ตอนที่ 34 ลูปันชั้นสอง
ตอนที่ 34 ลูปันชั้นสอง
ผมตรงไปที่กิลเป็นที่แรกก่อน เพราะมีธุระหลายเรื่อง
วันนี้แถวก็ยาวออกมาถึงข้างนอกอีกแล้ว มอเรียนี้ฮอตไม่เปลี่ยนเลย
แค่ยังไม่ทันก้าวเข้าไป พวกผู้ชายก็หันมาจ้องผมแบบจะกินเลือดกินเนื้อแล้ว
แต่สายตาก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อมองไปยังคณะติดตามของผม
ใบหน้าเหี้ยมเกรี้ยมได้เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแบบพวกตาลุงหัวงู
“อย่าเข้าไปใกล้พวกนั้นนะ เดี๋ยวท้อง”
ผมชี้ไปยังพวกที่จ้องมายังพวกฟราน
“อย่ากล่าวหาสิกันโวย!”
ผมไม่ใส่ใจ แล้วเดินเข้าไปในกิล เอ่อ เข้าใจง่ายดีชะมัดเลยแฮะ
สายตาพวกผู้ชายจ้องไปยังพวกฟรานเป็นตาเดียวกัน
ส่วนพวกผู้หญิงล้วนแต่จ้องมาทางผมราวกับสัตว์กินเนื้อ
“นี้สินะกิล ให้บรรยายที่กดดันอันรุนแรงจริงๆ”
ยูรินทำท่าผงะ แต่ผมว่าเธอเข้าใจผิดแล้วล่ะ ผิดไปไกลเลย!
วันนี้ผมไม่ต้องเกรงใจอีกแล้ว
เพราะผมยอมรับมอเรียมาเป็นผู้หญิงของผมอย่างเป็นทางการ
เลยตรงเข้าไปหาเธอที่โต๊ะทันที โดยมายืนอยู่ด้านข้างไม่ได้ไปแทรกแถวอ่ะนะ
“ท่านโรมะ มีอะไรให้ช่วยคะ”
“อืม มีๆ ช่วยกินนี้หน่อยสิ”
ผมหยิบเอาราเม้งที่ยังร้อนๆ ออกมาจากกระเป๋าของฟรานที่ฝากไว้
ดวงตาของมอเรียเป็นประกายขึ้นมาทันที
“ขอพักเที่ยงค่ะ!”
มอเรียหันไปร้องบอกทางพนักงานคนอื่น
“เธอพึ่งหยุดพักเที่ยงไปเองไม่ใช่เหรอ!”
“ขอใช้เวลาพักเที่ยงของวันพรุ่งนี้ค่ะ!”
“ได้ที่ไหนล่ะ!”
แต่มอเรียไม่ฟังเสียงค้าน จูงมือผมไปที่ห้องด้านหลังทันที
ผมสอนวิธีกินให้กับเธอ พร้อมกับสอนใช้ตะเกียบไปด้วย
แต่ว่าพอมอเรียเริ่มทาน ก็ลุกขึ้นมาและถลกกระโปรงขึ้นไปกองตรงเอว
“เวลามีน้อย ช่วยป้อนอาหารฉันทางนี้ด้วยได้ไหมค่ะ ท่านโรมะ”
โอ้ว จะป้อนให้จนท้องป่องเลยครับ
ผมเข้าไปถลกกางเกงในฝักทองของเธอลง และเธอพร้อมจนเปียกอยู่แล้ว
ผมเลยเสียบเข้าไปทันที พวกฟรานมานั่งเรียงแถวนั่งดูอยู่ข้างๆ
ด้วยดวงตาเหมือนกับจะบอกว่า 'หนูด้วยสิ’
พวกเธอนั่งดูไปพลางหยิบเอานํ้าผลไม้ที่ผมใส่ขวดให้ออกมาดื่มไปด้วย
มอเรียร้องซี๊ดซ๊าด ไม่รู้ว่าเพราะราเม้งอร่อยหรือเพราะดุ้นผมอร่อย
แต่คงทั้งสองอย่างล่ะมั่ง แถมมอเรียบริหารเวลาเก่งเหลือเกิน พอกินเสร็จก็แตกทันที
