ตอนที่ 123 แพร่ระบาด

ตอนที่ 123 แพร่ระบาด
จนถึงตอนเที่ยง โรงแรมยูโทเปียก็ยังไม่มีลูกค้าสักคน แถมยังมีคนเอาข่าวไปปล่อยในหมู่นักผจญภัย เรื่องกฎสามข้อ ทำให้กลุ่มหลังๆ ที่มา ไม่แวะเข้ามา
ด้วยซํ้า แต่เดินผ่านไปพร้อมกับหัวเราะเยาะใส่ แต่ถึงอย่างนั้นพวกพนักงานก็ยังยิ้มหวานให้กับทุกคนที่ผ่านไป
“…นี้ ไม่เห็นมีแขกมาพักเลย ทำไมถึงยังยิ้มได้อีกล่ะ”
ซารีที่ลงมากินมื้อเที่ยง พอเห็นว่าไม่มีแขกเข้าพักเลยเข้ามาถามกระต่ายสาวดู
“พนักงานต้อนรับคือหน้าตาของโรงแรมค่ะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพวกเราก็ต้องยิ้มเอาไว้ และที่พวกเรายิ้มได้เพราะพวกเรามั่นใจในตัวนายท่านโรมะและโรงแรมแห่งนี้ค่ะ”
“แบบนี้เอง สมแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็นทาสของโรมะ”
“ค่ะ พวกเราภูมิใจที่ได้เป็นทาสของนายท่านค่ะ
กระต่ายสาวยิ้มตอบ ก่อนจะเดินเข้าไปทักทายนักผจญภัยที่ผ่านเข้ามาทางแท่นวาปร์ แต่พวกเขาก็เดินจากไปเช่นเคย
ถึงจะกะไว้แล้วว่าคงมีปัญหาแบบนี้แน่ แต่ไม่คิดว่าจะหาลูกค้าไม่ได้สักคน แบบนี้ผิดคาดจริงๆ ว่างแบบนี้หรือว่าจะชวนพวกสาวๆ ไปเก็บเลเวลฆ่าเวลาดี
ระหว่างที่ผมคิดแบบนั้น แท่นวาปร์ก็ทำงานอีกครั้ง คราวนี้มาเป็นคณะใหญ่เลย แต่คุ้นๆ หน้าแฮะ
“หัวหน้า พวกเรามาแล้วค่า!”
พวกที่มาตรงเข้ามาทักทายกับซารีทันที ที่แท้ก็เป็นพวกพนักงานกิลนี้เอง จะว่าไปก็เป็นช่วงพักเที่ยงพอดีนี่น่า
“โอ๋ มากันแล้วเหรอกำลังรออยู่เลย”
“นัดกันไว้เหรอ”
“ใช่แล้ว วันนี้ฉันจะเลี้ยงมื้อเที่ยงพนักงานสักหน่อย แนะนำร้านหน่อยสิคุณเจ้าของโรงแรม”
“ฮ่าๆๆ ได้ครับ เดี๋ยวผมจะให้พนักงานพาไปนะ”
แล้วผมก็พยักหน้าให้กระต่ายสาวเข้ามารับแขก ซึ่งเธอดีใจมากและแนะนำร้านอาหารต่างๆ ให้ทุกคนฟัง
ร้านที่พนักงานกิลเลือกคือร้านยากิโซบะ เพราะจากท่าทางของกระต่ายสาว ที่อธิบายไปพยายามกลืนนํ้าลายตัวเองไป
เมื่อซารีนำทัพพวกพนักงานไปถึงร้านก็ต้องตกใจ เพราะคนที่กล่าวต้อนรับกลับเป็นเด็กสาวสองคน ใช่ คนครัวประจำร้านยากิโซบะในรอบเช้าก็คือเด็กสองคนนี้แหละ
