ตอนที่ 26 พังทลาย
ตอนที่ 26 พังทลาย
คนเข้าออกก็ยังเยอะเหมือนเดิม
แต่วันนี้ผมตั้งใจจะไปที่ชั้น 2 ดู
เพราะดาเซสบอกว่าที่นั้นมีมอนสเตอร์ชื่อ ไมสเตอร์ลีค ซึ่งดรอปแร่หลายประเภท
แถมถ้าโชคดีจะยังได้พวกเหรียญเงินเหรียญทองด้วย เรียกง่ายๆ
ว่าเป็นมอนสเตอร์ที่ดรอปเงินสินะ หวานสิแบบนี้
แต่ไมสเตอร์ลีค เป็นมอนสเตอร์ที่นักผจญภัยส่วนใหญ่หลีกเลี่ยง
เพราะมันเป็นมอนสเตอร์ประเภทมนุษย์ เห็นว่าเคยเป็นคนงานเหมืองมาก่อน
แต่เพราะเข้าไปขุดแร่ในดันเจี้ยนนานเกินไป จนถูกดูดกลืนวิญญาณไปหมด
เลยเหลือแค่ร่างกายเปล่าๆ ที่ทำตามสัญชาติญาณเท่านั้น ก็กึ่งๆ ซอมบี้ล่ะมั่ง
แต่ที่คนไม่ชอบคือสัมผัสของเลือดและเนื้อเวลาที่ฆ่าอีกฝ่ายนั้นแหละ
โชคดีที่ผมไม่มีปัญหาเรื่องนี้ ที่โลกเก่าผมเห็นจนเอียนแล้วไง
พื้นที่ข่าวกว่าครึ่งก็มีแต่เรื่องฆ่าแกงกัน
สภาพแวดล้อมกับสังคมมันเอื้อให้เกิดความชินชาในเรื่องแบบนี้ด้วยล่ะ พูดง่ายๆ คือ ผมไม่รู้สึกอะไรเลยกับการที่ต้องฆ่าคน
แต่ไม่ใช่ว่าอยากฆ่า แต่ถ้าจำเป็นต้องฆ่า ก็ฆ่าได้แล้วก็ไม่ได้รู้สึกผิดอะไร
อารมณ์ประมาณแบบนั้นมากกว่า ยิ่งต่างโลกแบบนี้มาทำตัวมีศีลธรรมโดนไม่จำเป็น
มีหวังได้ตาย
เร็วแน่ แต่นั้นคือส่วนของผม ฟรานก็อีกเรื่องหนึ่งผมเลยต้องถามความสมัครใจเธอก่อน
คำตอบคือ
“ไม่ค่ะ ถ้าเป็นศัตรูแล้วต่อรูปลักษณ์เป็นอย่างไง
ก็เป็นศัตรูอยู่ดี”
อืมคิดคล้ายๆ กัน แต่คนละแบบสินะ โอเค ลุยโล้ด
ไมสเตอร์ลีด เป็นมอนสเตอร์ lv 7-10 ถึงจะดูไม่ต่างจากที่ชั้นหนึ่ง
แต่มันอันตรายกว่าตรงจำนวนที่มันอยู่ด้วยกัน ส่วนใหญ่แล้วเป็นฝูงไม่ตํ่ากว่าห้าตัว
ในดันเจี้ยนนั้นจะมีเส้นทางที่เรียกว่า รันเนอร์เวย์
จะเป็นเส้นทางที่มีมอนสเตอร์น้อยที่สุด และใกล้ทางลงชั้นต่อไปด้วย
ไว้สำหรับคนที่ต้องการผ่านทางไปชั้นลึกๆ โดย
ไม่ต้องเสียเวลาสู้กับมอนสเตอร์ตามทาง
ซึ่งส่วนใหญ่มีบอกอยู่ในแผ่นที่อยู่แล้ว
วันนี้ผมกับฟรานได้ใช้เส้นทางที่ว่าเป็นครั้งแรกเพื่อไปชั้นที่สอง
ชั้นหนึ่งจะเป็นทางเดินกว้างๆ หลายๆ
ทางทุกเส้นทางล้วนแต่มุ่งหน้าไปที่ชั้นสอง
รันเนอร์เวย์ของชั้นนี้มีติดป้ายบอกไว้เลยหาได้ง่าย
แต่แปลกเหมือนกันนึกว่าคนจะเยอะกว่านี้ แต่นี้ไม่เห็นมีคนเลย
พวกเราพากันเดินไปในทางเดินที่ลาดลงเล็กน้อย
แถมพอไม่มีมอนสเตอร์แล้ว รู้สึกเงียบจนวังเวงเลย แต่พอเข้ามาได้ถึงกลางทาง
พวกเราเจอกับปัญหา เพราะว่ามีคนมายืนดักข้างหน้าพวกเราสองคน
แถมเหมือนจงใจมาหาเรื่องด้วย
