโลกเดิมมากไปแล้ว โลกนี้น่ะไม่มีการฝึกอบรมบอดี้การ์ดหรอกนะ
ความเป็นมืออาชีพอย่าไปถามหา แถมสภาพความเป็นอยู่ของโลกนี้ค่อนข้างยากจน แค่ใช้เงินนิดหน่อยก็ซื้อตัวได้แล้ว ถ้าแกคิดจะปักหลักอยู่ที่โลกนี้ ก็ควรจะหาความรู้เข้าหัวหน่อยสิ”
พอเจอผมเทศน์เข้าไป ปีเตอร์ก็ทำตาแดงกัดฟันด้วยความโกรธจัด และมันก็ตัดสินใจทำเหมือนหมาจนตรอกออกมา
“Grab!”
ปีเตอร์ใช้สกิลออกมา มันเป็นสกิลของผู้กล้า ที่ใช้คว้าอะไรก็ได้ ที่อยู่ในระยะทำการของสกิลให้ไปหาตัวเอง ถึงบอกไงสกิลของผู้กล้ามันระดับขี้โกงทั้งนั้น
และสิ่งที่ปีเตอร์มันเลือกคว้าไปก็คือตัวของเอร่านั้นเอง ร่างของเอร่าถูกมือสีดำขนาดใหญ่จับตัวไว้
และหายไปจากด้านหลังผม และไปอยู่ในอ้อมแขนของปีเตอร์แทน
“ฮ่าๆๆ ได้มาแล้ว กูได้เอร่ามาแล้ว!”
“…แล้วไงต่อ? นี้แกคิดว่าจะรอดจากดงตีนพวกฉันไปได้เหรอ?”
“ยะ อย่าเข้ามานะโว้ย! ไม่งั้นกูจะฆ่าอีนี้ซะ!”
ปีเตอร์ยกดาบขึ้นมาจ่อที่คอของเอร่า
“…เอร่า อย่าโกรธกันเลยนะ ไว้ฉันจะลงทัณฑ์ไอ้เวรนี้ให้เป็นสิบเท่าเลย”
“ดะ เดี๋ยวสิ! เวลาแบบนี้ต้องมีบทพูดหวานๆ เพื่อปักธงฉันไม่ใช่เหรอโรมะ!!”
“นั้นมันไว้ใช้กับนางเอก แต่เรื่องนี้เธอไม่ใช่นางเอกนะเอร่า”
“ฮะๆๆ ขอโทษค่ะ หนูสำคัญตัวผิดไป ได้โปรดช่วยหนูด้วยเถอะค่ะ”
“ชิ ช่วยไม่ได้แฮะ”
ผมยอมทิ้งมีดมังกรสมุทรลงพื้น และหันไปพยักหน้าให้จามิร่าทำตามด้วย
“ฮ่าๆๆ ดีแบบนั้นแหละ คราวนี้แกก็ยกเลิกพันธะทาสซะ”
“เดี๋ยวก่อน เอาแบบนี้ดีไหม ฉันจะให้สมบัติกับนายแลกกับตัวเอร่า”
“สมบัติอะไร?”
“สมบัติที่มากกว่าเงินทองที่นายจะหาได้จากตาชั่งห่วยๆ นั้นไง”
“…เอามาดู”
มีไอ้หน้าโง่อยู่ตรงนี้หนึ่งคนคร้าบบบ
“โรสลินขอกระเป๋าหรอก”
ผมยื่นมือไปรับกระเป๋ามาไว้ และยื่นมือเข้าไปหยิบของข้างใน
“ช้าๆ นะโว้ย ถ้าตุกติกฉันฆ่าอีนี้แน่!”