นอกจากนี้ในร้านก็จะมีพนักงานเสริฟอยู่คนหนึ่ง คอยเสริฟนํ้าและอธิบายเรื่องเมนูให้ฟัง
แค่เห็นโต๊ะที่ใช้กิน ซึ่งเป็นแบบบาร์หันหน้าเข้าหาพ่อครัว พวกซารีก็ตื่นอกตื่นใจกันแล้ว แถมยังมีอุปกรณ์และการปรุงกันตรงหน้า ทำให้เกิดเสียงพูดคุยดังออกมาจากในร้าน ยิ่งตอนได้กิน เสียงนี้ดังจนร้านแทบแตก แถมตอนกินเสร็จแล้ว ยังมีขอกอดพวกคนครัวด้วย
เพราะทนความน่ารักของเด็กทั้งสองไม่ไหว ที่ทั้งทำอาหารเก่งและน่ารักแบบนี้
แต่ตอนจ่ายเงิน ทุกคนถึงกับพากันหน้าซีด ไม่ใช่เพราะมันแพงจนตกใจหรอก แต่เพราะมันถูกจนไม่น่าเชื่อ
“หัวหน้าซารี ได้ส่วนลดมาเหรอคะ”
พนักงานสาวคนหนึ่งรีบถามทันทีเมื่อออกจากร้านมา
“เปล่าเลย แต่ที่นี้มันถูกตั้งแต่ค่าห้องพักจนถึงอาหารเลยล่ะ ก็เจ้าของเล่นสร้างเพื่อความสะใจอย่างเดียวไม่คิดจะเอากำไรเลย”
“แบบนี้พวกเราไปถล่มร้านต่อไปกันเถอะ!”
“เรื่องเงินน่ะไม่มีปัญหาหรอก แต่ฉันมีร้านจะแนะนำ ตามมาสิ”
แล้วซารีก็กลายเป็นคนนำทางไปแทน พาพวกพนักงานไปโซนร้านขายของ
“นี้มัน…ร้านอะไรกันคะเนี่ย?”
พวกพนักงานทำหน้างงไปหมด เพราะดูจากข้างนอก เหมือนร้านขายเฟอนิเจอร์ เพราะเห็นมีแต่ชั้นวางของกับตู้
“ฮุๆๆ เข้าไปแล้วจะตกใจ”
แล้วซารีก็เดินนำเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ ส่วนคนที่มาเฝ้าร้านตอนนี้ก็คือเมยอา
“เชิญค่า”
เมยอากล่าวทักทายด้วยนํ้าเสียงเรียบๆ และหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านต่อ
ส่วนพวกพนักงานกิลก็เดินไปรอบๆ ร้านด้วยความสงสัย จนเห็นซารีเดินไปหยิบนํ้าขวดหนึ่งออกมาจากในตู้แช่ และหยิบถุงที่เหมือนใส่อะไรไว้ข้างในมาถุงหนึ่ง ก่อนจะเดินไปที่เคาเตอร์เพื่อจ่ายเงิน
พวกพนักงานกิลเลยลองทำตามดู ทุกคนหยิบขนมมาคนละถุงและนํ้าคนละขวด และออกมายืนกินที่นอกร้าน
“นี้มันอะไรเหรอคะ?”
“โรมะเรียกมันว่า มันฝรั่งแผ่นทอดกรอบ ส่วนนํ้า อันนี้เรียกว่าโซดาเลม่อน แต่มันมีหลายแบบฉันเองก็จำได้ไม่หมด”
“อืม…รสชาติก็”
พวกพนักงานเริ่มฉีกถุงและหยิบขึ้นมาชิม แต่จากนั้นก็ไม่มีความคิดเห็นอีกเลย เพราะต่างพากันหยิบขนมเข้าปากจนหมดถุงไปแบบไม่รู้ตัว
“เย็น!”