ผมพยายามเดินเลี่ยงไปโดยไม่สนใจ แต่พวกมันก็ขยับเข้ามาปิดเส้นทางไว้
แบบนี้ชัดเลย พวกดักปล้น
แน่ๆ โชคดีที่เวลาจะลงดันเจี้ยนผมมักจะไม่พกเงินติดตัวมาเยอะ
แต่ว่าของมีค่าก็อีกเรื่องหนึ่ง
อย่างกระเป๋านักผจญภัยของผมนี้ก็ดึงดูดพวกโจรได้ดีทีเดียว เพราะถึงจะเป็นของมือสอง
ก็ยังขายได้ราคาแพงอยู่ดี
“เหะๆ พี่ชายถ้าจะมาปล้นล่ะก็ ผมไม่มีเงินหรอกนะ”
ผมพยายามดูท่าทีไปก่อนว่าอีกฝ่ายเล็งอะไรไว้
“ก็ไม่ได้จะมาปล้นอยู่แล้ว”
ชายหน้าทู้เอ่ยขึ้น ผมยิกติดหนังหัวของมันนี้ทำให้หงุดหงิดผิดกลแฮะ
ถ้าต้องมีทรงผมแบบนี้ ผมคงโกนให้หัวโล้นไปเลยดีกว่า กับอีกคนรูปร่างเพรียว
หน้าตาพอดูได้ แต่ให้ความรู้สึกอันตรายอยู่พอสมควร จากนี้ไปผมเรียกพวกมันว่า
ไอ้ยิกกับไอ้ธรรมดา
“อ่า จะเอากระเป๋าเนี่ยเหรอ เอ่อ ไม่ดีมั่ง
แบบว่าผมต้องใช้มันทำมาหากินอ่ะ”
“ก็บอกว่าไม่ได้มาปล้นไงโว้ย!”
ไอ้ยิกพูดนะ ส่วนไอ้ธรรมดายังเงียบอยู่เหมือนเดิม
แต่ผมพอรู้ล่ะมันเล็งอะไรไว้ เพราะตั้งแต่โผล่มา มันก็จ้องฟรานตาไม่กระพริบเลย
“ส่งเด็กนั้นมาให้พวกเรา แล้วข้าจะปล่อยแกไป”
ไอ้ยิกบอก และนั้นไง ไอ้ธรรมดายิ้มล่ะ
นี้ทำไมต้องเจอแต่กับไอ้พวกนี้ด้วยว่ะ
นึกว่าจัดการไอ้ห้าเล็กสั้น(กลุ่มที่ข่มขืนมิริน)นั้นไปได้แล้ว
จะไม่ต้องเจอแล้วซะอีกนะ
“ไม่ได้หรอกครับ ผมน่ะเป็นโลลิค่อนระยะสุดท้ายแล้ว
ถ้าขาดเด็กคนนี้ไปผมต้องตายภายในห้าก้าวแน่นอน”
ผมพยายามพูดให้ดูน่าเห็นใจมากที่สุด
เผื่อพวกมันจะเข้าใจหัวอกคนเป็นโลลิค่อนเหมือนกัน แล้วยอมปล่อยผมไป
“หนวกหูโว้ย! ถ้าไม่ยอม ก็ฆ่าแกทิ้งซะก่อน
แล้วค่อยเอายัยเด็กนั้นก็ได้”
“แต่ว่าเด็กคนนี้พึ่งจะสิบขวบเองนะครับ
เอาไปก็ช่วยงานอะไรไม่ค่อยได้หรอกนะ”
“ฮ่าๆๆ ทำได้อยู่แล้วล่ะ ก็แค่มานอนถางขาให้พวกข้าก็พอ”
กี๊ด
เสียงบีบด้ามขวานของฟรานดังขึ้นมาทันที จนผมต้องจับไหล่เธอไว้
ไม่ใช่เธอคนเดียวหรอกที่โกรธ เชื่อเถอะผมโกรธกว่าเป็นสิบเท่า แต่ผมจะไม่ยอมพลาดแม้แต่ครั้ง
เดียว ตัวผมจะเป็นอย่างไงไม่ว่า
แต่ไม่ว่าหน้าไหนก็ตามผมจะไม่ให้แตะต้องฟรานได้แม้แต่ปลายเล็บ
ผมคิดแผนหนึ่งสองสามไว้ในใจ แผนหนึ่งสถานการณ์ไม่เลวร้าย
หาทางเอาตัวรอดไปตามปกติ แผนสองเหตุการณ์มีแนวโน้มควบคุมไม่อยู่
ผมจะใช้ใบวาปร์ส่งฟรานกลับไปคฤหาสน์ทันที แผนสามฉุกเฉินสุดๆ
ผมจะใช้สถานะจอมมารออกมา ถึงแม้จะอยู่ต่อหน้าฟรานก็เถอะ
“เอ่อ แต่การแย่งทาสคนอื่นนี้จะโดนพันธะเล่นงานได้นะครับ”
“ทาส เด็กนี้เป็นทาสแกเหรอ!?”