ผมรีบสโตรก
ชุดสุดท้ายตามเธอไป แต่พอผมจะเสร็จ มอเรียก็ขอให้ผมแตกข้างนอก
ผมเลยต้องรีบดึงออกมา
มอเรียรีบเอาชามราเม้งมาลองนํ้าเชื้อผมเอาไว้
พร้อมกับใช้มือช่วยรีดมันออกมา เธอเอาจนถึงหยดสุดท้ายเลยทีเดียว
จากนั้นก็ยกชามชดนํ้าเชื้อผมเสียงดังอึกๆ งานนี้มีเหรอพวกฟรานจะพลาด
รีบไปขอให้เธอเหลือให้ด้วย จนแบ่งกันกินจนครบ เดเม่เองถึงไม่ได้ไปขอ
แต่ก็แอบใช้นิ้วปาดตรงขอบๆ ไปดูด
พอกลับออกมาก็ถูกพวกพนักงานสาวมองด้วยสายตาอิจฉา
ผมเลยเอานํ้าผลไม้ที่เตรียมไว้เยอะ ไปแจกพวกเธอคนละขวด พวกเธอดูถูกใจมาก
ผมเลยรอดตัวไปและขอให้มอเรียลงทะเบียนนักผจญภัยให้กับเดเม่กับยูรินด้วย
และไม่ลืมตามเรื่องเปลี่ยนอาชีพตอนเลเวลสิบ ว่าถ้าได้อาชีพมาก่อนจะเปลี่ยนได้ไหม
คำตอบของมอเรียคือถ้าได้อาชีพมาก่อนเลเวลสิบ
ตอนที่เลเวลสิบแล้วจะเป็นการเลือกอาชีพใหม่อีกครั้ง โดยยกเลิกของเก่าไป
แต่ผมคิดว่าอาชีพของฟรานดีอยู่แล้ว
เพราะเป็นอาชีพเฉพาะเผ่าพันธุ์ตัวเอง ฉะนั้นไม่เปลี่ยน
ของเดเม่เองก็ด้วย Battle maid ดีเกินที่จะโยนมันทิ้ง
จากนั้นผมขอตัวมอเรียเพื่อไปจัดการธุระต่อ โดยไปดูเควสที่บอร์ด
ก่อนจะขึ้นไปขึ้นเงินค่าหัวบนชั้นสอง ราคาค่าหัวของไอ้ยิกกับไอ้ธรรมดา
เกินคาดจริงๆ
ไอ้ยิกถูกตั้งค่าหัวไว้สองกระทง คือข่มขืน กับปล้นชิงทรัพย์ ค่าหัว
50,000 รีล
ไอ้ยิกถูกตั้งค่าหัวไว้สี่กระทง คือฆ่า ข่มขืน ปล้นชิงทรัพย์
และลักพาตัว ค่าหัว 200,000 รีล
ได้เงินมาเพียบเลยแต่ก็หมดไปในพริบตา
เพราะผมไปซื้อกระเป๋านักเดินทางขนาดกลางมาสามใบ ของผมของเดเม่และของยูริน
ตอนแรกเดเม่กับยูรินจะออกเงินเอง
แต่ผมบอกว่าให้เป็นของขวัญสำหรับการเป็นนักเดินทาง พวกเธอเลยรับไว้ด้วยความดีใจที่ได้ของขวัญจากผม
ผมเริ่มดูออกล่ะเวลายูรินดีใจ เธอจะผงกหัวหงึกๆ
เสียดายที่ดันเจี้ยนลูปันชั้นสองไม่ค่อยมีเควส
นอกจากเควสรับซื้อวัตถุดิบแบบจำกัดจำนวน เหตุที่ชั้นหนึ่งมีเควสมากกว่า
เพราะเป็นการสนับสนุนพวกมือใหม่ โดยเงินรางวัลส่วนหนึ่งกิลเป็นคนออกให้
แต่พอพ้นจากช่วงมือใหม่ ก็ถึงเวลาที่นักผจญภัยจะต้องช่วยเหลือตัวเองแล้ว
“งั้นวันนี้ไปต่อที่คราวที่แล้วไม่ได้ทำล่ะกัน”
