ตอนที่ 49 ฟูลคอร์ส

ตอนที่ 49 ฟูลคอร์ส
“อ่ะ จริงสิ เอานี้เดี๋ยวตอนมื้อเย็นทุกคนใส่ชุดนี้มากันด้วยนะ”
ผมส่งชุดราตรีที่แอบซื้อมาให้กับทุกคน
“เอ๋? มีของฉันด้วยเหรอ”
เอร่าทำหน้าแปลกใจ
“ก็ต้องมีอยู่แล้วสิ ถ้าใครใส่ไม่เป็นให้ถามฟรานนะ”
จากนั้นผมก็ให้ดอเรียกับโมอาไปด้วย
“ของพวกเราก็มีด้วยเหรอ!”
“ก็บอกแล้วไงว่าทุกคนน่ะ เรื่องขนาดผมมั่นใจว่าพอดี ก็วัดมากับมือเลยนี่น่า”
“นะ นายท่านทะลึ่ง”
โมอาว่าผมแบบเขินๆ ส่วนดอเรียดีใจนหางสะบัดไปมาไม่หยุด เฮ้ยๆ สะบัดแรงไปแล้ว! ผมว่าเดี๋ยวต้องให้เดเม่ช่วยจัดบ้านใหม่ อย่างน้อยก็ต้องเอาพวกแจกันลงจากโต๊ะให้หมด ไม่งั้นโดนหางดอเรียฟาดตกแตกหมดแน่
พอผมแจกชุดให้กับทุกคนแล้ว ตัวสุดท้ายก็เป็นของอาเดไลท์
“ผมไม่มั่นใจเรื่องขนาด ถ้าใส่ไม่ได้ให้รีบบอกนะครับ”
“…ขอบคุณ”
อาเดไลท์ยอมรับแต่โดยดี ถึงจะมีลังเลอยู่บ้าง แต่เธอก็เป็นคนที่ดูบรรยากาศออกล่ะนะ
“ฟรานพาอาเลไลท์ไปเลือกห้องที่ชั้นสามหน่อย เสร็จแล้วก็เปลี่ยนชุดมารอที่ห้องนั่งเล่นกันได้เลยนะ”
“ค่ะ เชิญตามมาเลยค่ะ”
ฟรานพาอาเดไลท์ไปพร้อมกับข้าวของในกระเป๋านักผจญภัย ส่วนคนอื่นก็รีบกลับห้องกันเพื่อไปลองชุด จนเหลือผมกับเดเม่และโมอา ซึ่งจะอยู่ช่วยผมทำอาหารก่อน
วันนี้ที่ผมจะทำคืออาหารชุด แบบที่เรียกว่า ฟูลคอร์ส
เดเม่กับโมอาแปลกใจเล็กน้อย เพราะปกติผมชอบทำอาหารจานเดียว ไม่ก็ชุดอาหารกับข้าว แต่วันนี้ผมทำหลายอย่าง จนเดเม่กับโมอาก็ได้ช่วยผมทำอาหารแบบจริงๆ จังๆ สักที
ผมให้เดเม่จัดการเรื่องย่างสเต็กเพราะเธอเคยเห็นผมย่างมาแล้ว แถมผมก็สอนเรื่องการจับเวลาเพื่อให้ระดับความสุกที่อร่อยที่สุดไว้แล้ว ส่วนความร้อนในการย่างไม่มีปัญหา
เพราะผมใช้สกิลพ่อบ้านสร้างไฟขึ้นมา อุณหภูมิเลยเป็นแบบที่ผมต้องการพอดี
ส่วนโมอาผมให้เธอจัดการเรื่องซุป ซึ่งแค่คอยคนมันเป็นระยะและใส่วัตถุดิบที่เตรียมไว้แล้วตามที่ผมบอก
แต่ถึงจะบอกว่าเป็นมื้อเย็นที่ต้องใช้เวลาทำมากกว่าปกติ แต่มันก็ใช้เวลาไปแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น
ผมสอนเดเม่จัดวางช้อนส้อมแบบการกินฟูลคอร์ส แต่ผมไม่เอาตามแบบเปะๆ ที่ต้องมีชอบหลายแบบและวางเรียงกันเป็นตับๆ ผมอยากให้ทุกคนกินอย่างสบายใจ มากกว่านั่งกินไปด้วยความรู้สึกอึดอัด ผมเองเรียนรู้มารยาทบนโต๊ะอาหารมาจากแม่ แต่ใช่ว่าเวลาไปงานดินเนอร์หรูๆ กับแม่แล้วผมจะรู้สึกอร่อยกว่าทำกินเองที่บ้าน ก็ไอ้เพราะความรู้สึกอึดอัดนี้แหละที่ทำให้ไม่อร่อย