ดูเหมือนพวกมันจะไม่ทันสังเกตเลยว่าฟรานเป็นทาส
“ฟรานให้พวกเขาดู”
พอผมบอกฟรานก็ยอมทำตามแต่โดยดี
ดึงปกคอเสื้อที่ยาวถึงคางลงให้พวกมันเห็นพันธะทาส
“เอาไงดี”
ไอ้ยิกหันไปถามไอ้ธรรมดา และไอ้ธรรมดาก็อ้าปากพูดจนได้
“เปลี่ยนแผน ฆ่ามันซะ แล้วเอาอีเด็กนี้มาเป็นทาสเซ็กส์พวกเราแทน”
แย่แล้ว! แย่ในที่นี้ไม่ใช่ว่าผมกลัวพวกมันเข้ามาเล่นงานผมนะ
แต่เพราะพวกมันบอกจะฆ่าผมนั้นแหละ ทำให้ฟรานจิตหลุดไปแล้ว
เธอหลุดมือผมทะยานออกไปเข้าใส่พวกมัน ซึ่งนี้ไม่ดีแน่
ใบวาปร์จะต้องถืออยู่ในมือถึงใช้ได้ ที่สำคัญผมใช้ตรวจสอบกับพวกมันแล้ว
ทั้งคู่มีเลเวลสิบหกกับสิบเจ็ด มากกว่าผมกับฟรานอยู่สิบกว่าเลเวล
ช่องว่างมันห่างกันเกินไปที่จะสู้กันได้แบบสูสี
โดยเฉพาะไอ้ธรรมดา มันมีค่า agi ที่สูงกว่าฟรานเป็นเท่าตัวเลย
อย่างตอนนี้ที่ฟรานพุ่งเข้าไป มันก็สามารถจะหลบได้ง่ายๆ อยู่แล้ว
จุดเด่นของฟรานอยู่ที่การโจมตีแรกที่รวดเร็วและรุนแรง
แต่เธอไม่ถนัดการโจมตีต่อเนื่องเพราะอาวุธของเธอ ขวานด้ามยาวเป็นอาวุธที่เมื่อเหวี่ยงออกไปแล้ว
จะเกิดแรงโมเมนตั้มแบบทิ้งตัวขึ้นมา
ซึ่งยากและต้องใช้พลังเยอะเพื่อจะเปลี่ยนทิศทางหรือหยุดมันเอาไว้
ฉะนั้นแล้วถ้าเกิดการโจมตีแรกพลาดเป้า ฟรานก็จะเปิดช่องว่างออกมาทันที
ต้องให้โดนเท่านั้น ต้องให้การโจมตีแรกของฟรานเข้าเป้าให้ได้ ไหนๆ
ถ้าคิดจะสู้แล้ว ก็เอาให้มันถึงที่สุดไปเลย
“Dawn of Love!”
