ตอนที่ 66 แข่งประมูลการ์ดวัลวีช

ตอนที่ 66 แข่งประมูลการ์ดวัลวีช
จากนั้นผมก็ไปติดต่ออิลิทที่เป็นคนกลาง และจ่ายค่าจ้างส่วนตัวไป เพื่อขอข้อมูลสินค้าที่เอามาประมูล
ระหว่างที่รอผมก็ไปเดินดูโซนจัดแสดง ซึ่งมือถือที่ผมเคยหลอกขายไป มีคนซื้อไปแล้วล่ะ เชื่อเลยแฮะ ส่วนพวกทาสที่นำมาจัดแสดง ก็มีน่าสนใจอยู่หลายคน แต่พึ่งจะโดนเมยอาว่าไป ผมเลยต้องคัดดีๆ หน่อย
ส่วนแบ่งตลาดทาสนั้นจะเป็น มอนสเตอร์หรือพวกที่เรียกว่าครึ่งสัตว์ซะกว่า 80% อีก 20% เป็นมนุษย์ แต่น่าขำสินค้าที่ขายดีกลับเป็นพวกมอนสเตอร์ โดยเฉพาะแวมไพร์ ตอนนี้ล่าถีบตัวสูงขึ้นมาก
เหตุผลผมมารู้จากอิลิล ว่าเป็นเพราะผมนั้นแหละ ที่พาฟรานซึ่งเป็นแวมไพร์มาเดินอวดทุกวัน จนมีคนอยากได้บ้าง แต่ว่าเผ่าพันธุ์แวมไพร์ถูกทางโบสถ์กวาดล้างครั้งใหญ่ไปเมื่อสองปีก่อน ซึ่งจากเหตุการณ์
คราวนั้น ก็แทบจะทำให้พวกแวมไพร์สูญพันธุ์กันเลยทีเดียว
ตรงจัดแสดงเลยมีแต่ป้ายรับสั่งจองทาสแวมไพร์ หรือรับซื้อ แต่ไม่มีตัวสินค้าเลย ท่าทางจะหายากจริงๆ แฮะ
ส่วนอีกเผ่าที่ได้รับความนิยมก็คือ ยักษ์ เรียกว่าเป็นทาสแรงงานชั้นดีเลยก็ว่าได้ และเพราะค่อนข้างโง่ เลยทำให้ฝึกให้เชื่องได้ไม่ยากเท่าไร แต่ก็ต้องระวังให้มาก ถ้าบางครั้งไปทำให้โกรธมากๆ ยักษ์จะอาราวาดจนไม่สนใจพันธะทาส ส่วนใหญ่พวกทาสยักษ์มักจะตายเพราะสาเหตุนี้
ผมเดินไปเรื่อยๆ กระทั่งไปเจอกรงหนึ่งในโซนพวกยักษ์ ข้างในกรงมียักษ์สาวสองคน เป็นฝาแฝดกันด้วย พวกเธอไว้ผมเปียสีช็อคโกแลต ถ้าเทียบส่วนสูงกับ
พวกยักษ์ที่เฉลี่ยอยู่ที่สามเมตร พวกเธอจัดว่าตัวเล็กกว่ามาก สูงประมาณสองเมตรสิบได้ ผมเทียบกับคายุนเอาน่ะ แต่พวกเธอรูปร่างค่อนข้างดี มีกล้ามเนื้อไม่มาก แต่หน้าอกใหญ่พอดีตัว น่าจะคัพ C
แต่สภาพของพวกเธอผอมมาก แถมยังป่วยหนักอยู่ด้วย โดยที่แฝดคนหนึ่งหน้าแดงจัดสงสัยมีไข้สูง
ราคาพวกเธออยู่ที่ 15 ล้านรีลเลยทีเดียว แต่ถ้าหารสองก็คนล่ะ 7.5 ล้านรีล แต่ก็ยังแพงกว่าราคาเผ่ายักษ์ทั่วไป ผมเลยเข้าไปถามพ่อค้าทาสดู
เหตุผลที่พวกเธอแพงซะขนาดนี้ เพราะทั้งคู่เป็นทาสสะสม แบบว่าเป็นยักษ์ที่ถือว่าสวยมากๆ ซึ่งจัดว่าหายากยิ่งกว่ายาก ก็จริงล่ะ ที่เดินผ่านๆ มายักษ์เพศหญิงนี้หน้าตาดูไม่ได้เลย มีสองคนนี้แหละที่สวยจนทำให้ผมต้องหยุดดูได้