ผมเลยยังไม่วางช้อนส้อมทั้งหมดลงไปให้รกโต๊ะ แต่เอามาจัดวางแยกไว้ที่ครัว แล้วค่อยยกไปให้พร้อมกับอาหารของ
ชุดนั้นๆ คนกินจะได้ไม่ต้องสับสนด้วย ส่วนที่เดเม่ต้องเรียนรู้ก็คือ อาหารจานไหนใช้ช้อนส้อมแบบใด จะได้ช่วยผมจัดเรียงถูก ซึ่งเธอยังคงเรียนรู้ได้เร็วเหมือนเดิม ส่วนโมอายังติดๆ ขัดๆ จำได้แค่ชุดเดียว แต่ผมไม่เร่งอะไร ไว้ค่อยๆ เรียนรู้ไป ผมมีคติที่ว่า ทำจนชินเดี๋ยวก็ทำได้เอง
“เดี๋ยวผมไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ พวกเดเม่เองก็ไปเปลี่ยนชุดได้แล้วล่ะ”
ผมใช้คลีนนิ่งให้พวกเธอก่อนจะแยกกันไป ชุดของผมนั้นก็คือชุดพ่อบ้านที่ซื้อไว้วันนี้ เพราะวันนี้ผมจะบริการพวกเธอให้เต็มที่ เอาแบบที่ถ้าวันใดวันหนึ่งพวกเธอจะได้ไปงานเลี้ยง พวกเธอจะไม่ต้องอายใคร
และพอผมกลับลงมา พวกสาวๆ ก็รอผมอยู่ในห้องนั่งเล่นกันครบแล้ว ชุดราตรีหลากหลายแบบและสีสันจนลายตาอยู่ตรงหน้าผมแล้ว ทุกคนดูมีความสุขที่ได้ใส่ชุดสวยๆ แบบนี้ แต่ว่าพอทุกคนเห็นผมเข้า สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
“นะ นายท่านหล่อมากเลยค่ะวันนี้”
ฟรานรีบชมผมก่อนใคร
“เดี๋ยวนะฟราน ปกติผมไม่หล่อสินะ”
“มะ ไม่ใช่ค่ะ!”
“ล้อเล่นน่า ผมรู้ตัวดีว่าตัวเองหน้าตาเป็นอย่างไง ตอนนี้ไปนั่งที่โต๊ะกันได้แล้วล่ะ ถึงจะอยากรอมอเรียก่อนก็เถอะ”
ผมพูดยังไม่ทันจบ ประตูบ้านก็เปิดออก พร้อมกับมอเรียที่หอบหายใจอยู่
“กะ กลับมาแล้วค่ะ”
“เอ๋ ทำไมกลับเร็วจัง นี้มันพึ่งหกโมงเย็นเองนะ”
ผมเข้าไปพามอเรียมานั่งพักให้หายเหนื่อย ส่วนเดเม่ก็ไปเอานํ้าเย็นมาให้เธอดื่ม
“ฉันคุยกับหัวหน้าแล้ว จากนี้ไปเลยขอทำงานถึงแค่ห้าโมงเย็นเท่านั้น ถึงจะโดนหักเงินไปตามจำนวนชั่วโมงก็เถอะ
แต่ถ้าเทียบกับการได้กลับมากินข้าวพร้อมกับทุกคน ฉันถือว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มซะอีก”
มอเรียยิ้มหวานออกมา น่าประทับใจจริงๆ ถ้าทุกบ้านคิดได้แบบนี้ ผมว่าทุกครอบครัวคงมีความสุขอ่ะนะ
จากนั้นผมก็แนะนำเธอให้รู้จักกับดอเรียและอาเดไลท์ แล้วก็ให้ขึ้นไปเปลี่ยนชุด ส่วนชุดของมอเรียผมเอาไปไว้ที่ห้องเธอไว้แล้ว
พอมอเรียกลับลงมาทุกคนก็มานั่งประจำที่กัน ยกเว้นผม
“นายท่านมานั่งเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูยกอาหารเอง”