พอกินมันฝรั่งทอดไปก็เริ่มกระหายนํ้า พนักงานคนหนึ่งเลยกระดกนํ้าขวดเข้าไป แต่ก็ต้องตกใจอีกเพราะนํ้าในขวดเย็นมาก
“แต่อร่อยดีนะ ทั้งมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบ ทั้งนํ้าขวดเนี่ย”
“ใช่ พูดแล้วอยากกินอีกเลย”
“หัวหน้า!”
ทุกคนพากันส่งสายตาอ้อนมาให้
“ก็ได้ๆ แต่ฉันเลี้ยงแค่วันนี้วันเดียวนะ”
พอซารีอนุญาตพวกพนักงานกิลก็รุมกันเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ และโกยเอาขนมมาจนหมดชั้นพร้อมกับนํ้าดื่ม
“ไอ้นี้ก็อร่อย!”
พนักงานกิลที่ฉีกถุงข้าวโพดคั่วขึ้นมากินถึงกับทำตาโต จนคนอื่นๆ ต้องรีบชิมดูบ้าง เสียงเคี้ยวกรุบกรับดังไปถึงในร้าน จนเมยอาต้องหันมามอง ก่อนจะหยิบที่ซ่อนไว้ใต้เคาเตอร์ขึ้นมากินบ้าง
มันฝรั่งแผ่นทอดกรอบกับข้าวโพดคั่วมันเป็นอะไรที่พอได้กินแล้วจะหยุดไม่ได้ กว่าจะรู้ถึงความน่าสะพรึงนี้พวกพนักงานกิลก็กินกันไปคนละหลายถุงแล้ว
“ไม่ได้ๆ ให้กินหมดทีเดียวแบบนี้เสียดายแย่”
คนที่ตั้งสติได้รีบเก็บที่เหลือใส่กระเป๋าทันที
แต่ก็มีบางคนที่ฝืนห้ามใจตัวเองไม่ไหว เลยต้องกินต่อทั้งนํ้าตาเพราะความเสียดาย
“นี้ใกล้จะหมดเวลาพักแล้ว รีบกลับไปทำงานซะ”
“ค่า”
พวกพนักงานตอบเสียงอ่อยๆ กันเพราะยังอยากจะเที่ยวไปรอบๆ โรงแรมต่อ เพราะยังอีกหลายร้านเลยที่น่าเข้าไปดู
“นี้ๆ ตอนเลิกงานพวกเรามากันอีกเถอะ”
“เห็นด้วยๆ”
“พวกเราดูนี้สิ ค่าห้องพักถูกมากเลย!”
“ห้องเดียวคืนล่ะ 800! ขอจ่ายล่วงหน้าสักปีหนึ่งเลยได้ไหม!”
พวกพนักงานกิลรีบไปขอรับแผ่นพับ ที่เป็นรายละเอียดข้อมูลของโรงแรมกันทุกคนเลย ซึ่งจะมีแนะนำทั้งร้านค้าต่างๆ และอัตราค่าบริการรวมถึงค่าห้องพักด้วย แถมมีรูปตัวอย่างของห้องพักแบบต่างๆ ให้ดูอีก
ทุกคนกลับออกไปด้วยเสียงเจี๊ยวจ๊าวเหมือนนกแตกรัง จนพวกนักผจญภัยที่ผ่านไปหันมามองด้วยความสงสัย
“เฮ้ โรงแรมนี้น่าสนนะ ลองเข้าไปดูไหม”
“อย่าเลย หรูแบบนี้ราคาต้องแพงแน่ แถมได้ยินข่าวลือเรื่องกฎประหลาดๆ มาด้วย”
“อ้อ เนี่ยนะเหรอโรงแรมที่ต้องพักกับพวกครึ่งสัตว์น่ะ”
“ใช่ มีที่เดียวแหละโรงแรมที่ตั้งอยู่ในดันเจี้ยน”
“…งั้นข้าขอเข้าไปลองดูเอง”
“จะบ้าเหรอ!”