แต่ผมมีเลือดพ่อบ้านอยู่เต็มตัว ถึงจะมีเงินให้ใช้เยอะ ก็ยังต้องประหยัดให้ถึงที่สุด ผมเลยต่อราคาไป
“แต่พวกเธอคนหนึ่งป่วยใกล้จะตายแล้วนะ ผมซื้อคนเดียว 8 ล้านรีลได้ไหม”
ผมรู้อยู่แล้วล่ะว่าพ่อค้าทาสไม่แบ่งขายแน่ เพราะเป็นทาสแฝดมันถึงมีราคา แถมทาสที่ป่วยอยู่ก็ขายไม่ออกด้วย ฉะนั้นเขาก็จะต้องพยายามยัดเยียดขายให้ผมแน่ๆ
“มะ ไม่ได้หรอกพี่ชาย ผมขายเป็นคู่น่ะ”
“น่าเสียดายจังแฮะ แต่ไว้อีกสองสามวันค่อยมาดูใหม่ล่ะกัน อย่างไงกลับมารอบหน้าก็คงเหลือคนเดียวอยู่แล้ว”
ใช่ ประเมินจากอาการป่วยแล้ว ผมว่าแฝดที่ป่วยอยู่รอดได้ไม่เกินสองสามวันหรอก
“ดะ เดี๋ยวก่อนพี่ชาย!”
ติดเบ็ดแล้ว
“เอาแบบนี้ไหม ผมลดเหลือ 12 ล้านพอ”
“สำหรับยักษ์หนึ่งตัว 12 ล้านแพงเกินไปนะ”
ใช่สำหรับยักษ์ราคาจะอยู่ที่ 1-2 ล้านเท่านั้นแหละ
“ลดมากกว่านี้ไม่ไหวแล้วล่ะ”
“งั้นทำไมไม่ส่งเข้าประมูลล่ะ”
ผมจี้จุดตายไป ใช่สินค้าที่ไม่ได้เอาเข้าประมูล มีเหตุผลเดียวคือเจ้าของไม่มั่นใจว่าจะขายออก จริงอยู่ที่ว่าพวกนี้คือทาสสะสมที่มีกลุ่มที่สนใจอยู่ แต่สินค้าสภาพไม่ดีแล้ว แถมถึงจะเป็นทาสสะสม แต่คนที่ต้องการยักษ์ก็มีไว้เพียงเพื่อใช้แรงงานเท่านั้น แต่แฝดคู่นี้ตัวเล็ก
แถมผอมมาก เอาไปใช้เป็นแรงงานไม่ได้ ราคาที่ตั้งไว้ตอนนี้ไม่มีทางประมูลออกแน่ สุดท้ายก็ต้องเสียค่าธรรมเนียม แล้วปล่อยไปอยู่ในสินค้าหลุดประมูล จนโดนลดราคาลงเรื่อยๆ จนถูกเหมือนได้ฟรี
“กะ ก็ได้ 10 ล้านรีล โอเคไหม”
“ไม่ 9 ล้านรีล”
“…โธ่เว้ย! เอาไปเลย เก้าล้านก็เก้าล้าน”
แพ้ซะแล้วล่ะคุณพ่อค้าทาส แต่อย่าโกรธเลยนะ แค่นี้คุณก็ได้กำไรกว่าเอาไปประมูลแล้วล่ะนะ
“ซื้อทาสอีกแล้วเหรอ กลับไปโดยเมยอาบ่นใส่แน่”
เอร่าทำหน้าสะใจอยู่ข้างหลังผม
“ไม่ๆ ฉันซื้อสองคนนี้ไปเพื่อช่วยสร้างกำแพงต่างหาก เพราะดาเซสกับยูรินต้องทำงานหลายอย่าง กำแพงเลยไม่เสร็จสักที”
ผมคิดแบบนั้นจริงๆ นะ ถึงจะมีเหตุผลอย่างอื่นแอบแฝงไว้ด้วยก็ตาม
หลังจากทำพันธะทาสเสร็จแล้ว ผมก็ขอเช่าห้อง VIP แบบเดิม ก่อนอื่นอยากจะรักษายักษ์แฝดคนหนึ่ง ที่ป่วยอยู่เป็นอย่างแรกล่ะนะ แต่พึ่งนึกขึ้นได้ วันนี้ผมไม่ได้พาแผนกรีดนํ้าเชื้อมาด้วยสักคนเลย…