หรือก็คือล่าไมสเตอร์ลีดเพื่อหาแร่นั้นเอง
แน่นอนผมเคลียร์เรื่องนี้กับเดเม่และยูรินก่อน
ทั้งคู่ไม่มีปัญหาเช่นเดียวกัน
ระหว่างทางต้องผ่านร้านอาวุธกับเกราะอยู่แล้ว
ผมเลยแวะซื้อลูกธนูให้เดเม่ ซองหนึ่งมีประมาณยี่สิบดอก
และให้ยูรินเลือกอาวุธกับเกราะของตัวเอง
ตอนแรกผมคิดว่าเธอน่าจะใช้พวกค้อนหรือขวาน
แบบที่ดวาฟชอบใช้เวลาผมเห็นในเกมส์หรือหนัง แต่ว่าที่ยูรินใช้คือถุงมือเหล็ก
มันเป็นถุงมือที่ดูใหญ่กว่ามือเยอะ หุ้ม
ตั้งแต่ปลายนิ้วมาจนถึงข้อศอก อันที่ยูรินเลือกมา เรียกว่า Iron
pike มันเป็นอาวุธที่นักผจญภัยขยาดมากที่สุด
มันถูกเรียกในอีกชื่อว่า อุปกรณ์ทะลวงเกราะ
เพราะเวลาต่อยด้วยถุงมือเหล็ก
แรงกระแทกจะทำให้เหล็กแหลมที่ซ่อนไว้ในส่วนแขนพุ่งออกมา มันรุนแรงขนาดเจาะเกราะเหล็กหนาๆ
เป็นรูได้ ถึงบางทีจะไม่สามารถเจาะไปถึงตัว แต่เกราะก็จะเสียหาย
เพราะงั้นนักผจญภัยเลยเกลียดอาวุธแบบนี้มากถ้าต้องสู้กัน
ส่วนเกราะยูรินเลือกหมวกเกราะเหล็กแบบทหารโรมัน
คือมีกระบังหน้าเป็นหน้ากากด้วย ซึ่งสามารถเลื่อนขึ้นไปเก็บด้านในหมวกได้ เป็นหน้ากากที่ดูน่ากลัวเป็นบ้า
ส่วนเกราะเธอใส่เกราะที่เหมือนกับยกทรง
กับสนับขาที่ป้องกันตั้งแต่หัวเข่าถึงข้อเท้า เมื่อเตรียมตัวเสร็จ
พวกเราก็มุ่งหน้าไปดันเจี้ยนทันที
“เอ๋? นายท่านจะไปทางนั้นเหรอคะ”
ฟรานประหลาดใจที่เห็นผมเลือกใช้ทางปกติ ที่ไม่ใช่รันเนอร์เวย์
“อืม
จะให้พวกเดเม่กับยูรินสู้กับพวกมอนสเตอร์ทางตามเพื่อให้ชินก่อนน่ะ”
ไม่ใช่ว่าผมกลัวรันเนอร์เวย์หรอกนะ เพราะฟรานตอนนี้สู้กับพวกเลเวล
20 ได้สูสีถ้าใส่ Glory ไปก็น่าจะชนะแน่นอน แล้วผมก็อยากล่าค่าหัวพวกเลวๆ ด้วย
แต่ว่าวันนี้ต้องคิดถึงการปรับตัวของพวกเดเม่ก่อน
ตอนแรกผมให้เดเม่ฝึกยิงธนูโดยใช้ไก่ลาสเตอร์เป็นเป้า
ส่วนเนื้อไก่ที่ดรอปก็จะเก็บไปเป็นเสบียง แต่ปัญหาไม่ใช่ว่าเดเม่ไม่เคยยิงธนูหรอก
แต่พอเธอยิงไป ธนูก็จะพุ่งเข้าไปปักตัวของไก่ลาสเตอร์ ก่อนลากมันไปอัดกับกำแพง
จนแลกไปทั้งมอนสเตอร์ทั้งลูกศร
ถึงจะทำมาจากไม้ก็เถอะ
แต่ถึงกับยิงแหลกไปในครั้งเดียวเนี่ย…สยองวุย
“ขะ ขออภัยค่ะ! หนูทำลูกศรที่มีค่าที่นายท่านซื้อให้พังซะแล้ว”
“ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า แล้วไม่ต้องเสียดายด้วย