“ครับๆ ไม่ตุกติกหรอกครับ”
ไอ้โง่ ถ้าแกฆ่าเอร่า คนที่ซวยสุดก็คือแกนะ เพราะเอร่าเป็นตัวทำเงินให้กับแก แถมถ้าไม่มีเอร่าแกก็โดนตีนพวกผมแน่ แถมจะโดยหนักกว่าที่ควรจะเป็นด้วย ช่างเถอะเดี๋ยวก็จบแล้ว
ผมหยิบหีบสมบัติออกมาวางลงบนโต๊ะ และค่อยๆ ถอยมายืนที่เดิม
“เชิญเปิดดูได้เลยครับ รับรองคุ้มค่าแน่ๆ”
ปีเตอร์ขยับตัวอย่างระวังโดยให้คมดาบห่างออกจากคอของเอร่าเลย มันยื่นอีกมือไปเปิด ในดวงตาฉายแววละโมบอย่างชัดเจน นี้ถ้ากับคนอื่นแผนนี้คงใช้ไม่ได้ผลง่ายๆ หรอก
พอหีบถูกเปิดออก สิ่งที่อยู่ข้างในก็คือหอก แต่มันไม่ได้จัดวางไว้ตามปกติ แต่มันกำลังพุ่งออกมาด้วยความเร็วราวกับถูกยิงด้วยปืนใหญ่
หอกเสียบเข้าไปในปากของปีเตอร์ เลาะเอาฟันหน้ากระเด็นหมดปาก แทงลิ้นทะลุเพดานปากจนปลายโผล่ออกไปด้านหลัง ปีเตอร์โดนแรงกระแทกจนตัวลอยไปติดกับข้างฝา
“เอร่าอยู่เฉยๆ ก่อน!”
ผมวิ่งเข้าไปรับตัวเอร่า และรีบตรงดูตรงคอของเธอว่ามีแผลไหม เพราะเอร่าเป็นเทพผมรักษาเธอ
แบบคนอื่นไม่ได้ เพียงแค่บาดแผลเล็กน้อย ก็ถือว่าอันตรายสำหรับเธอแล้ว แต่โชคดีที่ตรงคอของเธอมีแค่รอยแดงๆ แต่ไม่ถึงกับเป็นแผลเปิด
“โล่งอกไปที”
ผมทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง ที่ต้องทำเป็นพูดเหมือนไม่สนใจเอร่า เพราะผมต้องการกดดันปีเตอร์เอาไว้ ไม่ให้มันคุมเกมได้ แต่ในใจผมเป็นห่วงเธอแทบแย่
“นี้นายเป็นห่วงฉันเหรอ”
“ก็แน่นอนสิ บอกไปตั้งกี่ครั้งแล้ว คราวนี้โชคดีนะที่ไอ้เจ้านี้ไม่ใช่คนฉลาดหัวไว ไม่งั้นเป็นเรื่องแล้ว”
ผมบอกไปแบบหัวเสีย แต่เอร่ากลับเข้ามากอดผมเอาไว้
“ตาบ้าโรมะ ฉันก็กลัวเหมือนกันนะ!”
“…อืม ไม่เป็นอะไรแล้ว”
ผมลูบหัวเธอเบาๆ เป็นการปลอบใจ จนเอร่าเริ่มสงบลงผมก็พาเธอลุกขึ้นยืน
“อ้าว ยังไม่ตายอีกแฮะ”
ผมเดินเข้าไปดูปีเตอร์ที่โดนหอกเสียบทะลุปากปักติดกับอยู่พนังห้อง แต่ยังมีลมหายใจอยู่ ถึงจะสาหัสก็เถอะ แต่โชคดีที่ไม่โดนตรงก้านสมอง เลยยังพอมีโอกาสรอดอยู่
“เอาไงดีเอร่า ทำให้มันจบๆ ไปเลยไหม”
“…ช่วยเขาหน่อยนะ”
“อืม ก็ได้”
ผมไม่อยากช่วยหรอก แต่ถ้าเอร่าอยากจะช่วยผมก็จะไม่ถามหรือขัดอะไรเธอ