ทันทีที่ใช้ออกไป รอบตัวของฟรานก็ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยออร่าสีทอง
ก่อนจะมีเสียงระดับดังตูม แล้วทุกอย่างก็
กลับมาเป็นปกติ เพียงแต่ว่าตัวของฟรานหายไปจากจุดที่อยู่เมื่อครู่
ไปโผล่อีกทีด้านหลังของพวกไอ้ยิกกับไอ้ธรรมดา ที่ร่างกายท่อนบนของพวกมันหายไปแล้ว
ตะกี้เกิดอะไรขึ้นผมมองตามไม่ทันเลย แต่ด้วยความเคยชินผมก็ใช้ตรวจสอบกับฟรานทันที
Lv 3/30
Hp 340 / 340 + 40up X10
Mp 200 / 200 +40up X10
Str 55 X10
Vit 30+3up X10
Dex 10+1up X10
Agi 40+4up X10
Int 18+4up X10
ทุกอย่างคูณสิบ!!! โหดเป็นบ้าเลยวุย
“นายท่านไม่เป็นอันตรายใช่ไหมคะ”
ฟรานรีบกลับมาหาผม แต่พอมาถึงผมก็เขกหัวเข้าให้ทันที
“ฟราน ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ!”
ผมต้องดุเธอบ้างแล้ว ถ้าปล่อยไว้อาจจะไม่โชคดีแบบนี้อีก
“ตะ แต่ว่าพวกมันจะฆ่านายท่าน”
“เพราะงั้นพวกเราถึงต้องยิ่งรัดกุมไว้
ตะกี้ศัตรูมีเลเวลมากกว่าพวกเราเป็นสิบ ถ้าพลาดนิดเดียวก็ถึงตายได้เลย
แต่เธอกลับพุ่งใส่พวกมันแบบนั้น ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะทำอย่างไง”
“ไม่เป็นไรค่ะ แม้หนูตายก็”
“หุบปาก!”
เป็นครั้งแรกเลยที่ผมตะคอกเธอ
แต่กลายเป็นตัวผมนี้แหละที่รู้สึกไม่ดีที่สุด
“…นี้เป็นคำสั่งเด็ดขาดนะฟราน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
ห้ามตายก่อนผมเด็ดขาด”
“ตะ แต่ว่าถ้านายท่านเป็นอะไรไป นะ หนูเองก็ทนอยู่ต่อไปไม่ได้”
“แล้วคิดว่าผมจะอยู่ได้หรือไงถ้าขาดเธอไป บอกแล้วไง
ถ้าขาดเธอไปผมจะตายภายในห้าก้าวแน่นอน”
ผมบอกพร้อมกับดึงตัวเธอเข้ามากอด ใช่แล้วล่ะ ถ้าอดลูบๆ คลํ้าๆ
แล้วดมกลิ่นฝืดฝาดแบบนี้กับฟราน ผมคลั่งตายจริงๆ นะเนี่ย
ฟรานปล่อยแขนตกอยู่ข้างลำตัวแบบหมดแรง กดหน้าซุกเข้ามาที่แผ่นอกผมโดยไม่พูดอะไร
พวกเราอยู่กันแบบนั้นจนกระทั่งมีเสียงดังขึ้นมาขัดจังหวะในหัวของผม
มีคำเตือนเข้ามา
โปรดระวังผลข้างเคียงของ Dawn of Love เมื่อผลของสกิลหมดลง
เป้าหมายจะมีความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้นสูงตามค่าความรักที่มีให้
เฮ้ย! ของแบบนี้มันต้องแจ้งก่อนที่จะให้ใช้สิ!! ผมรีบก้มลงไปดูฟราน
ที่ตอนนี้ตัวสั่นกึกๆ อยู่
“ฟราน ตะ ตั้งสติไว้ก่อนนะ”
พอได้ยินเสียงผม ฟรานก็เงยหน้าขึ้นมา ผมผงะไปนิดหนึ่ง
เพราะดวงตาของเธอกลายเป็นสีแดงและส่องประกายออกมา แล้วเธอก็ผลักผมล้มลง
“ฟะ ฟรานซัง หะ หายใจลึกๆ ก่อนนะครับ มะ มีอะไรค่อยๆ พูดค่อยๆ
จากันนะ”
“รับทราบค่ะ”
ฟรานตอบพร้อมกับถอดกางเกงผมออกแบบดึงปรู๊ดเดียวปลิวหายไปเลย
“รับทราบแน่เหรอเนี่ย!”