ในดันเจี้ยนการรักษาชีวิตรอดเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
อย่าได้งกการใช้ทุกอย่างที่ตัวเองมีเด็ดขาด”
ในกระเป๋าทุกคนตอนนี้ มียาฟื้นพลังคนละห้าขวด ยกเว้นของฟราน
เพราะเธอเป็นแวมไพร์ทำให้ยาใช้ไม่ได้ผล แถมยังจะเป็นการลดพลังเธออีก
เพราะยาฟื้นพลังทำมาจากนํ้ามนต์ที่ได้รับการปลุกเสกจากโบสถ์
แต่เธอเป็นคนที่น่าห่วงน้อยสุด เพราะมี Drain อยู่ และถ้าเข้าตาจนจริงๆ
ก็ให้ดูดเลือดผมก็ได้ หรือไม่ก็ใช้แยมขาวรักษาซะ ฮิๆๆ
ผมให้เดเม่ลองอีกสองสามรอบ โดยบอกให้ลองควบคุมพลังดู
เอาแบบยิงไปแล้วไม่ต้องให้ถึงกับอีกฝ่ายเละ แต่ผลออกมาเหมือนเดิม ขนาดทำท่ายิงส่งๆ
ไม่ออกแรง ลูกศรยังพุ่งทะลุตัวไก่ลาสเตอร์ไปเลย อืม โอเค พลังของสกิล Battle maid
มันขี้โกงไปแล้ว!
พอถึงลิตเติ้ลลิซาร์ดแมน ผมก็ลองให้ยูรินสู้ดูบ้าง
โดยถ้าเจอมากกว่าหนึ่งตัว ก็ให้ฟรานจัดการให้จนเหลือแค่ตัวเดียวก่อน
ถึงจะมีเลเวลแค่หนึ่ง แต่ลิตเติ้ลลิซาร์ดแมนไม่ใช่คู่ต่อสู้เลย
ยูรินใช้ถุงมือรับการโจมตีของมันได้อย่างสบายๆ และหาจังหวะต่อยสวนกลับไป เพียงแค่สองหมัดลิตเติ้ลลิซาร์ดก็เป็นศพไปทันที
ผมนึกได้ว่าตัวเองมีสกิล Leadership อยู่ด้วย
เลยทำให้ค่าพลังของพวกเธอมากกว่าปกตินั้นเอง จากนั้นผมก็ใช้ Glory
เพื่อให้พวกเธอชินกับพลังที่เพิ่มขึ้น
พอไปเจอร็อคโรล ผมลองให้เดเม่ยิงธนูใส่มันอีกที
เพราะเจ้านี้ถึกสุดๆ บางทีน่าจะใช้วัดพลังโจมตีของเดเม่ได้
ผลปรากฏว่า…ร็อคโรลมีซะตากรรมไม่ต่างจากไก่ลาสเตอร์เลย
สรุป ชั้นหนึ่งไม่ได้แม้แต่จะช่วยให้พวกเธอวอร์มเครื่องได้เลย
ส่วนเลเวลมีแต่ยูรินที่ขึ้นมาเป็นสองและ
แล้วพวกเราก็มาถึงชั้นสอง ที่นี้ดูเป็นสุสานขึ้นมาหน่อย
เห็นป้ายหลุมศพกระจัดกระจายอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นรูปปั้นสักการะที่พังแล้ว
ที่นี้มีลักษณะเหมือนชั้นสองดันเจี้ยนนํ้าตกเหมือนกัน
เพราะเป็นพื้นที่กว้างแบบโล้งๆ ไม่มีทางเดินหรือกำแพง ต้องสังเกตจากพวกชื่อป้ายสุสานหรือรูปปั้นเอา
ซึ่งดูจากแผนที่แล้วชั้นนี้ค่อนข้างกว้างทีเดียว
ผมคิดว่าเข้าไปลึกหน่อยก็ดีเพราะคนจะได้น้อยๆ