เดเม่ลุกขึ้นมาช่วยผม แต่ผมรีบห้ามไว้
“ไม่ได้ๆ วันนี้พวกเธอทุกคนเป็นคุณหนูที่ผมต้องดูแล โปรดนั่งเฉยๆ แล้วรอรับการปรนนิบัติจากผมเถอะ”
ถึงทุกคนจะทำหน้าประหลาดใจ แต่ผมก็เริ่มมื้อคํ่าแล้ว ด้วยจากเสริฟเครื่องดื่ม ที่เป็นนํ้าส้มคั้น เดเม่คอยจับตาดูผม
ตลอดเพื่อเรียนรู้ เพราะตั้งแต่วิธีจับแก้ว วางแก้ว ตำแหน่งการวางและอื่นๆ ที่จะไม่ให้ไปรบกวนแขกที่นั่งอยู่ แต่ผมเคลื่อนไหวตัวอย่างลื่นไหลเพราะความเคยชิน จนเดเม่ถึงกับตาลายต้องส่ายหน้าเป็นระยะๆ
จากนั้นก็เป็นจานแรก อาหารกินเล่น ที่ผมเลือกไว้คือ ไข่ตุ๋น ช้อนที่ใช้มีหัวขนาดเล็กแต่ด้ามยาว
“นะ นี้มันคืออะไรเหรอ สีนวลตาน่ากินจัง”
อาเดไลท์ถามแทนทุกคน ไม่สิ ทุกคนรอให้เธอเป็นคนถามมากกว่า อ้อ หน้าที่ของคนมาใหม่สินะ
“มันเรียกว่าไข่ตุ๋นครับ ทำมาจากไข่แล้วทำการปรุงรสจากนั้นก็เอาไปนึ่ง”
“นึ่งคืออะไรเหรอ?”
อาเดไลท์ถามต่อ
“คือการทำให้อาหารสุกด้วยการอบไอนํ้าครับ”
“อบไอนํ้า?”
อาเดไลท์ยังคงทำหน้างงอยู่
“วิธีทำอาหารของนายท่านลํ้าลึกมาก ไม่เข้าใจก็ไม่แปลกหรอกค่ะ พวกหนูอยู่กับนายท่านมาตั้งแต่แรก ทุกวันนี้ยังไม่เข้าใจเลย”
ฟรานช่วยให้อาเดไลท์คลายความกังวลลง
“เชิญทุกคนทานได้แล้วครับ”
ผมเห็นยังไม่มีใครกล้าตักเข้าปาก เลยต้องเชิญอีกครั้ง
ทุกคนค่อยๆ ตักขึ้นมา ยกเว้นแต่เอร่าที่ตักขึ้นมาทีเดียวจนล้นช้อน ว่างๆ ต้องให้เดเม่จับสอนมารยาทซะแล้ว
“อะ อร่อย!”
อาเดไลท์แทบทำช้อนหลุดมือ แต่สมแล้วเป็นเจ้าหญิง ยังควบคุมสติตัวเองได้ดีอยู่
“ขอเติม!”
เอร่ายกถ้วยใส่ไข่ตุ๋นที่ว่างเปล่าขึ้นมา ผมเลยเดินเข้าไปหา พลางใช้ผ้าเช็ดที่ขอบปากซึ่งมีเศษอาหารอยู่ออก
“วันนี้เป็นอาหารชุดที่เรียกว่า ฟูลคอร์สครับ ในแต่ละจานจะมีเสริฟเพียงแค่ครั้งเดียว แต่ว่าในชุดจะประกอบไปด้วยอาหารหลายแบบ ช่วยอดใจรอชิมจานต่อไปด้วยนะครับ”
ผมอ่อนโยนและสุภาพกับเอร่า ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยทำกับเธอมาก่อน แต่ตอนนี้ผมเป็นพ่อบ้านนี่น่า ทว่าได้ผลสุดๆ เอร่าที่ชอบโวยวายบนโต๊ะอาหารสงบปากลงแล้วทำตัวเรียบร้อยขึ้นมาทันที
อาเดไลท์ก็มองดูผมจนลืมกินเลยทีเดียว คนอื่นๆ ก็ทำหน้าแดงขึ้นมา
พอทุกคนกินเสร็จแล้ว ผมก็ยกจานออก และเริ่มเสริฟจากที่สองต่อทันที จานที่สองคือซุปเห็ด เป็นชุดแบบข้นที่ใส่เห็ดที่หั่นชิ้นบางๆ ไว้
“ชุปล่ะชุป!”