“ทานละนะคะ”
ฟรานล้วงเอาหนอนน้อยผมออกมา และอ้าปากถางจนสุด แล้วงับเข้าทันที
เธอดูดมันอย่างตระกะตละกามแบบไม่ยอมพักหายใจ
ไอ้เสียวก็เสียวอยู่หรอก แต่ว่า…นี้มันกลางดันเจี้ยนนะเฮ้ย
เกิดมีใครผ่านมาเจอล่ะ งานงอกแน่
แต่สภาพแบบนี้อย่างไงก็คงหยุดไม่อยู่ รีบๆ ให้มันจบดีกว่า
ผมจับหัวของฟรานแล้วโยกเอวใส่ จนเมื่อพ่นแยมขาวออกไป ฟรานก็ดันกัดดุ้นผมเข้าให้
เธอกัดแรงจนเลือดออก จากนั้นก็ดูดเลือดผมไปพร้อมกับแยมขาวเลย แต่ตอนโดนดูดเนี่ยโคตรเสียวเลย
ความรู้สึกดีว่าตอนเสร็จแบบปกติสักสิบเท่าได้
แต่ว่าขนาดเสร็จไปพักหนึ่งแล้วฟรานยังไม่เลิกดูดแยมขาวผมเลย
นี้ถ้าผมไม่มีกระสุนไร้ขีดกำจัดของมารราคะล่ะก็ คงโดนดูดหมดไข่ไปแล้ว
และในที่สุดดูเหมือนจะเป็นทางฟ
รานที่ถึงขีดกำจัดซะก่อน เพราะเธอเริ่มสำลักแยมขาวที่ดูดมากเกินไป
แต่มันยังไม่จบ ฟรานลุกขึ้นและเดินไปที่กำแพง
เธอยกมือขึ้นวางพิงในท่าโน้มตัวไปข้างหน้า
จากนั้นก็ใช้มือเอื้อมมาถลกกระโปรงขึ้นไปกองไว้ที่เอว
จากนั้นก็แหวกขอบกางเกงในสีแดงออก เธอไม่พูดอะไรนอกจากหันมาส่งยิ้มให้ผม
ดวงตาของเธอส่องแสงสีแดงออกมาอีกแล้ว
วูบหนึ่งผมรู้สึกเหมือนควบคุมตัวเองไม่ได้
พุ่งเข้าใส่ฟรานเหมือนสัตว์ป่า แล้วจับกระแทกกระทันแบบใช้กำลังเพียงอย่างเดียว
แถมไม่ได้ปรับขนาดดุ้นด้วย มันทำให้หอยของฟรานถึงกับฉีกจนเลือดไหลอาบ
แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ครางออกมาอย่างสะใจและเร่งให้ผมทำรุนแรงขึ้นอีก เลยกระหนํ่าเธอราวกับจะฉีกให้เป็นชิ้นๆ
สุดท้ายก็ปล่อยแยมขาวเข้าไปในตัวเธออย่างแรงโดยไม่ควบคุม
มันเลยฉีดแรงจนตัวเธอลอยกระเด็นออกไปตามแรงอัด
และเมื่อทุกอย่างจบลง สติผมกลับมา ไม่ใช่สติกลับ
เพราะผมจำทุกอย่างได้ รู้สึกถึงสัมผัสทุกอย่างที่เกิดขึ้น เพียงแต่...ความดิบเถื่อนที่ผมสะกดไว้ในตัวเองมันถูกลากออกมาข้างนอกก็เท่านั้นเอง
ผมก้มลงมองดูดุ้นตัวเองที่อาบไปด้วยเลือดของฟาน
นี้มันทำให้ผมจิตตกอย่างรุนแรง ทั้งๆ ที่พยายามทะนุทนอมเธอมาตลอด
แต่แล้วก็ทำลายมันลงไปจนได้ จริงอยู่ว่าแผลของฟรานได้แยมขาวรักษาไปแล้ว
แต่จิตใจผมมันไม่ได้ถูกรักษาไปด้วยเลย
ผมอุ้มฟรานที่สลบอยู่ขึ้นมา ก่อนจะใช้ใบวาปร์กลับไปที่คฤหาสน์
พอส่งเธอไปนอนที่เตียง ผมก็วาปร์ไปที่ปราสาทจอมมารทันที
เมื่อมาถึงผมใส่เกราะจอมมารเพื่อไม่ให้ใครเห็นสีหน้าผมในตอนนี้
ก่อนจะตรงไปที่ห้องสมุดโดยไม่แวะที่ไหนเลย
ผมปิดประตูขังตัวเองไว้ในนั้นไม่ให้ใครเข้ามาได้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น