ที่ชั้นหนึ่งเพราะเป็นแบบทางเดินแยก โอกาสพบเจอนักผจญภัยคนอื่นเลยแทบไม่มี
แต่ชั้นสองแค่ลงมาก็เจอกลุ่มนักผจญภัยกำลังสู้กับมอนสเตอร์เลย
พวกเขาเลเวลไม่ต่างจากกลุ่มของผมเท่าไร แต่เป็นสมาชิกชายล้วน
ผมไม่อยากมีปัญหาเลยให้เดินอ้อมพวกเขาไปกัน
แต่พวกนั้นก็สังเกตเห็นและมองพวกฟรานตาไม่กระพริบเลย ผมทำเป็นไม่สนใจแล้วเดินต่อ
ชั้นนี้ผมบอกยูรินไปว่าให้ยืนดูเฉยๆ ไปก่อน
อย่างน้อยให้เลเวลเป็นห้าซะก่อนค่อยเข้าไปสู้ จากนั้นก็เริ่มทดสอบดูว่าแต่ละคนสู้ได้แค่ไหน
ผมเจอกลุ่มไมสเตอร์ลีดห้าตัว
พวกมันเป็นคนงานเหมืองผิวซีดเผือกดวงตาไร้แวว เสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ย
ถืออีเตอร์เป็นอาวุธ ฟรานเข้าไปหาพวกมันตรงๆ
โดยผมบอกให้สู้ธรรมดาไปก่อนอย่าพึ่งใช้สกิล ผลปรากฏกว่า แค่แกว่งง้าวสองสามครั้ง
ทั้งห้าร่างก็กลายเป็นเศษเนื้อทันที
บางทีระดับของฟรานน่าจะชนบอสที่ชั้นห้าได้แล้วมั่งเนี่ย
ของดรอปออกมาเป็นแร่กับเหรียญ ของดรอปชั้นนี้นอกจากแร่แล้ว
อย่างอื่นขายไม่ได้ราคาเลย เหรียญเองเทียบกับดันเจี้ยนนํ้าตกแล้ว ดูมันน้อยพิกล
จากนั้นกลุ่มต่อไปหกตัว ผมให้ฟรานเข้าไปสู้ก่อน
แต่ให้เหลือพวกมันไว้สักตัวสองตัว จากนั้นให้เดเม่ลองยิงใส่พวกมันดู โผละ!!
แหลกไปอีกแล้วล่ะทั้งมอนสเตอร์ทั้งลูกศร ยูรินเองก็มองแบบอึ้งๆ
ที่ชั้นหนึ่งยังพอว่า แต่นี้แม้แต่มอนสเตอร์ชั้นสองก็นัดเดียวจอด
จากนั้นผมให้เดเม่ลองยิงจาก
ระยะไกลดู หลังจากลองยิงไปได้ 4 ดอก ในระดับ 50 เมตร
จะมีหนึ่งดอกที่พลาดเป้า
ส่วนที่เหลือเข้าเป้าก็จริงแต่ขาดความแม่นยำอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นก็ลดระยะลงมา
จนถึงประมาณ 20 เมตร คือระยะที่เดเม่ยิงได้แม่นยำที่สุดและรุนแรงที่สุด
“จากนี้ไปให้ประหยัดลูกศรไว้ยิงเมื่อจำเป็นเท่านั้น ให้ใช้แต่ศรวารีไปนะ
เผื่อไว้เวลาฉุกเฉินกับขากลับน่ะ”
ผมบอกเดเม่เธอเลยเก็บธนูและหยิบอีโต้ออกมาแทน
ในระยะประชิดเดเม่โจมตีได้ไม่แพ้ฟรานที่ไม่ได้ใช้สกิลเลย
แต่ผมเตือนเธอว่าอย่าสู้กับมอนสเตอร์ทีละหลายตัว เพราะพลังชีวิตกับป้องกันเธอน้อย
แถมไม่ได้ใส่เกราะด้วย เหตุที่ยังไม่ได้ซื้อของเดเม่เพราะผมอยากเห็นรูปแบบการต่อสู้ของเธอก่อน
จากนั้นค่อยตัดสินใจว่าจะใช้เกราะแบบไหนให้เข้ากับเธอ