พอดึงหอกออกมาแล้วเอาร่างของมันลงมาไว้ที่พื้น ผมก็หยิบเอายาฟื้นพลังออกมา และกรอกให้ไปสองขวด แต่คุณภาพอย่าไปหวังอะไรมาก จริงอยู่ที่มันห้ามเลือดและปิดแผลได้ แต่ไม่ใช่หายสนิท ถ้าโดนกดแรงๆ แผลก็ฉีกเปิดได้ ความเจ็บก็ยังอยู่ ทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้อีกต่างหาก กรณีถ้าชิ้นส่วนขาดจากร่างกาย ยาฟื้นพลังก็ช่วยอะไรไม่ได้
กรณีนี้คือรักษาหายแต่ฟันมันก็ไม่งอกกลับมาหรอก
พอฟื้นขึ้นมาแล้ว ปีเตอร์ก็รีบคลานหนีผมไปอยู่ที่มุมห้อง พร้อมกับหยิบดาบชี้มาทางผม ด้วยท่าทีกลัวจนขี้ขึ้นสมอง
แต่เป็นเอร่าที่เดินเข้าไปหาปีเตอร์ เธอยืนด้วยท่าทางสงบ แล้วก็มีออร่าเปล่งแสงจางๆ ออกมาจากตัวเธอ
“จงฟัง ปีเตอร์ บาลิน จากนี้ไปถ้ายังมาให้เราเห็นหน้าอีก ในนามของสิบเทพสูงสุด เราจะทำการยกเลิกการคงอยู่ของเจ้าในโลกนี้ซะ เจ้าจะได้กลับไปสู่สถานะจริงของตัวเอง ที่เป็นแค่วิญญาณของผู้ที่ตายไปจากโลกเดิมแล้ว และนี้คือชีวิตใหม่ของเจ้าที่รออยู่ในภพหน้า”
เอร่าสร้างภาพวิดีโอขึ้นมารอบตัว ซึ่งผมแค่เห็นก็ต้องร้องอี๋แล้ว เพราะชีวิตหลังเกิดใหม่ของเจ้าปีเตอร์นี้ไม่ดีเลย เอ่อ ไม่สิ เลวร้ายกว่านั้นอีก นี้มันโคตรโหดร้ายเลย ถ้าเป็นไปได้ส่งไปนรกเลยเถอะ ท่าทางจะสบายกว่าเกิดใหม่อีก
ปีเตอร์ที่เห็นอนาคตของตัวเองไปถึงชาติหน้า ถึงกับหมดแรงถือดาบจนทำหลุดมือ หน้าของเขาซูบลงทันทีราวกับโดนสูบพลังชีวิตออกไป ใบหน้านั้นดูราวกับ
แก่ลงไปนับสิบปี เอาเถอะ ไม่ใช่ผมไม่เข้าใจหรอกนะ เป็นผมก็คงช็อคเหมือนกันล่ะ
“ถ้างั้นก็ อะแฮ่ม ขอให้ท่านผู้กล้าโชคดีมีชัยในต่างโลกนี้นะคะ”
เอร่าโปรยยิ้มนางฟ้าให้ ก่อนจะสะบัดตูดจากมาอย่างยิ้มแย้ม…ปีศาจชัดๆ ยัยนี้!
พอพวกผมกลับออกมาจากคฤหาสน์ของปีเตอร์แล้ว เอร่าก็ยื่นตาชั่งทองคำออกมาให้ผม
“เอานี้โรมะ ฉันให้”
“ไม่เอา เธอนี้ไม่เข็ดเลยหรือไง ขืนเอามาให้ฉันใช้เดี๋ยวก็โดนลงโทษอีกหรอก”
“ไม่เป็นไร ถ้าช่วยโรมะได้ ถึงโดนลงโทษก็ไม่เป็นไร”
“…ยัยเพี้ยน อย่างฉันไม่ต้องพึ่งของวิเศษหรอก ก็เห็นๆ อยู่ว่าฉันสามารถหาเงินเองได้มากแค่ไหน”
“จริงด้วย! โธ่ นึกว่าพอจะทำประโยชน์ได้แล้วซะอีก”
“จะมีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ เธอก็เป็นสมาชิกในบ้านเหมือนเดิมนั้นแหละ รีบกลับไปกินมื้อเที่ยงกันเถอะ”
“อืม!”
เอร่ายิ้มแป้นแล้วเดินตามผมกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 4 พลังของมารราคะ

ตอน 150

ตอนที่ 149 เหตุบังเอิญ