“ไม่เห็นเป็นไรเลย ข้าไม่สนใจเรื่องพวกนั้นอยู่แล้ว แถมรอบนี้กะจะมาสำรวจที่ชั้น 12 ใหม่หลายวันกันอยู่ มีที่พักใกล้ๆ แบบนี้ก็ดีกว่าไม่ใช่เหรอ”
“ตามใจ ข้ารออยู่ตรงนี้ล่ะกัน เดี๋ยวเจอค่าที่พักแพงบรรลัยแล้วอย่าวิ่งมาขอเงินข้าล่ะ”
นักผจญภัยที่สนใจแยกตัวออกมาคนเดียว และตรงไปที่ทางเข้า ซึ่งมีกระต่ายสาวรอต้อนรับอยู่ หลังจากฟังกฎแล้ว เขาก็พยักหน้ายอมรับ กระต่ายสาวเลยนำทางเขาเข้าไปข้างใน และไม่ถึงสามนาทีก็ต้องวิ่งหน้าตื่นออกมา
“ฮ่าๆๆ ข้าบอกแล้ว เป็นไงล่ะ เจอขูดไปถึงกระดูกเลยไหมล่ะเพื่อน”
“พ พ พันเดียว!”
“แพงจนถึงกับลิ้นพันกันเลยเหรอ”
“ไม่ใช่โว้ย! ห้องเตียงคู่ราคาแค่พันรีลเอง!”
“…ตลกแหละมึง โรงแรมกากๆ ในเมืองห้องเดียวยังราคาแพงกว่าอีก”
“แกมาดูเองสิโว้ย แต่ถ้าไม่สนใจ ข้าก็ไม่สนแล้ว ข้าจะพักที่นี้!”
“เดี๋ยวสิ! ข้าไปด้วย”
จากนั้นทั้งคู่ก็เข้าไปในโรงแรม และได้ขอเช็คอินห้องพักเตียงคู่เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ ซึ่งทั้งคู่เป็นลูกค้าอย่างเป็นทางการรายแรกของโรงแรมยูโทเปีย และเป็นลูกค้าที่ไม่ยอมย้ายไปอยู่ที่อื่นอีกเลย
ในขณะเดียวกับ ด้วยขนมมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบเพียงถุงเดียว ก็ก่อให้เกิดพายุลูกใหญ่ขึ้นกลางกิลนักผจญภัย
หลังจากกลับมาจากโรงแรมยูโทเปีย พนักงานกิลคนหนึ่งที่ได้เดินสะดุดพื้นจนล้ม ทำให้ขนมที่ถืออยู่ตกกระจายเต็มพื้น คนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้กลิ่นหอมเข้าจมูก เลยก้มลงหยิบขึ้นมาดูอย่างสนใจ แถม
เพราะกลิ่นที่น่ากินของมันทำให้ไม่สนใจว่าเป็นของตกพื้น และพากันใส่เข้าปาก เท่านั้นแหละ ก็เกิดการแย่งชิงกันชุลมุนราวกับเกิดการจารจลขึ้นมา
พอไม่เหลือเศษซากขนมนั้นบนพื้น ทุกคนก็หันไปทางพวกพนักงานกิลที่ต่างถือถุงขนมแบบเดียวกันอยู่ แต่พวกพนักงานกิลก็ไม่ยอม ต่างรีบนำไปซ่อนไว้ข้างหลังทันที
จนเกิดการต่อรองซื้อขายราวกับเปลี่ยนกิลนักผจญภัย ให้กลายเป็นร้านประมูลไปแล้ว จนพนักงานคนหนึ่งทนไม่ไหว ลุกขึ้นมาตะโกนบอก
“ถ้าใครอยากจะได้มันฝรั่งแผ่นทอดกรอบก็ไปซื้อที่โรงแรมยูโทเปียเอง!”
พริบตาเดียวทุกคนก็หายไปหมดจนกลายเป็นกิลร้างที่เหลือแค่พนักงานกิล
กรุบ!