อย่างตอนนี้ผมคิดว่าเธอเป็นพวกที่ไม่ได้มีความเร็วมาก
ถึงจะโจมตีรวดเร็วแค่เคลื่อนที่ช้า มีความแม่นยำสูงตอบสนองได้ไวมาก น่าจะมาจากค่า
Dex อืมมม ตัดสินใจลำบากแฮะ เพราะไม่มีความเร็วเลยไม่จำเป็นต้อง
ใส่เกราะที่มีนํ้าหนักเบาแบบหนัง
แต่เธอก็ไม่มีความอึดมากพอจะใส่เกราะเหล็กหนักๆ เดินได้ตลอด อู๊
ไว้กลับไปปรึกษามิรินกับมอเรียดีกว่า
อ้อ ส่วนศรวารีถึงยิงได้สามนาทีครั้ง
แต่ความแรงของมันนี้โหดใช้ได้เลย มันมีอำนาจทะลุทะลวงกว่าศรปกติหลายเท่าเลย
ชนิดที่ถ้ามอนสเตอร์ยืนเรียงแถวกัน สามารถยิงทะลุได้ถึง สามถึงสี่ตัวเลย
พวกแร่ที่ดรอปผมให้ยูรินเก็บไว้ทั้งหมดเลย
เพราะเผื่อไว้ใช้ทำอะไรในอนาคต เธอเลยตาเป็นประกายขึ้นมาทันที
พอหยิบแร่อะไรขึ้นมาก็จะพึมพำๆ เหมือนคิดว่าจะใช้มันทำอะไรไว้แล้ว
ตอนนี้ก็เหลือแต่ทดสอบสกิลของง้าวแล้ว
ผมให้ฟรานจัดการพวกไมสเตอร์ลีดจนเหลือแค่ตัวเดียว แล้วให้เธอใช้สกิล Dancing moon
ออกมา พอเริ่มใช้ง้าวก็เรืองแสงออกมา หือ ไม่ดีเลยแฮะ
แบบนี้คนอื่นก็รู้หมดสิว่ากำลังจะใช้สกิล
ฟรานขยับเข้าไปหาเป้าหมายด้วยท่าเดินที่สง่างาม
จนเมื่อถึงระยะโจมตี การเคลื่อนไหวของเธอก็เปลี่ยนไป
ราวกับฟรานแยกเป็นสี่ร่างได้ในพริบตา ง้าวถูกกวัดแกว่งเหมือนการร่ายรำ
สร้างบาดแผลจำนวนนับไม่ถ้วนจากทั่วทิศทางลงบนตัวไมสเตอร์ลีด
เฮ้ย! ท่า Combo นี่น่า! ผมตะลึงมองเลย
แถมเอฟเฟกของท่านี้โคตรอลังการเลย ทุกครั้งที่ง้าวฟันผ่านตัวเป้าหมายไป
แสงที่เปล่งออกมาก็จะปะทุเบาๆ เป็นกลีบดอกไม้จำนวนหนึ่งลอยออกมา
ให้อารมณ์เหมือนเทศกาลชมซากุระเลย
และเมื่อการร่ายรำที่ฟาดฟันไปกว่าสิบชุดจบลง
ฟรานก็ตะวัดง้าวงัดเอาร่างที่เหลือแต่ส่วนลำตัวเพียงนิดเดียวลอยขึ้นไปในอากาศ
จากนั้นตัวเองก็กระโดดตามขึ้นมา และเหวี่ยงง้าวเป็นวงกลมจากบนลงล่าง
เกิดเสียงหวีดแหลมๆ ขึ้น
จุดที่ง้าววาดผ่านไปราวกับได้ลบมิติตรงนั้นออกจนกลายเป็นสีดำ และเมื่อง้าววนครบรอบ
ด้านหลังของฟรานก็มีดวงจันทร์ปรากฏออกมา ชิ้นส่วนที่เหลือของ
ไมสเตอร์ลีดถูกผ่าเป็นสองซีกพร้อมกับเลือดพุ่งออกมาราวกับนํ้าพุ
สกิลจบลงพร้อมกับที่เท้าของฟรานแตะพื้น
ดวงจันทร์หายไปพร้อมกับเสียงไอเท็มดรอปตกลงพื้น