ดาเซสท่าทางจะติดใจชุปที่ผมทำมาก พอเห็นเป็นชุปเลยยิ้มทันที ส่วนช้อนที่ใช้กับชุปนั้นจะเป็นช้อนหัวใหญ่ แต่ไม่ใช่เอาไว้เข้าปาก เพียงแต่แตะไว้ที่ริมฝีปากแล้วดูดชุปเข้ามาแทน ผมสอนเรื่องนี้ขณะที่เสริฟไปด้วย และให้ทุกคนลองทำตามดูทันที แต่พอได้ชิมคำแรกลงไป ดาเซสก็ยกมือขึ้นทันที
“ขะ ขอยกจานขึ้นชดได้ไหม”
“ไม่ได้ครับ เฉพาะวันนี้อยากให้ทุกคนได้ลองบรรยากาศของการดินเนอร์สุดหรูน่ะครับ ฉะนั้นช่วยรักษามารยาทด้วยนะครับ”
“คะ ค่ะ!”
ดาเชสยอมนั่งลง และตักชุปขึ้นกินต่อ เธออร่อยจนยิ้มแก้มปริ ไว้เดี๋ยวผมจะเก็บชุปไว้ให้เธอยกชดทีหลังล่ะกัน
จานชุปหมดอย่างรวดเร็ว สีหน้าทุกคนดูพึ่งพอใจกับมันมาก โดยเฉพาะอาเดไลท์ ถึงกับหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข
ตอนนี้เรียกนํ้าย่อยกันเรียบร้อยแล้ว ต่อไปจะเริ่มเป็นอาหารหนัก จานที่สามคือ ปลานึ่งมะนาว เพื่อให้กินง่าย ผมได้สไลด์ให้เนื้อปลาเป็นชิ้น สามารถกินได้ทันทีโดยไม่ต้องมาเลาะกางออก และผมรู้ว่าทุกคนกินจุมาก เลยใส่ไปจานล่ะสามชิ้นแทนที่จะเป็นชิ้นเดียว
แค่กลิ่นหอมของจานนี้ ก็เล่นเอายูรินนั่งเช็ดนํ้าลายใหญ่แล้ว ความเปรี้ยวของอาหารจานนี้จะยิ่งทำให้อยากอาหารมากขึ้นอีก
แถมทุกคนไม่เคยกินอาหารรสเปรี้ยวมาก่อน เลยทำหน้าแบบตกใจกันหมด ใช่ ผมสังเกตดูแล้ว บนโลกนี้ไม่มีอาหารที่มีรสชาติเปรี้ยวเลยสักอย่าง จะบอกว่านี้เป็นจานแรกของโลกนี้เลยก็ว่าได้
อาเดไลท์ทำมือทำไม้เหมือนอยากจะถามผม แต่เธอหาคำพูดออกมาไม่ได้ เพราะนี้มันเป็นสิ่งที่ไม่รู้จักมาก่อน
“ปะ ปลา ทำไมปลาถึงมีรสชาติแบบนี้ได้ นะ เนื้อก็นิ่มสุดๆ มันกำลังละลายในปากล่ะ!”
ยูรินที่ปกติพูดน้อย ตอนนี้กำลังอธิบายซะละเอียดเลย อ้อ เธอคงชอบรสเปรี้ยวสินะ
ดอเรียเองนอกจากพึ่งเคยกินปลาแล้ว รสชาติที่ไม่เคยลิ่มรส ทำให้เธอตัวแข็งไปเลย แต่หางเธอฟาดพื้นดังเปรี้ยงๆ ปล่อยไปละกัน
จานนี้ทุกคนไม่รีบกินเท่าไร แต่ค่อยๆ ละเมียดชิมรสชาติที่ไม่เคยกินมาก่อนอย่างเสียดาย แม้แต่เอร่าเองยังค่อยๆ กินเหมือนกัน
ส่วนจากที่สี่เป็นไก่ต้มหั่นชิ้นราดด้วยซอสรสหวาน สีแดงของซอสที่ตัดกับสีขาวของเนื้อไก่ ทำให้ทุกคนมองตาค้าง
“ดะ เดี๋ยวสิ อาหารชุดปกติจะมีแค่สามจานไม่ใช่เหรอ”
อาเดไลท์ตั้งสติได้และรีบทักออกมา
“ครับ ถ้าเป็นอาหารชุดตามปกติก็จะมีแค่สามจาน แต่นี้คือฟูลคอร์สตามแบบฉบับของผม ซึ่งมีทั้งหมด 8 จานครับ”
“ปะ แปดจาน!!! จะ จะบอกว่ายังมีอาหารอร่อยแบบนี้อยู่อีกตั้งสี่จานเลยเหรอ!!”