และเสียงเคี้ยวมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบ
เหล่านักผจญภัยที่แห่กันมาเป็นขบวน มุ่งหน้าสู่โรงแรมยูโทเปียทันที ตอนนี้อย่าว่าแต่กฎสามข้อเลย จะสิบข้อร้อยข้อก็ยอม ขอแค่เข้าไปข้างในเพื่อซื้อมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบได้ก็พอ
เพียบพริบตาเดียวร้านสะดวกซื้อก็แน่นเอียดจนไม่มีที่เดิน ผมต้องให้พนักงานมาช่วยกันจัดแถวตามคิว และปล่อยเข้าไปซื้อทีละสิบคน แต่ว่าสิบคนที่ซื้อแล้วกลับไป ก็จะมีอีกห้าสิบคนที่รู้และตามมาซื้อ จากห้าสิบคน ก็จะเป็นร้อยคน และมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเป็นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส
สินค้าที่ตุนไว้สำหรับหนึ่งเดือนหมดเกลี้ยงในหนึ่งวัน
‘สินค้าหมด ขอบคุณที่มาใช้บริการค่ะ’
นั้นคือข้อความที่แสนสิ้นหวังของพวกที่มาไม่ทัน ซึ่งติดไว้หน้าร้านสะดวกซื้อ
แต่ไม่ใช่แค่นั้น สำหรับคนที่เข้ามาแล้ว ก็เดินชมโรงแรมจนถูกใจและเข้าไปถามราคาห้องพัก ยิ่งได้รู้ราคาก็เริ่มมีการขอเช็คอิน บางส่วนก็เดินไปตามร้านอาหาร และกลับออกมาราวกับพวกตื่นทอง ต่างไปเป่าประกาศระดมพรรคพวกพามากินกันอีกรอบ
พอตกเย็นโรงแรมก็แน่นขนัดไปด้วยลูกค้า โดยเฉพาะโซนร้านอาหาร ไม่เหลือโต๊ะว่างเลย แถมยังมีคนที่ยอมยืนต่อแถวรอเป็นชั่วโมง แต่พวกพนักงานก็แก้ไขปัญหาได้ดี ด้วยการไปขนโต๊ะเสริมมา และให้แม่บ้านกับพนักงานต้อนรับที่ว่างอยู่ มาช่วยกันเสริฟอาหาร
ไม่ถึงสองทุ่ม คนครัวคนหนึ่งก็วิ่งมาแจ้งผม ว่าวัตถุดิบสำหรับสามวันหมดไปแล้ว ถ้าลูกค้ายังมาเรื่อยๆ แบบนี้ กลัวว่าวัตถุดิบจะไม่พอได้ ผมเลยต้องรีบกลับไปที่เมือง และหาซื้อวัตถุดิบมาเพิ่มอย่างเร่งด่วน
เนื่องจากเป็นโรงแรมที่เปิดบริการ 24 ชั่วโมง ทำให้ดึกดื่นแค่ไหน ก็ยังมีลูกค้ามาใช้บริการร้านอาหารอยู่ ผมไปถามยอดคนที่เข้ามากินอาหารดูจากเมยอา ปรากฏว่ายอดคนที่มานั่นสูงเกินหลักหมื่นคนไปแล้ว แถมเกือบทั้งหมด มาเพื่อกินเพียงอย่างเดียว จนยอมเสียค่าบริการแท่นวาปร์
แต่ส่วนของห้องพักนั้น มีคนเข้าพักเพียงแค่ 10% เท่านั้น
“นายท่านดีใจด้วยนะ แค่กำไรจากร้านอาหารวันนี้วันเดียว ก็เท่ากับค่าใช้จ่ายทั้งเดือนเลย ไม่สิ น่าจะเกินแล้วมั่ง”
เมยอาบอกผมพร้อมกับหยิบมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบขึ้นมาเข้าปาก
กรุบ!


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 4 พลังของมารราคะ

ตอน 150

ตอนที่ 149 เหตุบังเอิญ