พวกผมต่างตบมือออกมาทันที เพราะท่านี้สวยมาก ไม่นับความรุนแรงนะ
เอาแค่ความสวยงามเอาไปสิบแต้มเลย ทว่าท่านี้มีข้อเสียเพียบเลยล่ะ
อย่างแรกคลูดาวน์นานโคตรตั้งหกชั่วโมง แล้วยังใช้ Mp มหาศาลในการใช้
เพียงใช้ไปครั้งเดียว Mp ของฟรานเหลือไม่ถึง 10% แล้ว
แถมเพราะเป็นสกิลติดอาวุธเลยเพิ่มเลเวลให้มันไม่ได้ และอีกอย่างมันเป็นสกิลคอมโบ
ถ้าเกิดถูกขัดจังหวะระหว่างการใช้ สกิลก็จะล้มเหลวทันที แต่ผมคิดไม่ออกเลยว่าใครมันจะรับมือกับสกิลแบบนี้ได้
จากนั้นผมก็ให้ฟรานฆ่าพวกไมสเตอร์ลีดต่อจน Mp กลับมาเต็ม และให้ใช้
Strike pike ในการต่อสู้เพื่อเก็บเลเวลสกิลไปด้วย ตอนนี้ผมเองก็เข้าไปต่อสู้ด้วย
แต่ผมโคตรกากเลยถ้าเทียบกับทั้งสองคน แต่ไมสเตอร์ลีดตัวเอง
ผมก็ต้องเสียเวลากับมันไปเกือบนาทีกว่าจะปราบลงได้
แถมบางครั้งยังได้แผลมาด้วย ถ้าเทียบกับฟรานและเดเม่ที่ไร้รอยขีดข่วนแล้ว
เสียความมั่นใจเลยอ่ะ
หลังล่าไปได้กว่าร้อยตัว ยูรินก็เลเวลห้า
ท่าทางเธอคงเก็บกดอยู่พอสมควร พอเลเวลอัพปุ๊บก็วิ่งเข้าไปร่วมวงด้วยเลย
พอมียูรินเพิ่มเข้าไป ก็ไม่มีมอนสเตอร์หลุดรอดมาถึงผมอีกเลย…ว่างอ่ะ
แต่กะไว้แล้วต้องเป็นอีแบบนี้แน่ๆ
ผมเลยหยิบเอาหนังสือสร้างอุปกรณ์เวทขั้นสูงออกมาอ่านฆ่าเวลา
แต่หลังผ่านไปได้หนึ่งชั่วโมง ฟรานก็วิ่งมาหาผม พร้อมกับชูบางอย่างในมือให้ดู
“นายท่านคะ! ได้การ์ดไมสเตอร์ลีดด้วยค่ะ!”
“การ์ด! มีด้วยเหรอ?”
ผมพึ่งรู้ว่าโลกนี้มีการ์ดด้วย
แถมเป็นไอเท็มที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อไอเท็มดรอป ที่ใช้ตรวจสอบดูด้วย
พอถามยูรินว่ามันใช้ทำอะไรได้
ยูรินเลยอธิบายว่าการ์ดแต่ละใบจะมีการเพิ่มคุณสมบัติให้กับผู้ใช้
แต่ว่าหนึ่งคนสามารถใช้ได้แค่หนึ่งอย่าง ถ้าใช้การ์ดใบที่สอง
คุณสมบัติแรกก็จะถูกแทนที่ด้วยสิ่งที่ได้จากการ์ดใบที่สองแทน
ตัวการ์ดนั้นเป็นแก้วและมีรูปของมอนสเตอร์ พอใช้นิ้วลากผ่านไป
คุณสมบัติที่จะได้รับก็ปรากฏขึ้นมา
-คุณสมบัติโจมตีเพิ่มผลการติดอาการเชื่องช้า
หมายถึงโจมตีแล้วมีโอกาสติด slow สินะ เอาให้ใครดีล่ะเนี่ย
ผมคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะยื่นมันให้กับเดเม่
“เอ๋ ให้หนูใช้เหรอคะ!?”