เอร่านี้ตัดทิ้งได้เลย ส่วนแฝดยักษ์ก็ไม่อยากให้กลัวตั้งแต่ตอนนี้ ผมมองซ้ายแลขวา ก็มีแต่พนักงานสาวที่กำลังพาผมไปที่ห้อง
ผมเลยลองถามเธอแบบจริงจังสุดๆ ว่าขอมีอะไรกับเธอครั้งหนึ่งโดยจะจ่ายให้สองพันรีล คิดว่าถ้า
เธอไม่ยอมก็จะเพิ่มเงินขึ้นอีก แต่ที่ไหนได้ยอมตั้งแต่สองพันแล้ว ก็ไม่แปลกล่ะ นี้มันราคาตั้งสองเท่าของราคาสาวบริสุทธิ์เชียวนะ
พอเข้าห้องมา ผมก็เลยจับเธอนอนลงบนโซฟา และจัดท่าปกติไปรอบหนึ่ง ระหว่างที่ผมทำ เอร่าก็เข้าไปอธิบายให้พวกแฝดยักษ์ฟัง ดีที่แฝดคนหนึ่งฟังภาษามนุษย์ออก เป็นแฝดคนที่ป่วยอยู่ล่ะนะ
เอร่าบอกว่าเดี๋ยวผมจะรักษาให้ แต่พวกเธอต้องกินนํ้าเชื้อผมเข้าไป เอร่านี้ก็เริ่มเป็นงานแล้วแฮะ เธออธิบายเพื่อไม่ให้ทั้งสองเกิดกลัวหรือตกใจขึ้นมา พอผมเสร็จศึกและดึงดุ้นออกมา ทั้งสองก็มานั่งรอรับนํ้าเชื้อของผมแล้ว
“ขอขอบพระคุณนายท่านที่ช่วยชีวิตข้าไว้”
แฝดคนที่ป่วยอยู่ตะกี้ พอหายดีแล้วก็รีบก้มกราบผมทันที ส่วนอีกคน ก็โขกหัวให้เป็นการใหญ่ เพราะพูดภาษามนุษย์ไม่ได้เลยต้องใช้การแสดงออกแทน
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก เพราะถ้าพวกเธอเป็นอะไรไป ผมก็ขาดทุนน่ะสิ ว่าแต่พวกเธอชื่ออะไรกัน ผมชื่อโรมะ”
“ขะ ข้าชื่อโรสลิน ส่วนพี่สาวข้าชื่อจามิร่า”
ชื่อเพราะแฮะ พวกยักษ์นี้ชื่อทำนองนี้หมดเลยหรือเปล่านะ น่าสนใจ
แต่พอคุยเรื่องงานของพวกเธอ กลับมีปัญหาขึ้นมาซะได้ เพราะถึงทั้งคู่จะยอมทำงานให้ผม แต่พวกเธอไม่ยอมมีอะไรกับผมเด็ดขาด ผมเองก็ไม่ถามซักไซ้หรอก ถ้าไม่ยอมก็คือไม่ยอม ผมไม่บีบบังคับอะไรอยู่แล้ว
โรสลินกลัวผมจะเอาพวกเธอไปขายคืน แต่พอได้ยินว่าผมตกลง เธอก็ทำหน้าประหลาดใจขึ้นมา พลางหันไปอธิบายให้พี่สาวฟังด้วย
จามิร่าพุ่งเข้ามาโขกหัวให้อีกรอบ ผมเลยกวักมือให้พวกเธอลุกขึ้น แต่ในใจเสียดายสุดๆ ว่าจะลองชิมยักษ์ดูสักหน่อย แต่เอาเถอะได้แรงงานเป็นสาวสวย ก็ดีกว่าเป็นพวกผู้ชายลํ่ากล้ามเป็นมัดล่ะนะ
ผมนำอาหารสำรองออกมาให้พวกเธอกินกัน เพราะถึงหายป่วยแล้วแต่ถ้าอดตายไปคงแย่ ส่วนเสบียงคราวนี้ เป็นแซนวิซที่ทำไว้เมื่อเช้า แต่ขนาดมันดูเล็กไปเลย เพราะเพียงแค่คำเดียวก็หมดชิ้นแล้ว สองพี่สองกินไปขอบคุณผมไป เพราะพวกเธอชอบแซนวิซมาก พวกเธอบอกว่าตั้งแต่ถูกจับมาก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย เพราะไม่ยอมมีอะไรกับคนที่มาซื้อ พ่อค้าทาสเลยจับพวกเธออด