“ครับ”
อาเดไลท์ปากสั่นมือสั่นไปหมดแล้ว คงไม่คิดมาก่อนว่าจะได้กินของอร่อยแบบต่อเนื่องอย่างนี้ อาหารทั้งหมดที่เธอเคยกินในวัง ไม่อาจเทียบได้กับจานใดจานหนึ่งบนโต๊ะนี้เลย
หลังจากที่เริ่มกินจานที่สี่กัน ดูเหมือนคนที่ชอบที่สุดคงเป็นเดเม่กับพวกโมอาล่ะนะ เพราะไก่มันมีรสชาติพื้นๆ ที่คุ้นปากทุกคนอยู่แล้ว เป็นวัตถุดิบที่ใครๆ ก็หากินได้ แต่พอปรุงรสให้อร่อยขึ้น มันเลยยิ่งทำให้ซึมซับรสชาติได้ง่ายขึ้น
จานที่ห้าเป็นสลัดผัก เพื่อไว้ล้างปากจากความเลี่ยน สำหรับเตรียมรับอาหารจากหลัก
สลัดผักราดด้วยมายองเนส พวกฟรานเคยกินกันมาแล้ว แต่ก็ยังมีการตอบสนองที่ดีอยู่เช่นเดิม แต่คนที่ไม่เคยกินนี้สิ ที่พยายามเก็บอารมณ์และตั้งสติมาทั้งหมดถึงกับปลิวหายไปเลย
เสียงจิ้มกินกันดังกร็อบๆ ไม่หยุด พริบตาเดียวก็หมดจานแล้ว แถมไม่มีใครยอมปล่อยส้อมเลย
ทั้งคำถามและคำชมดังไม่หยุด เลยเป็นฟรานกับเดเม่ที่ต้องคอยตอบให้ทุกคน พวกเธอคุยกันสนุกสนานดีทีเดียว
จังหวะนั้นผมเสริฟจานที่หกกับเจ็ดพร้อมกัน เพราะจานที่หกคือสเต็กเนื้อชิ้นโต เลยเสริฟพร้อมเครื่องดื่มที่เป็นจานที่เจ็ด ซึ่งผมเลือกไวน์รสอ่อนที่เข้ากับสเต็ก ที่เลือกรสอ่อนมา เพื่อให้เด็กๆ อย่างฟรานดื่มได้ด้วย
ผมให้เดเม่ช่วยสอนวิธีกินสเต็กให้กับทุกคน ซึ่งพอทำกันเป็น ก็ไม่มีใครหยุดมือได้อีก ถึงตอนนี้นํ้าตาก็อั้นกันอยู่ไม่อยู่ แม้แต่อาเดไลท์ก็ร้องไห้ออกมาเหมือนกัน
“นี้มันไม่ใช่อาหารแล้ว! อาวุธ! สิ่งนี้สมควรเรียกว่าเป็นอาวุธชัดๆ!”
อาเดไลท์ก็มีความคิดแบบนั้นเหมือนกันสินะ แต่ดีแล้วล่ะที่ชอบ ตอนแรกผมคิดว่าจะเหลือซะอีก เพราะวันนี้ย่างชิ้นโตเป็นพิเศษ แต่ทุกคนก็กินจนหมดไม่มีเหลือ
“มะ ไม่ไหวแล้ว ขะ ขืนกินมากกว่านี้ต้องตายแน่ๆ”
ดอเรียร้องไห้ออกมาราวกับจะโดนพาเข้าโรงเชือด
“ไม่ต้องห่วงครับ จานสุดท้ายเป็นของหวานแบบเบาๆ น่ะครับ”
แต่พอได้ยินว่าเป็นของหวาน เกือบทุกคนผงะขึ้นมาทันที ส่วนอาเดไลท์ที่ไม่รู้ก็ได้แต่ทำหน้างงๆ
“ดะ ได้กลิ่นอันตรายอีกแล้วค่ะ”
ฟรานถึงกับตัวสั่นขึ้นมา
“ทะ ทุกท่านคะ ตะ เตรียมใจกันไว้ให้ดีๆ นะคะ”
เดเม่เตือนทุกคนขณะนั่งก้มหน้าลง
“อะ เอ๋ทำไมล่ะ? จานนี้มันมีอะไรพิเศษเหรอ?”