“อืม เดเม่ใช้ธนูโจมตีระยะไกล ถ้าทำให้ศัตรูช้าลงได้
ก็จะเพิ่มจำนวนครั้งที่จะยิงได้”
ความคิดผมยูรินกับฟรานก็เห็นด้วย
“ตะ แต่หนูได้ยินมาว่า การ์ดนั้นจะแพงมาก
แค่ได้มาใบเดียวก็พอขายกินได้เป็นปีๆ เลยนะคะ”
“อย่าให้ต้องพูดซํ้าสิ ราคาน่ะช่างหัวมัน ขอแค่มีประโยชน์กับพวกเธอก็พอแล้ว”
“…ค่ะนายท่าน ขอบพระคุณมากค่ะ”
เดเม่รับไปด้วยสีหน้าแดงละเลือง
พอเดเม่เอ่ยชื่อการ์ดออกมา
มันก็แตกพร้อมกับมีแสงพุ่งเข้าไปในตัวเดเม่ เท่านี้เธอก็จะมีคุณสมบัติโจมตีติด
Slow แล้ว ผมถามยูรินต่อว่ามีการ์ดพวกที่เพิ่มต้านทานธาตุไหม ยูรินบอกว่าเคยได้ยินว่ามี
แต่ดรอปจากตัวไหนอันนี้ไม่รู้
ผมอยากได้เพิ่มต้านทานธาตุมาก
เพราะปาร์ตี้ของพวกเรามีสกิลโจมตีของฟราน กับบัพสายเสริมพลังของผมแล้ว
ขาดแต่ด้านป้องกัน ถ้าเจอศัตรูที่ใช้เวทมนต์โจมตีได้
ปาร์ตี้ของพวกเราจะลำบากขึ้นมาทันที แต่ก็ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปล่ะนะ
พวกเราล่าแต่ไมสเตอร์ลีดไปกว่าอีกชั่วโมง
จนกระทั่งกระเป๋าของทุกคนเต็มแล้ว พวกเราจึงมุ่งหน้า
กลับออกมา วันนี้โชคดีที่ไม่เกิดเรื่องร้ายๆ ขึ้นเลย
ผลที่ได้จากการล่าครั้งนี้
ผมเลเวลอัพเป็น 10 เดเม่เลเวล 12 ฟราน 14 ยูริน 7
สกิลที่เลเวลอัพ
Leadership Lv 3
Trainer lv3
สองอย่างเอง ก็แน่ล่ะแทบจะไม่ได้สู้เลย แถมสังเกตว่าพวกที่เป็น lv
3 แล้วจะขึ้นยากมาก
ของฟรานถึงจะไม่มีสกิลอะไรอัพเลย แต่ได้สกิลใหม่มาเหมือนพวกเดเม่
ฟราน
HalberdMastery lv1 (Passive skill)
เดเม่
Bow Mastery lv 1 (Passive skill)
ยูริน
Arm Mastery lv1 (Passive skill)
ส่วนไอเท็มที่ได้
แร่ดิบ 143
แร่เหล็กบริสุทธิ์ 14
หินตะกอน 115
แร่เหล็กกล้า 15
แร่ทองแดง 20
แร่เงิน 19
แร่ทองคำ 3
Rare drop มิธริล 1
เหตุที่มีจำนวนน้อย เพราะแร่มีนํ้าหนักมาก
เลยเก็บได้ไม่กี่ก้อนนํ้าหนักบรรจุก็เกินแล้ว ส่วนที่ต้องเก็บหิน
ตะกอนที่มีนํ้าหนักมากสุดแต่ราคาถูกสุดไปเยอะขนาดนี้
เพราะยูรินบอกว่ามันต้องใช้เยอะ หินตะกอนมีคุณสมบัติที่ให้ความร้อนสูงเวลาเผาไหม้
เหมาะใช้ในการหลอมเหล็กมากที่สุด
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น