ข้าวจนกว่าจะยอม ตอนแรกพวกเธอตั้งแต่จะอดตายกันไปทั้งๆ แบบนั้น ดีที่มาเจอผมซะก่อน
ระหว่างนั้นอิลิทก็เข้ามาพอดี เขาเอาใบข้อมูลสินค้าแบบคราวก่อนมาให้ ส่วนผมก็จ่ายเงินไปตามที่ตกลงกันไว้
ผมกับเอร่ามาตรวจดูรายชื่อสินค้าประมูลรอบเช้ากัน พอเอร่าเห็นมีภาพวาดของเธออยู่อันดับแรกๆ เลย ก็ยิ้มหน้าบานออกมา ยัยนี้จะรู้ไหมนะ ว่าเขาจะเอาสินค้าที่ความน่าสนใจน้อยออกมาก่อน
วันนี้ก็เหมือนเดิม ส่วนใหญ่เป็นทาส แถมมีคริสตัลวิญญาณออกมาแค่ก้อนเดียวอีก คงดุเดือดดีพิลึกล่ะวันนี้ แต่ผมเล็งอย่างอื่นไว้ด้วย มันคือการ์ดวัลวีช
ตัววัลวีชจะอยู่ในดันเจี้ยน เฟรมเนส มีขนาดตัวแค่สามสิบเซน มีลักษณะเหมือนกับต้นหญ้ามีขา พลังโจมตี
ของมันแทบจะเป็นศูนย์ แต่เป็นตัวที่นักผจญภัยไม่อยากสู้ด้วยมากที่สุด เพราะทันทีที่วัลวีชตาย มันจะคายพิษออกมาปกคลุมทั้งชั้น
ส่วนคุณสมบัติของการ์ดที่บวกให้คือ –Medical item (Creation skill)
สรุปคือถ้าใช้การ์ดใบนี้ก็จะได้มีสกิลผลิตยานั้นเอง
กับอุปกรณ์เวทอีกชิ้นที่ผมเล็งไว้ ซึ่งราคาน่าจะแพงเอาเรื่อง แต่ไม่เป็นไร เมยอาให้งบค่าใช้จ่ายความหื่นผมมาไว้ตั้ง 500ล้านรีล เหลือกินเหลือใช้เลยล่ะ
แต่เวลายังเหลือกว่าจะเริ่มการประมูลรอบเช้า ผมเลยพากันไปเดินดูโซนของหลุดประมูล แต่มันแทบไม่เหลืออะไรแล้ว โซนนี้จะคึกคักแค่ช่วงเที่ยงกับหลังหกโมงเย็น เพราะเป็นช่วงหลังปิดประมูลไปแล้ว และสินค้าหลุดจะเริ่มทยอยออกมาที่โซนนี้
สินค้าที่อยู่มาถึงตอนนี้ ก็คือเป็นของค้างมาจากเมื่อวานเย็น แต่เล่นอยู่ข้ามคืนแบบนี้ ราคาก็แทบไม่เหลือแล้ว บางชิ้นถูกยิ่งกว่าข้าวจานหนึ่งซะอีก
เท่าที่เดินดูก็สมควรแล้วจะไม่มีใครเอา มันมีทั้งเสื้อผ้าเก่าสกปรกที่ขาดเป็นรู หรืออาวุธที่หักพัง ไม่เข้าใจเลยคนที่เอามาเข้าประมูลคิดอะไรกันอยู่ แต่ผมแลเห็นประโยชน์อยู่ เลยกวาดซื้อเรียบเลย เพราะเสื้อผ้าถ้าใช้คลีนนิ่งมันก็สะอาดแล้ว จากนั้นก็ให้ไรโมดอลเอาไปใช้ได้ ส่วนอาวุธก็เอาเศษๆ ไปให้ยูรินหลอมสกัดแร่ออกมาใช้ต่อได้อีก งานนี้เหมือนกำลังอยู่ในร้านราคาร้อยเยนอยู่ก็ไม่ผิด (ร้านที่สินค้าทุกอย่างราคาแค่ร้อยเยน)