“ของหวานของนายท่าน อะ อร่อยถึงตายค่ะ”
ดอเรียเองก็ยังจำเอแคลร์ที่กินไปเมื่อตอนกลางวันได้อยู่ เลยออกอาการหวาดกลัวเหมือนกัน
“ถะ ถึงตายเลยเหรอ! งะ งั้นฉันไม่ขอทานจานนี้ล่ะกันค่ะ”
อาเดไลท์รีบปฏิเสธ แต่มอเรียส่ายหน้าห้าม
“ไม่ได้ค่ะ ถ้าพลาดของหวานของท่านโรมะไป จะต้องเสียใจจนต้องฆ่าตัวตายแน่ๆ”
“กะ กินก็ตายไม่กินก็ตาย นะ นี้มันอะไรกันเนี่ย!!!”
จะอย่างไงก็ไม่รู้ละนะ แต่ผมเตรียมเสริฟจากสุดท้ายแล้ว มันคือเมนูที่ผมอยากทำมาตั้งนานแล้ว ไอศกรีมนั้นเอง แถมผมทำรสชาแบบที่อาเดไลท์ชอบด้วย
ผมให้ยูรินทำถ้วยใส่ไอศกรีมไว้แล้วด้วย มันเป็นถ้วยเหล็กครึ่งวงกลมมีขายกขึ้นมาเพื่อให้ถือง่าย
พอผมวางลงตรงหน้า ทุกคนก็พากันสะดุ้ง เพราะมันมีไอเย็นลอยขึ้นมา
“มะ มีควันด้วย!”
มิรินตกใจจนออกท่าทางระวังตัว
“ทะ ทำไมมันถึงเย็นล่ะ!”
เมยอาที่เงียบมาโดยตลอดทนไมไหวแล้วเหมือนกัน
ฟรานเป็นคนแรกที่ตัดสินใจหยิบช้อนขึ้นมาตักมันเข้าปาก แต่เพราะรีบกินเกินไป เธอเลยทำให้เสียวจี๊ดขึ้นสมอง
“ลืมบอกไปครับ สิ่งนี้เรียกว่าไอศกรีม จะต้องค่อยๆ กิน เอาเข้าปากแล้วปล่อยให้มันละลายบนลิ้นครับ”
พอผมบอกไป ฟรานก็ลองดูอีกครั้ง และคราวนี้…เธอทำหน้าเหมือนกับจะละลายไปพร้อมไอศกรีมในปากเลย
“ปะ เป็นไงบ้าง!?”
ทุกคนรีบรุมถามฟราน
“อร่อยจนหาคำพูดมาอธิบายไม่ได้เลยค่ะ มันเย็นมากแต่ว่าให้สัมผัสที่นุ่มลิ้น มีรสหวานแถมยังได้รสชาติของชาอีก เป็นอะไรที่แปลกมากเลยค่ะ”
เมื่อฟังคำอธิบายจากฟรานเสร็จ ทุกคนก็เริ่มตักกินกันบ้าง และก็…พากันละลายไปหมด
พอตอนกินหมด ทุกคนถึงกับร้องเสียดายออกมาเลย
“คราวนี้ลองรสส้มดูไหมครับ”
“มีเติมอีกเหรอ! แถมเปลี่ยนรสได้ด้วย!”