บางคนก็หัวเราะเยาะสิ่งที่ผมทำอยู่ เรียกผมว่าไอ้โง่บ้างล่ะ แต่ใครจะสนเพราะสำหรับผมนี้ไม่ใช่การ
จ่ายเงิน แต่เป็นการลงทุนที่กำลังจะได้กำไรมหาศาลกลับมา
พอซื้อเสร็จผมก็กลับเข้าไปในห้อง VIP เพื่อเริ่มประมูลรอบเช้า
เมื่อถึงคิวภาพวาดของเอร่า ผมก็แทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ เพราะแม้แต่พนักงานบนเทวีก็ไม่รู้จะเชียร์สินค้าชิ้นนี้อย่างไงดี และแน่นอนไม่มีใครเสนอราคาออกมาเลย
เอร่าเลยไปนั่งกอดเข่าอยู่ตรงมุมห้องแล้ว เอาเถอะถือเป็นประสบการณ์ คราวหน้าคราวหลังจะได้ไม่เอาของแปลกๆ มาประมูลอีก
จากนั้นก็ถึงคิวของคริสตัลวิญญาณ เพราะมีออกมาก้อนเดียว แถมคราวนี้มีหลายรายมาแข่งกันซื้อ ราคาเลยพุ่งไปถึงสามแสน ซึ่งผมว่ามันแพงเกินไปแล้ว
เลยยอมแพ้ สุดท้ายก็มีดวาฟคนหนึ่งประมูลมันไปในราคาสี่แสนห้า ดูถูกไม่ได้เลยแฮะ ตลาดของคริสตัลวิญญาณมันไม่นิ่ง บางคนต้องการจริงๆ ก็จะทุ่มเงินเป็นจำนวนมากออกมาเลย
แต่ว่ามันเป็นสินค้าที่มีออกมาเรื่อยๆ ทุกวัน เพราะมีแต่พวกนายช่างใหญ่เท่านั้นที่สามารถปลดผลึกได้ คนที่ใช้ไม่ได้เลยต้องเอามาขายอย่างเดียว แถมพวกเขายังไม่รู้เรื่องช่องสกิลด้วย งานนี้สำหรับบางคนเลยเหมือนเอาเงินมาละลายแม่นํ้าไม่มีผิด
ตอนที่มีอาวุธกับชุดเกราะออกมา ผมก็ใช้ตรวจสอบดู แต่ไม่เจออันไหนมีช่องสกิลว่างเลย จึงยังไม่เข้าร่วมวงประมูลด้วย
ต่อจากอาวุธก็เป็นการ์ดวัลวีช ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 5แสน และตามที่คาด มีคนแย่งกันประมูลอยู่หลายราย
แถมยังเพิ่มกันที 40-50% เลย แปบเดียวก็ราคาไปแตะที่ 5ล้านแล้ว แต่ถึงจุดนี้ก็เหลือคนที่แข่งกันไม่กี่คนล่ะ หนึ่งในนั้นก็มีผมด้วย เพราะต้องการสกิลทำยามาก ไม่งั้นแผนทำยาให้พวกต่างเผ่าอย่างเอร่าก็เหลวหมดน่ะสิ
สุดท้ายผมชนะการประมูลโดยราคาไปอยู่ที่ 7.5ล้านรีล เป็นการประมูลแข่งกันที่น่าสนุกตื่นเต้นมาก ขนาดคนที่ไม่ได้ประมูลสู้ ยังส่งเสียงเชียร์ขึ้นมาเลย เพราะมีไม่มากหรอก ที่สินค้าจะถูกประมูลจนราคาขึ้นมาเกินสิบเท่า


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 4 พลังของมารราคะ

ตอน 150

ตอนที่ 149 เหตุบังเอิญ