อาเดไลท์ถึงกับลุกพรวดขึ้นมา
“ครับ แต่เติมได้ครั้งสุดท้ายแล้วนะครับ ไอศกรีมถ้ากินมากไปจะทำให้ปวดท้อง”
แต่ทุกคนไม่ฟังที่ผมเตือนหรอก แต่จ้องผมแบบเร่งให้เติม
ไอศกรีมรสส้มนั้น ทำยากพอสมควร ถ้าใส่ส่วนผสมไม่ดี จะได้รสเปรี้ยวฝาดลิ้น หรือไม่ก็หวานเกินไป แถมต้องใช้นํ้าส้มเป็นจำนวนมาก ปกติเลยเป็นรสที่ไม่นิยมทำกัน โชคดีที่ผลไม้บนโลกนี้ราคาถูกมากเลยใช้เยอะได้ตามต้องการ
ถ้าเทียบกับรสชาแล้ว รสส้มมีความเข้มข้นของรสชาติมากกว่า แถมยังหวานด้วย ทำให้พวกผู้หญิงชอบยิ่งกว่าเดิม…ยูรินถึงกับยิ้มออกเลย นี้ถือว่าเป็นซูปเปอร์รีแอกชั่นได้เลยนะ
“…ฉันขอขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้ค่ะ มันอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อเลย แถมทั้งบรรยากาศและการบริการของนายก็ไร้ที่ติจริงๆ ฉันบอกได้เลยว่านี้คือมื้ออาหารที่สมบูรณ์แบบที่สุด”
“เป็นเกียรติของผมครับที่ได้รับคำชมเช่นนี้ แต่ผมแปลกใจนะครับที่อาเดไลท์ซังยอมร่วมโต๊ะด้วยโดยไม่บ่นอะไรสักคำ”
อาเดไลท์รู้ว่าผมหมายถึงอะไรเลยมองไปที่พวกฟรานแล้วพูดออกมา
“ฉันเป็นแค่นางโลมนายยังให้ร่วมโต๊ะด้วยเลย แค่ทาสกับเซนทอร์ฉันไม่แปลกใจอะไรหรอก”
“อย่ามองตัวเองตํ่าแบบนั้นสิครับ ที่นี้ผมให้ความสำคัญทุกคนเท่าเทียมกัน จากนี้ไปก็ขอให้เป็นเพื่อนที่ดีกับทุกคนด้วยนะครับ”
“ขอฝากตัวด้วยนะค่ะทุกคน”
อาเดไลท์โค้งหัวลง เธอไม่ถือตัวยกตนข่มท่านแม้แต่น้อย นอกจากมารยาทดีแล้วยังไม่มีความยโสโอหังด้วย
“งั้นทุกคนไปนั่งพักกันที่ห้องนั่งเล่นได้แล้วล่ะครับ”
“เดี๋ยวค่ะ! นายท่านยังไม่ได้กินอะไรเลย”
“อืม ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมจัดการเอง พวกเธอไปพักเถอะ”
“ไม่ได้ค่ะ! นายท่านทำให้พวกเรามีความสุขตั้งขนาดนี้แล้ว ให้พวกเราบริการนายท่านบ้างเถอะค่ะ”
เดเม่ทำแววตาขึงขังขึ้นมา จนผมยอมแพ้
“งั้นก็รบกวนด้วยนะ”
ผมนั่งลงบนหัวโต๊ะที่ประจำ เดเม่เลยยิ้มออก แล้วรีบเดินเข้าไปยกอาหารออกมาให้ผม โดยเธอจำลำดับจานที่ต้องเสริฟก่อนได้อย่างแม่นยำ แถมยังจำรายละเอียดในการเคลื่อนไหวตัวของผมมาได้อย่างหมดจด ทุกคนที่นั่งดูอยู่ด้วยถึงกับตบมือชมกันใหญ่
ระหว่างที่ผมนั่งกินไปทุกคนก็นั่งคุยหัวเราะยอกล้อกันอย่างอารมณ์ดี อาเดไลท์สนใจเรื่องอาหารที่ผมทำมาก เลยคุยกันฟรานไม่หยุดเรื่องอาหาร ฟรานที่ได้กินเมนูของผมมา
ตลอด เลยมีเรื่องโม้เยอะเลย ดอเรียหันไปคุยกับดาเซสเรื่องอาวุธ ความชอบของทั้งคู่ดูจะไปด้วยกันได้
แต่จู่ๆ ระหว่างที่ผมกำลังกินไอศกรีมเป็นการปิดท้ายอยู่ หน้ากากที่ใส่มันเลื่อนหลุดออกมาตกลงบนโต๊ะ ทุกคนหันมามองพร้อมกับทำสีหน้าแตกต่างกันออกไป


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 4 พลังของมารราคะ

ตอน 150

ตอนที่ 149 เหตุบังเอิญ